กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นเช็กอาการรักษาได้ทันที

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวายเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดโรค สังเกตอาการเตือนที่เป็นสัญญาณอันตราย โรคหัวใจขาดเลือด สาเหตุ อาการ การป้องกัน รวมถึงเรียนรู้วิธีการวินิจฉัยและแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับคุณและคนที่คุณรักได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Key Takeaways

  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันกะทันหันในหลอดเลือดหัวใจที่ตีบแคบจากไขมันสะสม ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและตายบางส่วนหากรักษาไม่ทันภายใน 20 นาที
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการคือเจ็บแน่นหน้าอกคล้ายถูกกดทับนานกว่า 5-10 นาที และอาจเจ็บร้าวไปที่กรามหรือแขน โดยอาการไม่ทุเลาลงแม้จะนั่งพักหรืออมยาใต้ลิ้น
  • การรักษาจะมุ่งเน้นการเปิดหลอดเลือดที่อุดตันให้เร็วที่สุดด้วยการทำบอลลูน ใส่ขดลวดค้ำยัน หรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด ตามความเหมาะสมของอาการแต่ละบุคคล

สารบัญบทความ

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คืออะไร

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มีกี่ประเภท

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดจากอะไร

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

การวินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

การรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นเช็กอาการผิดปกติ รักษาได้ทันท่วงที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คืออะไร

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute coronary syndrome) หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่าหัวใจวาย (Heart attack) เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบแคบเพราะมีไขมันเกาะสะสม หากไขมันเกิดการปริแตกจะทำให้ลิ่มเลือดอุดตันจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายหรือตายบางส่วนหากขาดเลือดนานเกิน 20 นาที ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกะทันหันอย่างรวดเร็วหากเกิดกับหลอดเลือดเส้นใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีหัวใจวายเฉียบพลัน อายุน้อย เกิดจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่จัดและความเครียดที่ส่งผลต่อหลอดเลือดโดยตรง


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มีกี่ประเภท

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการ

ทางการแพทย์จะแบ่งประเภทตามความรุนแรงของการอุดตันในหลอดเลือดและลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวางแผนการรักษาให้ทันท่วงที ดังนี้

  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI: เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงหัวใจเส้นหลักอย่างสมบูรณ์ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตลอดความหนาของผนังหัวใจ พบการยกตัวผิดปกติของช่วง ST ในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากรักษาไม่รวดเร็วมีโอกาสเสียชีวิตกะทันหันสูงมาก
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด NSTEMI: คือภาวะที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจเพียงบางส่วน แม้คลื่นไฟฟ้าหัวใจจะไม่พบการยกตัวของช่วง ST แต่จะตรวจพบค่าเอนไซม์การทำงานของหัวใจผิดปกติ บ่งบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจเริ่มมีการตายเฉพาะส่วน
  • ภาวะอาการเจ็บหน้าอกชนิดไม่คงที่ (Unstable Angina): เป็นสัญญาณเตือนภัยที่อันตราย ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่รุนแรงและนานขึ้นเรื่อย ๆ แม้ค่าเอนไซม์หัวใจจะยังปกติ แต่อาจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติได้ ซึ่งเป็นระยะที่ต้องรีบรักษาป้องกันก่อนจะลุกลามเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร

เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ร่างกายจะแสดงสัญญาณเตือนที่รุนแรงและชัดเจน ซึ่งผู้ป่วยควรรีบสังเกตกล้ามเนื้อหัวใจ อาการสำคัญดังต่อไปนี้

  • มีอาการเจ็บแน่นบริเวณใต้หน้าอกเหมือนมีของหนักทับ โดยอาจมีอาการเจ็บร้าวลามไปที่แขน ไหล่ คอ หรือกรามร่วมด้วย
  • ในภาวะเฉียบพลันมักมีอาการเจ็บแน่นอย่างต่อเนื่องแม้ขณะนั่งพัก หรือแม้จะใช้ยาอมใต้ลิ้นแล้วแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ต่างจากอาการเจ็บหน้าอกทั่วไปที่จะดีขึ้นเมื่อได้พัก
  • ผู้ป่วยมักจะมีอาการใจสั่นผิดปกติ เหงื่อออกมากจนตัวชุ่มแม้ไม่ได้ออกแรง และรู้สึกเหนื่อยหอบง่ายกว่าปกติ

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดจากอะไร

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการเสื่อมสภาพและแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ เมื่อมีการสะสมของไขมันจนผนังหลอดเลือดด้านในเกิดการปริแตกหรือฉีกขาด ร่างกายจะตอบสนองโดยการส่งเกล็ดเลือดไปเกาะกลุ่มบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อมแซมแผล 

กระบวนการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวของลิ่มเลือดขึ้นทันที หากลิ่มเลือดเข้าไปอุดกั้นหลอดเลือดเพียงบางส่วน จะส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกจนเกิดอาการเจ็บหน้าอกชนิดไม่คงที่ แต่หากลิ่มเลือดขยายตัวจนอุดตันหลอดเลือดโดยสมบูรณ์ จะทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เลย นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมถึงโรคหัวใจขาดเลือดในผู้สูงอายุหรือคนวัยทำงานที่ปล่อยให้มีปัจจัยเสี่ยงสะสมเป็นเวลานาน


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้และปัจจัยพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ดังนี้

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่

  • พันธุกรรม: หากมีญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัยอันควร จะมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนปกติ
  • อายุ: ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามวัย โดยเฉพาะเพศชายที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และเพศหญิงที่มีอายุมากกว่า 55 ปี
  • เพศ: โดยสถิติพบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าเพศหญิง
     

ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่

  • โรคประจำตัว: ทั้งความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และระดับไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวและตีบแคบลง
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การขาดการออกกำลังกายทำให้การเผาผลาญไขมันลดลง รวมถึงความเครียดสะสมที่ส่งผลให้ระบบเผาผลาญไขมันในหลอดเลือดทำงานผิดปกติ
  • โรคอ้วนลงพุง: ผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ (ชาย > 90 ซม., หญิง > 80 ซม.) มักมีไขมันสะสมในหลอดเลือดสูง
  • การสูบบุหรี่: สารนิโคตินส่งผลให้หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่นและแข็งตัว จนนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง

การวินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วย โดยแพทย์จะใช้วิธีการดังนี้

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย: ประเมินอาการเจ็บหน้าอกและปัจจัยเสี่ยงเบื้องต้น
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): เพื่อระบุประเภทและระดับความรุนแรงของการขาดเลือด
  • ตรวจเลือดหาเอนไซม์หัวใจ: ตรวจระดับ Troponin เพื่อยืนยันความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • เอกซเรย์ทรวงอก: เช็กขนาดหัวใจและภาวะน้ำท่วมปอด
  • ฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG): ระบุตำแหน่งการอุดตันเพื่อวางแผนการรักษาด้วยบอลลูนหรือผ่าตัดหัวใจ
  • บทความน่ารู้ สำหรับผู้ที่กังวลใจเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ ทำความเข้าใจการรักษาด้วยวิธีนี้ห้มากขึ้น ไขข้อข้องใจว่ามีโอกาสรอดมากเท่าไร หาคำตอบได้ที่ : ผ่าตัดหัวใจ โอกาสรอด

การรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เกิดจาก

การรักษาจะพิจารณาตามความรุนแรงของโรคและลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อมุ่งเน้นการเปิดหลอดเลือดให้รวดเร็วที่สุด ดังนี้

  • กลุ่ม STEMI (หลอดเลือดอุดตันสมบูรณ์): เป้าหมายคือการเปิดหลอดเลือดภายใน 12 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ โดยใช้วิธีขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนหัวใจ และ/หรือการใส่ขดลวดค้ำยันอย่างเร่งด่วนเพื่อจำกัดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • กลุ่ม Non-STEMI (หลอดเลือดอุดตันบางส่วน): แพทย์จะพิจารณาฉีดสีและใส่ขดลวดค้ำยันในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เจ็บเค้นอกรุนแรงต่อเนื่องแม้ได้รับยาเบื้องต้นแล้ว เจ็บหน้าอกไม่คงที่ เป็นๆ หายๆ หรือหัวใจล้มเหลว และผู้ที่ระบบไหลเวียนโลหิตไม่คงที่ รวมถึงการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุเพื่อประเมินระดับการอุดตันอย่างแม่นยำ
     

นอกจากนี้ ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มจะได้รับยาต้านเกล็ดเลือดและยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก เพื่อประคองอาการและป้องกันการก่อตัวเพิ่มของลิ่มเลือด

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาด้วยการใส่ขดลวดได้ หรือตรวจพบการตีบตันหลายตำแหน่งรวมถึงมีภาวะแทรกซ้อนอื่น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือ CABG คือการผ่าตัดเพื่อทำทางเบี่ยงให้เลือดไหลเวียนข้ามบริเวณที่มีการตีบตันไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ตามปกติ


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์

หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการคนเป็นโรคหัวใจ เช่น อาการเจ็บหน้าอก (Angina pectoris) ในลักษณะเจ็บลึก ๆ แน่น ๆ บริเวณกลางหน้าอกหรือใต้หน้าอก คล้ายถูกรัด ถูกกด หรือถูกบีบ โดยเฉพาะหากมีอาการเจ็บร้าวไปที่บริเวณไหล่ แขน (โดยเฉพาะไหล่และแขนซ้ายด้านใน) หรือร้าวไปที่ลำคอ ขากรรไกร และลิ้นปี่ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที 

อาการเหล่านี้มักกินเวลานานประมาณ 5-10 นาที และหากใช้ยาอมใต้ลิ้นหรือพ่นยาใต้ลิ้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อาการใจสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด เป็นลม จนถึงขั้นหมดสติ รวมถึงอาการเหนื่อยร่วมกับหายใจไม่อิ่ม ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและรักษาชีวิต


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นเช็กอาการผิดปกติ รักษาได้ทันท่วงที

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องแข่งกับเวลา เพราะความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ขาดเลือด การเข้าใจประเภทของโรคและหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรงร่วมกับเหงื่อออกและใจสั่น จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยการเปิดหลอดเลือดได้ทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตและภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะยาว

ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมดูแลคุณด้วยทีมหมอหัวใจเฉพาะทางและเทคโนโลยีวินิจฉัยหัวใจที่ครบวงจร ทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจเอนไซม์หัวใจ และการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) เพื่อระบุตำแหน่งอุดตันได้อย่างแม่นยำ เรามีศักยภาพในการทำหัตถการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยันอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยให้เลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้รวดเร็วที่สุด มั่นใจได้ในการดูแลรักษาที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจทุกระดับความรุนแรง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ต่างกันไหม

ต่างกัน แต่สองภาวะนี้มีความเกี่ยวข้องกัน โดยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ACS) คือภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลงอย่างกะทันหันจากการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่รวดเร็วจะนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (AMI) ที่กล้ามเนื้อหัวใจจะถูกทำลายอย่างถาวร ส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจลดลง และอาจทำให้หัวใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตได้ทันที

วิธีเช็คว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจไหม

คุณสามารถสังเกตอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ เช่น มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกคล้ายถูกกดทับนาน 5-10 นาที และร้าวไปที่ไหล่ แขน ขากรรไกร หรือลิ้นปี่ ร่วมกับมีอาการใจสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือรู้สึกเหนื่อยหอบขณะหายใจ หากมีอาการเหล่านี้แม้ขณะพัก หรือใช้ยาอมใต้ลิ้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและเอนไซม์หัวใจทันที


References

รีวิวจากคนไข้

“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่

02-561-1111

02-058-1111


ทีมแพทย์กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นเช็กอาการรักษาได้ทันที