โรคสมองฝ่อ เกิดจากสาเหตุอะไร มีอาการอย่างไร รักษาหายไหม?

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะความเสื่อมถอยของอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่าง "สมอง" โดยหนึ่งในภาวะที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้สูงอายุและคนในครอบครัวอย่างมากคือ โรคสมองฝ่อ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานด้านความจำ การเคลื่อนไหว อารมณ์ และการคิดวิเคราะห์ 

บทความนี้จึงจะพาไปทำความเข้าใจว่าโรคสมองฝ่อเกิดจากอะไร สมองฝ่อ อาการเป็นแบบไหน สมองฝ่อรักษาอย่างไร? เพื่อชะลอความเสื่อมถอยและวางแผนการดูแลสุขภาพสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Key Takeaways

  • สมองฝ่อ (Brain Atrophy) คือภาวะที่เนื้อสมองและเซลล์ประสาทลดจำนวนลง ส่งผลให้ขนาดของสมองเล็กลงกว่าปกติ
  • โรคสมองฝ่อ เกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติ หรือจากพยาธิสภาพของโรค เช่น อัลไซเมอร์ หรือ เส้นเลือดในสมองตีบ แตก
  • การรักษาในปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำให้เนื้อสมองที่ฝ่อไปแล้วกลับมาสมบูรณ์ได้ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาการและชะลอความเสื่อมตามสาเหตุที่พบ

สารบัญบทความ

โรคสมองฝ่อ คืออะไร

โรคสมองฝ่อ ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร

อาการโรคสมองฝ่อเป็นอย่างไร

โรคสมองฝ่อ เกิดจากอะไร

การรักษาโรคสมองฝ่อ ทำได้อย่างไร

ป้องกันโรคสมองฝ่อได้อย่างไรบ้าง

มีอาการสมองฝ่อ หลงลืมบ่อย ควรรีบพบแพทย์ เพื่อชะลอความเสื่อมในอนาคต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมองฝ่อ


โรคสมองฝ่อ คืออะไร

โรคสมองฝ่อ หรือ Brain Atrophy คือภาวะที่เซลล์ประสาทและการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ในสมองลดจำนวนลง ส่งผลให้เนื้อสมองหดตัวและมีขนาดเล็กลงกว่าปกติ โดยอาจเกิดขึ้นเฉพาะจุดหรือเป็นทั่วทั้งสมองก็ได้

โรคสมองฝ่อเกิดขึ้นได้จากความเสื่อมตามวัยซึ่งมักเป็นไปอย่างช้า ๆ หรือเกิดจากพยาธิสภาพของโรคที่เร่งให้เซลล์สมองตายเร็วขึ้น เช่น อัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมอง หรือการอักเสบติดเชื้อ เมื่อเนื้อสมองส่วนสำคัญหายไป จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสั่งการของระบบประสาท ทั้งในด้านการใช้ภาษา ความจำ พฤติกรรม และการเคลื่อนไหว


โรคสมองฝ่อ ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร

หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า "สมองฝ่อ" กับ "สมองเสื่อม" ในทางการแพทย์ทั้งสองคำมีความหมายที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • สมองฝ่อ (Brain Atrophy) : เป็นลักษณะทางกายภาพที่ตรวจพบจากการทำ MRI หรือ CT Scan ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเนื้อสมองลดลง เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอวัยวะ ที่ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลยก็ได้
  • สมองเสื่อม (Dementia) : เป็นกลุ่มอาการ (Syndrome) ที่เกิดจากการสูญเสียเซลล์สมอง ส่งผลให้การทำงานของสมองลดลง เช่น ความจำเสื่อม การใช้ภาษาบกพร่อง หรือการตัดสินใจผิดพลาด จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งโรคอัลไซเมอร์ถือเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม
  • อยากดูแลสุขภาพสมองให้แข็งแรง ต้องอย่างพลาดสาระดี ๆ เปรียบเทียบสมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ต่างกันอย่างไร

อาการโรคสมองฝ่อเป็นอย่างไร

โรคสมองฝ่อ อาการ

อาการสมองฝ่อจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของเนื้อสมองที่หายไป โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากอาการเล็กน้อยที่ผู้ป่วยและคนรอบข้างอาจมองข้าม ดังนี้

  • ความบกพร่องด้านความจำ (Memory Loss) : ผู้ป่วยสมองฝ่อมักเริ่มจากการลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ความทรงจำถดถอย ชอบถามคำถามซ้ำ ๆ หรือจำชื่อคนรู้จักไม่ได้ 
  • การสื่อสารมีปัญหา (Aphasia) : นึกคำศัพท์ที่จะพูดไม่ออก พูดไม่ชัด พูดไม่จบประโยค หรือเริ่มใช้ภาษาที่สับสน ซึ่งบางรายอาจเข้าข่ายFrontotemporal Dementia คือภาวะสมองเสื่อมส่วนหน้า
  • การตัดสินใจและพฤติกรรมเปลี่ยนไป : มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ขาดความยับยั้งชั่งใจ หรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเนื่องจากสมองส่วนควบคุมพฤติกรรมฝ่อลง
  • ความบกพร่องด้านการรับรู้และการเคลื่อนไหว : มีอาการเดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ ทำงานที่ต้องใช้ทักษะกล้ามเนื้อไม่ได้ หรือมีอาการเกร็งคล้ายโรคพาร์กินสัน
  • สมองฝ่อระยะสุดท้าย : ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเองโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสื่อสารได้ ต้องนอนติดเตียง และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบจากการสำลัก หรือการติดเชื้อที่แผลกดทับ เป็นต้น

โรคสมองฝ่อ เกิดจากอะไร

โรคสมองฝ่อ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความเสื่อมตามอายุไปจนถึงปัจจัยจากโรคต่าง ๆ โดยสาเหตุที่ทำให้สมองฝ่อมีดังนี้

  • สมองฝ่อจากความเสื่อมตามอายุ (Aging) : เมื่ออายุเกิน 60 ปี เนื้อสมองจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ แต่จะเป็นไปอย่างช้า ๆ และมักไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตรุนแรง
  • สมองฝ่อจากโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) : ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ หรือ เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกที่รุนแรง ล้วนทำให้เซลล์สมองขาดเลือดและตายไปจนเกิดภาวะสมองฝ่อ
  • สมองฝ่อจากโรคพยาธิสภาพของสมอง : เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม โรคเกี่ยวกับสมองผิดปกติแต่กำเนิด โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple sclerosis) เป็นต้น
  • สมองฝ่อจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ (Traumatic Brain Injury) : การได้รับอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบกระเทือนสมองบ่อยครั้ง เช่น ในกลุ่มนักมวย นำไปสู่การตายของเซลล์สมองอย่างเรื้อรัง
  • สมองฝ่อจากการติดเชื้อในสมอง : เช่น การติดเชื้อไวรัส HIV หรือโรคซิฟิลิสขึ้นสมอง (Neurosyphilis) ซึ่งเข้าไปทำลายเนื้อสมองโดยตรงจนเกิดการอักเสบและสมองฝ่อตัวลง

การรักษาโรคสมองฝ่อ ทำได้อย่างไร

สมองฝ่อ วิธีรักษา
  • การรักษาตามสาเหตุ : หากเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง ต้องควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อไม่ให้สมองเสียหายเพิ่ม หรือการเลี่ยงรับประทานยาบางอย่าง เช่น ยานอนหลับ ยาแก้ปวด ที่อาจมีส่วนทำให้สมองฝ่อ
  • การใช้ยา : แพทย์อาจพิจารณาใช้กลุ่มยาที่ช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาท เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างเซลล์สมองส่วนที่ยังเหลืออยู่ให้ทำงานได้ดีขึ้น 
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพ : การทำกายภาพบำบัดในกรณีที่มีอาการทางกาย เช่น เดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • การปรับพฤติกรรมและโภชนาการ : การบริโภคอาหารเสริมสมองที่มีวิตามินบี 12 และการฝึกกิจกรรมบำบัดเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่ยังเหลืออยู่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ป้องกันโรคสมองฝ่อได้อย่างไรบ้าง

  • ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ : ควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหลอดเลือดเสื่อมสภาพที่ส่งผลต่อสมอง
  • ออกกำลังกายสมอง (Cognitive Exercises) : การอ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกสมอง การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ หรือการพบปะเข้าสังคม ช่วยสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาทใหม่ ๆ ในสมอง
  • เลิกพฤติกรรมทำลายสมอง: งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสารพิษต่อเซลล์ประสาทโดยตรง และส่งผลให้เกิดภาวะสมองฝ่อก่อนวัยอันควร
  • การพักผ่อนอย่างเพียงพอ : การนอนหลับที่มีคุณภาพ (Deep Sleep) เป็นช่วงเวลาที่สมองจะกำจัดโปรตีนที่ผิดปกติ เช่น เบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-Amyloid) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ออกจากเนื้อเยื่อสมอง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นอาหารกลุ่ม Mediterranean Diet เช่น ผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และกรดไขมัน Omega-3 ที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาท
  • การจัดการความเครียด : เนื่องจากความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในปริมาณสูง ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายเซลล์ประสาทในสมอง การทำสมาธิหรือกิจกรรมผ่อนคลายจึงช่วยปกป้องเนื้อสมอง ลดความเสี่ยงโรคสมองได้ดี

มีอาการสมองฝ่อ หลงลืมบ่อย ควรรีบพบแพทย์ เพื่อชะลอความเสื่อมในอนาคต

สมองฝ่อ คือภาวะที่เนื้อสมองมีขนาดเล็กลงจากการสูญเสียเซลล์ประสาท ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แต่ในบางรายอาจความจำถดถอย หลงลืม บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง หรือมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ซึ่งควรได้รับการประเมินจากแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อชะลอความเสื่อม และช่วยคงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้นานที่สุด

โรงพยาบาลวิภาวดี (Vibhavadi Hospital) มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบประสาท โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง จากศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง ให้บริการวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีรังสีวิทยาที่ทันสมัย ตรวจ MRI brain ระบุตำแหน่งของภาวะสมองฝ่อได้แม่นยำ พร้อมออกแบบโปรแกรมการฟื้นฟูเฉพาะบุคคลเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

ช่องทางติดต่อ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมองฝ่อ

โรคสมองฝ่อ รักษาหายไหม

ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเซลล์ประสาทที่ตายไปแล้วไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่มาทดแทนได้ การรักษาจึงเน้นชะลออาการไม่ให้แย่ลง

สมองฝ่อ อันตรายไหม

อาจกระทบการดำเนินชีวิตประจำวันและเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หากไม่ได้รับการดูแล

คนอายุน้อยมีโอกาสเกิดภาวะสมองฝ่อได้หรือไม่

มีโอกาสเกิดขึ้นได้หากมีปัจจัยกระตุ้น เช่น การได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะอย่างรุนแรง การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง การใช้สารเสพติด หรือเกิดจากโรคทางพันธุกรรมบางชนิดที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ


References

รีวิวจากคนไข้

“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่

02-561-1111

02-058-1111


ทีมแพทย์โรคสมองฝ่อ เกิดจากสาเหตุอะไร มีอาการอย่างไร รักษาหายไหม?