กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากอะไร? พร้อมแนะนำแนวทางการรักษา

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ระบบประสาทและการสั่งการของกล้ามเนื้อเปรียบเสมือนเครือข่ายสื่อสารสำคัญของร่างกาย แต่เมื่อระบบภูมิคุ้มกันเกิดความผิดพลาดจนหันมาทำลายตัวรับสัญญาณประสาทเสียเอง ย่อมส่งผลให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis ซึ่งเป็นภาวะเรื้อรังที่บั่นทอนสมรรถภาพทางร่างกายอย่างมาก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางการรักษาอย่างถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมโรคนี้


Key Takeaways

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากแอนติบอดีในระบบภูมิคุ้มกันและต่อมไทมัสที่ทำงานผิดปกติ เข้าไปทำลายตัวรับสารสื่อประสาท Acetylcholine บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ 
  • อาการแสดงมักเริ่มจากกล้ามเนื้อดวงตาทำให้ตาตก เห็นภาพซ้อน ก่อนจะลุกลามไปยังกล้ามเนื้อใบหน้า การเคี้ยว การกลืน และมีลักษณะเด่นคืออาการจะล้าขึ้นเมื่อใช้งานและดีขึ้นเมื่อพักผ่อน
  • โรคนี้มักตรวจพบในกลุ่มเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี และกลุ่มเพศชายสูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีพยาธิสภาพร่วมกับเนื้องอกต่อมไทมัสได้บ่อย
  • แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่แพทย์สามารถใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ยาลดการทำลายสารสื่อประสาท การทำพลาสมาเฟอเรซิส ตลอดจนการผ่าตัดต่อมไทมัสเพื่อควบคุมภาวะของโรค

สารบัญบทความ

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คืออะไร

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเป็นอย่างไร

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากอะไรได้บ้าง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มักเกิดกับใครบ้าง

แนวทางการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

แนวทางป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำได้อย่างไร

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตรวจวินิจฉัยและดูแลระบบประสาทอย่างมั่นใจ ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง คืออะไร

ทำไม รู้สึก ขาอ่อน แรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ (Myasthenia Gravis: MG) คือหนึ่งในกลุ่มโรคทางด้านระบบประสาทสั่งการ (Motor Neuron Disease: MND) โดยมีประสาทแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) คอยทำหน้าที่ส่งสารสื่อประสาท (Receptor) ที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ให้ตอบสนองโดยการเคลื่อนไหว เช่น การบีบมือ และคลายมือ 

ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงจะมีจำนวนตัวรับสารสื่อประสาท (Receptor) ที่น้อยกว่าคนทั่วไป รวมถึงปัญหาที่เกิดจากต่อมไทมัสที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้เข้าไปทำลายตัวรับสารสื่อประสาทเอง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ โดยมักจะเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อมัดที่ใช้เป็นประจำ เช่น

  • กล้ามเนื้อดวงตา 
  • กล้ามเนื้อรอบปากและลำคอ
  • กล้ามเนื้อใบหน้า
  • กล้ามเนื้อต้นแขน ต้นขา
     

เราจึงมักเห็นผู้ที่เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีอาการตาตก เห็นภาพซ้อน การพูด-เคี้ยว-กลืนค่อย ๆ ผิดปกติไป และการเดิน หรือเคลื่อนไหวที่อ่อนแรงลงไปแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจแยกโรคอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากอาจมีความคล้ายคลึงกับอุบัติการณ์ของโรคระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เนื้องอกในสมอง หรือภาวะความเสื่อมตามอายุ


โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเป็นอย่างไร

การสังเกตอาการแสดงของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างเท่าทัน มีความสำคัญต่อการเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยลักษณะอาการผิดปกติทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อสามารถพัฒนาและแสดงออกได้ดังนี้

