อยู่อย่างสุขใจเมื่อเข้าวัยทอง (ผู้หญิง) เตรียมรับมือกับวัยทองได้ไม่ยากหากเข้าใจ

วัยทอง (Menopause) คืออะไร?

วัยทองเป็นวัยหนึ่งของชีวิตซึ่งเริ่มด้วยวัยทารก  วัยเด็ก  วัยรุ่น  วัยกลางคน  วัยทอง  วัยรุ่นเป็นวัยเริ่มต้นที่รังไข่สร้างฮอร์โมนออกมาทำให้มีประจำเดือน

ส่วนวัยทองรังไขจะทำงานน้อยลงทำให้สร้างฮอร์โมน (Estrogen, Progesterone) ออกมาน้อยลง ทำให้บางท่านอาจมีประจำเดือนน้อยลง

บางท่านจะมีประจำเดือนห่างออกไปจนถึงหมดประจำเดือนไปเลย  ฮอร์โมนนี้จะช่วยในการมีประจำเดือนการตั้งครรภ์ ความแข็งแรงของกระดูก ลดระดับ Cholesterol

วัยทองจะเริ่มเมื่อไร

หญิงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป สามารถเกิดวัยทองได้ โดยเฉลี่ยคืออายุ 50 ปี ผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่

อาการเตือนของวัยทองมีอะไรบ้าง

  1. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เช่น มาเร็ว  มาช้า  มามาก  มาน้อย
  2. ร้อนวูบวาบตามตัว ผู้ป่วยจะมีร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย  แก้ม  คอ  หลังจะแดง  หลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืน  อาการนี้จะเป็นนาน 1-5 นาที
  3. ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ  เนื่องจากระดับ Estrogen ลดลงทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลง ผู้ป่วยจะมีอาการแสบร้อนในช่องคลอด  ปวดขณะร่วมเพศ  และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น  นอกจากนั้น  ยังมีเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ปัสสาวะเล็ดเวลาจากหรือไอ
  4. ปัญหาเรื่องการนอน  นอนหลับยาก  ตื่นเร็ว  อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก  ผู้ป่วยจะบ่นเรื่องเหนื่อย
  5. ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ผันผวนโกรธง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ
  6. การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอว  กล้ามเนื้อลดลงมีไขมันเพิ่ม ผิวหนังเริ่มเหี่ยว
  7. ปัญหาอื่น เช่น ปวดศีรษะ  ความจำลดลง  ปวดตามตัว

วัยทองของโรค

เมื่อเข้าสู่วัยทองจะมีโรคหลายโรคเกิดมากในวัยนี้  ได้แก่  โรคหัวใจ  โรคกระดูกพรุน  มะเร็งเต้านม  แต่ไม่มีใครสามารถที่จะคาดเดาว่าเป็นใครจะเป็นโรคดังกล่าว  แต่เราจะพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงว่า  วัยทองคนใดมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอะไร  ดังนั้นท่านที่อยู่ในวัยทองท่านจะต้องรู้สิ่งต่อไปนี้เพื่อการตัดสินใจรับฮอร์โมนทดแทน

  • รายละเอียดเกี่ยวกับโรคหัวใจ  โรคกระดูกพรุน  โรคมะเร็งเต้านม
  • ปัจจัยเสี่ยงของแต่ละโรค
  • ผลของฮอร์โมนทดแทนต่อภาวะดังกล่าว

โรคที่มักจะเกิดกับวัยทอง

  • ผู้ป่วยจะเกิดโรคกระดูกพรุนได้เร็ว
  • ผู้ป่วยวัยทองจะมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  และโรคหลอดเลือดสมองเพิ่ม ผู้ป่วยควรควบคุมปัจจัยเสี่ยง
  • มะเร็งเต้านม

การปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่วัยทอง

  • ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ลดไขมัน
  • ลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ 
  • เลิกบุหรี่  และแอลกอฮอล์
  • ใช้สารหล่อลื่นก่อนร่วมเพศ
  • ตรวจมะเร็งเต้านม  มะเร็งปากมดลูก ทุกปี

การรักษาโรคที่มากับวัยทองโดยไม่ใช้ฮอร์โมน

ก่อนการให้ฮอร์โมนทดแทน  จะต้องประเมินความรุนแรงของโรคที่พบร่วมกับวัยทอง  เช่น อาการร้อนวูบวาบตามตัว  กระดูกโปร่งบาง

และต้องมาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจาการให้ฮอร์โมน  เช่น มะเร็ง  โรคหัวใจและหลอดเลือด  

