การอุดฟันเคือหนึ่งในหัตถการที่คนจำนวนมากต้องทำตลอดชีวิต เพราะฟันผุ ฟันสึก และฟันแตกเป็นปัญหาที่เกิดได้ง่ายจากการกิน การทำความสะอาดฟัน และพฤติกรรมประจำวัน การอุดฟันจึงเป็นวิธีรักษาที่ช่วยหยุดการผุลุกลาม คืนสภาพฟันให้ใช้งานได้ตามเดิม ลดความเสี่ยงปวดฟัน รักษารากฟัน หรือการถอนฟันในอนาคต บทความนี้ไปดูสาเหตุที่ต้องอุดฟัน รู้จักประเภทของวัสดุอุด ขั้นตอนการทำ ไปจนถึงอาการหลังอุดฟัน
อุดฟัน คือกระบวนการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้วัสดุเฉพาะทาง เช่น เรซินคอมโพสิตหรืออมัลกัม อุดลงไปในบริเวณฟันที่ผุ แตก หรือสึก เพื่อทดแทนส่วนของฟันที่เสียหาย ช่วยให้ฟันกลับมามีความแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติ
การอุดฟันมีความสำคัญอย่างมากเพราะช่วยหยุดการลุกลามของฟันผุ ป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายลึกถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดฟันรุนแรง การติดเชื้อ หรือจำเป็นต้องรักษารากฟันในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการเสียวฟัน ทำให้การเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รักษาฟันธรรมชาติให้อยู่ได้นานขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาที่ซับซ้อนในระยะยาว
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%201%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)%20(2).jpg)
สาเหตุที่ต้องอุดฟันมักเกิดจากปัญหาสุขภาพช่องปากและการใช้งานฟันในชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้ฟันผุลุกลาม ปวดฟัน หรือสูญเสียฟันในที่สุด โดยสาเหตุสำคัญที่พบบ่อยมีดังนี้
1. ฟันผุจากคราบพลัค (Plaque) และแบคทีเรีย
คราบพลัคคือแผ่นคราบแบคทีเรียที่เกาะบนผิวฟัน เมื่อรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือแป้ง แบคทีเรียจะสร้างกรดกัดทำลายเคลือบฟัน จนเกิดรูผุ หากไม่อุดฟัน เชื้อโรคจะลุกลามลึกขึ้นเรื่อยๆ
2. ฟันแตก บิ่น หรือสึกจากการใช้งาน
การกัดของแข็ง เคี้ยวอาหารแข็ง หรืออุบัติเหตุ อาจทำให้ฟันแตกหรือบิ่น ส่งผลให้เนื้อฟันเปิดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอุดฟันช่วยซ่อมแซมฟันและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
3. ฟันสึกจากพฤติกรรมที่ทำลายเคลือบฟัน
พฤติกรรมอย่างการแปรงฟันแรงเกินไป การกัดเล็บ หรือการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มเปรี้ยวบ่อยๆ ทำให้เคลือบฟันบางลง จนเกิดอาการเสียวฟันและต้องอุดเพื่อปกป้องเนื้อฟันด้านใน
4. ฟันผุซ้ำใต้รอยอุดเดิม
รอยอุดฟันเก่าอาจเสื่อมสภาพตามเวลา ทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ที่แบคทีเรียแทรกเข้าไปและทำให้ฟันผุซ้ำ จำเป็นต้องอุดใหม่เพื่อหยุดการลุกลามของฟันผุ
5. ฟันผุบริเวณคอฟัน (Cervical Caries)
ฟันผุบริเวณคอฟันมักเกิดใกล้เหงือก ซึ่งเป็นจุดที่ทำความสะอาดยากและเคลือบฟันบาง การอุดฟันช่วยป้องกันการลุกลามและลดอาการเสียวฟัน
6. ฟันผุจากฟันซ้อนเก หรือจัดฟัน
ฟันที่เรียงตัวซ้อนเก หรือผู้ที่จัดฟัน มักทำความสะอาดได้ยาก ทำให้คราบอาหารสะสมง่าย ส่งผลให้เกิดฟันผุและต้องอุดฟันเพื่อรักษาสภาพฟัน
7. ฟันผุจากน้ำลายน้อย หรือภาวะปากแห้ง
น้ำลายมีหน้าที่ช่วยชะล้างแบคทีเรียและปรับสมดุลกรดในช่องปาก เมื่อมีน้ำลายน้อย ฟันจึงผุได้ง่ายขึ้น จำเป็นต้องอุดฟันเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
8. ฟันสึกจากการบดเคี้ยวที่ผิดปกติ (การสบฟันไม่ดี)
การสบฟันที่ไม่สมดุลหรือการนอนกัดฟัน ทำให้ฟันสึกผิดปกติ เกิดรอยร้าวหรือรูสึก ซึ่งต้องอุดฟันเพื่อเสริมความแข็งแรง
9. ฟันผุในเด็กจากการกินนมขวดหรือขนมหวาน (Early Childhood Caries)
เด็กที่ดื่มนมขวดก่อนนอนหรือกินขนมหวานบ่อย เสี่ยงต่อฟันผุอย่างรวดเร็ว การอุดฟันช่วยรักษาฟันน้ำนมและป้องกันปัญหาฟันแท้ในอนาคต
10. ฟันผุจากอายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น เคลือบฟันจะบางลง เหงือกร่น และเสี่ยงต่อฟันผุได้ง่าย การอุดฟันจึงเป็นวิธีช่วยรักษาฟันธรรมชาติและการใช้งานฟันในระยะยาว
อาการเตือนว่าต้องอุดฟัน มักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของฟันผุหรือความเสียหายของเนื้อฟัน หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อประเมินและรักษา ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนต้องรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%201%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)%20(3).jpg)
วัสดุอุดฟันมีหลายประเภท โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ความทนทาน และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวัสดุอุดฟันว่าอุดแบบไหนดี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟัน ความรุนแรงของฟันผุ งบประมาณ และความต้องการด้านความสวยงามของผู้ใช้บริการ
Composite Resin (อุดสีเหมือนฟัน) เป็นวัสดุอุดฟันสีขาวที่มีลักษณะใกล้เคียงสีฟันธรรมชาติ เหมาะกับฟันหน้าและฟันที่มองเห็นได้ง่าย ทันตแพทย์จะอุดและตกแต่งให้กลมกลืนกับฟันเดิม อายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลและตำแหน่งฟัน ข้อดีของ Composite Resin คือสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ยึดติดกับเนื้อฟันได้ดี และอุดเสร็จภายในครั้งเดียว ข้อเสียคือทนแรงบดเคี้ยวได้น้อยกว่าอะแมลกัม และอาจเปลี่ยนสีได้เมื่อใช้งานไปนานๆ
Amalgam (อะแมลกัมสีเงิน) เป็นวัสดุอุดฟันสีเงินที่ใช้กันมานาน มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับฟันกรามที่ต้องรับแรงบดเคี้ยวมาก อายุการใช้งานยาวนานประมาณ 10-15 ปี หรือมากกว่า ข้อดีคือทนทาน ราคาไม่สูง และอายุการใช้งานยาว ข้อเสียคือสีไม่สวยงาม เห็นชัดเมื่ออ้าปาก และต้องกรอเนื้อฟันออกมากกว่าวัสดุอุดชนิดอื่น
Glass Ionomer Cement (GIC) เป็นวัสดุอุดฟันสีขาวขุ่น มักใช้กับฟันเด็ก ฟันน้ำนม หรือบริเวณคอฟันที่ไม่รับแรงบดเคี้ยวมาก อายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี ข้อดีคือสามารถปล่อยฟลูออไรด์ออกมาช่วยป้องกันฟันผุซ้ำ ยึดติดกับฟันได้ดี และอ่อนโยนต่อเนื้อฟัน ข้อเสียคือความแข็งแรงต่ำกว่าวัสดุอื่น และสึกได้ง่ายเมื่อใช้ในตำแหน่งที่รับแรงมาก
Inlay / Onlay เซรามิก เป็นการอุดฟันแบบพิเศษที่ผลิตจากเซรามิกในห้องแลบ แล้วนำมาติดบนฟัน เหมาะกับฟันที่ผุหรือแตกในวงกว้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องครอบฟัน อายุการใช้งานยาวนานประมาณ 10-20 ปี ข้อดีคือแข็งแรงมาก สีสวยเหมือนฟันจริง ไม่เปลี่ยนสี และทนแรงบดเคี้ยวได้ดี ข้อเสียคือราคาสูงกว่าแบบอุดทั่วไป และต้องเข้ารับการรักษามากกว่า 1 ครั้ง
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%201%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)%20(4).jpg)
การเตรียมตัวก่อนอุดฟันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความกังวล และช่วยให้ทันตแพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยควรเตรียมตัวดังนี้
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%201%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)%20(5).jpg)
1. ตรวจฟันและเอกซเรย์ (ถ้าจำเป็น)
ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันด้วยตาเปล่าและอุปกรณ์เฉพาะทาง เพื่อประเมินตำแหน่งและความลึกของฟันผุ ในกรณีที่ฟันผุอยู่ลึกหรือมองเห็นไม่ชัด อาจต้องเอกซเรย์เพื่อดูสภาพรากฟันและเนื้อฟันด้านในก่อนวางแผนการรักษา
2. ฉีดยาชา (ถ้าจำเป็น)
หากฟันผุมีความลึกหรือผู้ป่วยมีอาการเสียวฟัน ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อลดความเจ็บปวด ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือชาเล็กน้อย แต่จะไม่รู้สึกเจ็บ
3. กรอฟันส่วนที่ผุออก
ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือกรอฟันเพื่อนำเนื้อฟันที่ผุหรือเสียหายออกให้หมด เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อแบคทีเรีย และเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับการอุดฟัน
4. ใส่วัสดุอุดฟัน
หลังจากทำความสะอาดโพรงฟันแล้ว ทันตแพทย์จะใส่วัสดุอุดฟันที่เลือกไว้ เช่น คอมโพสิตเรซิน หรือวัสดุชนิดอื่น ลงในช่องฟัน และทำให้วัสดุแข็งตัวตามขั้นตอนของวัสดุนั้นๆ
5. ปรับแต่งรูปทรง การสบฟัน และขัดผิวให้เรียบ
ขั้นตอนสุดท้าย ทันตแพทย์จะปรับแต่งรูปร่างฟันให้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ ตรวจการสบฟันให้เคี้ยวได้พอดี และขัดผิววัสดุอุดให้เรียบ เพื่อลดการสะสมของคราบและทำให้ใช้งานฟันได้อย่างสบาย
การดูแลฟันหลังอุดฟัน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยืดอายุวัสดุอุดฟัน ลดความเสี่ยงฟันผุซ้ำ และทำให้ฟันกลับมาใช้งานได้อย่างปกติ หากดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ฟันแข็งแรงและไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง โดยมีวิธีดูแลดังนี้
1. งดเคี้ยวด้านที่อุดฟันจนกว่ายาชาจะหมด 1-2 ชั่วโมง
ในช่วงที่ยังชาจากยาชา อาจเผลอกัดแก้ม ลิ้น หรือเคี้ยวแรงเกินไปโดยไม่รู้ตัว ควรรอให้ความรู้สึกกลับมาปกติก่อนใช้งานฟัน
2. หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียวใน 24 ชั่วโมงแรก
อาหารแข็งหรือเหนียวอาจทำให้วัสดุอุดฟันเคลื่อน หลุด หรือเสียรูป โดยเฉพาะวัสดุอุดฟันใหม่ที่ยังต้องการเวลาให้แข็งตัวเต็มที่
3. เลี่ยงเครื่องดื่มและอาหารที่ทำให้วัสดุอุดเปลี่ยนสี (กรณีคอมโพสิต)
ชา กาแฟ ไวน์แดง หรืออาหารสีเข้ม อาจทำให้วัสดุอุดฟันสีเหมือนฟันเกิดคราบและเปลี่ยนสีได้ง่ายในช่วงแรก
4. แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันตามปกติ
สามารถดูแลช่องปากได้ตามปกติ เพื่อป้องกันคราบพลัคและฟันผุซ้ำ โดยควรแปรงอย่างนุ่มนวลและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี
5. หากอุดฟันสูง เคี้ยวแล้วเจ็บ ให้กลับไปพบหมอทันที
การอุดฟันที่สูงเกินไปอาจทำให้สบฟันผิดปกติ เกิดอาการปวดกรามหรือฟัน ควรให้ทันตแพทย์ปรับแก้โดยเร็ว
6. อาการเสียวฟันหลังอุดถือเป็นเรื่องปกติ (1-2 สัปดาห์)
อาจมีอาการเสียวฟันเล็กน้อยเมื่อกินของร้อน เย็น หรือหวาน ซึ่งมักจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง หากไม่รุนแรงถือเป็นอาการปกติ
7. หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องกลับมาตรวจ
อาการปวดที่รุนแรงหรือไม่ดีขึ้น อาจบ่งบอกว่าฟันผุลึกหรือมีการอักเสบของโพรงประสาทฟัน
8. สังเกตเศษอาหารติดง่ายผิดปกติ
หากมีเศษอาหารติดบริเวณเดิมบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณว่าวัสดุอุดไม่แนบสนิท ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ตรวจ
9. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งด้วยฟันหน้า
การใช้ฟันหน้ากัดของแข็ง เช่น น้ำแข็ง หรือเปลือกแข็ง อาจทำให้วัสดุอุดแตกหรือฟันบิ่นได้
10. หากนอนกัดฟันควรใส่เฝือกสบฟัน (Night Guard)
การกัดฟันขณะนอนหลับทำให้ฟันและวัสดุอุดสึกเร็ว การใส่เฝือกสบฟันช่วยป้องกันความเสียหายได้
11. ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
การตรวจฟันสม่ำเสมอช่วยให้พบปัญหาฟันผุซ้ำหรือวัสดุอุดเสื่อมสภาพได้ตั้งแต่ระยะแรก และรักษาได้ทันท่วงที
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%201%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)%20(7).jpg)
เป็นการรักษาขั้นพื้นฐานที่ปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงต่ำและเหมาะกับผู้ป่วยส่วนใหญ่
อายุการใช้งานของการอุดฟันขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุอุดฟัน ตำแหน่งของฟัน พฤติกรรมการใช้งาน และการดูแลช่องปาก โดยทั่วไปวัสดุอุดฟันสีเหมือนฟัน (Composite Resin) จะอยู่ได้ประมาณ 5-7 ปี ส่วนอะแมลกัมสีเงินอาจอยู่ได้ 10-15 ปี หรือมากกว่า ขณะที่ Inlay/Onlay เซรามิกสามารถอยู่ได้นานถึง 10-20 ปี หากดูแลฟันอย่างเหมาะสม แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ และตรวจฟันทุก 6 เดือน จะช่วยยืดอายุการอุดฟันได้มากขึ้น
โดยทั่วไป การอุดฟันจะเจ็บน้อย เนื่องจากทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ในกรณีที่ฟันผุลึกหรือผู้ป่วยมีอาการเสียวฟัน ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือสั่นจากเครื่องมือเล็กน้อย แต่ไม่รู้สึกปวด หลังอุดฟันอาจมีอาการเสียวฟันหรือเมื่อเคี้ยวในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติและมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์
การอุดฟัน 1 ซี่ ใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 20-45 นาที ขึ้นอยู่กับความลึกของฟันผุ ชนิดวัสดุที่ใช้ และตำแหน่งของฟัน หากฟันผุไม่ลึกและไม่ต้องฉีดยาชา อาจใช้เวลาน้อยกว่านี้ แต่หากฟันผุลึกหรือจำเป็นต้องเอกซเรย์และปรับแต่งหลายขั้นตอน อาจใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย
อาการที่อาจพบหลังอุดฟัน ส่วนใหญ่เป็นอาการปกติและมักหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
หากมีอาการปวดรุนแรง ปวดตุบๆ ต่อเนื่องหลายวัน อาการไม่ดีขึ้น หรือมีเหงือกบวมและหนอง ควรรีบพบทันตแพทย์ทันที
การอุดฟันและการรักษารากฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน โดยการอุดฟัน เหมาะกับฟันผุหรือฟันเสียที่ยังไม่ลุกลามถึงโพรงประสาท ทันตแพทย์จะกรอเนื้อฟันที่ผุออกแล้วอุดด้วยวัสดุเพื่อหยุดการลุกลามของฟันผุ
ขณะที่ การรักษารากฟัน คือทำในกรณีที่ฟันผุลึกจนเชื้อแบคทีเรียเข้าไปถึงเส้นประสาท ทำให้ปวดฟันรุนแรงหรือติดเชื้อ จำเป็นต้องเอาเนื้อเยื่อประสาทที่ติดเชื้อออก ทำความสะอาดคลองรากฟัน และอุดปิดรากฟัน จากนั้นมักต้องครอบฟันเพื่อเสริมความแข็งแรง
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%201%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%20%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99)%20(6).jpg)
อุดฟันและรักษาฟันที่โรงพยาบาลวิภาวดี ดูแลสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ ใช้มาตรฐานทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่ทันสมัย เริ่มตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด การเอกซเรย์ดิจิทัลเพื่อประเมินสภาพฟัน ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุอุดฟันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งวัสดุสีเหมือนฟันและวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพ ไม่เป็นอันตราย และสวยงาม โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดเชื้อ และความสบายของผู้รับบริการ พร้อมคำแนะนำการดูแลฟันหลังการรักษา ช่วยให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่าฟันจะกลับมาใช้งานได้ดี ลดความเสี่ยงฟันผุซ้ำ และมีรอยยิ้มที่สุขภาพดีในระยะยาว
การอุดฟันเป็นการรักษาที่ช่วยหยุดฟันผุและป้องกันปัญหาฟันลุกลามได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หากดูแลฟันอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของฟันและวัสดุอุดฟันได้อีกนาน การเลือกวัสดุอุดฟันและเข้ารับการรักษากับทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ อย่างเสียวฟันหรือปวดฟัน เพราะอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต การตรวจฟันสม่ำเสมอทุก 6 เดือนจะช่วยให้รู้ทันปัญหาและรักษาฟันธรรมชาติไว้กับเราได้นานที่สุด
หากคุณกำลังมองหาการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อสุขภาพฟันที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการตรวจฟัน อุดฟัน หรือรักษาฟันโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมมาตรฐานการรักษาที่ประทับใจ ทันสมัย และใส่ใจทุกรอยยิ้ม
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved