หลอดเลือดโป่งพอง คืออะไร สาเหตุ อาการ และการรักษา

หลอดเลือดโป่งพอง

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง เป็นความผิดปกติของผนังหลอดเลือดที่ค่อย ๆ อ่อนแอลงจนเกิดการขยายตัวผิดปกติ แม้ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการชัดเจน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษา อาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแตกเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง 

การทำความเข้าใจสาเหตุภาวะหลอดเลือดโป่งพอง ปัจจัยเสี่ยง อาการ และแนวทางรักษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต


Key Takeaways

  • ภาวะหลอดเลือดโป่งพองเกิดจากผนังหลอดเลือดอ่อนแอและขยายตัวผิดปกติ เสี่ยงแตกจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดโป่งพองจำนวนมากไม่มีอาการในระยะแรก จึงควรได้รับการตรวจคัดกรองเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง
  • การรักษาภาวะหลอดเลือดโป่งพองอาจใช้การติดตามอาการ การใส่ขดลวดค้ำยันหลอดเลือด หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของการเกิด

สารบัญบทความ

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง คืออะไร

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดโป่งพอง มีอะไรบ้าง

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง อาการเป็นอย่างไร

ภาวะหลอดเลือดโป่งพองห้ามปล่อยไว้ อันตรายถึงชีวิต

แนวทางการวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดโป่งพอง

การรักษาภาวะหลอดเลือดโป่งพอง ทำได้อย่างไร

ป้องกันภาวะหลอดเลือดโป่งพองได้อย่างไรบ้าง

หลอดเลือดโป่งพอง ภาวะอันตรายถึงชีวิตที่ต้องรีบตรวจรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลอดเลือดโป่งพอง


ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง คืออะไร

Aortic Aneurysm คือ

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง (Aortic Aneurysm) คือภาวะที่ผนังหลอดเลือดแดงเสื่อมสภาพและสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้หลอดเลือดขยายตัวผิดปกติจนมีขนาดใหญ่กว่าปกติและมีลักษณะคล้ายบอลลูน โดยมักพบที่หลอดเลือดเอออร์ตา (Aorta) ซึ่งเป็นหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

หากหลอดเลือดเอออร์ตาเกิดการโป่งพองบริเวณช่องท้อง จะเรียกว่า Abdominal Aortic Aneurysm (AAA) คือจุดที่พบการโป่งพองได้บ่อยที่สุด ส่วนที่พบรองลงมาคือ Thoracic Aortic Aneurysm (TAA) หรือภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องอก 

นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นในระบบประสาทได้ เรียกว่าภาวะเส้นเลือดโป่งพองในสมอง (Cerebral Aneurysm) โดยหากผนังหลอดเลือดอ่อนแอลงจนไม่สามารถทนต่อแรงดันเลือดได้ อาจทำให้หลอดเลือดแตก ส่งผลให้เกิดภาวะรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดโป่งพอง มีอะไรบ้าง

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง มีปัจจัยเสี่ยงมาจากทั้งพฤติกรรม สภาพร่างกาย และพันธุกรรม ดังต่อไปนี้

  • เพศและพันธุกรรม: เพศชายมีสถิติการเกิดภาวะนี้สูงกว่าเพศหญิง 4-6 เท่า และผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรงเป็นหลอดเลือดโป่งพองจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผนังหลอดเลือดจะสลายตัวตามธรรมชาติ ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น
  • การสูบบุหรี่ (Smoking): สารเคมีในควันบุหรี่เข้าทำลายสารอีลาสตินและคอลลาเจนในผนังหลอดเลือด เร่งให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)
  • ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension): แรงดันที่กระทำต่อผนังเส้นเลือดแดงใหญ่อย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เนื้อเยื่อหลอดเลือดล้าและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia): การสะสมของคราบไขมัน (Plaque) ใต้ผนังหลอดเลือดชั้นใน ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและอ่อนแอลง
  • มีประวัติโรคหัวใจ: ผู้ป่วยที่มีประวัติลิ้นหัวใจรั่ว อาจเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องอก
  • โรคทางพันธุกรรม: เช่น Marfan Syndrome หรือ Ehlers-Danlos Syndrome ส่งผลให้หลอดเลือดอ่อนแอลง

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง อาการเป็นอย่างไร

เส้นเลือดโป่งพอง

อาการภาวะหลอดเลือดโป่งพอง จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและขนาดของหลอดเลือดที่โป่งพอง โดยในระยะแรกผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่เมื่อหลอดเลือดมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเริ่มกดเบียดอวัยวะข้างเคียง อาจพบอาการดังต่อไปนี้

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • ปวดหลัง ปวดเอว หรือปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย
  • กลืนลำบาก มีเสียงแหบ หรือไอเป็นเลือด
  • คลำพบก้อนเต้นตามจังหวะชีพจรบริเวณหน้าท้อง
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือหมดสติ
  • แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมีอาการทางระบบประสาท ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดโป่งในสมอง
  • ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณอันตรายของหลอดเลือดแตก
     

หากมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน เช่น เจ็บหน้าอกอย่างมาก ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หมดสติ ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะ Ruptured Aneurysm คือเส้นเลือดโป่งพองแตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตได้ทันที


ภาวะหลอดเลือดโป่งพองห้ามปล่อยไว้ อันตรายถึงชีวิต

ภาวะหลอดเลือดโป่งพองในระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง จนกระทั่งหลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นและเกิดการแตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เนื่องจากเกิดการตกเลือดภายในร่างกายอย่างรุนแรง ส่งผลให้อวัยวะสำคัญขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเฉียบพลัน

นอกจากนี้ ขณะเกิดหลอดเลือดโป่งพอง อาจเกิดลิ่มเลือดเกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือดร่วมด้วยได้ หากลิ่มเลือดหลุดออกไปอุดตันหลอดเลือดส่วนอื่นของร่างกาย อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) เส้นเลือดในสมองตีบ (Ischemic Stroke) และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นต้น จึงควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพและรักษาแต่เนิ่น ๆ


แนวทางการวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดโป่งพอง

เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ การวินิจฉัยจึงมักอาศัยการตรวจคัดกรอง หรือการตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจวินิจฉัยโรคอื่น แต่หากมีข้อบ่งชี้ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

  • การตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound): วิธีการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว และไม่มีรังสี เหมาะสำหรับการตรวจหาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพองในกลุ่มเสี่ยง
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan / CTA): เป็นการตรวจที่ช่วยให้แพทย์เห็นขนาด รูปทรง และตำแหน่งที่แน่ชัดของหลอดเลือดโป่งพอง เพื่อวางแผนรักษาต่อไป
  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI / MRA): เหมาะสำหรับการตรวจวินิจฉัยระบบหลอดเลือดสมอง ช่วยให้เห็นโครงสร้าง เส้นเลือดโป่งในสมองได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้รังสีเอกซ์
  • การฉีดสีตรวจหลอดเลือด (Angiography): ทำในห้องสวนหัวใจหรือห้องปฏิบัติการฉีดสี โดยหมอหัวใจเฉพาะทาง เพื่อประเมินสภาพหลอดเลือดอย่างละเอียดก่อนการรักษา เช่น ดูดลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือด

การรักษาภาวะหลอดเลือดโป่งพอง ทำได้อย่างไร

การวางแผนรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และอัตราการขยายตัวของหลอดเลือด หากขนาดของหลอดเลือดยังเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 5 เซนติเมตรสำหรับช่องท้อง) แพทย์จะเน้นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการให้ยาลดความดันโลหิตและยาลดไขมัน ควบคู่กับการนัดตรวจติดตามขนาดหลอดเลือดผ่านรังสีวิทยาปีละ 1 ครั้ง

หากหลอดเลือดมีขนาดใหญ่หรือโตเร็ว แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งปัจจุบันมี 2 วิธีหลัก คือ 

การผ่าตัดเปิด (Open Surgery) เป็นวิธีตัดต่อหลอดเลือดส่วนที่โป่งพองแล้วทดแทนด้วยหลอดเลือดเทียม ให้ผลการรักษาในระยะยาวที่มั่นคง กรณีผู้ป่วยมีโรคหัวใจร่วมด้วย อาจต้องประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด รวมถึงศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผ่าตัดหัวใจ โอกาสรอด, การทำ CABG หรือการทำบอลลูนหัวใจ ตามความเหมาะสมของแต่ละราย

การผ่าตัดด้วยวิธีการใส่หลอดเลือดเทียมชนิดหุ้มด้วยขดลวด (Stent Graft) เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก แพทย์จะเจาะรูบริเวณขาหนีบแล้วสอดสายสวนเข้าไปวางหลอดเลือดเทียมเพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลของเลือด ไม่ให้ผ่านผนังส่วนที่โป่งพอง วิธีนี้ช่วยลดความบอบช้ำ ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหากต้องผ่าตัดใหญ่


ป้องกันภาวะหลอดเลือดโป่งพองได้อย่างไรบ้าง

แม้ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงภาวะหลอดเลือดโป่งพองได้ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง
  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ควบคุมระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามความเหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ตรวจสุขภาพประจำปี เช่น อัลตราซาวนด์ช่องท้อง เอกซเรย์ปอด ตรวจการทำงานของตับ ไต และหัวใจ

หลอดเลือดโป่งพอง ภาวะอันตรายถึงชีวิตที่ต้องรีบตรวจรักษา

ภาวะหลอดเลือดโป่งพอง เกิดจากผนังหลอดเลือดอ่อนแอและขยายตัวผิดปกติ แม้ในระยะเริ่มต้นอาจไม่แสดงอาการ แต่หากปล่อยไว้จนเกิดการแตก อาจนำไปสู่ภาวะฉุกเฉินที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

ที่โรงพยาบาลวิภาวดี มีทีมแพทย์เฉพาะทาง ศัลยแพทย์หลอดเลือด และทีมสหสาขาวิชาชีพ พร้อมเทคโนโลยีด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดครบวงจร ทั้งการตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจ CT Scan การรักษาผ่านสายสวน และการผ่าตัดหลอดเลือดที่ซับซ้อน เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดโป่งพองอย่างเหมาะสมในทุกระยะของโรค


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลอดเลือดโป่งพอง

ถ้าไม่มีอาการภาวะหลอดเลือดโป่งพอง จะรู้ได้อย่างไรว่าควรตรวจ?

ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี สูบบุหรี่ มีความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นหลอดเลือดโป่งพอง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองแม้ไม่มีอาการ 

ภาวะหลอดเลือดโป่งพองเป็นโรคทางพันธุกรรมไหม?

บางกรณีมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็น หรือมีโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อผนังหลอดเลือด 


References


บทความที่เกี่ยวข้อง