  • ความบกพร่องในการเคลื่อนไหวและการกลืน: เกิดอาการแขนขาอ่อนแรง ส่งผลกระทบต่อการหยิบจับและการทรงตัว ชาปลายนิ้วมือ ร่วมกับมีภาวะกลืนลำบาก
  • ความเปลี่ยนแปลงทางน้ำเสียงและลักษณะกล้ามเนื้อ: สังเกตพบเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม มีภาวะกล้ามเนื้อลีบฝ่อ และปรากฏอาการกล้ามเนื้อเต้นกระตุก (Fasciculation) ตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย
  • อุปสรรคในการสื่อสารและการออกเสียง: มีอาการพูดลำบาก พูดไม่ชัด เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ควบคุมการออกเสียงเกิดการอ่อนแรง โดยโรค MG มักจะแปรปรวนและล้าขึ้นเมื่อใช้งาน ต่างจากอาการปากเบี้ยวพูดไม่ชัดเฉียบพลันของโรคหลอดเลือดสมอง หรือกลุ่มอาการใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกอย่าง Bell Palsy
  • ภาวะเหนื่อยง่ายจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อระบบหายใจ: เกิดอาการหายใจติดขัด หอบเหนื่อย และเหนื่อยง่ายผิดปกติเมื่อทำกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเวลานอนราบ เนื่องจากเกิดภาวะกระบังลมอ่อนแรง
  • ภาวะวิกฤตทางระบบหายใจและการใช้ชีวิต: มีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึกจากภาวะพร่องออกซิเจน ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ในระยะรุนแรงจำเป็นต้องได้รับอาหารทางสายยางผ่านจมูกหรือทางหน้าท้อง รวมถึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อประคับประคองสัญญาณชีพ

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดจากอะไรได้บ้าง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเริ่มแรก

Cleveland Clinic ระบุว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง สาเหตุหลักเกี่ยวข้องโดยตรงกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและการส่งสัญญาณประสาท โดยแบ่งปัจจัยการเกิดโรคออกได้ดังนี้

  • ปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีและทำลายตัวรับสัญญาณประสาทบริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถรับกระแสประสาทเพื่อหดตัวได้ตามปกติ
  • ความผิดปกติของต่อมไทมัส: ทางการแพทย์พบว่าเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันภายในต่อมไทมัสเกิดความบกพร่องในการจำแนกสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้เกิดกระบวนการส่งสัญญาณที่ผิดเพี้ยนและกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีมาทำลายเซลล์ที่แข็งแรงของร่างกาย
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม: เกิดจากการกลายพันธุ์หรือความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมแต่กำเนิด ส่งผลให้โครงสร้างบริเวณรอยต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาททำงานบกพร่องตั้งแต่แรกคลอด
  • การส่งผ่านแอนติบอดีจากมารดาสู่ทารก : เกิดขึ้นชั่วคราวในทารกแรกเกิด โดยได้รับแอนติบอดีที่ผิดปกติส่งผ่านจากมารดาที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดนี้เข้าสู่ทารกในครรภ์ระหว่างการตั้งครรภ์

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มักเกิดกับใครบ้าง

ข้อมูลสถิติจาก National Institute of Neurological Disorders and Stroke พบว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่มประชากร แต่มีอุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงจำเพาะที่พบได้บ่อยในกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

  • กลุ่มเพศหญิงอายุน้อย: มักตรวจพบโรคนี้ในเพศหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี เป็นช่วงวัยที่ระบบภูมิคุ้มกันมีความตื่นตัวสูง
  • กลุ่มเพศชายอายุมาก: มักตรวจพบในเพศชายที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งการวินิจฉัยในผู้สูงอายุจำเป็นต้องแยกแยะออกจากกลุ่มโรคความเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง เช่น โรคพาร์กินสัน กลุ่มโรคความจำเสื่อมอย่างอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของต่อมไทมัส: เช่น ภาวะต่อมไทมัสโตผิดปกติ (Thymic Hyperplasia) หรือเนื้องอกต่อมไทมัส (Thymoma) ซึ่งมีหน้าที่สร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดเพี้ยนไปทำลายตัวรับสัญญาณประสาท
  • ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดอื่น: บุคคลที่มีประวัติเป็นโรคพุ่มพวง (Systemic Lupus Erythematosus), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) หรือโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyroiditis) จะมีโอกาสเกิดโรคนี้ร่วมด้วยสูงขึ้น

แนวทางการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง รักษาหายไหม? แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้หายขาดได้ แต่มีกระบวนการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมภาวะของโรคและบรรเทาอาการอ่อนแรง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีแนวทางหลักดังนี้

  • การรักษาด้วยยา: ประกอบด้วยยาลดการทำลายสารสื่อประสาท (Cholinesterase Inhibitors) เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressants) เพื่อลดการสร้างแอนติบอดีที่ผิดปกติ และยากลุ่มแอนติบอดีสังเคราะห์ (Monoclonal Antibodies)
  • การเปลี่ยนถ่ายพลาสมาและการให้สารภูมิคุ้มกัน: การทำพลาสมาเฟอเรซิส (Plasmapheresis) เพื่อกรองแอนติบอดีตัวร้ายออกจากเลือด และการให้สารภูมิคุ้มกันรวมทางหลอดเลือดดำ (IVIG) ซึ่งมักใช้ในภาวะวิกฤต
  • การผ่าตัดต่อมไทมัส (Thymectomy): การผ่าตัดเอาต่อมไทมัสออกเพื่อลดการกระตุ้นภูมิต้านตนเองที่ผิดปกติ
  • การปรับพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูกำลัง: การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ การหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนจัด การแบ่งเวลาพักผ่อนระหว่างวัน และการเลือกรับประทานอาหารกลุ่มโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเพื่อเพิ่มพลังงานแก่กล้ามเนื้อ

แนวทางป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำได้อย่างไร

เนื่องจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis มีพยาธิสภาพหลักมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและพันธุกรรม ปัจจุบันทางการแพทย์จึงยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคได้อย่างจำเพาะเจาะจง 100% อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขอนามัยเพื่อป้องกันปัจจัยกระตุ้นไม่ให้อาการทรุดลงหรือเข้าสู่ภาวะวิกฤต ทำได้ดังนี้

  • ป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย: รักษาสุขอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย และรับวัคซีนป้องกันโรคตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากภาวะติดเชื้อจะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนักและส่งผลให้อาการอ่อนแรงกำเริบ
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสารกระตุ้น: งดการสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • ระวังการใช้ยาบางประเภท: หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาโรคหัวใจบางชนิด ซึ่งอาจมีฤทธิ์ขัดขวางการส่งสัญญาณประสาทบริเวณรอยต่อกล้ามเนื้อ
  • จัดการความเครียดและการพักผ่อน: ควบคุมความเครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงานไวเกินไป

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตรวจวินิจฉัยและดูแลระบบประสาทอย่างมั่นใจ ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia Gravis เป็นภาวะภูมิต้านตนเองที่ขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาท ส่งผลให้กล้ามเนื้อลายตามร่างกายสูญเสียกำลังในการหดตัว แม้การดำเนินโรคจะมีความแปรปรวนและอาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตทางระบบหายใจที่อันตรายถึงชีวิต แต่การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วร่วมกับการรับการรักษาอย่างมีระบบจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นประสาทอย่างละเอียด โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง ร่วมกับห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยในการตรวจหาแอนติบอดีจำเพาะในเลือด และการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ เพื่อตรวจเช็กการนำสัญญาณประสาท ณ รอยต่อกล้ามเนื้ออย่างแม่นยำ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันหรือการทำหัตถการพลาสมาเฟอเรซิสอย่างทันท่วงที มุ่งเน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงต่อภาวะวิกฤตทางระบบหายใจอย่างมีประสิทธิภาพ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย และควรไปพบแพทย์ทันที?

หากมีอาการกลืนลำบาก สำลักอาหาร พูดไม่ชัด หายใจติดขัด หอบเหนื่อย หรือเหนื่อยง่ายเมื่อนอนราบ จัดเป็นภาวะวิกฤตทางระบบหายใจที่ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS กับ MG แตกต่างกันอย่างไร?

ALS เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการ ทำให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่วน MG เป็นโรคพุ่มพวงระบบประสาทที่อาการอ่อนแรงจะแปรปรวน มักทรุดลงเมื่อล้าและดีขึ้นเมื่อพัก


References



แพทย์ผู้ดูแล

พญ. ณัชวัลฐ์ อิสระวรวาณิช

นัดหมายเเพทย์

พญ. ณัชวัลฐ์ อิสระวรวาณิช

อายุรกรรมประสาทและสมอง

อายุรศาสตร์
ประสาทวิทยา

บทความที่เกี่ยวข้อง