
ภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy: CP) เป็นกลุ่มความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการควบคุมกล้ามเนื้อ โดยเกิดจากความเสียหายของสมองในส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวในช่วงที่สมองกำลังพัฒนา ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขณะอยู่ในครรภ์ ระหว่างการคลอด หรือในช่วงวัยเด็กตอนต้น
แม้ว่าความเสียหายที่ทำให้เกิดภาวะสมองพิการถาวรนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การตรวจวินิจฉัยโดยหมอระบบประสาทและสมอง เก่ง ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กพิการทางสมอง เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว และช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
Key Takeaways
- สมองพิการ (Cerebral Palsy) เป็นภาวะความผิดปกติของการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการควบคุมกล้ามเนื้อ ที่เกิดจากความเสียหายของสมองในช่วงที่สมองกำลังพัฒนา
- ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีระดับความรุนแรงของอาการแตกต่างกัน ตั้งแต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง ไปจนถึงต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
- การทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy) กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) และอรรถบำบัด (Speech Therapy) มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการและเพิ่มความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน
สารบัญบทความ
สมองพิการ (Cerebral Palsy) คืออะไร?
สมองพิการ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
อาการของสมองพิการที่ต้องสังเกต
สาเหตุของสมองพิการ เกิดจากอะไรได้บ้าง
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดสมองพิการ
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในสมองพิการ
การวินิจฉัยสมองพิการทำอย่างไร
การรักษาและฟื้นฟูสมองพิการ
แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยสมองพิการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมองพิการ
สมองพิการ (Cerebral Palsy) คืออะไร?

สมองพิการ (Cerebral Palsy) คือโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เด็กพิการทางสมองมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวล่าช้ากว่าเด็กทั่วไป เช่น การพลิกตัว การนั่ง หรือการเดิน นอกจากนี้ โรค CP อาจส่งผลให้มีความผิดปกติด้านอื่นร่วมด้วย เช่น การมองเห็น การได้ยิน หรือสติปัญญา โดยความรุนแรงจะมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงสมองพิการ ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับรุนแรงที่สุดที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการทรงตัวและต้องพึ่งพาผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดชีวิต
สมองพิการ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
สมองพิการ ทางการแพทย์จะแบ่งประเภทตามลักษณะความผิดปกติของการเคลื่อนไหวและพยาธิสภาพของระบบประสาทออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
- Spastic Cerebral Palsy เป็นภาวะสมองพิการชนิดเกร็งที่พบบ่อยที่สุด กล้ามเนื้อมีความตึงตัวสูงผิดปกติ ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก อาจเกร็งเฉพาะแขนขาข้างเดียวหรือทั้งแขนและขาได้
- Dyskinetic Cerebral Palsy ผู้ป่วยจะมีอาการเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้ มีการบิดหมุนของแขนขาช้า ๆ เป็นจังหวะ ซึ่งมักเด่นชัดขึ้นเมื่อเกิดความเครียดหรือตื่นเต้น
- Ataxic Cerebral Palsy ส่งผลกระทบต่อการทรงตัวและการประสานงานของกล้ามเนื้อโดยตรง ผู้ป่วยมักเดินกางขากว้างเพื่อรักษาสมดุล และมีปัญหาในการกะระยะสิ่งของ
- Mixed Cerebral Palsy เป็นภาวะสมองพิการที่มีลักษณะอาการมากกว่าหนึ่งประเภทผสมกันในผู้ป่วยรายเดียว ทำให้อาการมีความซับซ้อน
อาการของสมองพิการที่ต้องสังเกต
สัญญาณเตือนของโรคสมองพิการในเด็ก CP จะแสดงออกผ่านพัฒนาการทางร่างกายที่ล่าช้า ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย ดังนี้
- ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่สามารถชันคอได้ตามวัย ตัวแข็งเกร็งหรืออ่อนปวกเปียกผิดปกติ ขาไขว้เกร็งเมื่อถูกอุ้ม
- ทารกอายุมากกว่า 6 เดือน ควบคุมศีรษะได้ไม่ดี เอื้อมหยิบของด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกำแน่นตลอดเวลา
- ทารกอายุมากกว่า 10 เดือน คลานผิดปกติ (ใช้แขนขาข้างเดียวช่วยดันตัว อีกข้างลากไปกับพื้น) ยังนั่งเองไม่ได้
- เด็กอายุมากกว่า 1-2 ปี ยังไม่สามารถยืนหรือเดินได้ด้วยตนเองตามเกณฑ์พัฒนาการ
สาเหตุของสมองพิการ เกิดจากอะไรได้บ้าง
ภาวะนี้เกิดจากสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวได้รับความเสียหาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่
- ระหว่างตั้งครรภ์ (Prenatal Causes) มารดาติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ ทารกขาดออกซิเจนในครรภ์ หรือมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดโรคสมองเล็ก
- ระหว่างการคลอด (Perinatal Causes) เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ทำให้สมองทารกขาดเลือดและออกซิเจน
- หลังคลอด (Postnatal Causes) การติดเชื้อรุนแรงในวัยทารก เช่น ไข้สมองอักเสบ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรืออุบัติเหตุรุนแรงที่ศีรษะ
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดสมองพิการ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้ทารกเกิดภาวะพิการทางสมอง หรือ CP คือความผิดปกติตั้งแต่แรกคลอด ได้แก่
- อายุครรภ์น้อยกว่า 32 สัปดาห์ และน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 2,500 กรัม
- ภาวะรกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด หรือรกทำงานผิดปกติ
- ภาวะสูดสำลักขี้เทา (Meconium Aspiration Syndrome)
- ทารกแรกเกิดมีอาการชัก ภาวะหายใจลำบาก หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
- ภาวะขาดออกซิเจนระหว่างคลอดหรือหลังคลอด
- การคลอดยาก เช่น การคลอดท่าก้น หรือการคลอดที่ต้องใช้หัตถการช่วยคลอด
- การติดเชื้อของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ เช่น หัดเยอรมัน หรือการติดเชื้อที่ส่งผลต่อพัฒนาการของสมองทารก
- การติดเชื้อในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ระบบประสาทส่วนกลาง
- ภาวะเลือดออกในสมองหรือหลอดเลือดสมองผิดปกติในทารก
- การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะในช่วงวัยทารกหรือเด็กเล็ก
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในสมองพิการ
ผู้ป่วยโรค CP มักเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ทางระบบประสาทและร่างกาย เช่น โรคลมชัก ปัญหาการกลืนและกินอาหาร ข้อติดแข็ง และอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในบางส่วน นอกจากนี้ยังต้องแยกแยะอาการจากโรคระบบประสาทอื่น ๆ เช่น Spinal Cord Injury คือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง, ภาวะสมองฝ่อ, เนื้องอกในสมอง หรือกลุ่มอาการ Guillain Barre Syndrome ซึ่งมีลักษณะการอ่อนแรงที่คล้ายคลึงกันแต่เกิดจากคนละสาเหตุ
การวินิจฉัยสมองพิการทำอย่างไร
กุมารแพทย์จะประเมินจากประวัติและพัฒนาการการเคลื่อนไหว ร่วมกับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมผ่านศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง ด้วยวิธีตรวจเช็กโครงสร้างสมอง เช่น
- การตรวจ MRI สมอง (Brain MRI) เพื่อประเมินโครงสร้างสมอง ค้นหารอยโรค หรือความผิดปกติของสมองที่อาจเป็นสาเหตุของอาการ
- การตรวจ CT Scan สมอง (Brain CT Scan) มักใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือเมื่อต้องการประเมินภาวะเลือดออกและความผิดปกติของสมองอย่างรวดเร็ว
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ในผู้ป่วยที่มีอาการชักหรือสงสัยโรคลมชักร่วมด้วย
- การตรวจพัฒนาการเด็ก (Developmental Assessment) เพื่อประเมินความสามารถด้านการเคลื่อนไหว การเรียนรู้ ภาษา และการเข้าสังคม
- การตรวจการมองเห็นและการได้ยิน เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจมีความผิดปกติด้านการรับรู้ร่วมด้วย
- การตรวจเลือดหรือการตรวจทางพันธุกรรม ในบางกรณี เพื่อแยกโรคหรือภาวะอื่นที่มีอาการคล้ายภาวะสมองพิการ
การรักษาและฟื้นฟูสมองพิการ

แม้สมองพิการถาวรจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การฟื้นฟูจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เด็กสมองพิการสามารถช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น
- การใช้ยาและการผ่าตัด เพื่อลดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง (Spasticity) ควบคุมอาการชัก หรือแก้ไขความผิดปกติของข้อและกระดูกที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว
- กายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พัฒนาการทรงตัว ฝึกการเคลื่อนไหว และส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน
- อรรถบำบัด (Speech Therapy) ช่วยพัฒนาทักษะด้านการพูด การสื่อสาร และการกลืนอาหาร
- โภชนาการบำบัด เน้นการได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและเพียงพอ รวมถึงการเลือกอาหารที่รับประทานและกลืนได้ง่ายในผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน
- การใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น อุปกรณ์พยุงข้อ รถเข็น หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
- การดูแลด้านจิตใจและพัฒนาการ โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การเข้าสังคม และคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและครอบครัว
แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยสมองพิการ
ภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) เป็นความท้าทายที่ครอบครัวต้องดูแลในระยะยาว การสังเกตพัฒนาการที่ล่าช้าตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการบำบัดที่ทันท่วงที ปัจจุบันมีหน่วยงานและสถานสงเคราะห์คนพิการทางสมอง บริจาคสิ่งของและทุนทรัพย์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการดูแลเด็ก CP
โรงพยาบาลวิภาวดี มีทีมแพทย์เฉพาะทางและศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองที่พร้อมดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นโรคสมองพิการ, โรคพาร์กินสัน, โรคหลอดเลือดสมอง หรืออาการปากเบี้ยวครึ่งซีก (Bell Palsy) มีเครื่องมือวินิจฉัยและแนวทางการฟื้นฟูเฉพาะบุคคลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสมองพิการ
สมองพิการรักษาหายได้ไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เช่น กายภาพบำบัด ช่วยให้พัฒนาการและคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้มาก
ป้องกันไม่ให้ทารกเกิดภาวะสมองพิการได้อย่างไร?
การฝากครรภ์สม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพมารดา และป้องกันการคลอดก่อนกำหนดช่วยลดความเสี่ยงได้ แม้ป้องกันได้ไม่ทั้งหมด
เด็กที่เป็นโรคสมองพิการจะมีอายุสั้นกว่าคนปกติทั่วไปจริงไหม?
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของแต่ละราย หากได้รับการดูแลที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถมีชีวิตยืนยาวได้ตามปกติ