กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาได้อย่างไร พร้อมวิธีสังเกตอาการ

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษา

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุ ความเสื่อมถอยของร่างกายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะระบบโครงสร้างร่างกายที่ต้องแบกรับน้ำหนักมาเป็นเวลานาน ทำให้หลายคนเริ่มมองหาว่า กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาอย่างไรให้ได้ผลและปลอดภัย บทความนี้ จะพาไปทำความเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรค อาการที่ควรสังเกต รวมถึงแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพื่อชะลอการสูญเสียมวลกระดูกในอนาคต


Key Takeaways

  • โรคกระดูกเสื่อมและกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการสร้างและการทำลายเนื้อกระดูก รวมถึงการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อตามอายุการใช้งาน
  • กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาได้ทั้งแบบไม่ใช้ยา เช่น การปรับพฤติกรรม ทำกายภาพบำบัด และการใช้ยาเพื่อเพิ่มมวลกระดูกหรือลดการอักเสบในข้อต่อ
  • การตรวจวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ ช่วยชะลอการเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารบัญบทความ

โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ คืออะไร

โรคกระดูกเสื่อม โรคกระดูกพรุน ทำไมมักเกิดกับผู้สูงอายุ

สัญญาณเตือนโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

ปัจจัยเสี่ยงโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาได้อย่างไร

ป้องกันโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุได้ไหม

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาแต่เนิ่น ๆ เพื่อชะลอการสูญเสียมวลกระดูก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ


โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ คืออะไร

โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุมักหมายรวมถึงสองภาวะหลัก คือ การเสื่อมของข้อต่อ (Osteoarthritis) และความหนาแน่นของกระดูกที่ลดลงจนเกิดภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) โดยทั่วไปมักเริ่มพบการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพชัดเจนตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป

โดยโรคข้อเสื่อม หรือ Osteoarthritis คือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อ (Articular Cartilage) ถูกทำลาย ทำให้กระดูกเสียดสีกันจนเกิดการอักเสบ สามารถเกิดได้กับทุกข้อ โดยเฉพาะข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพก และ กระดูกสันหลังเสื่อม ส่วนกระดูกพรุน คือภาวะที่เนื้อกระดูกมีความเปราะบางและมีรูพรุนมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกเปราะและหักได้ง่ายแม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย


โรคกระดูกเสื่อม โรคกระดูกพรุน ทำไมมักเกิดกับผู้สูงอายุ

การที่กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุเกิดขึ้นบ่อย มีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการสร้างและสลายกระดูก (Bone Remodeling) ที่เสียสมดุลไปเมื่ออายุมากขึ้น โดยเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast) ทำงานมากกว่าเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ส่งผลให้มวลกระดูกลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน

นอกจากนี้ ปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงข้อหรือไขข้อยังลดลง ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไม่ลื่นไหล เกิดการเสียดสีภายในข้อ และเพิ่มโอกาสในการเกิดข้อกระดูกเสื่อมได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านฮอร์โมน โดยเฉพาะเอสโตรเจนในเพศหญิงที่ลดลงหลังวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระดูกพรุนทั้งในสตรีวัยหมดประจำเดือนและผู้สูงอายุ


สัญญาณเตือนโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

อาการกระดูกพรุนและโรคข้อเสื่อม มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก การทราบความเสี่ยงจึงเริ่มต้นจากการประเมินปัจจัยพื้นฐาน เช่น อายุที่มากขึ้น การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือการขาดแคลเซียมและวิตามินดี เมื่อโรคดำเนินไปเรื่อย ๆ ผู้สูงอายุอาจเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ดังนี้

  • มีอาการปวดตามข้อ โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลัง ซึ่งมักปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว
  • ข้อบวม หรือมีการอักเสบ โดยเฉพาะหลังใช้งานหนัก ๆ 
  • มีเสียงดังกรอบแกรบภายในข้อกระดูกขณะขยับร่างกาย เนื่องจากการเสียดสีของผิวข้อต่อโดยตรง 
  • เกิดอาการข้อติด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน ๆ
  • เคลื่อนไหวข้อได้น้อยลง และอาจรู้สึกว่าข้อต่ออ่อนแรง ทรงตัวไม่มั่นคง
  • ในรายที่เป็นหมอนรองกระดูกเสื่อมรุนแรงหรือโรคกระดูกสันหลังเสื่อมอาจมีอาการปวดหลังเรื้อรัง หลังเริ่มค่อมลง หรือส่วนสูงลดลงมากกว่า 4 เซนติเมตรจากเดิม

ปัจจัยเสี่ยงโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง

กระดูกเสื่อมเกิดจากอะไรนั้น สามารถแบ่งปัจจัยเสี่ยงตามลักษณะทางพยาธิวิทยาได้เป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา ดังนี้

  • โรคกระดูกพรุนปฐมภูมิ (Primary Osteoporosis) : พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีเป็นต้นไป หรือในเพศหญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง และยังมีปัจจัยเสี่ยงที่พบร่วม เช่น การได้รับแคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น
  • โรคกระดูกพรุนทุติยภูมิ (Secondary Osteoporosis) : เกิดจากโรคบางชนิดหรือการรับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลให้มวลกระดูกสลายมากขึ้น

โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาได้อย่างไร

โรคกระดูกเสื่อม รักษาหายไหม

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ แนวทางรักษาหลัก ๆ จะเน้นไปที่การบรรเทาอาการปวด ชะลอความเสื่อม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างกระดูกหัก โดยการจัดการกับไขข้อกระดูกเสื่อมและกระดูกบางต้องทำควบคู่กัน ดังนี้

โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาแบบไม่ใช้ยา

  • การควบคุมน้ำหนักตัว เป็นหัวใจสำคัญในการลดแรงกดทับบริเวณข้อเข่าเสื่อมและข้อสะโพก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน
  • การออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยจะเน้นการทำกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ลดอาการปวด
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือการทรงตัวไม่ดี เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและป้องกันอุบัติเหตุล้มที่นำไปสู่ภาวะกระดูกหัก
  • การเสริมแคลเซียมและวิตามินดี โดยแนะนำให้ผู้ป่วยรับแคลเซียมในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ควบคู่กับวิตามินดีในปริมาณ 800 – 1,000 ยูนิตต่อวันเพื่อช่วยในการดูดซึม 
     

โรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาโดยการใช้ยา

  • ยาต้านการสลายกระดูก เช่น กลุ่ม Bisphosphonates ซึ่งเป็นยาหลักของผู้ป่วยกระดูกพรุน ที่ใช้รักษาเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกและลดความเสี่ยงกระดูกหัก
  • ยาเพิ่มการสร้างมวลกระดูก ออกฤทธิ์กระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกโดยตรง มักใช้ในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่อาการรุนแรงหรือใช้ยากลุ่มอื่นแล้วไม่ได้ผล 
  • ยาแก้ปวดและต้านการอักเสบ เช่นยาในกลุ่ม NSAIDs เพื่อลดอาการปวดและอักเสบจากโรคข้อเสื่อม โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงต่อไตและกระเพาะอาหาร
  • การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า หรือฉีดเข่าเสื่อม (Hyaluronic Acid) ช่วยลดการเสียดสีภายในข้อ ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่าดีขึ้น ลดอาการเจ็บปวด และชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้
     

การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าคืออะไร มีข้อดีอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าดีไหม


ป้องกันโรคกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุได้ไหม

แม้ความเสื่อมจะเป็นไปตามกาลเวลา แต่ก็ชะลอกระดูกเสื่อมให้ช้าลงได้ด้วยการดูแลกระดูกตั้งแต่วัยหนุ่มสาว โดยควรออกกำลังกาย จัดท่าทางให้ถูกต้อง รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง และได้รับวิตามินดีเพียงพอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องทำสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดี

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ กินอาหารจำพวกปลาตัวเล็ก นม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และผักใบเขียว หากได้รับไม่เพียงพอ อาจพิจารณาอาหารเสริมกระดูกพรุนสำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และหากมีอาการปวดหลัง ปวดข้อ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกเพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูกในอนาคต


กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาแต่เนิ่น ๆ เพื่อชะลอการสูญเสียมวลกระดูก

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาได้ทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา แต่เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพดี ผู้ป่วยควรปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ลดความเจ็บปวด และป้องกันภาวะทุพพลภาพที่อาจเกิดขึ้นจากกระดูกหักได้ในอนาคต

หากมีปัญหากระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาแต่เนิ่น ๆ ที่คลินิกกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งพร้อมให้บริการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูก มีเทคโนโลยีการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูกที่แม่นยำ รวมถึงทางเลือกการรักษาที่ทันสมัย เช่น การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า การผ่าตัดหัวเข่า ด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งช่วยให้ฟื้นตัวไว ผู้สูงอายุสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นคงอีกครั้ง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาหายไหม

โรคกระดูกเสื่อม รักษาหายไหม? คำตอบคือไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่จะควบคุมอาการและชะลอการเสื่อมได้ด้วยการรักษาอย่างถูกวิธีและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

วิธีป้องกันกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ

ออกกำลังกาย รับประทานแคลเซียม หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และตรวจเช็กมวลกระดูกเป็นประจำ


References


บทความที่เกี่ยวข้อง