RF Ablation คืออะไร รักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะประสิทธิภาพสูง

RF Ablation คือ

การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุ (RF Ablation) คือการรักษาที่ช่วยคืนจังหวะการเต้นให้หัวใจกลับมาเป็นปกติอย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องอาศัยการผ่าตัดใหญ่ที่น่ากังวล วิธีนี้ช่วยรักษาปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ต้นเหตุได้อย่างตรงจุด ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยให้กลับมาทำกิจกรรมโปรดได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


Key Takeaways

  • การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุ (RF Ablation) คือวิธีการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นจุดกำเนิดไฟฟ้าลัดวงจรในหัวใจ ช่วยให้จังหวะชีพจรกลับมาสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว
  • RF Ablation คือหัตถการที่บาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เนื่องจากใช้การสอดสายสวนผ่านหลอดเลือดแทนการผ่าตัดใหญ่ ทำให้ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียงสั้น ๆ และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยด้วยการตรวจสรีรไฟฟ้าหัวใจ (EP Study) ทำให้แพทย์สามารถระบุตำแหน่งปัญหาได้ลึกถึงระดับเซลล์ ซึ่งแม่นยำกว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั่วไปหลายเท่า
  • ผู้ป่วยควรเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งการงดยาบางชนิดและการงดน้ำอาหาร เพื่อให้กระบวนการรักษาในห้องสวนหัวใจเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด

สารบัญบทความ

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร

รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยด้วยไฟฟ้าคลื่นความถี่สูงผ่านสายสวน (RF Ablation)

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รักษาได้ด้วย RF Ablation มีอะไรบ้าง

ข้อดีของการทำ RF Ablation

ขั้นตอนการทำ RF Ablation

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

เตรียมตัวก่อนรักษาด้วย RF Ablation อย่างไร

ดูแลตัวเองหลังการรักษา RF Ablation

จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RF Ablation


โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) คือภาวะที่กระแสไฟฟ้าในหัวใจทำงานผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป (มากกว่า 100 ครั้ง/นาที) ช้าเกินไป (น้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที) หรือมีจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งกระทบต่อการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย

อาการที่น่ากังวลอย่างหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากกระแสไฟฟ้าส่งสัญญาณผิดปกติ ทำให้ใจสั่นรัว เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือวูบหมดสติ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือรุนแรงถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้


รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยด้วยไฟฟ้าคลื่นความถี่สูงผ่านสายสวน (RF Ablation)

การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุ (RF Ablation) คือวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง โดยแพทย์จะทำการรักษาในห้องสวนหัวใจที่มีเครื่องมือทันสมัย แพทย์จะสอดสายสวนเข้าทางหลอดเลือดเพื่อหาตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ จากนั้นจะส่งพลังงานไฟฟ้าความถี่สูงเท่าคลื่นวิทยุไปทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นต้นเหตุ เพื่อจัดระเบียบการส่งกระแสไฟฟ้าภายในหัวใจจากจุด SA-node ไปยัง AV-node ให้กลับมาทำงานสัมพันธ์กันและมีชีพจรที่เต้นสม่ำเสมอในอัตรา 60-100 ครั้ง/นาที

การทำ RFA คือการรักษาโรคหัวใจที่ช่วยลดความกังวลให้แก่ผู้ป่วย เนื่องจากมีการใช้ยาระงับประสาทหรือยาระงับความรู้สึกเพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนิ่งตลอดการทำหัตถการ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-4 ชั่วโมง โดยแพทย์จะดำเนินการทันทีหลังจากการตรวจสรีรไฟฟ้าหัวใจ (EP Study) เพื่อระบุตำแหน่งเนื้อเยื่อที่เป็นต้นเหตุได้อย่างชัดเจน


ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รักษาได้ด้วย RF Ablation มีอะไรบ้าง

จี้หัวใจ

การรักษาด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF Ablation) ใช้รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อตัดวงจรไฟฟ้าที่ผิดปกติและคืนจังหวะการเต้นที่เหมาะสมให้กับหัวใจ ดังนี้

  • Supraventricular Tachycardia (SVT): คือโรคภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติที่เกิดจากหัวใจห้องบน ส่งผลให้ใจสั่นกะทันหัน
  • Atrial Flutter / Atrial Fibrillation (AF): ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รวมถึงภาวะ PAF คือโรค หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วแบบเป็น ๆ หาย ๆ
  • Ventricular Tachycardia (VT): คือภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • Wolff-Parkinson-White Syndrome (WPW): ภาวะที่มีเส้นทางนำไฟฟ้าพิเศษผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป
  • Premature Ventricular Contraction (PVC): คือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหนึ่งที่เกิดจากหัวใจห้องล่างเต้นก่อนจังหวะ

ข้อดีของการทำ RF Ablation 

การรักษาที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดโดยหมอหัวใจผู้เชี่ยวชาญร่วมกับการตรวจสรีรไฟฟ้าหัวใจ (EP Study) มีข้อดีดังนี้

  • วินิจฉัยต้นเหตุได้อย่างแม่นยำ: ระบุตำแหน่งที่กระแสไฟฟ้าหัวใจลัดวงจรได้ลึกถึงระดับเซลล์ ซึ่งให้ความละเอียดสูงกว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือการติดเครื่องติดตามตัว (Holter Monitor) ทั่วไป
  • การรักษาที่ตรงจุดและยั่งยืน: เมื่อพบจุดกำเนิดไฟฟ้าที่ผิดปกติ แพทย์จะทำการจี้ทำลายวงจรนั้นทันที ช่วยลดโอกาสที่อาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจะกลับมาเป็นซ้ำได้
  • บาดเจ็บน้อยและฟื้นตัวได้ไว: เนื่องจากเป็นการทำหัตถการผ่านสายสวนหลอดเลือด จึงไม่ต้องผ่าตัดหัวใจให้เป็นแผลกว้าง ลดความเจ็บปวดและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวคืนสู่สภาพปกติได้รวดเร็ว
  • ลดภาระการใช้ยาในระยะยาว: ผู้ป่วยหลายรายสามารถหยุดกินยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้หลังการรักษา หรือลดปริมาณยาลงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาต่อเนื่อง
  • กลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างมั่นใจ: ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือออกกำลังกายได้ตามปกติในเวลาอันสั้น ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและลดความกังวลจากอาการวูบหรือใจสั่นกะทันหัน

ขั้นตอนการทำ RF Ablation

PAC คือโรคอะไร

กระบวนการรักษาเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์อย่างละเอียดเพื่อหาจุดกำเนิดของปัญหา ก่อนจะดำเนินการรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ดังนี้

การทำ Electrophysiology Study

ขั้นคอนการสวนหัวใจ เปรียบเสมือนการทำแผนที่ไฟฟ้าหัวใจ (Cardiac Mapping) เพื่อระบุตำแหน่งพยาธิสภาพได้อย่างแม่นยำที่สุด โดยมีกระบวนการดังนี้

  1. แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนัง และในบางกรณีอาจให้ยาระงับประสาทเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายตลอดการทำหัตถการ
  2. แพทย์สอดสายสวนขนาดเล็กผ่านทางหลอดเลือดบริเวณขาหนีบ เพื่อนำทางเข้าไปยังห้องหัวใจโดยใช้ภาพเอกซเรย์นำทาง
  3. แพทย์บันทึกสัญญาณไฟฟ้าภายในห้องหัวใจแต่ละห้อง พร้อมทั้งทดสอบกระตุ้นระบบไฟฟ้าหัวใจ เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ก่อให้เกิดจังหวะการเต้นที่ผิดปกติ
     

การทำ RF Ablation

หลังจากตรวจพบตำแหน่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหาผ่านการทำ EP Study แล้ว แพทย์จะเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที

  1. แพทย์ใช้สายสวนชนิดพิเศษส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุที่มีความร้อนคงที่ไปยังจุดที่เกิดความผิดปกติ
  2. พลังงานคลื่นวิทยุจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นต้นกำเนิดไฟฟ้าลัดวงจรหยุดทำงานและกลายเป็นรอยแผลเล็ก ๆ
  3. การทำลายจุดผิดปกติเพียงเล็กน้อยนี้ จะช่วยตัดวงจรที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่งผลให้หัวใจกลับมาเต้นได้ปกติและสม่ำเสมอในทันที

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

แม้การจี้ไฟฟ้าหัวใจจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงน้อยกว่า 1% แต่ผู้ป่วยควรรับทราบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เพื่อการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • อาการทั่วไป: คลื่นไส้อาเจียนจากฤทธิ์ยาระงับประสาท หรือปวดเมื่อยหลังจากการนอนนิ่งเป็นเวลานาน
  • จังหวะหัวใจผิดปกติขณะทำ: อาจเกิดหัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติระหว่างหัตถการ ซึ่งแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิด
  • ภาวะเลือดออก: อาจมีเลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจหากเกิดการระคายเคืองที่ผนังหัวใจ หรือพบรอยช้ำและก้อนเลือดบริเวณขาหนีบที่สอดสายสวน
  • ลิ่มเลือดอุดตัน: ความเสี่ยงกรณีรักษาหัวใจฝั่งซ้าย
  • การเต้นของหัวใจ: ในบางรายอาจหัวใจเต้นช้าลงจนจำเป็นต้องผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจในอนาคต

เตรียมตัวก่อนรักษาด้วย RF Ablation อย่างไร

เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ผู้ป่วยควรเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • เข้ารับการตรวจเลือด (เช่น HIV, ไวรัสตับอักเสบ) เอกซเรย์ปอด และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตามที่แพทย์กำหนด
  • งดรับประทานยาต้านการเต้นของหัวใจผิดจังหวะอย่างน้อย 3 วัน (ตามดุลยพินิจของแพทย์) และควรนำยาประจำตัวทั้งหมดมาในวันทำหัตถการ
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเริ่มการรักษา และจะมีการเตรียมผิวหนังบริเวณขาหนีบหรือลำคอเพื่อใส่สายสวน
  • แพทย์จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และในผู้ป่วยบางรายอาจต้องมีการใส่สายสวนปัสสาวะร่วมด้วย
  • ควรมีญาติมาด้วยอย่างน้อย 1 ท่าน เพื่อรับฟังข้อมูลและร่วมตัดสินใจในขั้นตอนการรักษากับแพทย์

ดูแลตัวเองหลังการรักษา RF Ablation

การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีเมื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แผลหายสนิทและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  • อาบน้ำได้ตามปกติเนื่องจากแผลจะถูกปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ แต่ต้องคอยสังเกตความผิดปกติบริเวณแผล เช่น มีอาการบวมแดง ร้อน กดเจ็บ หรือมีหนองและน้ำเหลืองซึม หากพบอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ทันที
  • หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เส้นเลือดขาหนีบถูกกดทับหรือพับงอ เช่น การนั่งยอง นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิ ควรสลับจากการนั่งเป็นการยืนหรือเดินบ่อย ๆ งดการขับรถ การยกของหนัก และการออกกำลังกายหักโหม
  • ในช่วง 1-2 เดือนแรก อาจรู้สึกเหมือนมีอะไรกระตุ้นหัวใจหรือหัวใจเต้นเร็วช่วงสั้น ๆ ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ 
  • หากรู้สึกใจสั่นรุนแรงเหมือนก่อนรักษา ควรรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและนำผลมาปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ 
  • ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียด และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนหนาแน่นซึ่งมีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
     

การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงจากการกลับมาเป็นซ้ำที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณร้อยละ 2-10 และช่วยให้หัวใจกลับมาแข็งแรงได้


จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี

การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุ (RF Ablation) คือวิธีรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง โดยการส่งพลังงานผ่านสายสวนไปทำลายจุดกำเนิดไฟฟ้าลัดวงจรในหัวใจ กระบวนการนี้ช่วยคืนสมดุลให้ระบบไฟฟ้าหัวใจกลับมาเต้นได้ปกติ ลดความเสี่ยงทุพพลภาพและช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องพึ่งพายาในระยะยาว ถือเป็นมาตรฐานการรักษาที่มอบผลลัพธ์ยั่งยืนและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมดูแลคุณด้วยนวัตกรรมห้องสวนหัวใจที่ทันสมัยและทีมแพทย์หัวใจผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสรีรไฟฟ้าหัวใจ เรามอบการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่ตรงจุด เพื่อคืนจังหวะชีวิตที่ปกติและปลอดภัยให้แก่คุณ ด้วยมาตรฐานการรักษาและการพยาบาลระดับสากลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RF Ablation 

การทำ RF Ablation ต้องดมยาสลบไหม ใช้เวลานานเท่าไหร่?

ส่วนใหญ่ใช้ยาชาเฉพาะที่และยาระงับประสาทเพื่อให้ผู้ป่วยเคลิ้มหลับและผ่อนคลาย โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและตำแหน่งของความผิดปกติในหัวใจ

หลังทำเสร็จต้องพักฟื้นนานแค่ไหน เริ่มออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?

ผู้ป่วยมักพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืน และพักต่อที่บ้าน 3-5 วัน โดยควรเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ได้หลัง 2 สัปดาห์ และงดกิจกรรมหักโหมในช่วงแรกเพื่อป้องกันแผลขาหนีบ


References


บทความที่เกี่ยวข้อง