- ขากรรไกรค้างเกิดจากความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรหรือกล้ามเนื้อรอบๆ เช่น ข้อต่อเคลื่อน กล้ามเนื้อตึงจากความเครียด การกัดฟัน หรือการอ้าปากกว้างเกินไปบ่อยๆ ทำให้ข้อต่อเคลื่อนจากตำแหน่งปกติและเกิดอาการติดขัด
- อาการขากรรไกรค้าง อ้าได้ไม่สุด อ้าปากกว้างไม่ได้ ปวดขากรรไกร รู้สึกติดขัดหรือเจ็บขากรรไกร บริเวณกราม บางรายมีเสียงดังกร๊อบๆ เวลาขยับขากรรไกร หรือปวดลามไปที่หู ศีรษะ และคอร่วมด้วย
- วิธีรักษาขากรรไกรค้างแพทย์จะเริ่มจากประเมินสาเหตุแล้วรักษาเฉพาะบุคคล เช่น ให้ยาเพื่อลดปวดและคลายกล้ามเนื้อ ทำกายภาพบำบัด ใส่อุปกรณ์ปรับตำแหน่งขากรรไกร หรือรักษาทางทันตกรรมและผ่าตัดในรายที่จำเป็น
อาการขากรรไกรค้าง คือภาวะที่ข้อต่อขากรรไกรทำงานผิดปกติจนไม่สามารถอ้าหรือปิดปากได้ตามปกติ อาจเกิดจากการอ้าปากกว้างเกินไป การอักเสบ การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรเอง อาการมักทำให้รู้สึกเจ็บ ตึง อ้าปากลำบาก หรือมีเสียงคลิกร่วมด้วย บทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุ อาการ วิธีดูแลเบื้องต้น และแนวทางการรักษาที่ควรได้รับ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ขากรรไกรกลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง
/1.jpg)
ขากรรไกรค้างคืออะไร?
ขากรรไกรค้าง (Temporomandibular Joint Lock หรือ TMJ Lock) คือภาวะที่ข้อต่อขากรรไกรเกิดการติดขัดหรือเคลื่อนผิดตำแหน่ง ทำให้ผู้ป่วยอ้าปากได้ไม่สุด หุบปากลำบาก หรือรู้สึกเหมือนกราม “ติดล็อก” บางครั้งอาจมีเสียงคลิกหรือเจ็บร่วมด้วย
โดยภาวะขากรรไกรค้างสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ
- ขากรรไกรค้างแบบอ้าไม่ขึ้น (Closed Lock) ซึ่งอ้าปากได้จำกัด
- ขากรรไกรค้างแบบหุบไม่ลง (Open Lock) ซึ่งอ้าปากค้างไว้แล้วปิดไม่ได้
ทั้งสองรูปแบบแบบมักเกิดจากความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร กล้ามเนื้อ หรือแผ่นดิสก์ในข้อขากรรไกรที่เลื่อนจากตำแหน่งปกติ ทำให้การเคลื่อนไหวของกรามไม่ราบรื่นเหมือนเดิม
/2.jpg)
ขากรรไกรค้างเกิดจากอะไร?
ภาวะขากรรไกรค้างมักเกิดจากความผิดปกติของการทำงานร่วมกันระหว่างข้อต่อขากรรไกร กล้ามเนื้อ และเอ็นรอบข้อ เมื่อมีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเสียสมดุล จะทำให้การอ้าหรือหุบปากติดขัดและเกิดอาการค้างได้ โดยมีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงหลัก ดังนี้
- อ้าปากกว้างเกินไป เช่น หาวแรง อ้าปากหัวเราะแรงๆ หรืออ้าปากนานระหว่างทำฟัน
- กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเกร็งหรือหดตัวผิดปกติ ทำให้การเคลื่อนไหวของกรามไม่ราบรื่น
- ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (TMJ Disorder) ทำให้ข้อทำงานไม่สัมพันธ์กัน
- การกัดฟันหรือขบฟันแน่นตอนนอน (Bruxism) ทำให้ข้อและกล้ามเนื้อรับแรงมากเกินไป
- การกระแทกหรืออุบัติเหตุบริเวณกราม เช่น ล้ม กระแทก หรือโดนของแข็ง
- หมอนรองข้อต่อขากรรไกรเคลื่อน (Disc displacement) ทำให้ข้อ “ติดล็อก”
- ภาวะเสื่อมของกระดูกขากรรไกรจากอายุที่มากขึ้น ทำให้โครงสร้างข้อเสื่อมลง
- ความเครียดและกล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรัง ส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบกรามตึงตัวตลอดเวลา
- โรคข้อเรื้อรัง เช่น ข้อเสื่อม หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์
- การนอนหรือท่านั่งทำงานผิดท่า ทำให้แนวศีรษะและกรามผิดสมดุล
- การเคี้ยวอาหารข้างเดียวเป็นประจำ ทำให้กล้ามเนื้อสองข้างทำงานไม่เท่ากัน
- มีประวัติขากรรไกรค้างมาก่อน เพิ่มความเสี่ยงเกิดซ้ำ
- ภาวะนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสัมพันธ์กับการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อและขากรรไกร
อาการแบบไหนเรียกว่าขากรรไกรค้าง?
ขากรรไกรค้างคือภาวะที่การเคลื่อนไหวของขากรรไกร อ้าหรือหุบปากได้ไม่เป็นปกติ จากการติดขัดของข้อต่อหรือกล้ามเนื้อรอบๆ ขากรรไกร ซึ่งมักแสดงออกผ่านอาการต่อไปนี้
- อ้าปากได้จำกัด น้อยกว่าประมาณ 2-3 นิ้ว หรือรู้สึกอ้าปากไม่สุด
- อ้าปากแล้วหุบไม่ได้ หรือหุบปากลำบากเหมือนกรามติดล็อก
- ได้ยินเสียงกึกๆ เสียงคลิก หรือเสียงดังในข้อต่อขากรรไกรขณะอ้าหรือหุบปาก
- ปวดบริเวณขากรรไกร ใบหน้า ขมับ หรือร้าวไปที่หู
- เคี้ยวอาหารลำบาก เคี้ยวแล้วรู้สึกเจ็บหรือเมื่อยกรามง่าย
- ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรและขมับเกร็งตัวเรื้อรัง
/3.jpg)
อาการขากรรไกรค้างแบบไหน ควรรีบไปพบแพทย์?
แม้อาการขากรรไกรค้างบางกรณีอาจดีขึ้นได้เอง แต่หากมีอาการรุนแรง ผิดปกติ หรือเกิดซ้ำบ่อย อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของข้อต่อ กล้ามเนื้อ หรือเส้นประสาท ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์หรือทันตแพทย์โดยเร็ว โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้
- อ้าปากหรือหุบปากไม่ได้เลย ไม่สามารถขยับขากรรไกรได้ตามปกติ
- อ้าปากได้แค่เล็กน้อยกว่าปกติอย่างเฉียบพลัน หรือรู้สึกติดขัดทันทีทันใด
- อ้าปากแล้วค้างอยู่ในท่าที่หุบกลับไม่ได้ เหมือนกรามหลุดหรือติดล็อก
- มีอาการเจ็บรุนแรงบริเวณข้อต่อขากรรไกร (TMJ) หรือปวดจนรบกวนการใช้ชีวิต
- ขากรรไกรค้างร่วมกับเสียงกึกๆ หรือเสียงคลิกตลอดเวลาและมีอาการแย่ลง
- ขากรรไกรค้างหลังอุบัติเหตุ การล้ม หรือการถูกกระแทกบริเวณใบหน้าและกราม
- ขากรรไกรค้างร่วมกับอาการบวม แดง หรือร้อนบริเวณใบหน้า ซึ่งอาจบ่งถึงการอักเสบหรือการติดเชื้อ
- ขากรรไกรค้างร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง หรือปวดลามไปที่หู คอ หรือไหล่
- ขากรรไกรค้างร่วมกับอาการชา เสียว หรือรู้สึกผิดปกติลามไปบริเวณใบหน้าและกราม
- ขากรรไกรค้างเกิดซ้ำบ่อย แม้เป็นเพียงเล็กน้อย แสดงว่ามีปัญหาเรื้อรังที่ควรได้รับการประเมิน
ขากรรไกรค้างอันตรายไหม?
โดยทั่วไปขากรรไกรค้างไม่ใช่ภาวะอันตรายถึงชีวิตทันที แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ความผิดปกติเรื้อรังของข้อต่อขากรรไกร กล้ามเนื้อ และระบบประสาทรอบๆ ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้ ดังนี้
- ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรเรื้อรัง (Chronic TMJ Disorder) ทำให้ปวดกรามเรื้อรัง อ้าปากได้จำกัดถาวร
- การเสื่อมของข้อต่อขากรรไกร ทำให้ผิวข้อสึก เกิดข้อเสื่อมเร็วกว่าปกติ
- กล้ามเนื้อบดเคี้ยวอักเสบและเกร็งเรื้อรัง ทำให้ปวดหน้า ปวดขมับ และปวดศีรษะบ่อย
- การเปลี่ยนแปลงของการสบฟัน ทำให้ฟันสบไม่พอดี เคี้ยวลำบาก และฟันสึกผิดปกติ
- การกัดฟันและขบฟันแน่นรุนแรงขึ้น เป็นวงจรซ้ำเติมข้อต่อและกล้ามเนื้อ
- ปวดร้าวไปบริเวณหู คอ ไหล่ และหลังส่วนบน จากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่เชื่อมโยงกัน
- คุณภาพการนอนหลับแย่ลง จากอาการปวดหรือการเกร็งของกล้ามเนื้อเวลากลางคืน
- ภาวะวิตกกังวลหรือเครียดเรื้อรัง จากอาการปวดที่เป็นอยู่นานและรบกวนชีวิตประจำวัน
ขากรรไกรค้างทำอย่างไรดี มีวิธีแก้อย่างไร?
ในกรณีที่อาการไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน วิธีดูแลเบื้องต้นสามารถช่วยคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อและลดการติดขัดของข้อต่อได้ โดยมีแนวทางที่สามารถทำได้เองดังนี้
- หลีกเลี่ยงการพยายามหุบหรืออ้าปากแรงๆ เพราะอาจทำให้ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บมากขึ้น
- ประคบอุ่นบริเวณขากรรไกรและขมับ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดอาการตึง
- นวดเบาๆ บริเวณกล้ามเนื้อบดเคี้ยวและขมับ เพื่อช่วยคลายปมกล้ามเนื้อและลดความเกร็ง
- รับประทานยาแก้ปวดตามที่เคยใช้อยู่และไม่แพ้ยา เช่น พาราเซตามอล หรือยาแก้อักเสบ (หากไม่มีข้อห้าม)
หากทำตามวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน มีอาการปวดมากขึ้น หรืออ้าปากได้น้อยลงเรื่อยๆ ควรไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อขากรรไกรค้าง
เมื่อเกิดภาวะขากรรไกรค้าง ข้อต่อและกล้ามเนื้อบริเวณกรามอยู่ในภาวะตึงหรือเคลื่อนผิดตำแหน่ง การกระทำบางอย่างอาจทำให้อาการแย่ลง เกิดการบาดเจ็บเพิ่ม หรือทำให้ข้อต่ออักเสบรุนแรงขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
- ห้ามพยายามง้างปากแรงๆ เพราะอาจทำให้ข้อต่อเคลื่อนมากขึ้น เอ็นฉีก หรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บ
- ห้ามใช้มือดึงกรามหรือพยายามจัดกรามเข้าที่เอง อาจทำให้ข้อหลุด อักเสบ หรือเกิดการบาดเจ็บของเส้นประสาท
- ห้ามกินอาหารแข็ง เหนียว หรือเคี้ยวยาก เช่น เนื้อเหนียว หมากฝรั่ง หรือของกรอบแข็ง เพราะจะเพิ่มแรงกดที่ข้อต่อและทำให้อาการค้างแย่ลง
หากเผลอทำสิ่งเหล่านี้แล้วอาการปวดเพิ่มขึ้น อ้าปากไม่ได้เลย หรือมีอาการบวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์ทันทีนะคะ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
/4.jpg)
วิธีรักษาขากรรไกรค้างโดยแพทย์
การรักษาขากรรไกรค้างขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และความถี่ของอาการ แพทย์จะเลือกแนวทางที่เหมาะสมตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไปจนถึงการผ่าตัดในรายที่จำเป็น โดยมีวิธีหลักๆ ดังนี้
1.ประคบอุ่น หรือ ยาคลายกล้ามเนื้อ
แพทย์อาจแนะนำให้ประคบอุ่นร่วมกับการให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้อักเสบ หรือยาแก้ปวด เพื่อช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ และทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เหมาะกับรายที่เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งหรืออักเสบ
2.ปรับตำแหน่งข้อต่อ (Manual reduction) ทำโดยแพทย์เท่านั้น
ในกรณีที่ข้อต่อเคลื่อนหรือหลุด แพทย์จะใช้เทคนิคเฉพาะในการจัดขากรรไกรกลับเข้าตำแหน่งอย่างถูกต้องและปลอดภัย อาจมีการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาชาเฉพาะที่ร่วมด้วย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติม
3.กายภาพบำบัดข้อต่อขากรรไกร
เป็นการฝึกท่าบริหาร การยืดกล้ามเนื้อ ใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น อัลตราซาวด์ หรือเลเซอร์ เพื่อลดอาการปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว และปรับสมดุลของกล้ามเนื้อรอบขากรรไกร เหมาะกับผู้ที่มีอาการเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ
4.ทำเฝือกสบฟัน (Night Guard) ในคนที่กัดฟัน
สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมกัดฟันหรือขบฟันแน่นตอนนอน ทันตแพทย์จะทำเฝือกสบฟันเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยลดแรงกดที่ข้อต่อ ป้องกันฟันสึก และลดการเกร็งของกล้ามเนื้อขณะหลับ
5.ฉีดยาคลายกล้ามเนื้อในบางกรณี
ในรายที่กล้ามเนื้อเกร็งรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยา แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด เช่น โบทูลินัมท็อกซิน เพื่อลดการหดตัวของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการ
6.รักษา TMJ Disorder เชิงลึก
หากพบว่าขากรรไกรค้างเกิดจากโรคของข้อต่อขากรรไกร (TMJ Disorder) แพทย์จะวางแผนรักษาแบบองค์รวม เช่น ปรับการสบฟัน ปรับพฤติกรรม ลดความเครียด ร่วมกับยา กายภาพ และการติดตามอาการระยะยาว
7.ผ่าตัด (เฉพาะรายที่โครงสร้างผิดปกติรุนแรง)
ใช้เฉพาะกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างข้ออย่างชัดเจน เช่น ข้อเสื่อมรุนแรง หมอนรองข้อเสียหายมาก หรือมีการติดล็อกถาวร และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น การผ่าตัดจะพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นรายบุคคล
/5.jpg)
วิธีป้องกันอาการขากรรไกรค้าง
การป้องกันขากรรไกรค้างมุ่งเน้นที่การลดแรงกระทำต่อข้อต่อขากรรไกร ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และแก้ไขปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดหรือบาดเจ็บของข้อต่อในอนาคต โดยสามารถดูแลตนเองได้ดังนี้
- อย่าอ้าปากกว้างเกินไปเวลาอ้าปากหรือหาว ควรอ้าปากพอประมาณ และใช้มือช่วยพยุงคางเวลาหาวเพื่อลดแรงที่ข้อต่อ
- เลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียว หรือเคี้ยวยาก เช่น หมากฝรั่ง เนื้อเหนียว ของกรอบแข็ง เพราะเพิ่มแรงกดต่อข้อต่อขากรรไกร
- ลดความเครียดและหมั่นยืดกล้ามเนื้อใบหน้าและขากรรไกรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อเกร็งเรื้อรัง
- ใช้เฝือกสบฟันหากเป็นคนกัดฟันหรือขบฟันแน่น โดยเฉพาะเวลากลางคืน เพื่อป้องกันการกดทับข้อต่อและฟัน
- รักษาปัญหาข้อต่อขากรรไกรตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากเริ่มมีเสียงคลิก เจ็บกราม หรืออ้าปากได้น้อยลง ควรรีบพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อประเมินและดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ
ต้องผ่าตัดข้อต่อขากรรไกรเมื่อไร?
การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างข้อต่อรุนแรง เช่น หมอนรองข้อเสียหายมาก ข้อเสื่อมขั้นรุนแรง ข้อติดล็อกถาวร หรือรักษาด้วยยา กายภาพ และการปรับพฤติกรรมแล้วไม่ดีขึ้นติดต่อกันหลายเดือน แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ใช้เวลารักษาขากรรไกรค้างนานเท่าไร?
ระยะเวลาการรักษาขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรง หากเป็นจากกล้ามเนื้อเกร็งหรือใช้งานเกิน มักดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื้อรังของข้อต่อขากรรไกร อาจต้องใช้เวลารักษาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนร่วมกับการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
ขากรรไกรค้างหายเองได้ไหม?
ในบางกรณีที่เป็นไม่รุนแรง เช่น กล้ามเนื้อเกร็งชั่วคราว ขากรรไกรค้างอาจดีขึ้นเองได้เมื่อพักการใช้งาน ประคบอุ่น และหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ปวดมากขึ้น หรือเกิดซ้ำบ่อย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
ขากรรไกรค้างทำให้กินอาหารลำบากหรือไม่?
ได้ ขากรรไกรค้างมักทำให้อ้าปากได้น้อยลง เคี้ยวแล้วเจ็บ หรือขยับกรามไม่คล่อง ส่งผลให้กินอาหารลำบาก โดยเฉพาะอาหารแข็งหรือชิ้นใหญ่ และอาจทำให้เบื่ออาหารหรือน้ำหนักลดได้หากเป็นนาน
ขากรรไกรค้างรักษาให้หายขาดได้ไหม?
ส่วนใหญ่สามารถควบคุมและรักษาให้อาการหายหรือดีขึ้นมากได้ หากทราบสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก แต่ในรายที่มีโรคข้อเรื้อรังหรือโครงสร้างผิดปกติ อาจไม่หายขาดเลย แต่สามารถดูแลให้ไม่กลับมาเป็นซ้ำหรือมีอาการน้อยมากจนไม่รบกวนชีวิตประจำวันได้
รักษาขากรรไกรค้าง ที่โรงพยาบาลวิภาวดี
รักษาอาการขากรรไกรค้างที่โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย ช่วยหาสาเหตุได้อย่างแม่นยำและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบครบวงจรตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัดขากรรไกร ไปจนถึงการรักษาทางทันตกรรมหรือการผ่าตัดเมื่อจำเป็น ภายใต้มาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย และการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ช่วยลดอาการปวดและติดขัดได้จริง พร้อมช่วยให้กลับมาอ้าปาก เคี้ยวอาหาร และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจอีกครั้ง
สรุป
ขากรรไกรค้างเป็นภาวะที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังของข้อต่อและกล้ามเนื้อได้ การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงจะช่วยลดโอกาสเป็นซ้ำได้มาก หากมีอาการปวด อ้าปากลำบาก หรือค้างบ่อยๆ ไม่ควรฝืนหรือปล่อยให้หายเองเสมอไป การเข้าพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วและปลอดภัยกว่า และที่สำคัญคือช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิต กิน พูด และยิ้มได้อย่างสบายใจอีกครั้ง
หากลองปรับพฤติกรรมหรือบริหารขากรรไกรด้วยตนเองแล้วแต่อาการขากรรไกรค้างยังไม่ดีขึ้น อย่าปล่อยให้เรื้อรังจนกระทบการใช้ชีวิต เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิภาวดี ด้วยแพทย์ที่มีความชำนาญการ พร้อมเทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัย วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสมเพื่อให้อาการดีขึ้น และเพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตชีวิตได้อย่างมั่นใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
FAQ
ควรพบทันตแพทย์เฉพาะทางด้านช่องปากและข้อต่อขากรรไกร (TMJ Specialist) หรือทันตแพทย์จัดฟัน/ศัลยแพทย์ช่องปากเป็นหลัก แพทย์จะตรวจการทำงานของข้อต่อขากรรไกร กล้ามเนื้อ และการสบฟัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หากมีอาการร่วมทางหูหรือปวดศีรษะ อาจส่งปรึกษาแพทย์หูคอจมูกร่วมด้วย เพื่อการรักษาที่ครอบคลุมและตรงจุดมากขึ้น
ยาที่ใช้มักเป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด หรือยาลดการอักเสบ เพื่อลดอาการตึงและปวดบริเวณข้อต่อขากรรไกร อย่างไรก็ตามยาเป็นเพียงการบรรเทาอาการ ไม่ได้แก้ที่สาเหตุ จึงควรใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด หรือการใส่อุปกรณ์ตามแพทย์แนะนำ
ระยะเวลาหายแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง บางรายดีขึ้นในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ หากเป็นเพียงกล้ามเนื้อตึงชั่วคราว แต่ถ้าเป็นความผิดปกติของข้อต่อหรือการสบฟัน อาจต้องใช้เวลารักษาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน การรักษาเร็วช่วยให้หายเร็วและไม่เรื้อรัง
การหาวทำให้ขากรรไกรอ้ากว้างสุด หากข้อต่อขากรรไกรเคลื่อนผิดตำแหน่งหรือกล้ามเนื้อไม่สมดุล อาจทำให้ข้อต่อ “ล็อก” และค้างอยู่ในท่าอ้าได้ง่าย โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติขากรรไกรผิดปกติ หรืออ้าปากกว้างเป็นประจำ
อ้าปากได้ไม่สุดอาจเป็นสัญญาณหนึ่งของขากรรไกรค้างหรือข้อต่อขากรรไกรอักเสบ แต่ก็อาจเกิดจากกล้ามเนื้อตึง เครียด หรือการอักเสบชั่วคราวได้ หากอาการเป็นบ่อย ปวด หรือมีเสียงดังร่วม ควรเข้ารับการตรวจเพื่อยืนยันสาเหตุ
เสียงกรามดังอาจเป็นสัญญาณว่าข้อต่อขากรรไกรเคลื่อนหรือเสื่อม แต่ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าค้างเสมอไป หากมีเสียงร่วมกับอาการปวด อ้าปากลำบาก หรือกรามติดขัด แสดงว่าควรตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นภาวะข้อต่อขากรรไกรผิดปกติระยะเริ่มต้น
สามารถเกิดได้ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงทำให้เอ็นและข้อต่อหย่อนตัวง่ายขึ้น รวมถึงความเครียดและการนอนผิดท่า อาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ หากตั้งครรภ์และมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัยต่อคุณแม่และทารก
เด็กก็สามารถมีอาการขากรรไกรค้างได้ โดยเฉพาะจากการสบฟันผิดปกติ ฟันเก การกัดฟัน หรืออุบัติเหตุบริเวณขากรรไกร หากเด็กบ่นปวดกราม อ้าปากลำบาก หรือเคี้ยวอาหารลำบาก ควรพบทันตแพทย์เพื่อประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ
เกี่ยวข้องกันได้ เพราะข้อต่อขากรรไกรอยู่ใกล้กับหูชั้นใน ความผิดปกติของข้อต่ออาจทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู หรือเวียนศีรษะร่วมด้วย หากมีอาการเหล่านี้พร้อมกัน ควรตรวจทั้งด้านทันตกรรมและหูคอจมูกเพื่อความชัดเจน
ควรหลีกเลี่ยงการนอนกัดฟันหรือนอนตะแคงกดทับขากรรไกร พยายามผ่อนคลายก่อนนอน ลดความเครียด และอาจใช้อุปกรณ์ป้องกันการกัดฟัน (Night Guard) ตามคำแนะนำแพทย์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างหรือเคี้ยวของแข็งบ่อยๆ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงระยะยาว