สายตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน สายตาอาจถูกคุกคามโดยสิ่งที่เรียกว่า เบาหวานขึ้นตา หากไม่สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ หรือไม่ดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวร บทความนี้พาไปรู้จักกับสาเหตุหลักของเบาหวานขึ้นตา อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และแนวทางป้องกันสายตาเสีย เพื่อให้คุณสามารถดูแลดวงตาได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy: DR) คือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับดวงตาจากโรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ในจอตาเสื่อมสภาพ เกิดการรั่วซึมของเลือดและของเหลว หรือเกิดหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นพร่ามัว จนถึงขั้นตาบอดได้หากไม่รักษา
โดยทั่วไป ในระยะแรกอาจไม่รู้ตัวเพราะอาการยังไม่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นรุนแรงอาจมองเห็นพร่ามัวจนถึงตาบอด ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจตาอย่างสม่ำเสมอทุกปี เพื่อป้องกันและรักษาได้ทันเวลา
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Oct%204%20(%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2)%20Re-op%20(2).jpg)
ภาวะเบาหวานขึ้นตามักเกิดขึ้นจากความเสียหายของหลอดเลือดที่จอตาและค่อยๆ พัฒนาไปตามระยะเวลา แบ่งออกเป็น 2 ระยะหลักๆ เพื่อช่วยให้ติดตามและประเมินความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ถ้ามีเส้นเลือดงอกใหม่ที่ม่านตา จะเกิดการอุดตันทางระบายน้ำในช่องหน้าม่านตา ทำให้ความดันตาสูงขึ้น เกิดต้อหินชนิดหลอดเลือดงอกใหม่ซึ่งรักษาได้ยาก และเป็นสาเหตุของตาบอดได้อีกด้วย
เบาหวานขึ้นตาเกิดจากความเสียหายของหลอดเลือดในจอตา สัมพันธ์โดยตรงกับระดับน้ำตาลในเลือดและสุขภาพของระบบหลอดเลือด โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหรือทำให้อาการรุนแรงขึ้น ได้แก่
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Oct%204%20(%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2)%20Re-op%20(2).jpg)
อาการที่พบบ่อยและอาการเริ่มต้น
อาการที่บ่งบอกถึงความรุนแรงหรืออาการแทรกซ้อน
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของเลือดออกในวุ้นตา จอตาฉีกขาด หรือภาวะรุนแรงอื่นๆ หากได้รับการรักษาเร็ว จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวรได้มาก หากตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
วิธีตรวจเบาหวานขึ้นตาจะประเมินความสมบูรณ์ของจอประสาทตาและหลอดเลือดภายในตา เพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก ช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที ก่อนเกิดการสูญเสียการมองเห็น
ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรตรวจจอประสาทตา ปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกและป้องกันการสูญเสียการมองเห็น
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Oct%204%20(%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2)%20Re-op%20(4).jpg)
เบาหวานขึ้นตาใช้วิธีรักษาตามความรุนแรงของโรคและสภาพจอตา โดยมีทั้งการควบคุมอาการและรักษาเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น
การรักษาด้วยยามักใช้ในระยะเริ่มต้นหรือเมื่อมีจอตาบวมไม่รุนแรง ได้แก่
การเลเซอร์จอตาใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีจอประสาทตาบวมน้ำ เบาหวานขึ้นจอประสาทตาอยู่ในระยะรุนแรงมีเส้นเลือดงอกใหม่
การรักษาด้วยเลเซอร์ช่วยชะลอความเสื่อมของสายตา แต่บางครั้งอาจมีผลต่อการมองเห็นขอบภาพหรือการมองกลางคืนเล็กน้อย ในบางรายอาจต้องได้รับการฉายแสงเลเซอร์ต่อเนื่องกันหลายครั้ง
การฉีดยาเข้าในวุ้นตา (Intravitreal Injection) ใช้ในผู้ป่วยที่มีจอตาบวมรุนแรงหรือมีเส้นเลือดงอกใหม่ โดยใช้ยากลุ่ม Steroid หรือ Anti-VEGF เพื่อรักษาจุดกลางรับภาพของจอตาบวมจากเบาหวาน ยาจะออกฤทธิ์ตรงจุด ลดการบวมและยับยั้งการงอกของเส้นเลือดผิดปกติ ช่วยฟื้นฟูความชัดเจนของการมองเห็นในผู้ป่วยบางราย มักต้องฉีดซ้ำตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด และทำภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อหรือความดันตาสูง
หากผู้ป่วยตอบสนองต่อยา การมองเห็นสามารถกลับคืนใกล้เคียงปกติ โดยไม่ทำลายจอประสาทตา แค่ยามีฤทธิ์อยู่ได้ชั่วคราว จึงต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลต่อเนื่อง