และจะต้องพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่  ในการรักษาภาวะเหล่านี้

ถ้าหากท่านมีอาการร้อนวูบวาบตามตัว(วัยทอง)  ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • เมื่อเริ่มเกิดอาการ้อนให้ไปอยู่ที่เย็น ๆ 
  • ให้นอนในห้องที่เย็น
  • ให้ดื่มน้ำเย็นเมื่อเริ่มรู้สึกร้อน
  • หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด ๆ และร้อน
  • หลีกเลี่ยงสุรา
  • หลีกเลี่ยงความเครียด  เมื่อเวลาเครียดให้หายใจเข้าออกยาว ๆ ช้าและใจเย็น ๆ
  • ถ้าหนาวให้ใส่เสื้อหลายชั้น  และหากร้อนก็สามารถถอดทีละชั้น
  • แพทย์บางท่านแนะนำให้ใช้วิตามินอี  ซึ่งจะลดอาการได้ร้อยละ 40 และยาลดอาการซึ่งเศร้ากลุ่ม  SSRI เช่น Prozac Zoloft
  • อาหารซึ่งมีถั่วเหลืองจะช่วยลดอาการร้อนตามตัว

อาการช่องคลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย  ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • เนื่องจากเนื้อเยื่อของช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะจะฝ่อทำให้เกิดอาการดังกล่าว  และหากมีข้อห้ามในการรับประทานฮอร์โมนทดแทน  หรือผู้ป่วยไม่อยากจะรับความเสี่ยงจากการให้ฮอร์โมน  ก็สามารถใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดทาช่องคลอดได้  โดยระดับยาในเลือดจะมีน้อยกว่าชนิดรับประทาน  1 ใน 4  แต่จะให้ผลดีต่อช่องคลอดมากกว่าชนิดรับประทาน 4 เท่า  ในการใช้ยาครั้งแรกให้ทาทุกวัน  หลังจากนั้นให้ทาอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง  หรือแล้วแต่การปรับของผู้ป่วย
  • นอกจากนั้น  บางคนอาจจะใช้ยาที่เพิ่มความชุ่มชื่นแก่ช่องคลอดแต่ไม่ทำให้เนื้อเยื่อหนาตัว

อาการนอนไม่หลับและอารมณ์แปรปรวน  ควรปฏิบัติตัวดังนี้

หลีกเลี่ยงความเครียด ออกกำลังกาย งดการดื่มกาแฟที่ทำให้นอนหลับยากขึ้น  ใช้ยาลดอาการซึมเศร้ากลุ่ม SSRI  ซึ่งจะไปเปลี่ยนแปลงระดับ Serotonin  ในสมองทำให้ลดอาการซึมเศร้า

การให้ฮอร์โมนทดแทนในผู้ป่วยวัยทอง

ก่อนการให้ฮอรโมนทดแทนจะต้องประเมินความรุนแรงของโรคที่พบร่วมกับวัยทองเช่นอาการร้อนตามตัว กระดูกโปร่งบางและต้องมาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากการให้ฮอร์โมน เช่นมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด

และจะต้องพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นอีก หรือไม่ในการรักษาภาวะเหล่านั้นผู้ป่วยบางคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทองแพทย์จะให้ยาคุมกำเนิดรับประทานซึ่งมีผลดีหลายประการ เช่นทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ลดอาการร้อนตามตัว ลดอัตราการเกิดมะเร็งรังไข่

ข้อเสียคือไม่ทราบว่าหมดประจำเดือนหรือยัง ถ้าสงสัยก็ให้หยุดยาคุมกำเนิด 4-5 เดือนแล้วดูว่าประจำเดือนมาหรือไม่ เมื่อเข้าสู่วัยทองจริงแพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนที่มีส่วนประกอบของ estrogen 

และ progesteroneผลดีของการให้คือ ลดอาการ ป้องกันกระดูกพรุน และป้องกันโรคหัวใจ แต่ต้องระวังโรคแทรกซ้อนคือ โรคตับอักเสบ ไขมัน triglyceride สูง โรคมะเร็งเต้านม Phytoestrogen

พืชหลายชนิด เช่น ธัญพืช ผัก ถั่วต่าง ถั่วเหลือง จะมีสารซึ่งออกฤทธิ์คล้าย estrogen แต่ยังไม่แนะนำให้ใช้รักษาเนื่องจากยังไม่มีรายงานเรื่องประสิทธิภาพ และผลข้างเคียง

ด้วยความปรารถนาดี ศูนย์สูตินรีเวช รพ.วิภาวดี

แพทย์

FAQ

<