เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรก สัญญาณเตือนโรคคืออะไร

เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรก

เส้นเลือดในสมองแตก คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด การเข้าใจถึงสัญญาณเส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก 

ในบทความนี้จะมาทำความเข้าใจกันว่าเส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากอะไร มีลักษณะสัญญาณอาการเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับการรักษาได้ทันท่วงที และช่วยป้องกันความเสียหายต่อสมอง ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายหลังเผชิญภาวะดังกล่าวให้ดีขึ้นในอนาคต


Key Takeaways

  • เส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากเส้นเลือดในสมองฉีกขาด เสื่อมสภาพ หรือได้รับความเสียหายจาก โรคหรือภาวะทางสุขภาพต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดโป่งพอง เนื้องอกในสมอง 
  • ภาวะเส้นเลือดในสมองแตกพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่พฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติดทุกชนิดเป็นเวลานาน
  • เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกนั้นสังเกตได้จากสัญญาณ BEFAST ได้แก่ การสูญเสียการทรงตัว ตาพร่ามัว หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง มีปัญหาด้านการสื่อสาร
  • การสังเกตและเข้าใจอาการของผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายในอนาคต

สารบัญบทความ


เส้นเลือดในสมองแตก คืออะไร

เส้นเลือดในสมองแตก คืออะไร

เส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) คือภาวะที่สมองขาดเลือดหรือออกซิเจน เนื่องจากหลอดเลือดสมองเสียหาย ทำให้เลือดหรือออกซิเจนไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมองได้ และส่งผลต่อการควบคุมระบบการทำงานของร่างกายหรืออวัยวะต่าง ๆ ถือหนึ่งในกลุ่มอาการของโรคหลอดเลือดสมองที่จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที มิเช่นนั้นจะสร้างความเสียหายต่อสมองได้อย่างรุนแรง 


เส้นเลือดในสมองแตก เกิดจากอะไร

เส้นเลือดในสมองแตก เกิดจากหลายสาเหตุ โดยมีสาเหตุหลักมาจากหลอดเลือดสมองเสื่อมสภาพ ฉีกขาด หรือได้รับความเสียหายเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ภาวะหลอดเลือดในสมองโป่งพอง (Brain Aneurysms)
  • โรคเนื้องอกในสมอง (Brain Tumor)
  • โรคโมยาโมยา (Moyamoya Disease) หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบเรื้อรัง 
  • ภาวะความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นมานาน 
  • ผู้ที่มีประวัติใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดในปริมาณที่มากเกินหรือเป็นระยะเวลานาน
  • ผู้ที่มีประวัติได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การหกล้มรุนแรง 
     

นอกจากนี้ผู้ที่มีเสี่ยงมีอาการเส้นเลือดในสมองแตกยังพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่ประสบปัญหาการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายถดถอยลงอีกด้วย อย่างไรก็ดีอาจพบผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกในกลุ่มคนที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย 


10 สัญญาณเตือนเส้นเลือดในสมองแตก สังเกตได้อย่างไรบ้าง

อาการเส้นเลือดในสมองแตก

เส้นเลือดในสมองแตกเป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การเข้าใจถึงลักษณะสัญญาณเตือนจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยหรือคนใกล้ตัวสามารถตอบสนองการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ป่วยเองได้ โดยสามารถสังเกตผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกได้ง่าย ๆ ด้วยสัญญาณ BEFAST ร่วมกับอาการอื่น ๆ โดยมี 10 สัญญาณเตือน โรค หลอดเลือด สมอง ดังนี้ 

1. B - Balance (สูญเสียการทรงตัว)

ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกหรือสโตรก อาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อย คือการสูญเสียการทรงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเซ นั่งหรือยืนไม่มั่นคง รู้สึกคล้ายสะดุดอะไรบางอย่างเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย เคลื่อนไหวร่างกายลำบาก เช่น ลุกจากเก้าอี้ ลุกจากเตียงลำบาก ต้องหาที่ยึดเกาะขณะเดินอยู่ตลอด 

2. E - Eyes (ตาพร่า)

หากเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าการมองเห็นผิดแปลกไปจากเดิมแบบกะทันหัน เช่น ตาพร่ามัว มองภาพด้านข้างไม่ชัด การมองเห็นลดลง มองเห็นภาพซ้อน ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยว มองเห็นภาพมืดหรือสว่างฉับพลัน 

3. F - Face (หน้าเบี้ยว)

ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกอาการเริ่มแรกที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือใบหน้าเบี้ยว หรือ Bell Palsy คืออาการที่เกิดจากสมองที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าได้รับความเสียหาย สังเกตได้จากปากเบี้ยว มุมปากตก เวลายิ้มรู้สึกว่ารอยยิ้มไม่เท่ากัน น้ำลายไหลมุมปาก คิ้วไม่เท่ากัน ยักคิ้วสองข้างไม่เท่ากัน หนังตาปิดไม่สนิท เป็นต้น 

4. A - Arms (แขนขาอ่อนแรง)

เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ อาการที่พบได้บ่อยอีกหนึ่งอาการก็คือแขน ขาอ่อนแรง ยกแขนหรือขาไม่ได้ หรือยกขึ้นมาแล้วขาและแขนทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เนื่องจากสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อร่างกายในส่วนต่าง ๆ เกิดความเสียหาย

5. S - Speech (พูดติด ๆ ขัด ๆ)

หากเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการพูดและการออกเสียง โดยจะมีอาการพูดติดขัด ออกเสียงลำบาก พูดไม่ชัด พูดติดอ่าง หรือไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่คู่สนทนาพูดได้ 

6. T - Time (อาการผิดปกติเกิดขึ้นกะทันหัน)

เมื่อไหร่สังเกตลักษณะอาการของคนใกล้ตัวตามสัญญาณ BEFAST ข้างต้นแล้วว่าเข้าข่ายจะเป็นเส้นเลือดในสมองแตก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไปทันที ภายใน 4.5 ชั่วโมง เพราะยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ จะช่วยให้ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกมีโอกาสรอดเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และถือเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองอีกด้วย 

7. อาการสับสน มึนงง

เพราะสมองได้รับผลกระทบจากเส้นเลือดในสมองแตก อาจกระทบต่อการนึกคิด การตัดสินใจของผู้ป่วยได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการสับสน มึนงง ไม่สามารถคิด ทำความเข้าใจ ตัดสินใจ ตลอดจนมีปัญหาเกี่ยวกับความจำ 

8. อาการชาตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย

ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกอาจมีอาการชาปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือรู้สึกคล้ายไฟช็อตตามนิ้วมือ นิ้วเท้า รวมถึงบริเวณใบหน้า แขน ขาได้ 

9. อาการปวดหัวรุนแรง

อาการปวดหัวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สำหรับผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกมักพบอาการปวดหัวที่รุนแรง ทั้งปวดหัว ปวดเบ้าตา ปวดขมับ หรือปวดหัวตรงขมับ 2 ข้าง ซึ่งจะเป็นอาการแบบเฉียบพลันและรุนแรงกว่าปกติ 

10. อาการไม่เข้าใจภาษา

นอกจากอาการพูดติดขัด สื่อสารหรือออกเสียงลำบากแล้ว ผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียบเรียงความคิด ไม่เข้าใจภาษาหรือตัวเลข นึกคำพูดไม่ออก เรียงคำพูดหรือประโยคผิดหลักไวยากรณ์ ผิดความหมายได้ 

และทั้งหมดนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนเส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกที่ควรรู้ เพื่อที่จะได้ช่วยชีวิตตัวเองหรือคนใกล้ตัวและป้องกันความเสียหายที่รุนแรงต่อสมองและชีวิตได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถ้าประสบกับอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพราะการตอบสนองการรักษาที่รวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตในอนาคตได้ 


เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรก รู้เร็ว รักษาทัน ที่โรงพยาบาลวิภาวดี 

เส้นเลือดในสมองแตก อาการเริ่มแรกเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียการทรงตัว ตาพร่า หน้าเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชาตามร่างกาย ปวดศีรษะ มีปัญหาด้านการสื่อสาร หากปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม เสี่ยงทำให้สมองได้รับความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

สำหรับใครที่เป็นกังวลว่ามีความเสี่ยงที่จะมีภาวะเส้นเลือดในสมองหรือเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือพบหมอระบบประสาทและสมอง ได้ที่ ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลวิภาวดี ทีมคุณหมอพร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม หากสนใจ ติดต่อได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้ 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองแตก

อาการเส้นเลือดในสมองตีบ ต่างจากเส้นเลือดในสมองแตกไหม

ทั้งอาการเส้นเลือดในสมองตีบและเส้นเลือดในสมองแตกจัดอยู่ในกลุ่มสโตรกหรือภาวะฉุกเฉินของเส้นเลือดสมอง เพียงแต่มีความต่างกันคือ เส้นเลือดในสมองตีบเกิดจากการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ขณะที่เส้นเลือดในสมองแตกเกิดจากเส้นเลือดมีการฉีกขาด

เส้นเลือดในสมองแตก มีโอกาสรอดไหม

เส้นเลือดในสมองแตก มีโอกาสรอดชีวิตในกรณีที่เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยจำเป็นต้องทำภายใน 3-6 ชั่วโมงแรก

เส้นเลือดในสมองแตก รักษาอย่างไร 

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก วิธีรักษาสามารถรักษาด้วยยาในกรณีการรักษาแบบประคับประคอง และรักษาด้วยการผ่าตัดในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน


References


บทความที่เกี่ยวข้อง