การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันคือการปรับแก้ตำแหน่งฟันและขากรรไกรให้เรียงตัวสวยเป็นระเบียบให้อยู่ในสภาวะเหมาะสม การจัดฟันไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยแก้ปัญหาการบดเคี้ยว ฟันซ้อนเก ฟันยื่น และปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ที่ส่งผลในระยะยาว
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าการจัดฟันช่วยอะไรได้บ้าง มีกี่ประเภทให้เลือก ข้อดี-ข้อเสียของแต่ละแบบ รวมถึงการเตรียมตัวก่อนจัดฟันและวิธีดูแลตัวเองหลังติดเครื่องมือ เพื่อให้การจัดฟันเป็นไปอย่างราบรื่น เห็นผลชัดเจน และมีประสิทธิภาพ!
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%20Article%204%20(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)_Article.jpg)
จัดฟัน คือการปรับตำแหน่งฟันและขากรรไกรให้เรียงตัวสวยงามและทำงานได้เหมาะสม โดยใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น เหล็กจัดฟันหรือเครื่องมือจัดฟันแบบใส การจัดฟันช่วยให้ฟันเรียงตัวกันเป็นระเบียบ ฟันสบกันพอดี เพิ่มความมั่นใจในการยิ้ม ปรับการเคี้ยวอาหารให้มีประสิทธิภาพ ลดการสึกหรอของฟัน และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันผุหรือเหงือกอักเสบ
นอกจากนี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาฟันซ้อน ฟันห่าง หรือขากรรไกรไม่สมดุล ทำให้การออกเสียง การบดเคี้ยว และการทำความสะอาดฟันง่ายขึ้น ทำให้สุขภาพช่องปากดีขึ้นในระยะยาว และส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของผู้จัดฟันด้วย
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%20Article%204%20(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)_Article2.jpg)
การจัดฟันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟัน การบดเคี้ยว และสุขภาพช่องปากในระยะยาว ผู้ที่ควรจัดฟันมักมีลักษณะอาการหรือปัญหาต่อไปนี้
สำหรับผู้ที่ไม่เหมาะจะจัดฟัน ได้แก่ ผู้ที่มีโรคเหงือกอักเสบรุนแรง ฟันผุมากโดยไม่ได้รักษา ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากบางอย่างที่ต้องแก้ไขก่อน และผู้ที่มีข้อจำกัดทางการแพทย์บางประเภท เช่น โรคกระดูกหรือข้อขากรรไกรที่รุนแรง ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนตัดสินใจจัดฟัน
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%20Article%204%20(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)_Article3.jpg)
การจัดฟันคือกระบวนการปรับตำแหน่งฟันและขากรรไกรให้เรียงตัวสวย และแก้ไขปัญหาการสบฟันผิดปกติ ซึ่งนอกจากช่วยให้รอยยิ้มดูดีแล้ว ยังช่วยเรื่องการบดเคี้ยวและสุขภาพฟันในระยะยาว ปัจจุบันมีหลายวิธีจัดฟันให้เลือกตามความเหมาะสม ดังนี้
จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces) คือการจัดฟันรูปแบบดั้งเดิมที่นิยมใช้มากที่สุด ใช้ Brackets โลหะติดบนผิวหน้าฟันแต่ละซี่ และสอดลวดจัดฟัน (Archwire) ผ่าน Brackets พร้อมยางจัดฟัน (Elastic Ligature) เพื่อควบคุมแรงดึงให้ฟันเคลื่อนตัวตามแผนการรักษา เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อน ฟันเก ฟันยื่น หรือฟันสบผิดปกติ ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนและแม่นยำ ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 18-36 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของฟัน
ข้อดี
ข้อจำกัด
การจัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic Braces) คือการจัดฟันที่ใช้ Brackets เซรามิกสีฟันหรือใส ทำให้เครื่องมือดูเรียบเนียนและใกล้เคียงสีฟันมากขึ้น ลวดจัดฟันสอดผ่าน Brackets และยึดด้วยยางจัดฟันเช่นเดียวกับโลหะ เหมาะสำหรับผู้ใหญ่หรือผู้ที่ใส่ใจเรื่องความสวยงามแต่ยังต้องการปรับฟันอย่างแม่นยำ ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 18-36 เดือน
ข้อดี
ข้อจำกัด
การจัดฟันด้านใน (Lingual Braces) คือการติดเครื่องมือจัดฟันที่ด้านหลังของฟัน (ด้านลิ้น) ทำให้แทบมองไม่เห็นจากภายนอก ทันตแพทย์จัดฟันด้วยการติดเครื่องมือด้านในของฟันแต่ละซี่ สอดลวดและปรับแรงดึงตามแผน เหมาะกับคนทำงาน ผู้ใหญ่ บุคคลสาธารณะ หรือผู้ที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นการจัดฟัน ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 24-36 เดือน
ข้อดี
ข้อจำกัด
การจัดฟันแบบใส Clear Aligners เป็นที่นิยมมากสำหรับแบรนด์ Invisalign การจัดฟันแบบใส คือการใช้แผ่นใส ออกแบบเฉพาะบุคคลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 3 มิติ เปลี่ยนถาดเป็นระยะเพื่อขยับฟันไปทีละขั้น ทุก 1-2 สัปดาห์เพื่อลดแรงดัน สามารถถอดได้เวลาทานอาหารหรือแปรงฟัน เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจเรื่องความสวยงาม ไลฟ์สไตล์สะดวก และมีวินัยในการใส่ ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 12-24 เดือน ขึ้นกับความซับซ้อนของเคส
ข้อดี
ข้อจำกัด
การจัดฟันด้วย Self ligating Brackets คือการจัดฟันที่ไม่ต้องใช้ยางรัดลวด ทำให้แรงเสียดทานต่ำและการเคลื่อนฟันนุ่มนวลขึ้น หรือที่นิยมกันในแบรนด์ Damon ทันตแพทย์จัดฟันด้วยการติด Brackets บนฟัน สอดลวดและปล่อยให้ลวดเลื่อนได้เอง เหมาะกับผู้ที่อยากได้ผลลัพธ์ที่ดีและสบายมากขึ้น ใช้ระยะเวลาเห็นผลประมาณ 12-30 เดือน
ข้อดี
ข้อจำกัด
การจัดฟันเด็ก (Early Orthodontic Treatment) คือการตรวจและปรับฟันตั้งแต่อายุยังน้อย โดยใช้เครื่องมือคงที่หรือถอดได้ เช่น Expander หรือ Retainer เพื่อตั้งการเรียงตัวของฟันหรือขากรรไกร ขั้นตอนคือประเมินปัญหาฟัน ติดเครื่องมือ และตรวจติดตามตามแผน เหมาะกับเด็กอายุ 6-12 ปี ที่ฟันแท้บางส่วนขึ้นแล้ว หรือมีฟันซ้อน ฟันเก หรือสบฟันไม่สมดุล ใช้ระยะเวลาเห็นผลประมาณ 12-24 เดือน
ข้อดี
ข้อจำกัด
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%20Article%204%20(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)_Article4.jpg)
การจัดฟันไม่ได้มีเพียงลวดและเหล็ก แต่ยังมีเครื่องมือหลายชนิดที่ช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวได้ตามแผนทันตแพทย์
1.แบร็กเกต (Brackets)
ชิ้นส่วนเล็กๆ ติดบนฟันเพื่อยึดลวดจัดฟัน ทำหน้าที่เป็นจุดควบคุมการเคลื่อนฟัน มีหลายแบบ เช่น โลหะ เซรามิก หรือด้านใน (Lingual)
2.ลวดจัดฟัน (Archwires)
ลวดที่ร้อยผ่านแบร็กเกต ดึงหรือดันฟันให้เคลื่อนตามแผน มีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงต่างกัน ใช้ปรับแรงดึงตามช่วงเวลา
3.ยางโอริง (Elastic Ligatures)
ยางเล็กๆ รัดลวดกับแบร็กเกต ช่วยยึดลวดให้อยู่กับที่ มีหลายสี ต้องเปลี่ยนทุกครั้งที่มาพบทันตแพทย์
4.ยางข้าง (Elastics / Rubber Bands)
ยางยืดต่อระหว่างฟันบนและฟันล่าง ช่วยปรับการสบฟัน ให้ฟันบนและล่างเข้าที่ ต้องใส่ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ทุกวัน
5.สปริงและลวดเสริมต่างๆ (Springs & Auxiliaries)
ใช้ดันฟันให้แยก หรือดึงฟันให้เข้าที่ เหมาะกับกรณีฟันซ้อนหรือมีช่องว่าง ช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวเร็วขึ้น
6.ท่อรับลวดหรือแบร็กเกตบนฟันกราม (Molar Tubes / Bands)
ติดบนฟันกรามเพื่อยึดลวดหลักและยางข้าง บางครั้งเป็นวงแหวนเหล็กรัดฟันกราม ช่วยให้แรงจากลวดและยางส่งไปยังฟันกรามเต็มที่
7.เครื่องมือขยายขากรรไกร (Palatal Expander)
ใช้ขยายเพดานปากหรือขากรรไกรบน เหมาะกับเด็กหรือผู้ที่ขากรรไกรแคบ เพิ่มพื้นที่ให้ฟันเรียงตัวสวย
8.รีเทนเนอร์ (Retainers)
ใส่หลังจัดฟันเสร็จ เพื่อคงตำแหน่งฟัน มีแบบถอดได้ เช่น Clear หรือ Hawley และแบบติดแน่นด้านใน (Fixed Retainer)
9.ชุดจัดฟันแบบใส (Clear Aligners เช่น Invisalign)
แผ่นใสถอดได้ เปลี่ยนชุดทุก 1-2 สัปดาห์ ช่วยให้ฟันเคลื่อนตามแผน สะดวก ทำความสะอาดง่าย และมองไม่เห็นจากด้านนอก
10.ขี้ผึ้งจัดฟัน (Orthodontic Wax)
ใช้ป้องกันการระคายเคืองจากแบร็กเกตหรือลวด แปะบริเวณที่เสียดสีเหงือกหรือแก้ม ใช้ชั่วคราวเพื่อความสบาย
การจัดฟันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากผู้เข้ารับการรักษา การเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจจะช่วยให้การจัดฟันเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเจ็บปวดและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%20Article%204%20(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)_Article5.jpg)
หลังจากผ่านขั้นตอนเตรียมตัว ผ่านการประเมินเบื้องต้น และเคลียร์ช่องปาก เช่น การรักษาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือฟันคุด ทันตแพทย์จะถ่าย X-ray พร้อมพิมพ์ปากหรือสแกนช่องปากสามมิติ เพื่อสร้างแบบจำลองฟันและวางแผนการจัดฟันอย่างแม่นยำแล้ว โดยมีขั้นตอนการจัดฟันดังนี้
1.ติดเครื่องมือจัดฟันที่เลือก
ทันตแพทย์จัดฟันด้วยการติด Brackets ลวดจัดฟัน หรือจัดฟันแบบใส (Aligners) ตามแผนที่วางไว้ เพื่อเริ่มกระบวนการเคลื่อนฟัน เครื่องมือแต่ละชนิดจะถูกปรับให้เหมาะกับสภาพฟันของแต่ละคน
2.นัดปรับลวดหรือเปลี่ยนชุด Aligners ทุก 4-8 สัปดาห์
การปรับลวดหรือเปลี่ยนชุด Aligners เป็นการกระตุ้นให้ฟันเคลื่อนตามแผน การนัดหมายสม่ำเสมอช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามเป้าหมายและลดความเจ็บปวด
3.ขั้นตอนจัดตำแหน่งฟันให้สวยงาม (Finishing Phase)
หลังจากฟันเคลื่อนมาถึงตำแหน่งใกล้เคียงเป้าหมาย ทันตแพทย์จะปรับรายละเอียด เช่น การจัดแนวฟันให้เรียงสวยตรงกัน และปรับการสบฟันให้สมบูรณ์
4.ถอดเครื่องมือจัดฟัน
เมื่อฟันเรียงตัวสวยและสบฟันถูกต้อง เครื่องมือจัดฟันจะถูกถอดออก ทันตแพทย์จะทำความสะอาดฟันและตรวจสอบสภาพฟันก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
5.ใส่รีเทนเนอร์ (Retainer)
รีเทนเนอร์ช่วยคงตำแหน่งฟันไม่ให้เคลื่อนกลับ ฟันที่เพิ่งจัดเสร็จยังมีแนวโน้มเคลื่อนตัวได้ การใส่รีเทนเนอร์อย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญ
6.นัดติดตามผลหลังถอดเครื่องมือ
ทันตแพทย์จะนัดตรวจฟันเป็นระยะๆ เพื่อติดตามการคงตำแหน่งฟันและประเมินสุขภาพช่องปาก หากมีการเคลื่อนตัวของฟัน รีเทนเนอร์สามารถปรับแก้ไขได้ทันเวลา
หลังจากจัดฟันแล้ว การดูแลช่องปากและฟันอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ฟันเรียงตัวสวยและลดปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรืออุปกรณ์เสียหาย การดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์ของการจัดฟันคงอยู่ได้นาน
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%20Article%204%20(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)_Article5%20copy.jpg)
การจัดฟันไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับการสบฟันให้เหมาะสม ลดปัญหาสุขภาพฟันและขากรรไกรในระยะยาว การจัดฟันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้
การจัดฟันเป็นกระบวนการทางทันตกรรมที่ต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง ก่อนตัดสินใจจัดฟันควรเข้าใจข้อควรรู้ต่างๆ เพื่อเตรียมตัวทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้การจัดฟันไม่เกิดความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
การจัดฟันมักมีอาการเจ็บหรือระคายเคืองบ้างในช่วงแรกหลังติดเครื่องมือหรือปรับลวด แต่ความเจ็บส่วนใหญ่เป็นระยะสั้นและสามารถบรรเทาได้ด้วยขี้ผึ้งจัดฟัน อาหารอ่อน หรือยาแก้ปวดตามคำแนะนำของทันตแพทย์ การปรับตัวเพียงไม่กี่วันก็สามารถเคยชินได้
การจัดฟันมีความเสี่ยงน้อย แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดฟันและเหงือกเพื่อป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวที่อาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย และต้องใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำเพื่อป้องกันฟันเคลื่อนกลับ
ระยะเวลาในการจัดฟันขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของฟันและชนิดเครื่องมือ โดยฟันซ้อนเล็กๆ อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือน ส่วนฟันซ้อนมาก ฟันห่าง หรือฟันยื่นอาจใช้ระยะเวลา 1-3 ปี การเข้าพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้การจัดฟันเป็นไปตามแผนและเห็นผลชัดเจน
การจัดฟันสามารถปรับรอยยิ้มและรูปหน้าบางส่วนได้ ฟันเรียงตัวสวยขึ้นทำให้รอยยิ้มมั่นใจมากขึ้น และบางกรณีอาจทำให้กรามและริมฝีปากดูสมดุลหรือเรียวขึ้นเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนรูปหน้าขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
สำหรับฟันซ้อนหรือฟันเก สามารถจัดด้วย Bracket โลหะ เซรามิก Damon หรือ Aligners เพื่อเรียงฟันให้ตรง ฟันยื่นมักต้องใช้ยางข้างร่วมกับแบร็กเกตหรือ Aligners บางชนิด ส่วนฟันห่างสามารถปิดช่องว่างได้ด้วยลวดจัดฟันหรือ Aligners การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและความสะดวกของผู้เข้ารับการรักษา
บางคนต้องจัดฟันรอบสองเนื่องจากไม่ใส่รีเทนเนอร์หลังจัดครั้งแรก ทำให้ฟันเคลื่อนกลับ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของขากรรไกรและฟันหลังจากการเจริญเติบโต รวมถึงปัญหาที่ไม่ได้แก้ไขตั้งแต่ครั้งแรก การจัดฟันรอบสองมักใช้เวลาสั้นกว่าครั้งแรก หากปัญหาไม่ซับซ้อนมาก
หากคุณกำลังมองหาบริการจัดฟัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะจัดฟันที่ไหนดี ที่โรงพยาบาลวิภาวดี วางแผนรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งเริ่มตั้งแต่การตรวจประเมินสภาพฟันอย่างละเอียดด้วยการพิมพ์ปากหรือสแกนช่องปากสามมิติ พร้อมทั้งวิเคราะห์ภาพ X‑ray เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายทั้งในเรื่องการจัดฟันให้เรียงสวยและสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นในระยะยาว ทั้งยังรองรับบริการทันตกรรมอื่นๆ ตั้งแต่การดูแลช่องปากทั่วไป การทำฟันเด็ก ไปจนถึงทันตกรรมเพื่อความงาม ซึ่งทำให้ผู้รับบริการสามารถดูแลสุขภาพช่องปากครบ ภายใต้การดูแลและบริการที่เป็นกันเองและใส่ใจในรายละเอียดทุกรายการรักษา
การจัดฟันเป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ ไม่ใช่แค่เพื่อรอยยิ้มสวย แต่ยังช่วยปรับการสบฟันและสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้นด้วย แม้ช่วงแรกอาจมีอาการเจ็บหรือระคายเคืองบ้าง แต่เป็นเรื่องปกติและสามารถปรับตัวได้ การดูแลฟันและเหงือกอย่างเคร่งครัด รวมถึงใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน จะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน เลือกชนิดการจัดฟันให้เหมาะกับปัญหาฟัน เช่น ฟันซ้อน ฟันยื่น หรือฟันห่าง จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ ระยะเวลาในการจัดฟันแต่ละคนไม่เท่ากัน อาจสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและการร่วมมือของผู้เข้ารับการรักษา การจัดฟันไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพียงเตรียมตัวให้พร้อม ดูแลฟันอย่างถูกวิธี แล้วรอรับรอยยิ้มสวยและสุขภาพฟันที่ดีขึ้นในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลรอยยิ้มให้สวยสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันเพื่อปรับรูปฟันให้เรียงสวย หรือการตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อป้องกันปัญหาฟันและเหงือก แล้วไม่แน่ใจว่าจะจัดฟันที่ไหนดี ที่โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมให้คำปรึกษาและบริการโดยทันตแพทย์ พร้อมด้วยเครื่องมือทันสมัย มั่นใจได้ว่าการดูแลฟันของคุณจะครบวงจร พร้อมแนะนำวิธีดูแลฟันหลังจัดฟัน เพื่อรอยยิ้มที่สวยและสุขภาพฟันแข็งแรง!
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved