ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เช็กสัญญาณเตือนโรคหัวใจก่อนสายเกินไป

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

โรคหัวใจเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก การตรวจสุขภาพหัวใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EKG ที่ช่วยประเมินการทำงานของหัวใจและตรวจหาความผิดปกติของจังหวะการเต้นหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ และเป็นหนึ่งในการคัดกรองสุขภาพหัวใจที่แพทย์นิยมใช้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างทันท่วงที


Key Takeaways

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คือการตรวจสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ ช่วยประเมินอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจได้อย่างรวดเร็ว 
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังตรวจ 
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจช่วยคัดกรองความผิดปกติ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจโต และโรคเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าหัวใจ 

สารบัญบทความ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ บอกอะไรได้บ้าง

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ระบุโรคอะไรได้บ้าง

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เหมาะกับใคร

ข้อดี - ข้อจำกัดของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

เตรียมตัวก่อนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ขั้นตอนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นอย่างไร

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำร่วมกับการตรวจหัวใจแบบอื่นได้ไหม

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตัวช่วยสำคัญ คัดกรองโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG หรือ ECG) คือ การตรวจเพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นขณะหัวใจทำงานในแต่ละจังหวะการเต้น ช่วยให้แพทย์ประเมินการทำงานของหัวใจและตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น 

การตรวจ EKG คือวิธีตรวจที่รวดเร็ว ไม่เจ็บ และไม่ต้องผ่าตัด มักใช้ในการคัดกรองภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจโต ใช้ประเมินสุขภาพหัวใจก่อนการผ่าตัดและก่อนออกกำลังกาย โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ รวมถึงเป็นหนึ่งในโปรแกรมตรวจสุขภาพที่ควรเข้ารับการตรวจอย่างน้องปีละ 1 ครั้งอีกด้วย


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ บอกอะไรได้บ้าง

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ไม่ได้ใช้เพียงแค่ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจและคัดกรองความเสี่ยงของโรคหัวใจหลายชนิดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยผลการตรวจสามารถบ่งบอกข้อมูลได้ดังนี้

  • จังหวะการเต้นของหัวใจ
  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • จำนวนและขนาดของหัวใจห้องต่าง ๆ
     

หากตรวจคลื่นหัวใจและพบข้อมูลจาก EKG ผิดปกติ อาจประเมินเบื้องต้นได้ว่าผู้ป่วยมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ แพทย์มักพิจารณาส่งตรวจร่างกายโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติต่อไป


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ระบุโรคอะไรได้บ้าง

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่ออะไร

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจคัดกรองโรคหัวใจพื้นฐาน แม้จะไม่สามารถยืนยันโรคได้ทุกชนิด แต่ผลตรวจสามารถบ่งชี้สัญญาณสำคัญที่เชื่อมโยงกับโรคหัวใจและภาวะผิดปกติหลายประเภท ดังนี้

  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack)
  • หัวใจโต หรือกล้ามเนื้อหัวใจหนา
  • โรคเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจบล็อก (Heart Block)
  • ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis)
  • ความผิดปกติจากเกลือแร่หรือผลข้างเคียงของยา
     

ผลตรวจจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นข้อมูลยืนยันโรคต่าง ๆ โดยทั่วไปหากพบกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ แพทย์มักจะส่งตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่น ๆ ประกอบกับการซักประวัติและอาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำมากขึ้น


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เหมาะกับใคร

ทุกคนสามารถเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้จากโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี ทั้งนี้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจเหมาะกับบุคคลดังต่อไปนี้เป็นพิเศษ

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน สูบบุหรี่ หรือมีความเครียดสะสมเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีอาการคนเป็นโรคหัวใจเช่น ใจสั่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หน้ามืด เวียนศีรษะ หรือหมดสติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือโรคหัวใจบางชนิด
  • ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด หรือทำหัตถการบางชนิด เพื่อประเมินความพร้อมของหัวใจและลดความเสี่ยงระหว่างการรักษา
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไต โรคไทรอยด์ หรือผู้ที่รับประทานยาบางประเภทที่อาจส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ
     

หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร เสี่ยงเป็นโรคหัวใจหรือไม่ อ่านต่อได้ที่บทความ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ เกิดจากอะไร ควรพบแพทย์เมื่อไร


ข้อดี - ข้อจำกัดของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ข้อดีของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 

  • ตรวจได้รวดเร็ว ใช้เวลาไม่นาน 
  • ไม่เจ็บ เป็นการตรวจแบบไม่รุกล้ำ ไม่มีการเจาะหรือฉีด
  • ช่วยคัดกรองโรคหัวใจได้หลายชนิด 
  • ช่วยประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแม้จะยังไม่มีอาการ
  • เหมาะสำหรับใช้ติดตามอาการและผลการรักษา
     

ข้อจำกัดของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 

  • อาจไม่พบความผิดปกติ หากไม่มีอาการขณะตรวจ
  • ไม่สามารถยืนยันโรคหัวใจได้ทุกประเภท
  • ไม่สามารถบอกระดับความรุนแรงของโรคได้ทั้งหมด
  • ผลตรวจต้องอาศัยการแปลผลโดยแพทย์

เตรียมตัวก่อนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ติด ekg

การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลตรวจมีความแม่นยำมากขึ้น ลดปัจจัยที่อาจรบกวนการอ่านค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และช่วยให้การตรวจเป็นไปอย่างราบรื่น

  • แจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนเข้ารับการตรวจ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ
  • งดสูบบุหรี่ก่อนตรวจ
  • ก่อนวันเข้ารับการตรวจให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่ง่ายและสะดวกต่อการตรวจ

ขั้นตอนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นอย่างไร

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นการตรวจที่ใช้เวลาไม่นาน และมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน ดังนี้

  • เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับตรวจ และเจ้าหน้าที่จะเข้ามาทำความสะอาดบริเวณหน้าอกหรือจุดที่ติดอุปกรณ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • เจ้าหน้าที่จะติดแผ่นอิเล็กโทรดบริเวณหน้าอก แขน และขา เพื่อรับสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดจากการเต้นของหัวใจ
  • อิเล็กโทรดจะเชื่อมต่อกับเครื่อง EKG หรือเครื่องวัดคลื่นหัวใจเพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจแบบเรียลไทม์
  • ระหว่างการตรวจควรนอนนิ่ง หายใจตามปกติ และหลีกเลี่ยงการขยับตัวหรือพูดคุย เพราะอาจรบกวนสัญญาณไฟฟ้าหัวใจได้
  • เครื่องจะบันทึกผลออกมาเป็นกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  • หลังตรวจเสร็จ แพทย์จะวิเคราะห์ผลเพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ จังหวะการเต้น และความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ
     

โดยทั่วไป การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ไม่เจ็บ ไม่มีแผล และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังตรวจเสร็จทันที


การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำร่วมกับการตรวจหัวใจแบบอื่นได้ไหม

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) สามารถทำร่วมกับการตรวจหัวใจประเภทอื่นได้ เพื่อช่วยให้แพทย์ประเมินการทำงานของหัวใจได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น โดยการตรวจที่นิยมทำร่วมกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีดังนี้

  • การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) ผู้เข้ารับการตรวจจะถูกติดอุปกรณ์ตรวจขณะวิ่งอยู่บนสายพาน เพื่อบันทึกการทำงานของหัวใจอย่างละเอียด เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติเมื่อออกแรงมาก
  • อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) ใช้ตรวจโครงสร้างหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ และประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจได้ละเอียดมากกว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือภาวะหัวใจโต
  • การตรวจสวนหัวใจ (Coronary Angiogram : CAG) เป็นการตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยการใส่สายสวนและฉีดสารทึบรังสี เพื่อดูภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน มักทำในห้องสวนหัวใจ โดยเฉพาะการฉีดสีหัวใจในผู้สูงอายุ แพทย์จะประเมินโรคประจำตัวและความเสี่ยงก่อนตรวจอย่างละเอียด

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตัวช่วยสำคัญ คัดกรองโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นการตรวจพื้นฐานที่ช่วยประเมินการทำงานของหัวใจและคัดกรองความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ทั้งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือความเสี่ยงโรคหัวใจบางชนิด แม้เป็นการตรวจที่ใช้เวลาไม่นานและไม่เจ็บ แต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยค้นหาสัญญาณเตือนของโรคหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้สามารถวางแผนดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดีมีบริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ประเมินความผิดปกติของหัวใจได้อย่างละเอียด รวมถึงมีบริการตรวจหัวใจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวนด์หัวใจ และการตรวจสมรรถภาพหัวใจ เพื่อช่วยวินิจฉัยและวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างครอบคลุมในแต่ละบุคคล


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจ EKG อันตรายไหม?

ไม่อันตราย เนื่องจากไม่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย และไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดยา

ต้องงดน้ำ งดอาหาร ก่อนมาตรวจ EKG ไหม?

ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนตรวจ EKG แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ก่อนตรวจ


References


บทความที่เกี่ยวข้อง