การผ่าตัดน้ำวุ้นตา (Vitrectomy) ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกในวุ้นตา จอตาฉีก หรือเส้นเลือดงอกผิดปกติ โดยเฉพาะในกรณีที่มีเลือดออกในน้ำวุ้นตา หรือพังผืดดึงรั้งจอประสาทตา จุดกลางรับภาพบวมเรื้อรัง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย เลเซอร์ หรือ ยาฉีด การผ่าตัดจะช่วยเอาน้ำวุ้นตาที่มีเลือดออกออก ลดความพร่ามัว และแก้ไขจุดรั่วหรือเส้นเลือดฉีกขาด เป็นการรักษาที่ซับซ้อน ต้องทำโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีการติดตามหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Oct%204%20(%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2)%20Re-op%20(5).jpg)
การป้องกันเบาหวานขึ้นตาเน้นการดูแลสุขภาพโดยรวมควบคู่กับการดูแลดวงตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงและชะลอความรุนแรงของโรค
โรงพยาบาลวิภาวดีให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองและรักษาเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนเพื่อดูแลสุขภาพดวงตาของผู้ป่วยเบาหวานอย่างครบวงจร เริ่มจากการตรวจคัดกรอง ด้วยเครื่องมือมาตรฐาน เพื่อตรวจหาอาการของเบาหวานขึ้นตาในระยะเริ่มต้น รักษาด้วยโปรแกรมรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรง ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการและอุปกรณ์ทันสมัย
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังให้คำแนะนำด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และการดูแลสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการลุกลามของโรคและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เบาหวานขึ้นตาเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกิดกับหลอดเลือดในจอตา ทำให้การมองเห็นพร่ามัวและอาจถึงขั้นตาบอดได้ถ้าไม่รักษา ระยะแรกอาจไม่รู้ตัว แต่ถ้าเป็นรุนแรงจะเห็นจุดดำ ภาพบิดเบี้ยว หรือมืดบางจุด การตรวจจอประสาทตาอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันและรักษาได้ทันเวลา การรักษามีตั้งแต่ยาควบคุม การเลเซอร์ การฉีดยาเข้าในน้ำวุ้นตา จนถึงการผ่าตัดในกรณีรุนแรง การดูแลตัวเองควบคุมระดับน้ำตาล ความดัน ไขมัน ออกกำลังกาย และตรวจตาปีละครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาการมองเห็นได้อย่างยาวนาน
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน “การตรวจตาเป็นประจำ” คือสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร โรงพยาบาลวิภาวดีมีแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ปลอดภัย ถูกต้อง และทันเวลา เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดภาวะสูญเสียการมองเห็นในอนาคต หากมีอาการผิดปกติทางสายตา เข้ารับการตรวจได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที
มาทำความเข้าใจเรื่องเบาหวานขึ้นตากันสักนิด เพื่อให้คุณรู้จักอาการ วิธีรักษา และแนวทางดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น!
เบาหวานขึ้นตาเป็นภาวะที่อาจค่อยๆ ทำลายหลอดเลือดในจอประสาทตา หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การมองเห็นลดลงหรือถึงขั้นตาบอด ภาวะนี้จึงถือว่าอันตราย การตรวจคัดกรองและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายถาวรต่อสายตา
ระยะเวลาในการเกิดภาวะตาบอดจากเบาหวานขึ้นตาแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และสุขภาพทั่วไป โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานหลายปีและไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อจอประสาทตา การตรวจคัดกรองประจำจึงสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงนี้
เบาหวานขึ้นตาไม่สามารถหายขาดได้ แต่ควบคุมและชะลอความรุนแรงของโรคได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก การรักษาด้วยเลเซอร์ การฉีดยาต้าน VEGF หรือการผ่าตัดร่วมกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเหมาะสม จะช่วยป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตาและลดความเสี่ยงการสูญเสียการมองเห็น การตรวจคัดกรองประจำจึงสำคัญต่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ
โรงพยาบาลวิภาวดีมีโปรแกรมตรวจสุขภาพตา ครอบคลุมการประเมินสุขภาพตาอย่างครบวงจร ได้แก่ โปรแกรมประเมินสุขภาพตาในผู้ป่วยเบาหวาน ตรวจวัดสายตา การตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่อง Fundus Camera เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved