
ภาวะใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีกหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Bell Palsy คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ผู้ป่วยมักตื่นมาพร้อมกับอาการปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท หรือน้ำลายไหลออกจากมุมปากเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
ภาวะนี้มักสร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยกังวลว่าจะเป็นสัญญาณของโรคทางสมองที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจพยาธิสภาพของโรคเบลพาซี่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกจุดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้
Key Takeaways
สารบัญบทความ
สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีกแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
แนวทางการวินิจฉัยกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ทำได้อย่างไร
Bell Palsy คือภาวะที่รักษาได้หากเข้าสู่กระบวนการรักษาเร็วและถูกจุด

Bell Palsy คือภาวะอัมพาตของใบหน้าส่วนปลาย (Peripheral Facial Paralysis) ที่เกิดขึ้นจากการที่เส้นประสาทคู่ที่ 7 (Facial Nerve หรือ Cranial Nerve VII) เกิดการอักเสบ บวม หรือถูกกดทับ เส้นประสาทนี้มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า การปิดตา การยักคิ้ว รวมถึงควบคุมการทำงานของต่อมน้ำตาและต่อมน้ำลาย เมื่อเกิดความผิดปกติจะทำให้การส่งสัญญาณจากสมองมายังกล้ามเนื้อใบหน้าหยุดชะงักลง ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
โรคเบลพาซี่มักเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว (Unilateral) และมักไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเริม (Herpes Simplex Virus) ที่อยู่ในระบบประสาทและกลับมาแบ่งตัวซ้ำเมื่อร่างกายอ่อนแอลง ทำให้เกิดโรค Bell's Palsy ขึ้นมาได้
Facial Palsy หรือภาวะกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงมักแสดงอาการอย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยมักกังวลอย่างรุนแรงว่าสาเหตุที่ทำให้หน้าเบี้ยวเกิดจากอะไร ซึ่งอาการที่พบบ่อยของโรคปลายประสาทอักเสบที่ใบหน้า มีดังนี้
แม้ว่า Bell Palsy คือความผิดปกติที่มักจะไม่ส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่การแยกแยะอาการระหว่างโรคเบลพาซี่กับโรคหลอดเลือดสมอง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาการมีความคล้ายคลึงกัน หากได้รับการรักษาที่ถูกจุดและรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงของความพิการถาวรได้ โดยควรรีบพบแพทย์หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้
เมื่อผู้ป่วยมาพบหมอระบบประสาทและสมอง หมอจะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่า Facial Palsy คือผลมาจากเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบจริงหรือไม่ โดยมีขั้นตอนดังนี้

Bell Palsy รักษาได้ โดยเป้าหมายหลัก ๆ คือการลดการอักเสบและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ซึ่งโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก วิธีรักษาเบื้องต้น ได้แก่
Bell Palsy คือการอักเสบของเส้นประสาทที่ควบคุมใบหน้าซึ่งส่วนใหญ่มีพยากรณ์โรคที่ดี ผู้ป่วยมักกังวลว่าโรคเบลพาซี่กี่วันหาย คำตอบคือโดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวใน 2-3 สัปดาห์ และหายได้ใน 3-6 เดือน ทั้งนี้ การได้รับยาอย่างรวดเร็วและการทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ใบหน้ากลับมาขยับได้เป็นปกติอีกครั้ง
โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมให้บริการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบประสาทอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวินิจฉัยแยกโรคจากโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะสมองฝ่อ โรคพาร์กินสัน หรือความผิดปกติอื่น ๆ เรามีทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่พร้อมออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่มีอาการโรค Bell's Palsy หรือภาวะหน้าเบี้ยวกลับมามีความมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิม ภายใต้มาตรฐานการดูแลให้ปลอดภัยและใส่ใจในแต่ละขั้นตอน
Bell's Palsy คือภาวะอัมพาตของใบหน้าที่เกิดจากเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ ซึ่งจะส่งผลกระทบเฉพาะกล้ามเนื้อใบหน้าด้านนั้น ๆ เท่านั้น แตกต่างจากอัมพฤกษ์ที่เกิดจากโรคทางสมอง ซึ่งมักจะมีอาการอ่อนแรงที่แขนหรือขาร่วมด้วย
ความแตกต่างสำคัญคือตำแหน่งของรอยโรค โดย Bell's Palsy เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทคู่ที่ 7 ส่วนปลาย ทำให้ใบหน้าอ่อนแรงทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ยักคิ้วหรือหลับตาไม่สนิท ในขณะที่ Stroke เกิดจากความผิดปกติในสมอง ยังยักคิ้วหรือหลับตาได้อยู่แต่จะมีอาการปากเบี้ยวร่วมกับแขนขาอ่อนแรง
แพทย์มักแนะนำให้รับประทานวิตามินบีรวม โดยเฉพาะวิตามินบี 1, บี 6 และบี 12 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมปลอกประสาทและเสริมสร้างการส่งสัญญาณกระแสไฟฟ้าไปยังกล้ามเนื้อใบหน้าให้กลับมาเป็นปกติในผู้ป่วย Bell's Palsy นอกจากนี้การทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดกระบวนการอักเสบได้ อย่างไรก็ตาม การรับประทานวิตามินเสริมควรอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์
References
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved