Guillain-Barre Syndrome คืออะไร อาการ และวิธีการรักษา

Guillain-Barre Syndrome

อาการอ่อนแรงเฉียบพลันที่เริ่มต้นจากปลายเท้าแล้วลุกลามขึ้นมาตามลำตัว เป็นสัญญาณเตือนทางระบบประสาทที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ภาวะนี้อาจมีสาเหตุมาจาก Guillain-Barre Syndrome (GBS) ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเส้นประสาทของร่างกายตัวเอง อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรงหรืออัมพาตได้ 

การทำความเข้าใจว่า Guillain Barre Syndrome คืออะไร รวมถึงอาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพระบบประสาท


Key Takeaways

  • Guillain-Barre Syndrome เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย
  • อาการ Guillain-Barre Syndrome ที่สำคัญ คือชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจลุกลามจนเกิดอัมพาต 
  • การรักษา Guillain-Barre Syndrome ทำได้โดยการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา และการฉีดอิมมูโนโกลบูลินเข้าหลอดเลือดดำ ร่วมกับกายภาพบำบัด

สารบัญบทความ

โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม (Guillain-Barre Syndrome) คืออะไร

Guillain-Barre Syndrome อาการเป็นอย่างไร

Guillain-Barre Syndrome มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

Guillain-Barre Syndrome เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

แนวทางการวินิจฉัยโรค Guillain-Barre Syndrome

การรักษา Guillain-Barre Syndrome ทำได้อย่างไร

การรักษาทางกายภาพบำบัดสำหรับโรค Guillain-Barre Syndrome

Guillain-Barre Syndrome ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ที่อาจทำให้อัมพาต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Guillain Barre Syndrome


โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม (Guillain-Barre Syndrome) คืออะไร

Guillain-Barre Syndrome (GBS) คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติและโจมตีระบบประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะปลอกไมอีลิน (Myelin Sheath) ที่ทำหน้าที่หุ้มและนำสัญญาณประสาท เมื่อปลอกนี้ถูกทำลาย การส่งสัญญาณประสาทระหว่างสมองกับกล้ามเนื้อจะบกพร่องหรือขาดหายไป ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรวดเร็ว หรือรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตได้

GBS ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่พบได้ไม่บ่อย ข้อมูลจากศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าพบอุบัติการณ์ของ Guillain-Barre Syndrome อยู่ที่ประมาณ 1–2 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี โดยเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อยประมาณ 1.5 เท่า

หากสังเกตพบอาการผิดปกติของระบบประสาท การเข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุดถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในบางกรณีอาการ GBS อาจคล้ายโรคทางระบบประสาทอื่น เช่น Bell Palsy ภาวะเส้นประสาทใบหน้าอักเสบ โรคพาร์กินสัน และอาการสมองฝ่อ เป็นต้น ทำให้ต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง


Guillain-Barre Syndrome อาการเป็นอย่างไร

อาการของ Guillain-Barre Syndrome มักเริ่มต้นอย่างรวดเร็วและค่อย ๆ รุนแรงขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ โดยลักษณะสำคัญ ได้แก่

  • อาการชาปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม (Paresthesia) หรือมีความรู้สึกปวดเจ็บลึก ๆ บริเวณกล้ามเนื้อต้นขาและหลัง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง เริ่มจากขาทั้งสองข้างก่อนลุกลามขึ้นด้านบน
  • เดินลำบาก ทรงตัวไม่ดี หรือหกล้มบ่อย
  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเส้นประสาท โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง ทำให้ยิ้ม หลับตาไม่ถนัด พูดไม่ชัด หรือกลืนอาหารลำบาก
  • การมองเห็นผิดปกติหรือเห็นภาพซ้อน (Double vision)
  • ปัญหาระบบอัตโนมัติ (Autonomic Dysfunction) ความดันโลหิตผันผวน หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrthythmia) เหงื่อออกมาก หรือกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ 
  • หายใจลำบากหรือไม่สามารถหายใจได้เอง จากภาวะกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

Guillain-Barre Syndrome มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

gbs syndrome

แม้จะเรียกรวมว่า Guillain-Barre Syndrome แต่ในทางการแพทย์สามารถแบ่งออกเป็นหลายชนิดตามลักษณะของเส้นประสาทที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

  • Acute Inflammatory Demyelinating Polyradiculoneuropathy (AIDP) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการทำลายปลอกไมอีลิน (Myelin Sheath) ของเส้นประสาท ทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากส่วนล่างของร่างกายก่อน แล้วค่อย ๆ ลุกลามไปยังแขนหรือใบหน้า
  • Miller Fisher Syndrome (MFS) มีลักษณะเด่นคือ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การทรงตัวผิดปกติ (Ataxia) และรีเฟล็กซ์ลดลง (Areflexia)
  • Acute Motor Axonal Neuropathy (AMAN) ส่งผลต่อเส้นประสาทสั่งการ (Motor Nerves) เป็นหลัก ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงโดยไม่มีอาการชาชัดเจน
  • Acute Motor Sensory Axonal Neuropathy (AMSAN) เป็นชนิดที่รุนแรงกว่า AMAN โดยมีผลต่อทั้งเส้นประสาทรับความรู้สึกและเส้นประสาทสั่งการ

Guillain-Barre Syndrome เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของ Guillain-Barré Syndrome ว่าคืออะไร แต่คาดว่าเกิดจากการตอบสนองผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่หันมาทำลายเส้นประสาทของตนเอง โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย Campylobacter : เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักมาจากการรับประทานสัตว์ปีกที่ไม่สุกหรือน้ำที่ปนเปื้อน
  • การติดเชื้อไวรัส : เช่น ไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalovirus), ไวรัส Epstein-Barr, ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza), และไวรัส Zika
  • การติดเชื้อ COVID-19 : มีรายงานการเกิด GBS ภายหลังการติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
  • การผ่าตัดหรือการบาดเจ็บ: ผู้ป่วยบางรายเกิด GBS Syndrome ภายหลังการผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส
  • โรคมะเร็งบางชนิด : โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma) ซึ่งอาจกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • วัคซีน (หายากมาก) : พบรายงานว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่บางชนิดอาจมีความเชื่อมโยง แต่ความเสี่ยงนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ของการฉีดวัคซีน

แนวทางการวินิจฉัยโรค Guillain-Barre Syndrome

การตรวจวินิจฉัย Guillain-Barre Syndrome จะต้องอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาทที่จำเพาะ เนื่องจากอาการอ่อนแรงเฉียบพลันอาจมีความคล้ายคลึงกับภาวะอื่น เช่น เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกที่มักจะอ่อนแรงครึ่งซีก หรือภาวะหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ที่ทำให้ชาและอ่อนแรงแขนขา กระบวนการวินิจฉัยหลักประกอบด้วย

  • ประวัติและการตรวจร่างกาย : แพทย์จะซักประวัติอาการอ่อนแรง ชา และการติดเชื้อก่อนหน้า พร้อมตรวจรีเฟล็กซ์และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • การตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture / Spinal Tap) : ผลตรวจที่บ่งชี้ Guillain-Barre Syndrome คือพบระดับโปรตีนสูงขึ้นอย่างเด่นชัด แต่จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติ 
  • การตรวจการนำสัญญาณประสาท (Nerve Conduction Tests) : ช่วยประเมินความเร็วการนำสัญญาณประสาท
  • การตรวจ Electromyography (EMG) : เพื่อประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
  • การตรวจ MRI : แพทย์อาจแนะนำให้ทำ MRI สมองและไขสันหลัง เพื่อประเมินและแยกแยะรอยโรคอื่น ๆ ออกไป เช่น เนื้องอกในสมอง หรือโรคไขสันหลัง

การรักษา Guillain-Barre Syndrome ทำได้อย่างไร

การรักษา Guillain-Barre Syndrome

การรักษา Guillain-Barre Syndrome มุ่งเน้นการหยุดยั้งการทำลายเส้นประสาท ลดภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมการฟื้นตัวของระบบประสาท โดยมีแนวทางการรักษาหลัก ได้แก่

  • การเปลี่ยนถ่ายพลาสมา (Plasmapheresis) : เป็นกระบวนการนำเลือดของผู้ป่วยผ่านเครื่องกรองเพื่อแยกเอาพลาสมาที่มีแอนติบอดีตัวก่อเหตุที่คอยทำลายเส้นประสาทออกไป ก่อนส่งเลือดกลับคืนสู่ร่างกาย 
  • การฉีดอิมมูโนโกลบูลินเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous Immunoglobulin - IVIG) : เป็นการฉีดสารภูมิต้านทานที่สกัดจากเลือดของบริจาคจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย สารภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการทำงานของแอนติบอดีที่ผิดปกติได้
  • รักษาประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) : การเฝ้าระวังระบบสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดใน ICU การใช้เครื่องช่วยหายใจหากกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง การให้ยาระงับปวด และการให้ยา Heparin ป้องกันลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกเนื่องจากผู้ป่วยขยับตัวไม่ได้

การรักษาทางกายภาพบำบัดสำหรับโรค Guillain-Barre Syndrome

การทำกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในทุกระยะของการรักษา Guillain-Barre Syndrome โดยข้อมูลจากศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าการเริ่มกายภาพบำบัดตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้อฝ่อลีบ ข้อต่อยึดติด หรือการติดเชื้อที่ปอดและทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในระยะแรก นักกายภาพบำบัดจะช่วยจัดท่าทางที่เหมาะสม ฝึกการเคลื่อนไหวข้อต่อ เพื่อป้องกันข้อติดและลดการเกิดลิ่มเลือด พร้อมดูแลระบบหายใจร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น จะมีการฝึกยืน เดิน การทรงตัว และกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นลำดับ


Guillain-Barre Syndrome ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ที่อาจทำให้อัมพาต

Guillain-Barre Syndrome เป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย ส่งผลให้เกิดอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจลุกลามจนเกิดภาวะอัมพาตได้ แต่หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว โอกาสฟื้นตัวก็มีสูง ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติหลังการรักษาและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม

ที่ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลวิภาวดี มีบริการดูแลผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง สามารถตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ทั้งการตรวจ EMG, MRI หรือตรวจการนำสัญญาณประสาท เพื่อวางแผนรักษาและออกแบบโปรแกรมกายภาพบำบัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Guillain Barre Syndrome

โรค GBS รักษาหายขาดไหม? ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเดินได้ปกติ?

ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้ดี ทั้งนี้ระยะเวลาในการฟื้นตัวจะแตกต่างกัน อาจดีขึ้นใน 6 เดือนหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค 

โรคกิแลง-บาร์แร ซินโดรม เป็นโรคติดต่อหรือโรคทางพันธุกรรมไหม?

ไม่ใช่โรคติดต่อและไม่จัดเป็นโรคทางพันธุกรรมโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันหลังการติดเชื้อบางชนิด 


References


บทความที่เกี่ยวข้อง