
เส้นเลือดในสมองแตก คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด การเข้าใจถึงสัญญาณเส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก
ในบทความนี้จะมาทำความเข้าใจกันว่าเส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากอะไร มีลักษณะสัญญาณอาการเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับการรักษาได้ทันท่วงที และช่วยป้องกันความเสียหายต่อสมอง ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายหลังเผชิญภาวะดังกล่าวให้ดีขึ้นในอนาคต
Key Takeaways
สารบัญบทความ

เส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) คือภาวะที่สมองขาดเลือดหรือออกซิเจน เนื่องจากหลอดเลือดสมองเสียหาย ทำให้เลือดหรือออกซิเจนไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมองได้ และส่งผลต่อการควบคุมระบบการทำงานของร่างกายหรืออวัยวะต่าง ๆ ถือหนึ่งในกลุ่มอาการของโรคหลอดเลือดสมองที่จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที มิเช่นนั้นจะสร้างความเสียหายต่อสมองได้อย่างรุนแรง
เส้นเลือดในสมองแตก เกิดจากหลายสาเหตุ โดยมีสาเหตุหลักมาจากหลอดเลือดสมองเสื่อมสภาพ ฉีกขาด หรือได้รับความเสียหายเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
นอกจากนี้ผู้ที่มีเสี่ยงมีอาการเส้นเลือดในสมองแตกยังพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่ประสบปัญหาการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายถดถอยลงอีกด้วย อย่างไรก็ดีอาจพบผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกในกลุ่มคนที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย

เส้นเลือดในสมองแตกเป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การเข้าใจถึงลักษณะสัญญาณเตือนจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยหรือคนใกล้ตัวสามารถตอบสนองการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วยเองได้ โดยสามารถสังเกตผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกได้ง่าย ๆ ด้วยสัญญาณ BEFAST ร่วมกับอาการอื่น ๆ โดยมี 10 สัญญาณเตือน โรค หลอดเลือด สมอง ดังนี้
ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกหรือสโตรก อาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อย คือการสูญเสียการทรงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเซ นั่งหรือยืนไม่มั่นคง รู้สึกคล้ายสะดุดอะไรบางอย่างเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก เช่น ลุกจากเก้าอี้ ลุกจากเตียงลำบาก ต้องหาที่ยึดเกาะขณะเดินอยู่ตลอด
หากเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าการมองเห็นผิดแปลกไปจากเดิมแบบกะทันหัน เช่น ตาพร่ามัว มองภาพด้านข้างไม่ชัด การมองเห็นลดลง มองเห็นภาพซ้อน ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยว มองเห็นภาพมืดหรือสว่างฉับพลัน
ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกอาการเริ่มแรกที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือใบหน้าเบี้ยว หรือ Bell Palsy คืออาการที่เกิดจากสมองที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าได้รับความเสียหาย สังเกตได้จากปากเบี้ยว มุมปากตก เวลายิ้มรู้สึกว่ารอยยิ้มไม่เท่ากัน น้ำลายไหลมุมปาก คิ้วไม่เท่ากัน ยักคิ้วสองข้างไม่เท่ากัน หนังตาปิดไม่สนิท เป็นต้น
เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ อาการที่พบได้บ่อยอีกหนึ่งอาการก็คือแขน ขาอ่อนแรง ยกแขนหรือขาไม่ได้ หรือยกขึ้นมาแล้วขาและแขนทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เนื่องจากสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อร่างกายในส่วนต่าง ๆ เกิดความเสียหาย
หากเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการพูดและการออกเสียง โดยจะมีอาการพูดติดขัด ออกเสียงลำบาก พูดไม่ชัด พูดติดอ่าง หรือไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่คู่สนทนาพูดได้
เมื่อไหร่สังเกตลักษณะอาการของคนใกล้ตัวตามสัญญาณ BEFAST ข้างต้นแล้วว่าเข้าข่ายจะเป็นเส้นเลือดในสมองแตก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไปทันที ภายใน 4.5 ชั่วโมง เพราะยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ จะช่วยให้ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกมีโอกาสรอดเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และถือเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองอีกด้วย
เพราะสมองได้รับผลกระทบจากเส้นเลือดในสมองแตก อาจกระทบต่อการนึกคิด การตัดสินใจของผู้ป่วยได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการสับสน มึนงง ไม่สามารถคิด ทำความเข้าใจ ตัดสินใจ ตลอดจนมีปัญหาเกี่ยวกับความจำ
ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกอาจมีอาการชาปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือรู้สึกคล้ายไฟช็อตตามนิ้วมือ นิ้วเท้า รวมถึงบริเวณใบหน้า แขน ขาได้
อาการปวดหัวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สำหรับผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกมักพบอาการปวดหัวที่รุนแรง ทั้งปวดหัว ปวดเบ้าตา ปวดขมับ หรือปวดหัวตรงขมับ 2 ข้าง ซึ่งจะเป็นอาการแบบเฉียบพลันและรุนแรงกว่าปกติ
นอกจากอาการพูดติดขัด สื่อสารหรือออกเสียงลำบากแล้ว ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียบเรียงความคิด ไม่เข้าใจภาษาหรือตัวเลข นึกคำพูดไม่ออก เรียงคำพูดหรือประโยคผิดหลักไวยากรณ์ ผิดความหมายได้
และทั้งหมดนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนเส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกที่ควรรู้ เพื่อที่จะได้ช่วยชีวิตตัวเองหรือคนใกล้ตัวและป้องกันความเสียหายที่รุนแรงต่อสมองและชีวิตได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถ้าประสบกับอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพราะการตอบสนองการรักษาที่รวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตในอนาคตได้
เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียการทรงตัว ตาพร่า หน้าเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชาตามร่างกาย ปวดศีรษะ มีปัญหาด้านการสื่อสาร หากปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม เสี่ยงทำให้สมองได้รับความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
สำหรับใครที่เป็นกังวลว่ามีความเสี่ยงที่จะมีภาวะเส้นเลือดในสมองหรือเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือพบหมอระบบประสาทและสมอง ได้ที่ ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลวิภาวดี ทีมคุณหมอพร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม หากสนใจ ติดต่อได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
ทั้งอาการเส้นเลือดในสมองตีบและเส้นเลือดในสมองแตกจัดอยู่ในกลุ่มสโตรกหรือภาวะฉุกเฉินของเส้นเลือดสมอง เพียงแต่มีความต่างกันคือ เส้นเลือดในสมองตีบเกิดจากการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ขณะที่เส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากเส้นเลือดมีการฉีกขาด
เส้นเลือดในสมองแตก มีโอกาสรอดชีวิตในกรณีที่เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยจำเป็นต้องทำภายใน 3-6 ชั่วโมงแรก
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก วิธีรักษาสามารถรักษาด้วยยาในกรณีการรักษาแบบประคับประคอง และรักษาด้วยการผ่าตัดในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน
References
บทความที่เกี่ยวข้อง
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved