ความประทับใจของผู้ป่วย

ความประทับใจจากรุ่นแม่ถึงรุ่นลูก

ความประทับใจจากรุ่นแม่ถึงรุ่นลูก          ก่อนที่จะเลือกฝากครรภ์กับทางรพ.วิภาวดี ตอนแรกก็มี 2 choice ในใจเป็นรพ.เอกชนทั้งคู่ ที่แรกเนื่องจากใกล้บ้านและใหม่ แต่รู้สึกว่าคุณหมอยังไม่ชำนาญหรือยังไม่คลิ๊กกับคุณหมอ และเมื่อไปตรวจตอนประมาณ 4 week กลับยังไม่รู้ว่าท้องจริงหรือท้องลม จึงทำให้เป็นจุดเปลี่ยนใจเลือกที่จะเปลี่ยนรพ. ได้ปรึกษาคุณแม่ ท่านแนะนำคุณหมอสุนีย์ ศักดิ์ศรี เป็นคุณหมอสูติที่รพ.วิภาวดี คุณแม่บอกท่านเก่ง ดูแลดี คุณแม่ท้องก็ฝากครรภ์กับคุณหมอท่านนี้  ตอนนั้นคุณแม่ก็มี Accident มีภาวะเสี่ยงแท้งทั้งตอนที่ท้อง 3 (พี่สาว) และท้อง 4 ที่เป็นเรา ก็ได้คุณหมอสุนีย์คอยดูแลเป็นอย่างดี จนทำให้มีพี่สาวและเราออกมาได้ เลยตัดสินใจมาฝากครรภ์กับท่าน เพราะตอนที่เราเกิดก็เป็นคุณหมอสุนีย์ที่ดูแลและทำคลอดเราออกมา และเมื่อมาหาคุณหมอตรวจปุ๊บก็เจอเลยว่าท้อง แบบจิ้มปุ๊บเจอปั๊บเลย ก็เลยรู้สึกว่ามาฝากครรภ์ที่นี่ดีกว่า เพราะคุณแม่ก็เชียร์อยู่ และที่รพ.วิภาวดีค่อนข้างครบครัน มีคุณหมอที่เก่ง และมีพยาบาลที่คอยดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่ที่มาฝากครรภ์จนถึงวันคลอด และถ้ามีเหตุ Accident ก็สามารถที่จะโทรปรึกษาได้เลย ทำให้รู้สึกดีมากๆ เลยวางใจตลอดการตั้งครรภ์ และก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ขอบคุณคุณหมอและรพ.วิภาวดี ที่ดูแลครอบครัวเรา

"พอทำ ICL แล้วก็ชีวิตเปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นดีขึ้นมากกก" ความประทับใจจากการทำ ICL ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลวิภาวดี Advanced Lasik Center

ผ่าตัด ICL ครบ 1 เดือนแว้ววว มารีวิว เราสายตาสั้น 750 กับ 700 เอียงเล็กน้อย สายตา 2 ข้างไม่เท่ากัน แถมกระจกตาขวามีรอยแผลเป็นอีก ทำเลสิกไม่ได้ เลยตัดสินใจทำ ICL พอทำแล้วก็ ชีวิตเปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นดีขึ้นมากกกก เสียดายอย่างเดียว...ทำไมชั้นไม่ทำให้เร็วกว่านี้น้าาาาา ข้อดี จะไปไหนเราก็ไม่ต้องกลัวลืมแว่น น้ำยา กล่องใส่คอนแทก อีกต่อไป (คือลืมเป็นประจำ ไปเที่ยวไหนก็ต้องวนเช็คของก่อน) กลางคืนก็ไม่ต้องคลำหาแว่นแล้ว ยิ่งตอนให้นมลูกนะลำบากมากเลย....แต่คือตอนนี้ตื่นมากลางคืนก็ยังคลำอยู่ เพราะเคยชินมาเกือบ 30 ปี ตอนเมาขี้ตาก็เลยยังจำไม่ได้ แต่พอลืมตาดีๆก็คิดออกว่าตรูเห็นชัดแล้วนี่หว่า ถามว่า เจ็บไม๊ =ตอนผ่าตัดไม่เจ็บเลยจ้า แต่รู้สึกว่าหมอทำอะไรกะลูกตาเราตลอด หมอจะให้จ้องแสงไฟที่จ้ามาก จนตาเราปรับเริ่มชิน เราก็จะมองไรไม่เห็น เห็นแค่แสง กับเงาดำๆ หมอก็จะชวนคุยไปเรื่อยๆ บรรยายว่าตอนนี้ทำไรอยู่ ผ่าไม่ถึงครึ่งชม.ก็เสร็จแล้ว ผ่าทีเดียว 2 ข้างเลยไม๊ =ไม่จ้า ผ่าวันละข้าง วันพฤ.เช้าผ่าซ้าย(ตาที่ถนัดก่อน) ศ.เปิดตาซ้าย(แต่ใส่ที่ครอบใสๆ) แล้วก็ผ่าตาขวา ส.ก็เปิดตาขวา บ่ายก็กลับบ้านได้แล้ว หลังผ่าตัดทำไงต่อ = 2 สัปดาห์แรกตั้งแต่คอขึ้นไปห้ามโดนน้ำ ทาครีม หรือแต่งหน้า ห้ามเอามือจับ คือแค่แตะๆที่เปือกตาก็เจ็บแบบระบมๆอยู่นะ ระวังอย่าให้อะไรเข้าตา ช่วงนี้ก็เช็ดหน้าเอา สระผมแบบนอนสระ หยอดยาฆ่าเชื้อ+น้ำตาเทียม ใส่แว่นกันแดดเพราะสู้แสงจ้าไม่ค่อยได้แต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ และใส่ที่ครอบตาเวลานอน จะมีอาการตาแห้งและเห็นแสงเป็นวงๆ หลังจาก 2 สัปดาห์อาการต่างๆก็ดีจะขึ้น หมอบอกแผลหายสนิท เลนส์สวยดีมาก แต่ตอนนี้ครบ 1 เดือนก็ยังเห็นแสงเป็นวงอยู่บ้างโดยเฉพาะข้างขวา หมอบอกว่าเป็นเพราะรอยแผลเป็นมันสะท้อนกับขอบเลนส์ อีกข้างไม่ค่อยเห็นแล้ว หมอว่าจะดีขึ้นใน 1-2 เดือน ขอบคุณคุณหมอฐิดานันท์ รัตนธรรม หมอเก่ง มีประสบการณ์มาก และทีมงานมืออาชีพ ที่ดูแลอย่างดี เป็นกันเอง น่ารักทุกคนเลย ตั้งแต่ที่โทรถามข้อมูล 555 ถามเยอะมาก จนถึงตอนนี้ก็ยังถาม ขอบคุณคุณสามีและลูกๆทั้ง 3 ที่เป็นกำลังใจ กำลังเงิน ดูแลตัวเองในช่วงที่แม่ไปผ่าตัดและอนุญาตให้แม่ไปนอนรพ. 3วัน 2คืน อ้อ เป็นแพกเกจนะจ๊ะ ผ่าตัดแล้วได้ห้องพักด้วย 2 คืน ห้องมาตรฐาน สะอาด สงบ นอนหลับสบาย ไม่ต้องเดินทางไปๆมาๆ มีพยาบาลดูแลตลอดๆ ดีจริงๆ เหมาะกับคนตจว.อย่างแม่มาก แถมยังไม่ต้องเดินอี๊ก(แบบว่านั่งรถเข็นกับเตียงมีคนเข็นให้ตลอด) #แอบส่องหมอได้ที่ https://thidanan.com/ #ดูรีวิวอื่นๆได้ที่ https://m.facebook.com/pg/lasikadvancedcenter/posts/ #ตอนนี้เราก็ไปว่ายน้ำได้แล้ว...เย้...#จะไปเที่ยวไหนดีน้า

"หลังทำเยี่ยมมากเลยค่ะ แก้ได้ทั้งสายตาสั่นและสายตายาว" ความประทับใจจากการทำ ICL ที่ ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลวิภาวดี Advanced Lasik Center

ขอขอบคุณรีวิวจากคุณสาวิตรี และยินดีกับดวงตาคู่ใหม่ด้วย โลกสดใสไร้แว่นไร้คอนแทคเลนส์ 

"ดีใจกับโลกใบใหม่มากโลกสดใสได้กลับมาอีกครั้ง"ความประทับใจหลังจากทำเลสิค ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลวิภาวดี Advanced Lasik Center

ยินดีกับคุณศิริกาญจนาด้วย จากสายตาสั้นเอียงเกือบ 700 ปัจจุบัน ไม่มีค่าสายตาแล้ว เป็น 0 ปกติ ตาเปล่ามองได้คมชัดแถวล่างสุดของชาร์ต (20/20) โลกใบใหม่สดใสคมชัดไม่ต้องพึ่งแว่นและคอนแทคเลนส์

"ขอบคุณ คุณหมอดวงพร มากมากกก ที่มอบดวงตาอันใหม่ให้" ความประทับใจจากการทำหลังจาดทำเลสิค ศูนย์เลสิค โรงพยาบาบวิภาวดี Advanced Lasik Center

ขอขอบคุณรีวิวสุดน่ารักจากคุณสุขสวรรค์ หลังทำเลสิควันแรกมองชัดได้แถวล่างสุดของชาร์ตเลย Supervision แล้ว ยินดีกับโลกใบใหม่สดใส

“ช่วงเวลาแห่ง...ความสุข” เมื่อวรวุฒิ ศรีสุภา ผู้รักษาประตูทีมการท่าเรือ ได้ลูกคนแรก

“ช่วงเวลาแห่ง...ความสุข” เมื่อวรวุฒิ ศรีสุภา ผู้รักษาประตูทีมการท่าเรือ ได้ลูกคนแรก            ตอนแรกที่รู้ว่าท้องเพื่อนก็แนะนำมาค่ะ เพื่อนบอกต้องที่รพ.วิภาวดีและคุณหมอกฤษณีท่านนี้เลย พอได้มาพบคุณหมอไม่ผิดหวังเลยค่ะ ตอนแรกไม่มีอาการอะไรเลยค่ะ จะมีแค่อาการคลื่นไส้ เหม็นน้ำหอม เหม็นทุกอย่าง อาหารก็กินยาก แต่น้ำหนักขึ้นอยู่ค่ะ เพราะพยายามกิน พยายามดูแลตัวเองให้ดี โดยในแต่ละวันจะทานประมาณ 6-8 มื้อ แต่กินได้ทีละนิด การเตรียมตัวคงต้องบอกว่าก็พยายามเข้าร่วมทุกกิจกรรมที่มีและดูข้อมูลในInternet ไปซื้อของน้องทุกอย่างเลย และทำตามคำแนะนำของแพทย์ตลอด ความรู้สึกตอนท้อง ช่วงแรกยังไม่แตกต่างมาก พอรู้สึกว่าน้องเริ่มดิ้นได้แล้วก็จะรู้สึกเริ่มต่างแหละ ตื่นเต้นมากค่ะลุ้นไปหมด หลังคลอดเอาจริงๆที่แผลไม่ค่อยเจ็บมากเท่าไร แต่ว่าแค่เหมือนตรงมดลูกจะมีจี๊ดๆหน่อยเวลาเดิน เวลาลุก แต่ถ้าเดินไปสักพักหนึ่งก็จะเดินได้ แต่ถ้ากับมานั่งหรือนอนสักพักหนึ่งและลุกขึ้นไปเดินใหม่ก็จะหน่วงๆหน่อยแค่นั้นเอง ตอนแรกที่ได้เห็นลูกน่ารักค่ะ แต่ก็เหมือนแบบยังงงๆอยู่ว่า เอ๊ะใครอ่ะ เหมือนเรายังไม่เคยเห็น ยังไม่คุ้นพอสักพักหนึ่ง เราเริ่มคุ้นกันก็น่ารักดีนะลูกเรา รพ.วิภาวดีเป็นรพ.ที่ดีพยาบาลทุกคนดูแลดีมากรวมถึงคุณหมอน่ารักมากให้ข้อมูลดี แนะนำดี ใส่ใจ คือทุกเดือนช่วงที่มาฝากครรภ์คุณหมอจะลงรายละเอียดให้ตลอด คืออยากรู้อะไรก็สามารถที่จะสอบถามได้ตลอด มีปัญหาอะไรคุณหมอก็พยายามที่จะแนะนำทุกข้อและปรับแก้ไขให้เราตลอด แนะนำคุณแม่คนใหม่ทุกคนนะคะ ไม่ต้องกลัวการตั้งครรภ์เลยค่ะ ถ้าเทียบกับลูกน้อยที่รอคอย เพราะตลอดการตั้งครรภ์และฝากท้องที่รพ.ทุกเดือนที่ต้องมาหาหมอมันมีความสุข จดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากถาม อยากรู้ ซึ่งคุณหมอจะตอบและลงรายละเอียดให้ได้ทราบมากกว่าคำถามที่เตรียมมา และพี่ๆพยาบาลที่แผนกสูติ-นรีเวช เป็นที่ปรึกษาระดับแรกเลย ให้คำตอบที่ดีมาก สรุปทุกอย่างดีมากเลยค่ะ ประทับใจมาก และขอขอบคุณรพ.วิภาวดีที่ช่วยดูแลมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงคลอดน้องออกมา

คุณรัตนัย ส่องแสงจันทร์ นักฟุตบอลทีมการท่าเรือ เอฟซี มาเล่าช่วงความรู้สึกให้ฟัง อีก 1 ท่าน ที่เกิดอุบัติเหตุขณะซ้อมฟุตบอล โหนกแก้มแตก

คุณรัตนัย  ส่องแสงจันทร์ นักฟุตบอลทีมการท่าเรือ เอฟซี  มาเล่าช่วงความรู้สึกให้ฟัง  อีก 1 ท่าน ที่เกิดอุบัติเหตุขณะซ้อมฟุตบอล โหนกแก้มแตก               ผมเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู ขณะซ้อมได้ออกไปล้มตัวลงปัดบอล และมีผู้เล่นเตะบอลเข้าที่ใบหน้า ส่งผลให้โหนกแก้มแตก ตาบวมทันทีและลืมตาไม่ขึ้น มีแผลแตกต้องเย็บบนใบหน้า ความรู้สึกเหมือนตาที่ประสบอุบัติเหตุจะมองไม่ค่อยเห็น คุณหมอวินิจฉัยว่ากระดูกใต้ตาแตกหักต้องผ่าตัดโดยจะใส่ไทเทเเนียมเข้าไปแทน หากไม่ผ่าจะมีผลกระทบตามมาซึ่งเป็นผลไม่ดี ตอนนั้นคุณหมอแจ้งว่าบริเวณที่จะทำการผ่าตัดห่างจากจอประสาทตาเพียงแค่ 1 ซม. ความรู้สึกแรกกังวลกลัวว่าจะตาบอด หรือการมองเห็นไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ กลัวว่าจะกลับไปเล่นฟุตบอลเหมือนเดิมไม่ได้ครับ ช่วงแรกที่การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีก็โล่งใจว่าตาไม่บอดแล้ว การมองเห็นในช่วงหลังการผ่าตัดแรกๆจะมีอาการมองเห็นภาพซ้อน มองไม่ค่อยชัดและมีอาการเวียนหัว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะเริ่มปรับตัวหลังจากผ่าตัดการมองเห็นเริ่มดีขึ้น กลับไปเล่นกีฬาได้ เพียงแค่ต้องระวังให้มากยิ่งขึ้น และในส่วนของแผลเป็นที่คุณหมอทำการผ่าตัดให้แทบจะมองไม่เห็นเลยครับ ดีใจมาก ดวงตาเป็นส่วนที่สำคัญกับร่างกายและการดำเนินชีวิตมาก ควรระวังไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่บริเวณดวงตา และหากเกิดอุบัติเหตุจริง แนะนำให้ตั้งสติและรีบเข้ารับการรักษากับหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อย่างผมที่โชคดีเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิภาวดี หมอเก่งมาก ผมต้องขอบคุณท่านมากๆ เลยครับ รู้สึกประทับใจตลอดการรักษาเลยครับ การดูแลของคุณหมอทั้งสามท่านคุณหมอนราธิปในส่วนของการศัลยกรรมที่ผ่านไปได้ด้วยดีและแผลเป็นก็แทบมองไม่ออกว่าผ่าตัดมา คุณหมอระวีในส่วนของเฉพาะดวงตาคุณหมอดูแลในเรื่องของดวงตาให้ผมเป็นอย่างดี และคุณหมอปองหทัยดูแลในเรื่องของโพรงจมูก ดีมาก ทั้งพยาบาลก็ดูแลดีเช่นกัน ในการมารักษาครั้งนี้ทุกส่วนดูแลดีมากๆประทับใจมากครับ ดูรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยครับ

" เมื่อนักเตะคนโปรดคุณกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ เจออุบัติเหตุในการแข่งขัน ดั้งจมูกหัก มาบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่เริ่มจนถึงหายดี แล้วทำไมถึงดูไม่ออกว่าดั้งจมูกหัก "

" เมื่อนักเตะคนโปรดคุณกานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ เจออุบัติเหตุในการแข่งขัน ดั้งจมูกหัก มาบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่เริ่มจนถึงหายดี แล้วทำไมถึงดูไม่ออกว่าดั้งจมูกหัก "           วันที่ 2 ต.ค. 64 มีการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 การท่าเรือ เอฟซี พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด ในจังหวะนั้นได้มีการขึ้นโหม่งของผมและผู้เล่นของเมืองทอง ทำให้ศีรษะของผู้เล่นทีมเมืองทองได้กระแทกมาที่จมูกของผม หลังจากนั้นก็ล้มลงและมีเลือดไหลบริเวณจมูก อาการในตอนที่ล้มลงก็คือ รู้สึกชา ยังไม่เจ็บเท่าไร แต่รู้ว่ามีเลือดไหลออกมาเยอะมาก ลืมตาไม่ขึ้นเพราะเลือดไหลเข้าตา แต่พอสักพักเริ่มรู้สึกปวดบริเวณที่โดนกระแทกมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกแรกที่หมอวินิจฉัยก็แอบตกใจว่าเป็นเยอะเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่ได้กังวลมาก เพราะทำใจมาบ้างแล้วว่าจมูกหัก ที่กังวลตอนแรกก็คือกลัวเรื่องสมองกับตาจะได้รับผลกระทบ พอหมอวินิจฉัยว่ามีแค่ส่วนจมูกที่ได้รับบาดเจ็บและมีแผลฉีกไปถึงหน้าผากนิดนึงก็รู้สึกโอเคขึ้น หลังผ่าตัดรู้สึกดีขึ้นมาก เพราะหมอแจ้งว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อยากให้ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุลักษณะนี้ไม่ต้องกังวลจะรักษาที่ไหนก็ตาม ขอให้เชื่อมั่นในการรักษาของหมอนะครับและควรเป็นหมอเฉพาะทางด้วยจะดีที่สุดครับ ผมโชคดีที่ได้มาที่โรงพยาบาลวิภาวดี เพราะมีทีมแพทย์ที่เก่ง รักษาได้รวดเร็วและมีผลลัพธ์ที่ดี ประทับใจในการดูแลของคุณหมอที่ให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังผ่าตัด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลกับการรักษา หมอเย็บแผลได้สวยมาก และทีมแพทย์ที่ดูแลตลอดการพักฟื้นที่โรงพยาบาลวิภาวดีดูแลเป็นอย่างดี ขอบคุณครับ 

โรคงูสวัด 【แชร์ประสบการณ์จริง】อันตรายมากในผู้สูงอายุ: อาการยังไง & รักษาวิธีไหน

โรคงูสวัด ในช่วงนี้ มีการระบาดในกลุ่มผู้สูงอายุอยู่นะคะ ทุกคนอย่าประมาท ทีมงานสื่อสารองค์กร ขอสัมภาษณ์ดิฉัน เพราะคุณแม่เป็นโรคงูสวัดบนใบหน้า และเข้าถึงตาซ้าย ซึ่งอันตรายมาก แต่ดิฉันขอขียนเรื่องเอง เพราะต้องการบันทึกเรื่องราว เก็บไว้เอง เนื่องจากเป็นคนชอบเขียน คุณแม่ดิฉัน เป็นโรคงูสวัดค่ะ บริเวณที่เป็น คือ โซน B1 ใบหน้าซีกซ้ายบน เป็นครั้งหนึ่งที่คุณแม่ป่วย แล้วลูกๆ รู้สึกผิดมากมาย..... ดิฉันจะเล่าให้ฟังค่ะ เย็นวันจันทร์ที่ 15 กพ. พี่สาว โทรมาบอกว่า แม่มีอาการตาแดง ดิฉันขอให้ถ่ายรูปให้ดูพบว่า ตาแดงจริง แต่ไม่มาก จึงส่งรูปต่อไปยังคุณหมอโรคหัวใจที่รู้จักกัน ถามว่า ตาแดงระดับนี้ ควรงดยาละลายลิ่มเลือดไหม (กลัวเลือดจะออกในลูกตามากขึ้น) คุณหมอบอกว่า ไม่ต้องงด ดิฉันตั้งใจว่า พรุ่งนี้เช้า ถ้าไม่ดีขึ้น จะให้พี่สาวพามาหาหมอตา แต่ช่วงที่โทรคุยกับพี่สาวนั้น แม่แย่งโทรศัพท์มาพูดกับดิฉันว่า “ทำไมแม่ปวดหัว” ดิฉันก็บอกว่า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ คงมาจากปวดตานั่นแหละ กินพาราไปเม็ดนึงละกัน” – แต่ก็ทราบจากพี่สาวต่อมาว่า แม่ไม่ได้กินยา เช้า อังคาร ที่ 16 กพ. อาการตาแดง ของแม่เป็นมากขึ้น พี่สาวจึงพามาหาหมอตาที่รพ.วิภาวดี หมอวินิจฉัยว่า เปลือกตาอักเสบมาก ผิวเปลือกตาที่อักเสบ เป็นขรุขระ ครูดกระจกตาเป็นรอย .... แค่นี้ดิฉันก็ใจแป้วแล้ว แม่คงเจ็บตามาก แต่หมอตาก็เอะใจ พยายามหาเม็ดและผื่น บริเวณใบหน้า ว่ามีบ้างไหม ก็ไม่มี ... ตลอดเวลา ที่อยู่ รพ. และอยู่กับหมอ แม่บ่นว่า ..ปวดหัว.... หมอตานัดแม่ วันรุ่งขึ้นเลย เพื่อติดตาม กระจกตา  และดูเชื้อในตา ว่าเป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย กลับบ้าน แม่ยังคงบ่นปวดหัว คราวนี้ดิฉันให้กินพาราอีก แม่ก็กินไป 1 เม็ด เช้า พุธที่ 17 กพ. พาแม่หาหมอตา ดูกระจกตา พบว่า ยังไม่ดีขึ้น หมอกลัวจะเป็นโรคอื่นแล้ว เช่น เริม ดูเม็ดต่างๆ ตามใบหน้า (โดยเฉพาะซีกซ้าย) ก็ไม่พบ ...และ แม่ก็บ่นปวดหัวตลอด หมอตานัดอีก วันรุ่งขึ้นเพื่อติดตาม เช้ามืด พฤหัสที่ 18 กพ. พี่สาวส่งรูปใบหน้าแม่ ที่มีตุ่มใสๆขึ้น และผื่นแดงขึ้นที่หน้า ซีกซ้าย ให้ดู ดิฉันใจหล่นไปกองข้างล่าง  มือไม้สั่น รีบอ่านเรื่อง เริมขึ้นที่ตา พบว่า อาการนำ คือปวดหัวมาก !! และถ้ามีปัญหาถึงกระจกตา อาจถึงขั้นทำลายกระจกตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ครั้งนี้ ดิฉันนัด 3 หมอ หมอผิวหนัง (เรื่องเริม) หมอตา (เรื่องกระจกตา) และหมอระบบประสาทวิทยา (เรื่องปวดหัว) และรีบไปรับแม่มารพ. พอหมอผิวหนัง เห็นหน้าแม่เท่านั้น หมอบอกว่า เป็นงูสวัด (ไม่ใช่เริม) เพราะแนวที่ขึ้นเม็ดและผื่น เป็นตามแนวเส้นประสาทพอดีซึ่งเส้นประสาทบริเวณใบหน้าเรา จะน่าทึ่งมาก คือแบ่งกึ่งกลางใบหน้าพอดีเป๊ะ โซนที่เป็น เรียกว่า โซน B1 (เหมือนโซนที่จอดรถเลย) คือใบหน้าซีกซ้ายบน (ใบหน้าซีกซ้ายกลาง คือ B2 และใบหน้าซีกซ้ายล่าง คือ B3) และ แม่จะต้องเจ็บปวด ทรมานมาก หมอบอกว่า ... แม่อดทนมาก ดิฉันแทบร้องไห้เลยค่ะ คำว่าปวดหัว ปวดหัว ที่ได้ยินจากแม่มา 2-3 วัน ลูกๆ กลับคิดว่า เป็นอาการปวดหัวปกติ หรือปวดหัวอันเกิดจากตาอักเสบ พอพาไปหาหมอตาต่อ หมอตาให้ นอนรักษาที่รพ. เลยค่ะ (พญ.ผกานาฏ เอี่ยมตระกูล) เพราะการรักษางูสวัด ที่จะหายโดยเร็ว คือการให้ยาทางหลอดเลือดดำ และคุณแม่ก็อายุมากแล้ว ควรรีบรักษาโดยด่วน ซึ่งก็นับว่า อยู่ในระยะเวลาที่รู้โรค และรักษาได้เร็ว คุณหมอด้านระบบประสาทวิทยา (ที่ดิฉันก็นัด นพ.พงศกร ตนายะพงศ์)  ตามไปดูแม่ให้ บนห้องที่พัก บอกว่า อาการปวดหัวของแม่ ตรงไปตรงมามาก จากโรคที่เห็น (งูสวัด) ไม่ใช่โรคที่เกิดจากภายใน (หลอดเลือดสมอง)แต่อย่างใด แต่คุณหมอก็ตรวจสอบอาการทั้งหมดด้วย เมื่อพี่ๆ รู้โรคของแม่ ต่างไลน์สำนึกผิดกันในไลน์กลุ่มพี่น้อง เพราะแม่เอง ก็ Early Detect ตัวเอง ด้วยการบอกเรื่องปวดหัว ๆ มาโดยตลอด แม่นอนโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 18 – 22 กพ. ช่วงที่อยู่รพ.อาการของโรคงูสวัดดีขึ้นทุกวัน จากยาที่ได้รับทางหลอดเลือดดำ ส่วนเรื่องที่น่าเป็นห่วง คือกระจกตา ที่มีความเสียหาย แต่ร่องรอยก็ดีขึ้นเป็นลำดับ คุณหมอทุกท่านแต่ละด้าน เอาใจใส่ดีมาก ขอบคุณ คุณหมอกิตติ ตระกูลรัตนาวงศ์ เป็นเจ้าของไข้ และคุณหมอที่ปรึกษาทุกท่าน ทั้งด้านโรคไต โรคผิวหนัง ที่ อดทนตอบคำถามของแม่(และลูกๆผู้สำนึกผิด) ส่วนพยาบาล ก็ต้องเข้าห้องคุณแม่บ่อยมาก เพราะต้องให้ยา และหยอดยาตา ทุก 4 ชม. น้องๆพยาบาล พยายามพูดคุย หยอกล้อกับคุณแม่ ให้คุณแม่คลายกังวล และลืมเรื่องปวดหัวไปได้มากดิฉันและพี่ๆ ขอขอบคุณ น้องพยาบาล Ward 8 V ทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ด้วย ผลพวงที่ตามมา จากการได้รับยาหลายขนานในผู้สูงอายุ คือแม่จะง่วงนอนตลอดเวลา ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน บางทีก็ฝันว่าไปที่นู่นที่นี่ บางทีก็พนมมือสวดมนต์ปากขมุบขมิบ แม่ยังพูดคุยกับลูกรู้เรื่อง แต่สักพักก็ลืม พอกลับบ้าน ปัญหาใหญ่ที่พี่สาวต้องดูแล (เพราะแม่อยู่กับพี่สาว) คือแม่จะเบลอ เพราะยานี่แหละค่ะ แม่มักจะง่วงนอน จำอะไรไม่ค่อยได้ จนคุณหมอให้ลดยา หรือ เว้นทานยาบ้าง ถ้าแม่ไม่ร้องปวดหัว (หมอบอกว่า งูสวัดในผู้สูงอายุนี้ จะมีความเจ็บปวดอยู่นาน)  แม่จะเป็นปกติ สติสัมปชัญญะ คืนมา รับโทรศัพท์เองได้ ประชดประชันได้ ด่าสุนัขได้เหมือนเดิม ทุกวันนี้ พี่สาวบริหารยา โดยค่อยๆลดยา เกี่ยวกับโรคปวด ของงูสวัด ลงเรื่อยๆ ตามที่หมอบอก ส่วนหมอตา ยังคงเฝ้าติดตาม เรื่องกระจกตาทุกสัปดาห์ แม้ว่า กระจกตาที่เสียหาย จะค่อยๆสมานจากด้านลึกแล้ว แต่ตาด้านซ้ายแม่ ยังมองไม่ชัด ยังคงต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ผ่านไป แม้ว่าแม่จะค่อยๆ ฟื้นตัวแล้ว  แต่ความรู้สึกของดิฉันและพี่ๆ ยังติดตรึงกับการให้แม่ ต้องปวดหัว ทรมานอยู่ 3 วัน เพราะคิดว่าเป็นการปวดหัวธรรมดา ตอนนี้  คิดเพียงแค่ให้แม่ได้พบหมอคนไหน เวลาไหน ก็ได้ เพื่อให้แม่ ได้เป็นปกติ ในวัย 89 อย่างเร็วที่สุด สิ่งที่อยากบอกจากการถอดบทเรียนนี้ อาการนำของโรคงูสวัด อาจไม่ใช่เม็ดตุ่ม หรือผื่นแดงก่อนเสมอไป การที่ผู้สูงอายุ รีบบอกอาการที่เป็น มากกว่าเลือกที่จะอดทนและเงียบไว้  ถือเป็นเรื่องที่ดี และต้องหาหนทางค้นหาโรคให้ได้ อย่าได้เห็นการร้องขอความช่วยเหลือนั้น เป็นเรื่องปกติ ถ้ามีการบอกกันบ่อยๆ วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด เป็นเรื่องจำเป็นแล้วค่ะ ควรรีบฉีด ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพราะการกระตุ้นภูมิจะดีกว่า การฉีดในอายุที่มากกว่านี้ การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จะลดลงตามลำดับ การฉีดวัคซีน ไม่ได้ป้องกันโรค 100 %  คนที่ฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด ยังมีโอกาสเป็นโรคงูสวัดได้ แต่อาการจะไม่รุนแรง ผู้สูงอายุ ที่มีอาการเบลอ อย่าให้ท่าน จมอยู่ในอาการนั้น ต้องพูดคุยกับท่าน ตลอดเวลาที่ท่านรู้ตัว เพื่อให้สมองได้ทำงาน มีความคิด รู้การโต้ตอบ หมั่นถามคำถามง่ายๆ หมั่นคุยถึงคนโน้นคนนี้ ที่ท่านรู้จัก ชวนคุย เรื่องอาหาร เรื่องท่องเที่ยว ห้ามคุยเรื่องข่าว เรื่องเครียดต่างๆ โดยเด็ดขาดค่ะ เรื่องการพูดคุย โดยลูกหลานนี้ สำคัญมากๆนะคะ คุณหมอบอกเลยค่ะ ปูผัด (นามแฝง)