
อาการไข้ ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย อาจดูเหมือนอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ในบางกรณี อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ไข้สมองอักเสบ” โรคร้ายที่คาดไม่ถึง ถึงแม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ เพื่อไม่ให้สายเกินแก้
การรู้เท่าทันอาการและสาเหตุ รวมถึงแนวทางการรักษาและวิธีป้องกันจึงสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถรับมือและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้อย่างปลอดภัย
Key Takeaways
สารบัญบทความ
โรคไข้สมองอักเสบคืออะไร? ทำความรู้จักโรคอันตรายจากการติดเชื้อ
สาเหตุของไข้สมองอักเสบ เกิดจากอะไรได้บ้าง
อาการไข้สมองอักเสบ สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
วิธีวินิจฉัยโรคไข้สมองอักเสบ แพทย์ตรวจอะไรบ้าง
การรักษาไข้สมองอักเสบ มีวิธีอะไรบ้าง หายได้ไหม
วิธีป้องกันไข้สมองอักเสบ ลดความเสี่ยงด้วยตนเองและวัคซีน
ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
โรคไข้สมองอักเสบ รู้เร็ว รักษาทัน ป้องกันได้ ลดความเสี่ยงชีวิต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไข้สมองอักเสบ

โรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) คือการอักเสบของเนื้อสมอง ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่นไวรัสเจอี ไวรัสพิษสุนัขบ้า หรือไวรัสเริม รวมถึงอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติได้ ซึ่งโรคนี้สามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์
ไข้สมองอักเสบ ส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อมักจะไม่แสดงอาการ แต่ในบางรายอาการอาจรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองในระยะยาวหรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น การได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีจึงสำคัญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
ไข้สมองอักเสบ เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อไวรัส หรือภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โดยในประเทศไทยสาเหตุที่พบได้บ่อยคือการติดเชื้อไวรัสเจอี (Japanese Encephalitis: JE)ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสเดงกี (Dengue Virus) โดยอาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
โรคไข้สมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสเจอี (Japanese Encephalitis: JE) พบได้บ่อยในหลายประเทศแถบเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยมักพบการระบาดในช่วงฤดูฝนและในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมักพบในสัตว์อย่าง หมู วัว ม้า และควาย โดยมียุงรำคาญ (Culex tritaeniorhynchus) เป็นพาหะนำโรค เมื่อยุงไปกัดสัตว์ที่มีเชื้อแล้วมากัดคนต่อ เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระแสเลือดและอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
อย่างไรก็ตาม โรคไข้สมองอักเสบเจอีไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่ติดต่อผ่านการถูกยุงที่มีเชื้อกัดเท่านั้น ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อาจไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการรุนแรงได้ ซึ่งความรุนแรงของโรคไข้สมองอักเสบจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โดยทั่วไป โรคไข้สมองอักเสบ อาการในระยะแรกสำหรับผู้ที่มีภูมิต้านทานดีมักจะไม่แสดงอาการชัดเจน ซึ่งอาการสัญญาณเตือนเบื้องต้นของไข้สมองอักเสบที่สามารถพบได้มีดังนี้
สำหรับเด็กเล็กและทารก อาการโรคไข้สมองอักเสบอาจส่งผลรุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจึงควรเฝ้าสังเกตอาการต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด
ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยวครึ่งซีก เกิดจากอะไร? ทำความรู้จัก "Bell's Palsy" โรคใกล้ตัวที่รักษาหายได้ คลิกเลย : Bell's Palsy คือ
การวินิจฉัยโรคไข้สมองอักเสบ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและสอบถามอาการต่าง ๆ เพื่อหาสาเหตุของโรค และแพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้
แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด สังเกต 5 อาการเริ่มแรก "เส้นเลือดในสมองแตก" รู้ไวเซฟชีวิตทัน! : เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรก

ปัจจุบันโรคไข้สมองอักเสบยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะ การรักษาจึงมุ่งเน้นการดูแลแบบประคับประคองตามอาการ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยมีแนวทางการรักษา ดังนี้
วูบบ่อย มึนงง ทรงตัวไม่อยู่ สัญญาณอันตราย "เส้นเลือดในสมองตีบ" ที่คุณไม่ควรละเลย อ่านแนวทางป้องกันที่นี่ : เส้นเลือดในสมองตีบ
โรคไข้สมองอักเสบอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุ สาเหตุการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรค และความรวดเร็วในการเข้ารับการรักษา โดยการอักเสบที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงถึงขั้นทำลายสมองจนส่งผลให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้
นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจต้องเผชิญกับผลกระทบระยะยาวที่อาจคงอยู่เป็นเวลาหลายเดือนหรือถาวรไม่ว่าจะเป็น อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง กล้ามเนื้ออ่อนแรงบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง รวมถึงมีปัญหาด้านการพูด ความจำ การได้ยินหรือการมองเห็นผิดปกติ
วิธีป้องกันให้ห่างไกลจากโรคไข้สมองอักเสบคือการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้สัมผัสเชื้อ โดยมีแนวทางป้องกันที่ควรทำดังนี้
แม้ว่าการปฏิบัติตัวข้างต้นจะช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อจากภายนอกได้ แต่การสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในด้วยการฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้เช่นกัน เนื่องจากวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรคหากได้รับเชื้อ
โดยปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนชนิดเชื้อที่ไม่มีชีวิต (Inactivated JE) และวัคซีนชนิดเชื้อที่มีชีวิต (Live JE) โดยทั่วไป วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีควรได้รับตามช่วงอายุที่เหมาะสมดังนี้
ผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ เช่น เด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ คนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ที่มียุงชุกชุม รวมถึงคนที่ต้องเดินทางไปประเทศหรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค โดยเฉพาะคนที่ต้องอยู่กลางแจ้งบ่อย ๆ หรืออยู่ใกล้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงและสัตว์เลี้ยงบางชนิดที่อาจเป็นพาหะของเชื้อ
ก่อนฉีดวัคซีนควรตรวจสุขภาพให้พร้อม โดยคนที่มีไข้สูง กำลังป่วย รวมถึงผู้ที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีนรุนแรง ควรเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีน และควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง หลังฉีดอาจมีอาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 2-3 วัน แต่ถ้ามีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบากหรือผื่นขึ้นทั่วตัว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) แม้จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความรุนแรงสูงและอันตรายถึงชีวิต โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ดังนั้น การฉีดวัคซีน การป้องกันยุงกัด และการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่เข้าข่ายโรคไข้สมองอักเสบ โรงพยาบาลวิภาวดี มีศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง ที่พร้อมดูแลตั้งแต่การประเมินอาการ ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ ยังครอบคลุมบริการตรวจรักษาโรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ เนื้องอก และภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เพราะเรื่องของระบบประสาทและสมอง ยิ่งตรวจพบเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงมักจะหายดีภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานหลายเดือน
โดยทั่วไป โรคไข้สมองอักเสบไม่ใช่โรคติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง เช่น ไม่แพร่ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสกัน แต่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ โดยมียุงเป็นพาหะนำโรค
โรคไข้สมองอักเสบสามารถรักษาให้หายขาดได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยอาจฟื้นตัวได้ด้วยภูมิคุ้มกันของร่างกายร่วมกับการรักษาตามอาการ และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากอาการรุนแรง อาจทำให้สมองได้รับความเสียหายและต้องฟื้นฟูต่อเนื่อง รวมถึงอาจมีความผิดปกติของการทำงานของสมองหลงเหลือในระยะยาว
References
บทความที่เกี่ยวข้อง
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้ ctipcoe
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved