PVC คือโรคอะไร? ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมออันตรายไหม?

PVC คือโรค

ระบบกระแสไฟฟ้าภายในหัวใจทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หากระบบทำงานผิดปกติ อาจส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่า PVC คือโรคหัวใจห้องล่างบีบตัวก่อนกำหนด ซึ่งจะแสดงอาการผ่านการรู้สึกหัวใจกระตุก

แม้ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงในผู้ที่มีโครงสร้างหัวใจปกติ แต่สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ และปัจจัยเสี่ยง รวมถึงวิธีการรักษาและการป้องกันได้ในบทความนี้


Key Takeaways

  • PVC คือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เกิดจากคลื่นไฟฟ้าแปลกปลอมในหัวใจห้องล่าง บีบตัวก่อนจังหวะปกติ
  • อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ผู้ป่วยมักรู้สึกได้คืออาการหัวใจกระตุกวูบ หรือมีอาการหัวใจเต้นตุ๊บ ๆ คล้ายหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
  • ปัจจัยกระตุ้นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีทั้งรูปแบบพฤติกรรม เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ ความเครียด 
  • การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาศัยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) ทั้งแบบมาตรฐานและการติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง
  • แนวทางการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยาควบคุมจังหวะหัวใจ ไปจนถึงการจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง

สารบัญบทความ

ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (PVC) คืออะไร

อาการภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอที่สังเกตได้ มีอะไรบ้าง

ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีรูปแบบการเต้นของหัวใจเป็นอย่างไร

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ เพิ่มความเสี่ยงอาการอะไรบ้าง

วินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอได้อย่างไร

วิธีรักษาภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

แนวทางการป้องกันภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

PVC คือโรคหัวใจเต้นสะดุด ดูแลและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลวิภาวดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะ PVC


ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ (PVC) คืออะไร

PVC Heart

PVC (Premature Ventricular Contraction) คือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหนึ่ง ที่มีจุดกำเนิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติบริเวณหัวใจห้องล่าง ส่งผลให้กลไกการบีบตัวของหัวใจเสียจังหวะไปจากระบบนำไฟฟ้าปกติของร่างกาย 

ภาวะ PVC ผู้ป่วยมักมีอาการหัวใจกระตุกวูบ และรู้สึกถึงอาการหัวใจเต้นตุ๊บ ๆ ที่รุนแรงในจังหวะถัดไปเนื่องจากหัวใจมีการพักชั่วครู่เพื่อปรับสมดุล (Compensatory Pause) ทางการแพทย์จึงจำแนกความถี่ออกเป็นหัวใจห้องล่างเต้นก่อนกำหนดแบบนาน ๆ ครั้ง (Occasional PVC) ซึ่งแตกต่างจากภาวะหัวใจห้องบนบีบตัวก่อนกำหนด (Premature Atrial Contraction) และแตกต่างจากภาวะการบีบตัวก่อนกำหนด (Premature Contraction) เพื่อความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพยาธิสภาพของระบบไหลเวียนโลหิต

  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับความเสื่อมสภาพของโครงสร้างหัวใจชั้นใน ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการและแนวทางการรักษาโรคได้ที่ :ลิ้นหัวใจรั่ว

อาการภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอที่สังเกตได้ มีอะไรบ้าง

ผู้ที่เป็น PVC จะไม่มีอาการที่ชัดเจน และมักจะตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี แต่สำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีความไวต่อความรู้สึกทางร่างกาย หรือมีปริมาณการเต้นผิดจังหวะค่อนข้างถี่ อาจพบสัญญาณเตือนที่สามารถสังเกตเห็นได้ ดังนี้

  • มีอาการใจสั่น (Palpitation) เหมือนหัวใจจะกระโดดหรือพลิกคว่ำอยู่ภายในทรวงอก
  • รู้สึกหัวใจเต้นสะดุด หรือมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจกระตุกคล้ายกับการตกใจอย่างรุนแรง
  • รู้สึกหัวใจเต้นแรง ผิดปกติ หรือเต้นแรงจนสัมผัสได้ที่บริเวณลำคอหรือหน้าอก
  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือรู้สึกอึดอัดบริเวณใต้กระดูกหน้าอกในบางช่วง
  • หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือมีอาการวิงเวียนศีรษะเนื่องจากปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วขณะ
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติเมื่อต้องออกแรงในชีวิตประจำวัน
     

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเริ่มส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต หรือสงสัยว่าอาการหัวใจกระตุกเกิดจากอะไร แนะนำให้รีบเข้ามาปรึกษาหมอหัวใจ ที่โรงพยาบาลวิภาวดีเพื่อรับการตรวจเช็กระบบไฟฟ้าหัวใจอย่างละเอียด


ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีรูปแบบการเต้นของหัวใจเป็นอย่างไร

ลักษณะของ PVC สามารถแบ่งออกเป็นรูปแบบซ้ำ ๆ ที่มีความจำเพาะเจาะจงได้ ดังนี้

  • Bigeminy PVC คือการเต้นของหัวใจที่สลับกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โดยหัวใจเต้นปกติหนึ่งครั้ง สลับกับการเกิดภาวะ Bigeminy PVC หรือหัวใจห้องล่างเต้นก่อนกำหนดหนึ่งครั้งต่อเนื่องกันไป
  • Trigeminy PVC คือการเต้นแบบสองต่อหนึ่ง โดยหัวใจจะเต้นเป็นจังหวะปกติสองครั้ง แล้วตามด้วยการเกิด PVC แทรกขึ้นมาหนึ่งครั้งในจังหวะที่สาม
  • Quadrigeminy PVC คือการเต้นที่หัวใจทำงานเป็นจังหวะปกติสามครั้งติดต่อกัน แล้วจึงเกิดจังหวะ PVC แทรกขึ้นมาในจังหวะที่สี่
  • Couplet คือการเกิดภาวะหัวใจห้องล่างบีบตัวก่อนกำหนดติดกันสองจังหวะต่อเนื่อง โดยไม่มีจังหวะการเต้นปกติมาคั่นกลาง
  • Ventricular Tachycardia คือหากมีการเกิด PVC ติดกันตั้งแต่สามจังหวะขึ้นไปในอัตราเร็วกว่า 100 ครั้งต่อนาที และหยุดเองภายใน 30 วินาที 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

premature ventricular contractions

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และความผิดปกติทางพยาธิสภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญดังต่อไปนี้

  • สารกระตุ้นระบบประสาท: การได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงจากชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง รวมถึงการใช้ยาเสพติดให้โทษ เช่น โคเคน หรือเมทแอมเฟตามีน
  • สารนิโคตินและยาสูบ: การสูบบุหรี่และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของยาสูบทุกประเภท ซึ่งส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วและกระตุ้นการเต้นผิดจังหวะ
  • แอลกอฮอล์: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินเกณฑ์มาตรฐาน หรือการเกิดภาวะถอนพิษสุรา
  • กิจกรรมทางกายภาพบางประเภท: ในผู้ป่วยบางราย การออกกำลังกายที่ใช้แรงกระแทกหรือความหนักหน่วงสูงอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด PVC บางชนิดได้
  • ภาวะทางอารมณ์: ความเครียดสะสม ความวิตกกังวล หรือภาวะตื่นตระหนก (Panic) ที่ไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเธติก
  • พยาธิสภาพของโรคหัวใจเดิม: ผู้ป่วยที่มีประวัติกล้ามเนื้อหัวใจตายจากภาวะหัวใจวาย หรือมีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • ความผิดปกติแต่กำเนิด: ภาวะโครงสร้างหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด (Congenital Heart Defects)
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว: ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หรือโครงสร้างหัวใจเกิดความเสียหายจนส่งผลต่อระบบนำไฟฟ้า
     

หากต้องการตรวจสอบว่าอาการเหนื่อยง่ายหรือใจสั่นสะดุดเข้าข่ายพยาธิสภาพของโรคระบบหมุนเวียนโลหิตหรือไม่ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : หายใจเหนื่อยเกิดจากอะไร


ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ เพิ่มความเสี่ยงอาการอะไรบ้าง

ภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอชนิดการเต้นผิดจังหวะแบบนาน ๆ ครั้ง (Occasional PVC) ที่ไม่ร้ายแรง แต่หากปล่อยให้กลายเป็นภาวะที่เกิดขึ้นถี่ต่อเนื่องยาวนาน จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดลดลงและเข้าไปรบกวนวงจรไฟฟ้าหัวใจจนเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติ (Ventricular Tachycardia) หรือหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้วที่เป็นอันตรายถึงชีวิต 

ยิ่งไปกว่านั้น การบีบตัวผิดจังหวะสะสมเป็นเวลานานยังอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ส่งผลให้โครงสร้างเกิดภาวะหัวใจโตตามมาในที่สุด และในกลุ่มผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอยู่เดิมแล้ว การเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ PVC เกิดจากกระแสไฟฟ้าแปรปรวนนี้ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและเสียชีวิตกะทันหันได้


วินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอได้อย่างไร

การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอประเภท PVC แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อดักจับสัญญาณไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ ดังนี้

  • การตรวจและประเมินเบื้องต้น: แพทย์จะทำการซักประวัติ อาการแสดง และตรวจร่างกาย เพื่อประเมินปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ เช่น โรคไทรอยด์, โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาตรฐาน (EKG / ECG): เป็นการติดเซนเซอร์บริเวณผิวหนังเพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าหัวใจลงบนกระดาษกราฟ 
  • การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor): ในกรณีที่เป็น Occasional PVC หรือภาวะหัวใจสะดุดแบบนาน ๆ ครั้ง แพทย์จะให้ติดเครื่องบันทึกไว้กับตัวตลอด 24 ชั่วโมง 

วิธีรักษาภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

แนวทางการรักษาภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอประเภท PVC จะขึ้นอยู่กับความถี่ของอาการและสภาพโครงสร้างหัวใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญ โดยแบ่งออกเป็นขั้นตอนตามระดับความรุนแรงได้ดังนี้

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการติดตามอาการ: ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการน้อยและไม่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น งดดื่มชา กาแฟ 
  • การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy): หากกระแสไฟฟ้าหัวใจแปรปรวน แพทย์จะพิจารณาให้ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ หรือยาต้านการเต้นผิดจังหวะ
  • การจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency Catheter Ablation): การรักษาในห้องสวนหัวใจด้วยวิธีจี้หัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงจะใช้พลังงานความร้อนทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นจุดกำเนิดสัญญาณผิดปกติ ซึ่งมีความปลอดภัยสูง
     

อย่างไรก็ตาม การรักษาจะทำโดยการสอดสายสวนผ่านบริเวณขาหนีบเข้าไปยังหัวใจ ซึ่งใช้หลักการคล้ายกับการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ แต่เปลี่ยนเป็นการใช้ขั้วโลหะปลายสายบันทึกและส่งผ่านคลื่นความร้อนระดับอุ่นเพื่อรักษาจุดที่มีปัญหา โดยผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นในสถานพยาบาลเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้น


แนวทางการป้องกันภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

แม้ว่าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดที่เกิดจากพันธุกรรมจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพเชิงรุกสามารถลดอุบัติการณ์การเกิดภาวะ PVC และป้องกันการลุกลามไปสู่โรคหัวใจที่รุนแรงได้ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการบริโภคสารกระตุ้นทุกชนิด เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และสารเคมีในบุหรี่
  • รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน โดยเน้นอาหารที่มีแร่ธาตุโพแทสเซียมและแมกนีเซียมในระดับที่สมดุล เพื่อช่วยการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในระดับความหนักที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว
  • จัดการและควบคุมความเครียดด้วยการทำสมาธิ พักผ่อนให้เพียงพอ หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองความเสี่ยง และเข้ารับการรักษาโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง

PVC คือโรคหัวใจเต้นสะดุด ดูแลและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลวิภาวดี

PVC คือโรคหัวใจห้องล่างบีบตัวก่อนกำหนดที่อาจพัฒนาเป็นพยาธิสภาพที่รุนแรงได้หากละเลยการรักษา การสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย เช่น อาการหัวใจกระตุก ใจสั่น หรือเต้นสะดุด จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบถาวรต่อกล้ามเนื้อหัวใจในอนาคต

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การติดเครื่องบันทึกจังหวะหัวใจ 24 ชั่วโมง ตลอดจนหัตถการขั้นสูง อย่างการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างแม่นยำและปลอดภัยสูง หากพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ สามารถติดต่อเพื่อนัดหมายเข้ารับคำปรึกษาได้ตามช่องทางด้านล่างนี้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะ PVC 

การดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอไหม?

สารคาเฟอีนและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเธติก ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและเพิ่มความไวของเนื้อเยื่อหัวใจห้องล่างในการสร้างกระแสไฟฟ้าแปลกปลอม จนกลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะ PVC ได้อย่างชัดเจน 

สมาร์ตวอทช์สามารถตรวจจับหรือแจ้งเตือนภาวะหัวใจสะดุดได้แม่นยำแค่ไหน?

สมาร์ตวอทช์ในปัจจุบันมีระบบตรวจวัดชีพจรด้วยแสงและฟังก์ชัน ECG เบื้องต้น ซึ่งสามารถตรวจพบจังหวะการเต้นที่สะดุดหรือข้ามจังหวะได้ดี แต่ยังไม่สามารถทดแทนการตรวจด้วยเครื่องมือแพทย์แบบมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคได้ 


References


บทความที่เกี่ยวข้อง