การบาดเจ็บบริเวณข้อมือและกระดูกหักนักกอล์ฟ

การบาดเจ็บบริเวณข้อมือและกระดูกหักนักกอล์ฟ           นักกอล์ฟถนัดมือขวา ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บบริเวณมือซ้าย (มือที่อยู่ใกล้เป้าหมาย) ระหว่างการทำวงสวิง มือซ้ายจะมีอาการเคลื่อนไหวในแนวเอียงมาทางนิ้วหัวแม่มือ (radial deviation) หรือภาษากอล์ฟเรียก ค๊อกกิ้ง (cocking) และเอียงกลับมาทางนิ้วก้อย (Ulnar deviation) หรือเรียก Uncocking มากกว่าการเคลื่อนไหวกระดกข้อมือและงอมือ การเคลื่อนไหวจากวงสวิงที่ไม่ดีหรือการซ้อมมากเกินไปทำให้มีการบาดเจ็บของเอ็นบริเวณข้อมือได้ การบาดเจ็บที่รุนแรงถึงขั้นกระดูกหักพบไม่บ่อยนักแต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับการเล่นกอล์ฟซึ่งบางคนเรียกว่า กระดูกหักนักกอล์ฟ (Golfer’s fracture) เนื่องจากด้ามไม้กอล์ฟไปกระแทรกบริเวณกระดูกข้อมือขณะที่โดนพื้นหรือตีออกจากรัฟ กระดูกข้อมือชิ้นนี้ เรียกว่า กระดูก Hamate ซึ่งมีส่วนยื่นคล้ายตะขอมาทางด้านฝ่ามือ เรียก Hook of Hamate อยู่ใกล้กับด้ามไม้กอล์ฟมาก รูปที่ 1 แสดงความสัมพันธ์ของตำแหน่งกระดูก Hamate เอ็นที่งอนิ้วมือ (Flexor tendons) เส้น เลือดเส้นประสาท (Ulnar artery and nerve) รูปที่ 2 การจับกริปที่ไม่ดีหรือวงสวิงที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ด้ามไม้กอล์ฟเสียดสีกับถุงมือซึ่งเป็น บริเวณตำแหน่งใกล้กับกระดูก Hamate ถ้ารุนแรงอาจทำให้กระดูก Hamate หักได้           ความสำคัญของกระดูกหักชนิดนี้ คือ มักจะไม่ได้รับการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก ๆ เนื่องจากอาการที่ได้รับหลังการบาดเจ็บไม่มากและไม่ค่อยชัดเจน ดูภายนอกอาจจะมองไม่เห็นความผิดปกติ นักกอล์ฟบางท่านที่กระดูกหักอาจรู้สึกเพียงเจ็บเล็กน้อย ไม่ค่อยมีแรง ตีไม่ได้ระยะ นักกอล์ฟหลายท่านรักษาเองไม่ได้ไปพบแพทย์ บางท่านอาจไปพบแพทย์ แต่ไม่พบว่ามีกระดูกหัก และไม่ได้ติดตามผลการรักษาต่อเนื่อง ทิ้งไว้นานเกินไปเป็นเดือนหรือหลายเดือน จนกระดูกเคลื่อนหรือไม่ติดแล้ว บางรายมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นเนื่องจากบริเวณที่กระดูกหักไปกดเส้นประสาทหรือเส้นเอ็น ทำให้นิ้วก้อยชาหรือเอ็นที่งอกระดูกนิ้วก้อยขาดได้ รูปที่ 3 ภาพ CT scan แสดงรอยหักของกระดูก Hamate (ลูกศรชี้) การป้องกัน • ด้ามไม้กอล์ฟควรมีขนาดที่เหมาะสมกับมือ และจับให้ด้ามไม้กอล์ฟพ้นออก มาจากฝ่ามือซ้ายเล็กน้อย • การจับกริปให้ถูกต้องและศึกษาวงสวิงที่ถูกวิธี เพื่อป้องกันการตีโดนพื้น • ควรบริหารนิ้วมือให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการบีบสปริงมือหรือลูกเทนนิสบ่อย ๆ • บริหารยืดเหยียดข้อมือให้เคลื่อนไหวในแนวเอียงไปทางนิ้วหัวแม่มือ – นิ้วก้อย (Cocking - Uncocking) • บริหารข้อมือโดยใช้ตุ้มน้ำหนัก รูปที่ 4 การบริหารกล้ามเนื้อแขนด้านหน้าโดยใช้ยกน้ำหนัก งอข้อมือ กระดกข้อมือ และหมุนข้อมือ ข้อแนะนำสำหรับนักกอล์ฟ • เมื่อมีการบาดเจ็บควรหยุดการเล่นกอล์ฟ ถ้ามีบริเวณที่กดเจ็บ จับกริป เคลื่อนไหวแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น จับไม่ได้แน่นหรือตีกอล์ฟไม่มีแรงควรพบแพทย์ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ควรกลับมาพบแพทย์ใหม่เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง เพราะการวินิจฉัยโดยการตรวจ X – ray ท่าปกติมักไม่เห็นรอยกระดูกหักอาจจะต้องพิจารณา X – ray ท่าพิเศษ เรียก Carpal tunnel view หรือ ตรวจด้วย CT Scan จึงจะเห็นรอยกระดูกหักได้ • การรักษากระดูกหักตั้งแต่แรก คือ การใส่เฝือก 6 – 8 สัปดาห์ • ถ้าทิ้งไว้นานเกิน 1 เดือน หรือกระดูกเคลื่อนแล้วใส่เฝือกรักษาไม่ได้ผลมักจะ ต้องรับการผ่าตัดรักษาเอาส่วนกระดูกที่หักออก โดย นพ.วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำรพ.วิภาวดี จาก Golf lover’s Magazine Healthy tips 6/6/2550

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่านนักกอล์ฟซ้อมอย่างไรจึงจะแกร่งขึ้น และไม่เกิดการบาดเจ็บ

ท่านนักกอล์ฟซ้อมอย่างไรจึงจะแกร่งขึ้น และไม่เกิดการบาดเจ็บ           ท่านนักกอล์ฟซ้อมอย่างไรจึงจะแกร่งขึ้น และไม่เกิดการบาดเจ็บ ในการเล่นกอล์ฟให้ดีขึ้น ท่านนักกอล์ฟสามารถเปลี่ยนแปลงได้ 3 อย่าง คือ เปลี่ยนไม้กอล์ฟ ปรับเปลี่ยนวงสวิง ปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายของท่านนักกอล์ฟเอง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้การพัฒนาไม้กอล์ฟ ลูกกอล์ฟ อุปกรณ์เกี่ยวกับกอล์ฟดีขึ้นมาก นักกอล์ฟโดยทั่วไปสามารถตีไกลขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน การศึกษาวงสวิง การใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ด้านการแพทย์ รวมทั้งการถ่ายภาพวีดีทัศน์ความเร็วสูง การประมวลข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ ทำให้เข้าใจและพัฒนาวงสวิงของกอล์ฟได้มากขึ้น รวมทั้งการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บได้มากขึ้น   โดย นพ.วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำรพ.วิภาวดี ท่านนักกอล์ฟซ้อมอย่างไรจึงจะแกร่งขึ้น และไม่เกิดการบาดเจ็บ           ในการเล่นกอล์ฟให้ดีขึ้น ท่านนักกอล์ฟสามารถเปลี่ยนแปลงได้ 3 อย่าง คือ เปลี่ยนไม้กอล์ฟ ปรับเปลี่ยนวงสวิง ปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายของท่านนักกอล์ฟเอง           ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้การพัฒนาไม้กอล์ฟ ลูกกอล์ฟ อุปกรณ์เกี่ยวกับกอล์ฟดีขึ้นมาก นักกอล์ฟโดยทั่วไปสามารถตีไกลขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน การศึกษาวงสวิง การใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ด้านการแพทย์ รวมทั้งการถ่ายภาพวีดีทัศน์ความเร็วสูง การประมวลข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ ทำให้เข้าใจและพัฒนาวงสวิงของกอล์ฟได้มากขึ้น รวมทั้งการป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บได้มากขึ้น ผมอยากจะเน้นให้ท่านนักกอล์ฟ เข้าใจถึงการซ้อมกอล์ฟว่าควรจะซ้อมมากน้อยแค่ไหน ถึงจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและไม่เกิดการบาดเจ็บ การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในร่างกาย            เนื้อเยื่อในร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับแรงที่มากระทำต่อเนื้อเยื่อนั้น เมื่อปี 1982 นักกายวิภาคศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Julius Wolff ได้ศึกษากระดูกที่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากการได้รับแรงที่มากระทำกับกระดูก จะมีความแข็งแรงและมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นที่รู้จักกันดีของแพทย์ปัจจุบัน เรียก Wolff’s Law แต่ถ้ากระดูกไม่ได้รับแรงมากระทำ จะลดความแข็งแรงและความหนาแน่นกระดูกลดน้อยลง ในการศึกษาต่อมา รายหลังพบว่าเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดอื่นมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเช่นนี้ด้วย เช่น เอ็น (tendon), เอ็นยึดกระดูกและข้อ (ligament) และกล้ามเนื้อ รูปที่ 1 การเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อเมื่อมีแรงมากระทำ           แรงที่มากระทำต่อเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างก่าย เช่น กล้ามเนื้อเอ็น, เอ็นยึดกระดูกและข้อเปลี่ยนแปลงตามการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน จากน้อยมาก ปานกลาง จนถึงระดับสูงมาก เช่น แรงกระทำที่มีต่อกระดูกน้อยมากในผู้นอนพัก และมีแรงกระทำอย่างมากในผู้ที่วิ่งกระโดด จากรูป แสดงขนาดของแรงที่มากระทำ ถ้าต่ำเกินไปจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อลีบ เอ็นไม่แข็งแรง กระดูกบางหักง่าย ในผู้ที่ค่อนข้างจะทำงานเคลื่อนไหวสม่ำเสมอกระดูกกล้ามเนื้อเอ็นจะอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ไม่อ่อนแอแต่ก็ไม่แข็งแรงขึ้น ในการเพิ่มแรงกระทำ ที่ใช้ในการฝึกเพิ่มขึ้นกว่าการใช้ชีวิตประจำวัน เนื้อเยื่อจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีการบาดเจ็บในระดับเซลล์ เรียก Microdamage ร่างกายตอบสนองโดยมีการปรับตัว (remodeling) สร้างเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น มี Microdamage มาก จะมีการปรับตัวมาก และใช้เวลาในการปรับตัวและพักนานมากขึ้น ผลของการปรับตัวจะทำให้กระดูกเอ็นกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น ถ้ามีแรงกระทำมากเกิน จะทำให้เกิดการฉีกขาด การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ (มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์) ทำให้เกิดผลเสียต่อเนื้อเยื่อนั้น เช่น กระดูกหักร้าว เอ็นฉีก กล้ามเนื้อฉีกขาดได้ ขนาดของแรงและความถี่ รูปที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของแรง และความถี่ที่มากระทำเป็นผลทำให้เกิดการบาดเจ็บ            แรงที่มากระทำบางครั้งไม่ได้เกิดจากความรุนแรงหรืออุบัติเหตุ แต่เกิดจากแรงกระทำ ขนาดน้อย ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่ว่ามีการทำซ้ำบ่อย ๆ ต่อเนื่อง ก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ การบาดเจ็บลักษณะที่แรงขนาดน้อยกระทำต่อส่วนของเนื้อเยื่อ แต่ทำซ้ำที่เดิมบ่อย ทำให้เกิดการบาดเจ็บเรียก Overuse injury ซึ่งเป็นผลมาจาก 3 อย่าง คือขนาดของแรง จำนวนครั้งที่ทำซ้ำและระยะเวลาที่พักเพื่อให้เนื้อเยื่อมีการปรับตัว การบาดเจ็บชนิดนี้พบได้บ่อยในนักกอล์ฟฝีมือดี เช่น บาดเจ็บเอ็นหัวไหล่ เอ็นข้อศอก ข้อสรุปสำหรับท่านนักกอล์ฟ 1. ท่านนักกอล์ฟควรหาโอกาสออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ว่าในที่ทำงาน หรือสนาม กอล์ฟ ขึ้นลงบันได 1 – 2 ขั้น ไม่ควรใช้ลิฟต์ ถ้าท่านเดินไหวไม่ควรใช้รถกอล์ฟ เพื่อรักษากระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ ให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ 2. การฝึกออกกำลังกายเพิ่มขึ้นที่ละน้อย และสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายท่านแข็งแรงขึ้น 3. ถ้าท่านมีอาการปวด เมื่อย ท่านควรจะพัก ถ้าอาการหายได้ปกติ ภายใน 1 – 2 วัน ท่านจะแข็งแรงขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้นหรือมีอาการผิดปกติมากขึ้น ท่านควรพบแพทย์เพื่อการรักษา 4. ในการซ้อมกอล์ฟถ้าท่านซ้อมไดร์ฟด้วยหัวไม้เต็มที่ จำนวนครั้งท่านจะต้องไม่มาก เกินจนถึงกับมีอาการปวด ควรสลับกับการซ้อมลูกสั้นต่ำกว่า 100 หลาลงมา 5. การซ้อมหนักเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการสู่ความเป็นเลิศ แต่ท่านต้องซ้อม ให้ถูกวิธี และค่อย ๆ ฝึกสร้างกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับวงสวิงให้แข็งแรงร่วมด้วย และรู้วิธีป้องกันการบาดเจ็บด้วยครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ท่านนักกอล์ฟซ้อมหนักแค่ไหน

ท่านนักกอล์ฟซ้อมหนักแค่ไหน           ท่านนักกอล์ฟซ้อมหนักแค่ไหน โปรอ้วน (โปรนันทวัฒน์ ศิริพร) โทรมาหาผมที่โรงพยาบาล อยากให้ช่วยเขียนเรื่อง ลงใน Galaxy Golf ถามผม ถ้าผมว่างเย็นนี้ให้ไปซ้อมกอล์ฟที่สนามรถไฟ จะช่วยดูวงสวิงให้ และคุยกันเรื่องงาน เสร็จงานผมก็รีบไปเจอโปรอ้วน ซื้อลูกกอล์ฟมา 6 ถาด ยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้ว เริ่มซ้อมต่อเนื่องจนเหงื่อไหลท่วมตัว โปรอ้วนก็ดีมากมาคอยแนะนำตลอดบอกว่า วงใช้ได้แล้ว หลังจากหมดแรง โปรอ้วนก็เอานิตยสาร Galaxy Golf มาให้ 2 ฉบับ บอกเป็น Free copy ออกทุกเดือน ให้ผมช่วยเขียนเรื่องลงให้ด้วยเพื่อเป็นความรู้สำหรับนักกอล์ฟ อีก 4 – 5 วันจะส่งต้นฉบับลงพิมพ์แล้ว แหมโปรอ้วนอุตสาห์สอนให้ฟรีแถมยังชมอีก ก็ต้องรับด้วยความเต็มใจซิครับ   โดย นพ.วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำรพ.วิภาวดี ท่านนักกอล์ฟซ้อมหนักแค่ไหน           โปรอ้วน (โปรนันทวัฒน์ ศิริพร) โทรมาหาผมที่โรงพยาบาล อยากให้ช่วยเขียนเรื่อง ลงใน Galaxy Golf ถามผม ถ้าผมว่างเย็นนี้ให้ไปซ้อมกอล์ฟที่สนามรถไฟ จะช่วยดูวงสวิงให้ และคุยกันเรื่องงาน เสร็จงานผมก็รีบไปเจอโปรอ้วน ซื้อลูกกอล์ฟมา 6 ถาด ยืดเส้นยืดสายเสร็จแล้ว เริ่มซ้อมต่อเนื่องจนเหงื่อไหลท่วมตัว โปรอ้วนก็ดีมากมาคอยแนะนำตลอดบอกว่า วงใช้ได้แล้ว           หลังจากหมดแรง โปรอ้วนก็เอานิตยสาร Galaxy Golf มาให้ 2 ฉบับ บอกเป็น Free copy ออกทุกเดือน ให้ผมช่วยเขียนเรื่องลงให้ด้วยเพื่อเป็นความรู้สำหรับนักกอล์ฟ อีก 4 – 5 วันจะส่งต้นฉบับลงพิมพ์แล้ว แหมโปรอ้วนอุตสาห์สอนให้ฟรีแถมยังชมอีก ก็ต้องรับด้วยความเต็มใจซิครับ เนื้อหาต่อไปนี้ ผมจะพาท่านนักกอล์ฟเจาะลึกเข้าไปถึงกีฬากอล์ฟ ซึ่งเป็นเกมพิศวงสงสัย ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง  เป็นการเล่นที่ดูเหมือนง่ายมาก แค่เอาไม้พัตต์เตอร์เคาะลูกไปที่หลุม ระยะเพียง 3 – 4 ฟุต แต่ก็ยังพลาดได้  นักกอล์ฟบางคนตีไกลมากเกิน 300 หลา ทำได้อย่างไร  บางคนทำโฮลอินวัน .… ฟลุคมั้ง (ไม่อยากบอก ผมทำมา 2 ครั้งแล้วครับ)   บางคนซ้อมมาก ออกรอบสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แต่ก็ยังตีลูกตกน้ำเป็นประจำยิ่งซ้อมยิ่งแย่ ระดับโปรซ้อมอย่างไร ในหนังสือ ธงชัยใจดี บนเส้นทางสู่ดวงดาว เพิ่งออกวางตลาดยังอุ่น ๆ อยู่เลย  อายุ 13 ปี เอาไม้กอล์ฟหักที่เขาทิ้งแล้ว มาต่อกับไม้ไผ่ เล่นหลังเลิกเรียนกับเพื่อน จนถึงตี 1 ตี 2 โดยเอาไฟฉายส่องลูกตี  เมื่อเริ่มมีถุงกอล์ฟ ซ้อมทุกวัน วันเสาร์ – อาทิตย์ ซ้อมตั้งแต่เช้าจนมืด  เป็นทหารฝึกหนักวิ่งออกกำลังกายทุกวัน ทำให้มีระเบียบวินัยในการฝึก  เป็นนักกอล์ฟประเภทพรแสวง           เราจึงภูมิใจที่มีคนไทยคนแรกที่ลงเล่นเดอะมาสเตอร์ที่ออกัสตา เมื่อ 6 เมษายน 2549 และเป็นคนไทยคนแรกที่ลงเล่นรายการเมเจอร์ ครบทั้ง 4 รายการ ขอยกตัวอย่างคนไทยที่เราอยากให้เป็นคนไทยอีกคนหนึ่ง คือไทเกอร์ วู้ดส์  ในหนังสือ Tiger Woods : How I Play Golf ในการแข่งขันกอล์ฟคนอื่นอาจ เอาชนะเขาได้ แต่ไม่มีใครจะเอาชนะเข้าได้เรื่องการซ้อมหนัก  ในขณะที่เป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกผู้บรรยายภาษาอังกฤษ ถามว่าเขาเก่งขนาดนี้ แล้วยังต้องซ้อมหนักอีกหรือ เขาตอบว่าเมื่อวานเขายังเป็นคนสุดท้ายที่สนามซ้อม กลับมาที่คำถามเดิม ท่านนักกอล์ฟซ้อมหนักแค่ไหน คำตอบคือ  1. ขึ้นอยู่กับท่านเริ่มต้นที่จุดไหน 2. ท่านจะไปให้ถึงจุดไหน           ถ้าท่านต้องการไปให้ถึงระดับสูงสุดที่ท่านต้องการ ท่านต้องไม่ยอมให้นักกอล์ฟ ในระดับนั้น ซ้อมหนักกว่าท่าน ผมขอฝากคำคม “ คิดให้ไกล ไปให้ถึง ” ครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

กระดูก................ที่นักกอล์ฟควรรู้จัก

กระดูก................ที่นักกอล์ฟควรรู้จัก โดย นายแพทย์วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี กระดูก................ที่นักกอล์ฟควรรู้จัก           สวัสดีครับท่านสมาชิกและผู้อ่านนิตยสารสมาร์ทกอล์ฟ ในฉบับที่แล้วผู้เขียนได้อธิบายถึง “กระดูกมีชีวิต” ซึ่งศึกษาในระดับเซลล์ ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการศึกษาในฉบับนี้เราจะมาเข้าใจกระดูกที่เห็นด้วยตาเปล่า และมีความสำคัญในกีฬากอล์ฟ กระดูกในร่างกายคนเรามี 206 ชิ้น แบ่งเป็นกระดูกแกนกลาง (Axial skeleton) จำนวน 80 ชิ้น กระดูกระยางค์ (Appendicular Skleton) คือกระดูกที่ประกอบเป็นแขน และขา จำนวน 126 ชิ้น            กระดูกแกนกลางที่ท่านนักกอล์ฟควรจะรู้จัก ก็คือ กระดูกสันหลัง (Spine) มีจำนวน 26 ชิ้น (กระดูกกะโหลกศรีษะ, กระดูกใบหน้า ไม่มีความสำคัญในวงสวิงของกอล์ฟ) กระดูกสันหลังส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างคล้ายๆ กัน คือ 1. ส่วน body เป็นแผ่นกลมหนาอยู่ด้านหน้า ผิวบนและผิวล่างของ body จะเป็นที่เกาะของหมอนรองกระดูกสันหลัง กระดูกส่วนนี้ทำหน้าที่รับน้ำหนัก 2. Verterbral arch เป็นแท่งกระดูกโค้งที่อยู่ติดทางด้านหลังของ body เป็นที่บรรจุไขสันหลัง 3. Process ปุ่มที่ยื่นออกมาจาก Vertebral arch จำนวน 7 อัน เป็นข้อต่อประกอบกับกระดูกสันหลังที่อยู่ติดกัน และเป็นที่เกาะของกล้ามเนื้อ ช่วยในการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังส่วนคอ มี 7 ชิ้น            กระดูกคออันที่ 1 และอันที่ 2 จะมีลักษณะแตกต่างจากกระดูกสันหลังอันอื่นๆ คือกระดูกคออันที่ 1 เรียกว่า Attas มีรูปร่างเหมือนวงแหวน ไม่มีส่วนของ body กระดูกคออันที่ 2 เรียกว่า Axis มีปุ่มยื่นออกจากส่วนบนของ body เรียกว่า Dens คล้ายเดือยยื่นขึ้นไปในวงแหวนของกระดูกคออันที่ 1           การหมุนศรีษะ 60% จะอยู่ที่บริเวณกระดูกคออันที่ 1 และ 2 ถ้าท่านก้มคอ ท่านจะหมุนศรีษะได้ประมาณ 45 – 50 องศา โดยหมุนศรีษะบนกระดูกคออันที่ 1 และ 2 แต่ถ้าท่านยืดคอ เงยคางขึ้นท่านจะหมุนศรีษะได้ 80 – 90 องศา ให้คางไปแตะที่ไหล่แต่ละด้านได้ โดยการหมุนศรีษะอีก 40% จะหมุนบนกระดูกคออันที่ 3 ถึงอันที่ 7 รวมกัน ด้วยเหตุผลทางโครงสร้างของกระดูกคอ ในการจรดไม้กอล์ฟจึงไม่ควรก้มมองดูลูก แต่ควรจะยืดคอ เงยคางขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้คางลอดผ่านได้อย่างเดียว แต่เพราะช่วยให้หมุนคอในส่วนของกระดูกคออันที่ 3 – 7 ลงมาจะช่วยทำให้แรงบิดของลำตัวทำได้เต็มที่  กระดูกสันหลังส่วนอก (Thoracic Verabra) 12 ชิ้น            มีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่ากระดูกสันหลังส่วนคอ แต่เนื่องจากมีกระดูกซี่โครงยึดติดกับกระดูกหน้าอก 12 คู่ ทำให้กระดูกสันหลังส่วนอกมีการเคลื่อนไหวน้อย กระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar Vertebra) 5 ชิ้น            ขนาดใหญ่และแข็งแรงที่สุด มีการเคลื่อนไหวมากบริเวณ 2 อันล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่าก้มและแอ่นหลัง  กระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (Sacrum) 5 ชิ้น            ต่อกันรวมกันเป็นชิ้นเดียว ไม่มีการเคลื่อนไหว   กระดูกสันหลังส่วนก้นกบ (Coccyx) 4 ชิ้น           รวมกันเป็นชิ้นเดียว เวลาล้มก้นกระแทกกับพื้นแข็งๆ อาจจะมีกระดูกก้นกบหักหรืองอได้  การโค้งของกระดูกสันหลัง            กระดูกสันหลังปกติ ถ้ามองทางด้านหลังจะเห็นเป็นเส้นตรง แต่ถ้ามองทางด้านข้างจะเห็นเป็นส่วนโค้งอยู่ 4 แห่ง บริเวณคอ และเอวจะโค้งมาทางด้านหน้า ส่วนบริเวณอก และกระเบนเหน็บจะโค้งไปทางด้านหลัง ในเด็กแรกเกิดอยู่ในครรภ์มารดาตัวงอ กระดูกสันหลังจะเป็นโค้งเดียว หลังจากเด็กเริ่มเงยคอ คลานได้ กระดูกจะโค้งไปทางด้านหน้า เมื่อหัดยืนได้ กระดูกสันหลังส่วนเอวจะโค้งไปทางด้านหน้า ส่วนกระดูกสันหลังส่วนอก และกระเบนเหน็บจะโค้งไปทางด้านหลังแบบเดิม             การโค้งของกระดูกสันหลัง เพิ่มความแข็งแรง ช่วยให้เกิดความสมดุลในการทรงตัว และลดแรงกระแทกขณะเดิน หรือวิ่ง การจรดไม้กอล์ฟควรงอที่ข้อสะโพก ไม่ก้มบริเวณที่หลังจะทำให้โค้ง กระดูกสันหลังส่วนเอวผิดรูป และหมุนได้น้อยลง นอกจากนั้นทำให้แรงกดบนหมอนรองกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้น อาจทำให้มีอาการปวดหลังได้ง่าย หรือรุนแรงจนถึงหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นมากดทับเส้นประสาทได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

กล้ามเนื้อทำงานอย่างไร ในวงสวิงของกอล์ฟ

กล้ามเนื้อทำงานอย่างไร ในวงสวิงของกอล์ฟ           กล้ามเนื้อทำงานอย่างไร ในวงสวิงของกอล์ฟ ฉบับที่ผ่านมาผมได้เน้นถึงการซ้อมกอล์ฟ จะต้องให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของท่านนักกอล์ฟด้วย ถ้าเกิดการบาดเจ็บเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าท่านนักกอล์ฟจะมีวงสวิงที่ดีแค่ไหน หรือซื้ออุปกรณ์ใหม่ ๆ ราคาแพงมาก ๆ ก็ไม่สามารถจะทำให้ท่านเล่นกอล์ฟได้ดี เพราะการควบคุมวงสวิงอยู่ที่มือที่ท่านจับไม้กอล์ฟ ซึ่งเป็นส่วนต่ออกมาจากข้อมือ ข้อศอก ไหล่ และลำตัว   โดย นายแพทย์วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี กล้ามเนื้อทำงานอย่างไร ในวงสวิงของกอล์ฟ           ฉบับที่ผ่านมาผมได้เน้นถึงการซ้อมกอล์ฟ จะต้องให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของท่านนักกอล์ฟด้วย ถ้าเกิดการบาดเจ็บเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าท่านนักกอล์ฟจะมีวงสวิงที่ดีแค่ไหน หรือซื้ออุปกรณ์ใหม่ ๆ ราคาแพงมาก ๆ ก็ไม่สามารถจะทำให้ท่านเล่นกอล์ฟได้ดี เพราะการควบคุมวงสวิงอยู่ที่มือที่ท่านจับไม้กอล์ฟ ซึ่งเป็นส่วนต่ออกมาจากข้อมือ ข้อศอก ไหล่ และลำตัว           การทำงานของร่างกายควบคุมผ่านสมอง ทั้งระบบประสาทส่วนกลาง ที่ท่านสามารถควบคุมกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ตามใจสั่ง และระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อโดยที่ท่านไม่ต้องไปสั่งและท่านก็ควบคุมไม่ได้ด้วย กล้ามเนื้อเหล่านี้ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจ(cardiac muscle) กล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle) ที่อยู่ในทางเดินอาหาร หลอดเลือด หลอดลม ท่านจะบังคับให้หัวใจเต้นช้าลงหรือหยุดเต้นก็ไม่ได้ ถ้าท่านอายุถึง 70 ปี หัวใจท่านก็เต้นประมาณ 3 พันล้านครั้ง โดยไม่ได้หยุดพักเลย ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจหยุดพักเมื่อไร ก็หมายถึงท่านไม่มีโอกาสเล่นกอล์ฟอีกเลย  รูปที่ 1 กล้ามเนื้อลายของร่างกายที่อยู่ภายใต้อำนาจจิตใจ           กล้ามเนื้อที่ท่านควบคุมได้ คือ กล้ามเนื้อลาย เป็นกล้ามเนื้อแขน ขา คอ หลัง ที่ท่านบังคับได้ ถ้าไม่ฝึกให้ดี กล้ามเนื้อก็จะทำงานไม่ประสานกัน ในวงสวิงของกอล์ฟ กล้ามเนื้อหลายมัดการทำงานอย่างผสมผสานและเป็นลำดับต่อเนื่อง ไม่ได้ออกแรงหดตัวพร้อมกันทุกมัด ท่านนึกสภาพที่กล้ามเนื้อแข็งเกร็งพร้อมกันทุกมัด คือ สภาพร่างกายของคนที่ตายแล้ว 3 – 4 ชั่วโมง จนถึง 24 ชั่วโมง เส้นใยกล้ามเนื้อเล็กเกาะติดกันแน่นหลายมัด เนื่องจากไม่มีพลังงานให้กับเซลล์กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะคลายออกไม่ได้จนโปรตีนเริ่มถูกย่อยสลายเอง เส้นใยกล้ามเนื้อจะหลุดออกจากกันได้           ถ้าท่านตื่นเต้น ตั้งใจมากเกินไปกล้ามเนื้อท่านจะเกร็งทุกมัด ทำให้ไม่สามารถควบคุมวงสวิงได้ เช่น ในการดาวน์สวิงก่อนอิมแพค ข้อศอกซ้ายท่านต้องเหยียดออก โดยใช้กล้ามเนื้อไตรเซ็ป (Triceps brachii ) ถ้าท่านเกร็งกล้ามเนื้อด้านหน้าข้อศอก กล้ามเนื้อไบเซ็ป (Biceps brachii) ข้อศอกซ้ายท่านก็จะงอทำให้ตีท้อปลูกหรือไม่โดนลูก รูปที่ 2 กล้ามเนื้องอข้อศอก (Bicep brachii) กล้ามเนื้อเหยียดข้อศอก (Triceps brachii)           วงสวิงของกอล์ฟเป็นการส่งแรงอย่างต่อเนื่องจากแขนไปที่ข้อมือไปที่หัวไม้กอล์ฟ แรงของกล้ามเนื้อต้องเริ่มออกแรงในการหมุนแขนซ้ายก่อนที่จะใช้แรงที่บังคับข้อมือ การดาวน์สวิงลงมาต้องไม่ตีลงมาจากข้างบน โดยรอให้หมุนแขนไหล่ซ้ายลงมาก่อนจนข้อศอกขวาอยู่ในระดับสะโพกจึงใช้แรงกล้ามเนื้อเหยียดข้อศอกบังคับข้อมือ เพื่อส่งแรงไปที่หัวไม้เข้าสู่จุดกระทบ (รูปที่3,4)           นักกอล์ฟสมัครเล่นส่วนใหญ่ มักจะเริ่มตีโดยใช้มือตีลงมาจากข้างบนทำให้ไม่มีแรงส่งไปที่หัวไม้และหน้าไม้จะเปิดทำให้ลูกสไลด์ รูปที่ 3 ไทเกอร์ วูดส์ ขณะทำดาวน์สวิงและส่งแรงไปที่หัวไม้ โดยเริ่มที่ใช้กล้ามเนื้อหมุนแกนลำตัวและแขนซ้าย ลงมาก่อนจึงเร่งใช้กล้ามเนื้อเหยียดข้อศอกของแขน ข้อมือขวา พร้อมถ่ายน้ำหนักตัวขณะอิมแพค รูปที่ 4 แสดงแรงของกล้ามเนื้อที่หมุนแขนซ้ายลงมาจะเริ่มต้นก่อนแล้วลดลง แรงของกล้ามเนื้อที่เร่งความเร็วหัวไม้ ผ่านข้อมือจะเริ่มทีหลังกล้ามเนื้อชุดแรก และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนผ่านจุดกระทบ           การส่งแรงจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ท่านจะต้องใช้กล้ามเนื้อเหมือนเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ (chain reaction) ถ้าท่านเกร็งมากเกินหรือใช้กล้ามเนื้อจากความเคยชินที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน คือ การใช้มือตีลงมาจากข้างบน โดยไม่สัมพันธ์กับการทำงานของขา ลำตัวและไหล่ นอกจากจะไม่ได้เป็นการส่งแรงอย่างต่อเนื่องแล้วยังทำให้ระนาบของวงสวิงเสียไปอีกด้วย (swing plane) ข้อสรุปสำหรับท่านนักกอล์ฟ 1. ท่านควรจะจับไม้กอล์ฟให้ถูกวิธี เพราะมือของท่านเท่านั้นที่เป็นส่วนต่อไปที่ไม้กอล์ฟ ถ้าท่าน ไม่แน่ใจควรให้ครูผู้ฝึกสอนช่วยตรวจสอบ และท่านควรฝึกซ้อมด้วยตัวเองบ่อย ๆ จนมั่นใจว่าเมื่อจรดไม้กอล์ฟหน้าไม้กอล์ฟตั้งฉากกับทิศทางสู่เป้าหมาย หลังจากแบ็คสวิงแล้วเมื่อทำดาวน์สวิงกลับลงมาช้า ๆ ขณะอิมแพคหน้าไม้ยัง ตั้งฉากกับทิศทางสู่เป้าหมายเหมือนเดิม 2. ท่านฝึกวงสวิงโดยจะเริ่มเร่งความเร็วหัวไม้สู่จุดกระทบลูก เมื่อตำแหน่งของข้อศอกขวากลับมา สู่ระดับสะโพกขวา และมือพร้อมที่จะตีลูก สำหรับท่านนักกอล์ฟที่ตีลูกไม่ได้ระยะ ทิศทางไม่แน่นอน หรือนักกอล์ฟมือใหม่ควรมีครูผู้ฝึกสอนแนะนำดีกว่าฝึกด้วยตนเอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

การบาดเจ็บของนิ้วมือ

การบาดเจ็บของนิ้วมือ            การบาดเจ็บของนิ้วมือ นักกอล์ฟอาชีพวัย 27 ปี มาพบผู้เขียนด้วยเรื่องปวดข้อนิ้วชี้ซ้ายมาก ตีกอล์ฟไม่ได้มา 2 เดือนแล้ว สาเหตุจากซ้อมกอล์ฟมาก แล้วปวดข้อกลางนิ้ว ไปพบแพทย์ 2 ครั้งแล้ว กำเหยียดนิ้วได้ปกติ แต่พอจับไม้กอล์ฟซ้อมไดร้ฟก็ปวดอีก ไม่กล้าซ้อมกลัวจะลงแข่งขันไม่ได้ไปตลอด ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่นักกอล์ฟอาชีพฝีมือดี ศิษย์เก่า คลาส เอ แห่งชาติรุ่นแรกสอบทัวริ่งโปร์ วันแรก ตี 7 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ รวม 6 อันเดอร์พา ที่สนามสว่างรีสอร์ท สอบผ่านทัวริ่งโปร์ โดยมีคะแนน 1 อันเดอร์พาร์ สมควรที่จะได้รับการรักษาให้หาย สามารถเข้าไปแข่งขันระดับนานาชาติได้ การบาดเจ็บของนิ้วมือที่เกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นกอล์ฟ ไม่ค่อยรุนแรงมากนัก ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้รับการรักษาให้เต็มที่แต่แรก หรือนักกอล์ฟบางท่าน อาจจะเห็นว่าไม่สำคัญ เนื่องจากสามารถเคลื่อนไหวนิ้วมือ ทำงานได้ปกติ เล่นกอล์ฟก็พอได้บ้าง แต่จะปวดบวมได้ง่าย   โดย นายแพทย์วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี การบาดเจ็บของนิ้วมือ              นักกอล์ฟอาชีพวัย 27 ปี มาพบผู้เขียนด้วยเรื่องปวดข้อนิ้วชี้ซ้ายมาก ตีกอล์ฟไม่ได้มา 2 เดือนแล้ว สาเหตุจากซ้อมกอล์ฟมาก แล้วปวดข้อกลางนิ้ว ไปพบแพทย์ 2 ครั้งแล้ว กำเหยียดนิ้วได้ปกติ แต่พอจับไม้กอล์ฟซ้อมไดร้ฟก็ปวดอีก ไม่กล้าซ้อมกลัวจะลงแข่งขันไม่ได้ไปตลอด ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่นักกอล์ฟอาชีพฝีมือดี ศิษย์เก่า คลาส เอ แห่งชาติรุ่นแรกสอบทัวริ่งโปร์ วันแรก ตี 7 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ รวม 6 อันเดอร์พา ที่สนามสว่างรีสอร์ท สอบผ่านทัวริ่งโปร์ โดยมีคะแนน 1 อันเดอร์พาร์ สมควรที่จะได้รับการรักษาให้หาย สามารถเข้าไปแข่งขันระดับนานาชาติได้ การบาดเจ็บของนิ้วมือที่เกี่ยวกับกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นกอล์ฟ ไม่ค่อยรุนแรงมากนัก ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้รับการรักษาให้เต็มที่แต่แรก หรือนักกอล์ฟบางท่าน อาจจะเห็นว่าไม่สำคัญ เนื่องจากสามารถเคลื่อนไหวนิ้วมือ ทำงานได้ปกติ เล่นกอล์ฟก็พอได้บ้าง แต่จะปวดบวมได้ง่าย การบาดเจ็บบริเวณนิ้วมือที่ มีกระดูกหัก ข้อเคลื่อนผิดปกติมาก ๆ ไม่ค่อยพบจากการเล่นกอล์ฟ และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง การวินิจฉัย และการรักษา เพราะอาการปวดบวม การเคลื่อนไหวผิดปกติ, การตรวจทางเอ็กซเรย์จะทำให้การวินิจฉัยได้ชัดเจน ปัญหาที่มักจะมองข้ามคือการบาดเจ็บที่มองไม่เห็นความผิดปกติจากภายนอก การตรวจทางเอ็กซเรย์ ไม่พบสิ่งผิดปกติทำให้การวินิจฉัยยาก แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน1-2 สัปดาห์ต้องนึกถึงสาเหตุการบาดเจ็บที่อาจจะมองข้ามได้ ถ้าไม่รักษาให้ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก จะมีผลทำให้การรักษายาก และเล่นกอล์ฟไม่ได้ดี การบาดเจ็บริเวณข้อกลางนิ้ว ( Proxipal interpholangal joint) ข้อนิ้วมือมี 3 ข้อ คือ  - ข้อโคนนิ้ว - ข้อกลางนิ้ว - และข้อปลายนิ้ว การเคลื่อนไหวของข้อกลางนิ้วจะเคลื่อนไหว              แบบบานพับ คืองอเหยียดได้อย่างเดียว ไม่สามารถเคลื่อนไหวด้านข้างหรือหมุนได้ เนื่องจากลักษณะของนิ้วข้อและเอ็นยึดกระดูกด้านข้าง (collateral ligament )จะเสริมสร้างความแข็งแรงของเยื่อหุ้มข้อให้เคลื่อนไหวในการงอเหยียดได้เท่านั้น ในการเล่นกอล์ฟ นิ้วชี้ซ้ายที่จับด้ามไม้กอล์ฟ ขณะที่ตีกอล์ฟ ถ้ามีแรงกดจากด้ามไม้กอล์ฟมากเกินไป จะทำให้เอ็นยึดด้านข้างนิ้วฉีกขาดได้ อาจจะมีอาการปวดบวม ลักษณะผิดปกติอย่างอื่นเห็นได้ไม่ชัด ตรวจเอ็กซเรย์ไม่พบสิ่งผิดปกติ พัก 3-4 วัน ก็สามารถเคลื่อนไหวได้ปกติ ทำให้การวินิจฉัยค่อนข้างยาก และไม่ได้รับการรักษาให้ถูกต้อง ผลตามมาคือ ถ้ามีแรงกดทางด้านนิ้วชี้อีกก็จะทำให้เอ็นฉีกมากขึ้น ข้อนิ้วบวม ตีกอล์ฟไม่ได้ การวินิจฉัย 1. มีอาการปวดบวมบริเวณข้อกลางนิ้ว 2. กดเจ็บบริเวณที่เกาะของเอ็นยึดด้านข้าง (collateral ligament) 3. ตรวจความมั่นคงด้านข้างของข้อกลางนิ้ว ถ้ามีการฉีกขาดจะปวดมากขึ้น ถ้าเอ็นฉีกขาดมากข้อจะอ้าออกได้  4. ตรวจเอ็กซเรย์อาจจะไม่พบความผิดปกติ ถ้าสงสัยต้องตรวจในท่าจับนิ้ว ให้ข้อกลางนิ้วด้านที่สงสัยว่าอาจจะมีเอ็นขาดอ้าออก การรักษา 1. ระยะเฉียบพลัน ควรจะพัก ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวของนิ้วชี้ ถ้าบวมมาก ระยะ 4-6 ชั่วโมง แรกประคบด้วยความเย็น จนไม่มีอาการบวมเพิ่มขึ้น 2. ยึดนิ้วชี้ติดกับนิ้วกลาง ป้องกันการเคลื่อนไหวด้านข้างของข้อ ประมาณ 2 สัปดาห์ 3. ถ้ามีการฉีกขาดมาก ข้อหลวม ใส่เครื่องพยุงนิ้วไม่ให้มีการเคลื่อนไหว การป้องกันการเคลื่อนไหวนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการฉีกขาดของเอ็นยึดข้อนิ้วมือ อาจใช้เวลา 1-3 สัปดาห์ ถ้ากดบริเวณที่ฉีกขาด ไม่เจ็บมาก และความมั่นคงของข้อดี ก็เริ่มเคลื่อนไหวได้ หรือพยุงนิ้วชี้ติดกับนิ้วมือให้เคลื่อนไหวไปด้วยกัน ป้องกันข้อยึดติด                ในกรณีที่เป็นเรื้อรัง นิ้วเริ่มเอียง ข้อยังหลวม ไม่ได้รับการรักษาแต่แรกนานเกิน 4-6 สัปดาห์แล้ว เช่นกรณีของนักกอล์ฟอาชีพที่มาหาผู้เขียน การรักษาค่อนข้างจะยาก การรักษาอาจจะไม่ได้ผลดี เหมือนกับการรักษาตั้งแต่แรก - ให้ใส่ แผ่นดามนิ้ว (finger splint ) ดัดให้ข้อนิ้วอยู่ท่าปกติ เฉพาะเวลากลางคืน - ในการซ้อมกอล์ฟใช้ปลาสเตอร์ยึดรั้งป้องกันไม่ให้ข้ออ้ามากขึ้น โดยใช้ปลาสเตอร์ยึดด้านข้าง ที่เอ็นฉีกไว้ - หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่มีแรงกดนิ้วชี้ทางด้านข้าง - แนะนำบริหารการงอ-เหยียดนิ้ว ป้องกันข้อยึดและบริหารให้กล้ามเนื้องอนิ้วแข็งแรงเพิ่มขึ้น - ถ้ารักษาเต็มที่ 4-6 สัปดาห์แล้ว ยังมีอาการปวดบวม และข้อไม่แข็งแรง อาจจะต้องพิจารณาผ่าตัด ซ่อมเอ็นยึดด้านข้างข้อนิ้วมือ ข้อแนะนำสำหรับนักกอล์ฟ - การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบริเวณนิ้วมือ ถ้าพักรักษา 1-2 สัปดาห์ แล้วยังมีอาการปวดบวม มีจุดกดเจ็บ, งอเหยียดนิ้วไม่ปกติ หรือไม่สามารถเล่นกอล์ฟได้ตามปกติ จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาให้ถูกต้อง - การบาดเจ็บบางอย่าง อาจตรวจพบได้ยาก เช่นกระดูกหัก นักกอล์ฟ (Fracture hook of Hamate) กระดูกข้อมือบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือหัก ( Fracture scaphoid) ,เอ็นยึดข้อด้านข้างฉีก, เอ็นข้อปลายนิ้วขาดระยะแรก ๆ อาจไม่พบความผิดปกติ ถ้าท่านนักกอล์ฟยังมีอาการผิดปกติ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์หลังการบาดเจ็บ อาจจะต้องนึกถึงภาวะบาดเจ็บที่วินิจฉัยได้ยากเหล่านี้ด้วย    

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Golf Injuries

 Golf Injuries โดย นายแพทย์วีระยุทธ เชาว์ปรีชา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี การบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ           กอล์ฟ เป็นกีฬาที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น อิทธิพลจากการถ่ายทอดสดการแข่งขันสำคัญ ๆ ในรายการโทรทัศน์เกือบทุกสัปดาห์ รวมทั้งเงินรางวัลที่เพิ่มขั้น Superstar ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ๆ ก็เป็นภาพลักษณ์สำหรับเยาวชนที่ต้องการเอาเป็นแบบอย่าง เช่น Tiger Woods , Mitchel Wie ทำให้มีการส่งเสริมการเล่นกอล์ฟ ตั้งแต่เด็ก อายุน้อย ๆ รวมทั้งผู้ที่เริ่มหันมาสนใจเล่นกอล์ฟเมื่ออายุมากขึ้น หรือหลังเกษียณอายุแล้ว อันตรายหรือการบาดเจ็บจากการเล่นกอล์ฟ ดูเหมือนว่าค่อนข้างปลอดภัย เมื่อเทียบกับการเล่นกีฬาประเภทอื่น ๆ ที่ต้องมีการต่อสู้ปะทะกัน หรือการแข่งขันที่มีความเร็วสูง แต่การเล่นกอล์ฟมีอันตรายและการบาดเจ็บที่อาจจะมองข้าม ที่เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบ้านเรา และรายงานในวารสารต่างประเทศอีกมากมาย เช่น 1. การบาดเจ็บหรืออันตรายที่ไม่ได้มาจากวงสวิงของนักกอล์ฟเอง - อุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเกิดจากถูกลูกกอล์ฟ , ถูกไม้กอล์ฟตี, ไม้กอล์ฟ หักทิ่มแทงอวัยวะที่สำคัญ - ถูกฟ้าผ่าตาย - ถูกรถกอล์ฟชนตาย - ถูกผึ่งต่อย เสียชีวิตภายหลัง - อันตรายเกิดจากแสงแดด จากรายงานพบมะเร็งผิวหนัง จาก นักกอล์ฟอาชีพหญิง 51 คน นักกอล์ฟหญิงสมัครเล่น 142 คน  นักกอล์ฟอาชีพชาย 4 คน นักกอล์ฟชายสมัครเล่น 11 คน 2. การบาดเจ็บจากการสวิงกอล์ฟ ของนักกอล์ฟมีสาเหตุหลายอย่าง - มีการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันมากเกิน - วงสวิงไม่เหมาะสม - การเตรียมสภาพร่างกายไม่พร้อม ก่อนการเล่นกอล์ฟ - สุขภาพไม่ดีมาก่อน - นักกอล์ฟที่เสียชีวิต ขณะเล่นกอล์ฟเป็นลมนำส่งโรงพยาบาลเสียชีวิต หรือเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหลายราย - การได้รับการบาดเจ็บมาก่อน รักษายังไม่หายเป็นปกติ การบาดเจ็บของนักกอล์ฟอาชีพ           ซึ่งไม่มีปัญหาที่วงสวิงที่ไม่ถูกต้อง มักเกิดจากการฝึกซ้อมหรือแข่งขันมากกินไป 80 % การบาดเจ็บอยู่ที่บริเวณหลัง และข้อมือ ส่วนอื่น ๆ ที่พบรองลงมา คือ ข้อศอกขวา, ไหล่, ข้อเข่า การบาดเจ็บของนักกอล์ฟสมัครเล่น           ได้รับการบาดเจ็บในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เกือบทั้งหมด ขึ้นอยู่กับวงสวิงที่มีการใช้ส่วนไหนมากเกินไป พบได้บ่อยที่หลัง, ข้อศอก, ข้อมือ, หัวไหล่, ข้อเข่า, คอ ตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีการบาดเจ็บที่รุนแรง - มีรายงานกระดูกสันหลังยุบ ในนักกอล์ฟสตรีสูงอายุ  - นักกอล์ฟที่หัดเล่นใหม่ 18 ราย (เฉลี่ยเล่นกอล์ฟ 8 สัปดาห์) 15 รายพบ กระดูกซี่โครงหัก 3 รายกระดูกซี่โครงข้างขวาหัก ส่วนใหญ่กระดูกซี่โครงที่ 4, 5, 6 ตำแหน่งที่หักอยู่ตำแหน่งค่อนข้างไปทางด้านหลัง การป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับผู้อื่น  - เก็บรักษาไม้กอล์ฟในที่ปลอดภัย ไม่ให้เด็กเอามาเหวี่ยงเล่นเองได้ - เมื่อสอนเด็กเล่นกอล์ฟต้องให้ผู้ใหญ่แนะนำและเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย - เวลายืนต้องเว้นระหว่างจากผู้ที่กำลังสวิงกอล์ฟ อย่างน้อย 4 ช่วงไม้กอล์ฟ และไม่ล้ำหน้าไปในทิศทางของลูกกอล์ฟ ปัญหาการบาดเจ็บของนักกอล์ฟ 1. การซ้อมหรือการแข่งขันมากเกิน 2. เคยได้รับการบาดเจ็บมาก่อน ทำให้มีการบาดเจ็บซ้ำ 3. ส่วนใหญ่พบที่หลัง, ข้อมือ, ข้อศอก, ไหล่, เข่า 4. การบาดเจ็บอาจไม่รุนแรง แต่ทำให้เล่นไม่ดี และอาจทำให้มีการบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น ข้อแนะนำ : - ก่อนการซ้อมและแข่งขันทุกครั้ง ต้องทำการอบอุ่นร่างกาย บริหารกล้ามเนื้อให้ ยืดเหยียดได้ดีก่อน - ควรออกกำลังกายกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และทนทาน เช่น การวิ่ง, ยกน้ำหนัก - แก้ไขวงสวิงให้ถูกต้องเพื่อลดการบาดเจ็บ และเล่นกอล์ฟได้ดีขึ้น จำเป็นต้องปรึกษาครูสอนกอล์ฟ - เลือกใช้ไม้กอล์ฟ, รองเท้าให้เหมาะสม  - เมื่อมีการบาดเจ็บควรหยุดเล่น ปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่แรก - ก่อนจะกลับมาเล่นใหม่ ควรหายจากการบาดเจ็บและสร้างเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงก่อน  การป้องกันอันตรายระหว่างการเล่นกอล์ฟ           อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากแสงแดด, การสูญเสียน้ำ, การบาดเจ็บจากการถูกลูกกอล์ฟ, อันตรายจากสัตว์ในสนามกอล์ฟ หรือจากฟ้าผ่า  ข้อแนะนำ : - ท่านนักกอล์ฟควรป้องกันอันตรายจากแสงแดด เช่น ทาครีมกันแดด ใส่หมวก เสื้อแขนยาว  - ดื่มน้ำให้มากพอก่อนและหลังการเล่น และควรดื่มน้ำระหว่างการเล่นไม่ต้องรอกระหายน้ำ  - ถ้ามีเหงื่อออกต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมง ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ร่วมด้วย - ต้องรู้กฎมารยาทในการเล่นกอล์ฟ ก่อนที่จะสวิงไม้กอล์ฟ ต้องตรวจดูว่ามีผู้ใดยืน อยู่ใกล้ ๆ จนอาจเกิดอันตรายจากไม้ตีกอล์ฟ รอจนกว่าจะแน่ใจว่าผู้เล่นกลุ่มหน้าเดินพ้นระยะแล้ว - นักกอล์ฟไม่ควรจะเข้ามาในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตราย ต่อสัตว์ แมลงมีพิษ - เมื่อเกิดอันตรายจากฟ้าผ่าต้องหยุดเล่นกอล์ฟก่อน และรีบออกจากสนามทันที่ References M.R. Farrally and A.J. Cochran (1998). Science and Golf Ⅲ. Human Kinetics.Jobe, F.W., and Schwab, D.M. (1991). Golf for the mature athlete. Clin Sports Med,10 (2) ,269 – 282. McCarroll, J.R., and Gioe, T.J. (1982). Professional golfers and the price they pay.Physician SportsMed, 10 (7), 64 – 70. McCarroll, J.R., Retting, A., and Shelbourne, K. (1990). Injuries in the amateur golfer. Physician SportsMedm, 18(3), 122 – 126. 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม