โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลที่ควรรู้

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบหัวใจและหลอดเลือดมักจะเสื่อมลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

แม้ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจลำบาก แต่ในผู้สูงอายุอาการของโรคอาจไม่ชัดเจนหรือแตกต่างจากวัยอื่น บทความนี้จึงจะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเตือนโรคหัวใจขาดเลือดที่ควรเฝ้าระวัง และแนวทางดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจขาดเลือด


Key Takeaways

  • โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ (IHD) เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
  • อาการโรคหัวใจขาดเลือดอาจแตกต่างกันในแต่ละราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจลำบาก
  • ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ และอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมักพบร่วมกันหลายปัจจัย
  • การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมโรคประจำตัว การใช้ยาตามแผนการรักษา และการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

สารบัญบทความ

โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease) คืออะไร

สังเกตอาการโรคหัวใจขาดเลือด เป็นอย่างไร

โรคหัวใจขาดเลือด เกิดจากอะไร ทำไมมักเกิดกับผู้สูงอายุ

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ ควรดูแลอย่างไร

แนวทางการดูแลตัวเอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ

นอกจากโรคหัวใจขาดเลือดแล้ว ผู้สูงอายุเสี่ยงโรคหัวใจอะไรบ้าง

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ รู้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ


โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease) คืออะไร

ihd คือโรค

โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease) คือโรคที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ เนื่องจากหลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการสะสมของคราบไขมันและสารต่าง ๆ บริเวณผนังหลอดเลือด เมื่อเลือดไหลเวียนได้ลดลง หัวใจจึงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุจึงพบได้บ่อยกว่าวัยอื่น เนื่องจากหลอดเลือดมีการเสื่อมสภาพตามอายุ ประกอบกับการสะสมของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่เป็นเวลานาน ทำให้โอกาสเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบในผู้สูงอายุหรือการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น


สังเกตอาการโรคหัวใจขาดเลือด เป็นอย่างไร

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุสามารถแสดงอาการได้หลายรูปแบบ โดยความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับระดับการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • เจ็บ แน่น หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณกลางหน้าอก คล้ายมีของหนักกดทับ
  • มีอาการเจ็บร้าวไปยังไหล่ซ้าย แขนซ้าย คอ กราม หลัง หรือบริเวณลิ้นปี่
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ โดยเฉพาะขณะเดิน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ
  • หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อยจากการที่หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกว่าอัตราการเต้นของหัวใจในผู้สูงอายุผิดปกติ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือมีอาการเป็นลมในผู้สูงอายุจากการที่เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่เพียงพอ
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะเหงื่อเย็นร่วมกับอาการแน่นหน้าอก
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการแน่นท้อง ซึ่งอาจพบได้ในบางราย
     

ในผู้สูงอายุบางรายอาการอาจไม่ชัดเจนเหมือนผู้ป่วยวัยอื่น โดยอาจมีเพียงอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือหายใจลำบาก ทำให้โรคถูกวินิจฉัยล่าช้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้


โรคหัวใจขาดเลือด เกิดจากอะไร ทำไมมักเกิดกับผู้สูงอายุ

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุมักเกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบแคบลงหรืออุดตัน ทำให้หัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ดังนี้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น: ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น ผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้น และมีโอกาสเกิดการสะสมของไขมันมากขึ้น นอกจากนี้ผู้สูงอายุบางรายอาจพบความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ เช่น ภาวะผู้สูงอายุหัวใจเต้นช้า ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์
  • การสะสมของคราบไขมันในผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis): เป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ลดลง หากเกิดการอุดตันอย่างเฉียบพลันอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
  • ความดันโลหิตสูง: ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดได้รับแรงดันอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสียหายของหลอดเลือดและเร่งการเกิดหลอดเลือดแข็ง
  • ไขมันในเลือดสูง: โดยเฉพาะระดับ LDL-C ที่สูงเกินปกติ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันภายในหลอดเลือดหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ
  • การสูบบุหรี่: ทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มการอักเสบของผนังหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด
  • ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน: มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงในบางราย
  • การขาดการออกกำลังกาย ส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงอาจส่งผลต่อการบีบตัวของหัวใจและเพิ่มความเสี่ยงของโรคร่วมต่าง ๆ
  • ความเครียดเรื้อรังและการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจในผู้สูงอายุ และสุขภาพหลอดเลือดในระยะยาว
     

ผู้สูงอายุจำนวนมากมักมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อร่วมกัน จึงทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดสูงกว่าวัยอื่น และจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง


โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ ควรดูแลอย่างไร

ihd โรค

การดูแลโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุอย่างเหมาะสมมีส่วนสำคัญในการชะลอการดำเนินของโรค ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยแนวทางการดูแลที่สำคัญ ได้แก่

  • รับประทานยาตามแผนการรักษาของแพทย์: ควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและไม่หยุดยาเอง แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
  • ควบคุมโรคร่วมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ: ควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไขมันต่ำ พร้อมลดอาหารหวาน มัน และเค็ม
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม: เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับสภาพร่างกาย เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เพื่อเสริมความแข็งแรงของหัวใจ
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม: ช่วยลดภาระการทำงานของหัวใจและลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน
  • งดสูบบุหรี่: เพื่อป้องกันความเสียหายต่อหลอดเลือดและหัวใจ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียด: ช่วยลดผลกระทบต่อความดันโลหิตและสุขภาพหัวใจ
  • สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย: เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายขึ้น หายใจลำบาก หรือมีอาการเป็นลมในผู้สูงอายุ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพตามนัด: เพื่อติดตามอาการโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม
     

CABG คืออะไร? ทำความรู้จักการผ่าตัดบายพาสหัวใจเพิ่มเติมได้ที่นี่ : CABG คืออะไร ดูแลตัวเองก่อนและหลังผ่าตัดบายพาสหัวใจอย่างไร


แนวทางการดูแลตัวเอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ

แม้โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุจะเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่สามารถลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินของโรคได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ โดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และโปรตีนไขมันต่ำ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำตามความเหมาะสมของร่างกาย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ควบคุมระดับความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเนือยนิ่งหรือการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
     

การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้สูงอายุ และโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมได้


นอกจากโรคหัวใจขาดเลือดแล้ว ผู้สูงอายุเสี่ยงโรคหัวใจอะไรบ้าง

จากงานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดพบว่า นอกจากโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุแล้ว ยังมีโรคหัวใจและความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกหลายภาวะที่พบได้บ่อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนี้

  • ภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้สูงอายุ: เกิดจากหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หรือมีอาการบวมที่ขา
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ: โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคลิ้นหัวใจเสื่อม: พบได้บ่อยในผู้สูงอายุจากการเสื่อมตามวัย ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดผ่านหัวใจผิดปกติ และในบางรายอาจเกิดภาวะลิ้นหัวใจรั่วร่วมด้วย
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม: เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ลดลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือด
  • โรคความดันโลหิตสูง: แม้ไม่ใช่โรคหัวใจโดยตรง แต่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายชนิด
  • ภาวะหัวใจโต: มักเกิดจากหัวใจทำงานหนักเป็นเวลานาน เช่น จากความดันโลหิตสูงหรือโรคลิ้นหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ: เกิดจากการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงแขนหรือขาได้ไม่เพียงพอ และมักพบร่วมกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
     

ทำความรู้จัก “อัลไซเมอร์” โรคที่มากกว่าความหลงลืมในผู้สูงอายุ อ่านต่อได้ที่ : อัลไซเมอร์ หมั่นสังเกตอาการเป็นประจำ ก่อนสมองเสื่อมรุนแรง


โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ รู้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุเป็นโรคที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดไม่เพียงพอ การสังเกตสัญญาณเตือนโรคหัวใจขาดเลือด ควบคุมปัจจัยเสี่ยง และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมดูแลโรคหัวใจโดยทีมแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยและการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ ไปจนถึงการรักษาด้วยบอลลูนหัวใจ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในแต่ละระยะของโรค

ในกรณีที่จำเป็น อาจพิจารณาการผ่าตัดหัวใจหรือการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความเหมาะสมของสภาวะผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุ รักษาหายขาดไหม? ต้องกินยาไปตลอดชีวิตหรือเปล่า? 

โรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในทุกกรณี แต่สามารถควบคุมโรคและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์

อาการแน่นหน้าอกจากโรคหัวใจขาดเลือด แตกต่างจากอาการกรดไหลย้อนในผู้สูงอายุอย่างไร?

โรคหัวใจขาดเลือดมักทำให้เกิดอาการแน่นหรือการบีบตัวของหัวใจ และอาจร้าวไปที่แขน คอ หรือกราม ส่วนกรดไหลย้อนมักมีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว และสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารหรือนอนราบ

สัญญาณเตือนแบบไหนในผู้สูงอายุที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที?

หากมีอาการแน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก หน้ามืด หรือมีอาการเป็นลมในผู้สูงอายุ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน


References


บทความที่เกี่ยวข้อง