ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวายเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดโรค สังเกตอาการเตือนที่เป็นสัญญาณอันตราย โรคหัวใจขาดเลือด สาเหตุ อาการ การป้องกัน รวมถึงเรียนรู้วิธีการวินิจฉัยและแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับคุณและคนที่คุณรักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Key Takeaways
สารบัญบทความ
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คืออะไร
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มีกี่ประเภท
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดจากอะไร
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
การวินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
การรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นเช็กอาการผิดปกติ รักษาได้ทันท่วงที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute coronary syndrome) หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่าหัวใจวาย (Heart attack) เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบแคบเพราะมีไขมันเกาะสะสม หากไขมันเกิดการปริแตกจะทำให้ลิ่มเลือดอุดตันจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายหรือตายบางส่วนหากขาดเลือดนานเกิน 20 นาที ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกะทันหันอย่างรวดเร็วหากเกิดกับหลอดเลือดเส้นใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีหัวใจวายเฉียบพลัน อายุน้อย เกิดจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่จัดและความเครียดที่ส่งผลต่อหลอดเลือดโดยตรง

ทางการแพทย์จะแบ่งประเภทตามความรุนแรงของการอุดตันในหลอดเลือดและลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวางแผนการรักษาให้ทันท่วงที ดังนี้
เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ร่างกายจะแสดงสัญญาณเตือนที่รุนแรงและชัดเจน ซึ่งผู้ป่วยควรรีบสังเกตกล้ามเนื้อหัวใจ อาการสำคัญดังต่อไปนี้
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการเสื่อมสภาพและแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ เมื่อมีการสะสมของไขมันจนผนังหลอดเลือดด้านในเกิดการปริแตกหรือฉีกขาด ร่างกายจะตอบสนองโดยการส่งเกล็ดเลือดไปเกาะกลุ่มบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อมแซมแผล
กระบวนการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวของลิ่มเลือดขึ้นทันที หากลิ่มเลือดเข้าไปอุดกั้นหลอดเลือดเพียงบางส่วน จะส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกจนเกิดอาการเจ็บหน้าอกชนิดไม่คงที่ แต่หากลิ่มเลือดขยายตัวจนอุดตันหลอดเลือดโดยสมบูรณ์ จะทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เลย นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมถึงโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุหรือคนวัยทำงานที่ปล่อยให้มีปัจจัยเสี่ยงสะสมเป็นเวลานาน
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้และปัจจัยพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ดังนี้
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่
ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่
การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วย โดยแพทย์จะใช้วิธีการดังนี้

การรักษาจะพิจารณาตามความรุนแรงของโรคและลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อมุ่งเน้นการเปิดหลอดเลือดให้รวดเร็วที่สุด ดังนี้
นอกจากนี้ ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มจะได้รับยาต้านเกล็ดเลือดและยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก เพื่อประคองอาการและป้องกันการก่อตัวเพิ่มของลิ่มเลือด
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาด้วยการใส่ขดลวดได้ หรือตรวจพบการตีบตันหลายตำแหน่งรวมถึงมีภาวะแทรกซ้อนอื่น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือ CABG คือการผ่าตัดเพื่อทำทางเบี่ยงให้เลือดไหลเวียนข้ามบริเวณที่มีการตีบตันไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ตามปกติ
หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการคนเป็นโรคหัวใจ เช่น อาการเจ็บหน้าอก (Angina pectoris) ในลักษณะเจ็บลึก ๆ แน่น ๆ บริเวณกลางหน้าอกหรือใต้หน้าอก คล้ายถูกรัด ถูกกด หรือถูกบีบ โดยเฉพาะหากมีอาการเจ็บร้าวไปที่บริเวณไหล่ แขน (โดยเฉพาะไหล่และแขนซ้ายด้านใน) หรือร้าวไปที่ลำคอ ขากรรไกร และลิ้นปี่ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
อาการเหล่านี้มักกินเวลานานประมาณ 5-10 นาที และหากใช้ยาอมใต้ลิ้นหรือพ่นยาใต้ลิ้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อาการใจสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด เป็นลม จนถึงขั้นหมดสติ รวมถึงอาการเหนื่อยร่วมกับหายใจไม่อิ่ม ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและรักษาชีวิต
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องแข่งกับเวลา เพราะความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ขาดเลือด การเข้าใจประเภทของโรคและหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรงร่วมกับเหงื่อออกและใจสั่น จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยการเปิดหลอดเลือดได้ทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตและภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะยาว
ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมดูแลคุณด้วยทีมหมอหัวใจเฉพาะทางและเทคโนโลยีวินิจฉัยหัวใจที่ครบวงจร ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจเอนไซม์หัวใจ และการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) เพื่อระบุตำแหน่งอุดตันได้อย่างแม่นยำ เรามีศักยภาพในการทำหัตถการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยันอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยให้เลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้รวดเร็วที่สุด มั่นใจได้ในการดูแลรักษาที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจทุกระดับความรุนแรง
ต่างกัน แต่สองภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องกัน โดยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ACS) คือภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลงอย่างกะทันหันจากการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่รวดเร็วจะนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (AMI) ที่กล้ามเนื้อหัวใจจะถูกทำลายอย่างถาวร ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจลดลง และอาจทำให้หัวใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตได้ทันที
คุณสามารถสังเกตอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เช่น มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกคล้ายถูกกดทับนาน 5-10 นาที และร้าวไปที่ไหล่ แขน ขากรรไกร หรือลิ้นปี่ ร่วมกับมีอาการใจสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือรู้สึกเหนื่อยหอบขณะหายใจ หากมีอาการเหล่านี้แม้ขณะพัก หรือใช้ยาอมใต้ลิ้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและเอนไซม์หัวใจทันที
References
รีวิวจากคนไข้
“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”
ทีมแพทย์กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นเช็กอาการรักษาได้ทันที
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved