อุดฟันมีกี่แบบ? สาเหตุ ข้อดี–ข้อเสีย และวิธีดูแลหลังอุดฟัน

  • การอุดฟันคือการรักษาที่ซ่อมแซมฟันที่ผุ แตก หรือสึก ด้วยวัสดุเฉพาะทาง เพื่อให้ฟันกลับมาใช้งานได้ตามปกติ การอุดฟันช่วย หยุดการลุกลามของฟันผุ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และช่วยรักษาฟันธรรมชาติให้อยู่ได้นานขึ้น
  • อาการเตือนที่พบบ่อยว่าต้องอุดฟัน เช่น เสียวฟันเมื่อกินของร้อน เย็น หรือหวาน มีจุดดำ รูผุ หรือปวดฟันเวลาเคี้ยว หากปล่อยไว้อาจทำให้ฟันผุลุกลามจนต้องรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น
  • วิธีดูแลฟันหลังอุดฟันคือควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวด้านที่อุดในช่วงแรก งดอาหารแข็งหรือเหนียว และดูแลช่องปากด้วยการ แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ พร้อมตรวจฟันทุก 6 เดือน เพื่อยืดอายุการอุดฟัน

การอุดฟันเคือหนึ่งในหัตถการที่คนจำนวนมากต้องทำตลอดชีวิต เพราะฟันผุ ฟันสึก และฟันแตกเป็นปัญหาที่เกิดได้ง่ายจากการกิน การทำความสะอาดฟัน และพฤติกรรมประจำวัน การอุดฟันจึงเป็นวิธีรักษาที่ช่วยหยุดการผุลุกลาม คืนสภาพฟันให้ใช้งานได้ตามเดิม ลดความเสี่ยงปวดฟัน รักษารากฟัน หรือการถอนฟันในอนาคต บทความนี้ไปดูสาเหตุที่ต้องอุดฟัน รู้จักประเภทของวัสดุอุด ขั้นตอนการทำ ไปจนถึงอาการหลังอุดฟัน

 

อุดฟันคืออะไร ทำไมต้องอุดฟัน?

อุดฟัน คือกระบวนการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้วัสดุเฉพาะทาง เช่น เรซินคอมโพสิตหรืออมัลกัม อุดลงไปในบริเวณฟันที่ผุ แตก หรือสึก เพื่อทดแทนส่วนของฟันที่เสียหาย ช่วยให้ฟันกลับมามีความแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติ

 

การอุดฟันมีความสำคัญอย่างมากเพราะช่วยหยุดการลุกลามของฟันผุ ป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายลึกถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดฟันรุนแรง การติดเชื้อ หรือจำเป็นต้องรักษารากฟันในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการเสียวฟัน ทำให้การเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ รักษาฟันธรรมชาติให้อยู่ได้นานขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการรักษาที่ซับซ้อนในระยะยาว

 

สาเหตุที่ต้องอุดฟันมีอะไรบ้าง?

 

สาเหตุที่ต้องอุดฟันมีอะไรบ้าง?

สาเหตุที่ต้องอุดฟันมักเกิดจากปัญหาสุขภาพช่องปากและการใช้งานฟันในชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้ฟันผุลุกลาม ปวดฟัน หรือสูญเสียฟันในที่สุด โดยสาเหตุสำคัญที่พบบ่อยมีดังนี้

 

1. ฟันผุจากคราบพลัค (Plaque) และแบคทีเรีย

คราบพลัคคือแผ่นคราบแบคทีเรียที่เกาะบนผิวฟัน เมื่อรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือแป้ง แบคทีเรียจะสร้างกรดกัดทำลายเคลือบฟัน จนเกิดรูผุ หากไม่อุดฟัน เชื้อโรคจะลุกลามลึกขึ้นเรื่อยๆ

 

2. ฟันแตก บิ่น หรือสึกจากการใช้งาน

การกัดของแข็ง เคี้ยวอาหารแข็ง หรืออุบัติเหตุ อาจทำให้ฟันแตกหรือบิ่น ส่งผลให้เนื้อฟันเปิดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอุดฟันช่วยซ่อมแซมฟันและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

 

3. ฟันสึกจากพฤติกรรมที่ทำลายเคลือบฟัน

พฤติกรรมอย่างการแปรงฟันแรงเกินไป การกัดเล็บ หรือการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มเปรี้ยวบ่อยๆ ทำให้เคลือบฟันบางลง จนเกิดอาการเสียวฟันและต้องอุดเพื่อปกป้องเนื้อฟันด้านใน

 

4. ฟันผุซ้ำใต้รอยอุดเดิม

รอยอุดฟันเก่าอาจเสื่อมสภาพตามเวลา ทำให้เกิดช่องว่างเล็กๆ ที่แบคทีเรียแทรกเข้าไปและทำให้ฟันผุซ้ำ จำเป็นต้องอุดใหม่เพื่อหยุดการลุกลามของฟันผุ

 

5. ฟันผุบริเวณคอฟัน (Cervical Caries)

ฟันผุบริเวณคอฟันมักเกิดใกล้เหงือก ซึ่งเป็นจุดที่ทำความสะอาดยากและเคลือบฟันบาง การอุดฟันช่วยป้องกันการลุกลามและลดอาการเสียวฟัน

 

6. ฟันผุจากฟันซ้อนเก หรือจัดฟัน

ฟันที่เรียงตัวซ้อนเก หรือผู้ที่จัดฟัน มักทำความสะอาดได้ยาก ทำให้คราบอาหารสะสมง่าย ส่งผลให้เกิดฟันผุและต้องอุดฟันเพื่อรักษาสภาพฟัน

 

7. ฟันผุจากน้ำลายน้อย หรือภาวะปากแห้ง

น้ำลายมีหน้าที่ช่วยชะล้างแบคทีเรียและปรับสมดุลกรดในช่องปาก เมื่อมีน้ำลายน้อย ฟันจึงผุได้ง่ายขึ้น จำเป็นต้องอุดฟันเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

 

8. ฟันสึกจากการบดเคี้ยวที่ผิดปกติ (การสบฟันไม่ดี)

การสบฟันที่ไม่สมดุลหรือการนอนกัดฟัน ทำให้ฟันสึกผิดปกติ เกิดรอยร้าวหรือรูสึก ซึ่งต้องอุดฟันเพื่อเสริมความแข็งแรง

 

9. ฟันผุในเด็กจากการกินนมขวดหรือขนมหวาน (Early Childhood Caries)

เด็กที่ดื่มนมขวดก่อนนอนหรือกินขนมหวานบ่อย เสี่ยงต่อฟันผุอย่างรวดเร็ว การอุดฟันช่วยรักษาฟันน้ำนมและป้องกันปัญหาฟันแท้ในอนาคต

 

10. ฟันผุจากอายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น เคลือบฟันจะบางลง เหงือกร่น และเสี่ยงต่อฟันผุได้ง่าย การอุดฟันจึงเป็นวิธีช่วยรักษาฟันธรรมชาติและการใช้งานฟันในระยะยาว

 

อาการเตือนว่าต้องอุดฟัน

อาการเตือนว่าต้องอุดฟัน มักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของฟันผุหรือความเสียหายของเนื้อฟัน หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อประเมินและรักษา ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนต้องรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น

 

  • เสียวฟันเมื่อกินของเย็น ร้อน หวาน เกิดจากเคลือบฟันบางหรือมีรูผุ ทำให้สิ่งกระตุ้นสัมผัสเนื้อฟันโดยตรง
  • มีรูหรือหลุมบนผิวฟัน เป็นสัญญาณชัดเจนของฟันผุที่เริ่มลุกลามและควรอุดฟันโดยเร็ว
  • ฟันเปลี่ยนสี เช่น มีจุดสีน้ำตาล เทา หรือดำ บ่งบอกถึงการผุของฟันจากภายใน
  • มีกลิ่นปากหรือรสขมจากตำแหน่งเดิมซ้ำๆ มักเกิดจากเศษอาหารและแบคทีเรียสะสมในรูฟันผุ
  • ปวดฟัน โดยเฉพาะเวลาเคี้ยว หรือปวดตุบๆ แสดงว่าฟันผุอาจลึกและเริ่มกระทบเส้นประสาท
  • เหงือกบวมหรือมีหนองรอบฟัน เป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่อาจเกิดจากฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษา
  • ฟันแตก บิ่น หรือมีรอยร้าวเล็กๆ ทำให้เนื้อฟันเปิด เสี่ยงต่อการผุและการติดเชื้อ
  • ฟันสึกผิดปกติหรือเคี้ยวอาหารไม่สะดวก อาจเกิดจากฟันเสียรูปหรือผุ จนต้องอุดฟันเพื่อคืนประสิทธิภาพการใช้งาน
  • ฟันมีจุดดำหรือคราบดำที่ไม่หายแม้แปรงฟัน เป็นคราบที่เกิดจากฟันผุ ไม่ใช่คราบทั่วไป
  • เศษอาหารติดซี่เดิมบ่อย บ่งบอกว่าฟันอาจมีร่องหรือรูผุที่ควรได้รับการอุดฟัน

 

วัสดุอุดฟันมีอะไรบ้าง อุดแบบไหนดี?

 

วัสดุอุดฟันมีอะไรบ้าง อุดแบบไหนดี?

วัสดุอุดฟันมีหลายประเภท โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ความทนทาน และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวัสดุอุดฟันว่าอุดแบบไหนดี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟัน ความรุนแรงของฟันผุ งบประมาณ และความต้องการด้านความสวยงามของผู้ใช้บริการ

 

1. Composite Resin (อุดสีเหมือนฟัน)

Composite Resin (อุดสีเหมือนฟัน) เป็นวัสดุอุดฟันสีขาวที่มีลักษณะใกล้เคียงสีฟันธรรมชาติ เหมาะกับฟันหน้าและฟันที่มองเห็นได้ง่าย ทันตแพทย์จะอุดและตกแต่งให้กลมกลืนกับฟันเดิม อายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลและตำแหน่งฟัน ข้อดีของ Composite Resin คือสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ยึดติดกับเนื้อฟันได้ดี และอุดเสร็จภายในครั้งเดียว ข้อเสียคือทนแรงบดเคี้ยวได้น้อยกว่าอะแมลกัม และอาจเปลี่ยนสีได้เมื่อใช้งานไปนานๆ

 

2. Amalgam (อะแมลกัมสีเงิน)

Amalgam (อะแมลกัมสีเงิน) เป็นวัสดุอุดฟันสีเงินที่ใช้กันมานาน มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับฟันกรามที่ต้องรับแรงบดเคี้ยวมาก อายุการใช้งานยาวนานประมาณ 10-15 ปี หรือมากกว่า ข้อดีคือทนทาน ราคาไม่สูง และอายุการใช้งานยาว ข้อเสียคือสีไม่สวยงาม เห็นชัดเมื่ออ้าปาก และต้องกรอเนื้อฟันออกมากกว่าวัสดุอุดชนิดอื่น

 

3. Glass Ionomer Cement (GIC)

Glass Ionomer Cement (GIC) เป็นวัสดุอุดฟันสีขาวขุ่น มักใช้กับฟันเด็ก ฟันน้ำนม หรือบริเวณคอฟันที่ไม่รับแรงบดเคี้ยวมาก อายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี ข้อดีคือสามารถปล่อยฟลูออไรด์ออกมาช่วยป้องกันฟันผุซ้ำ ยึดติดกับฟันได้ดี และอ่อนโยนต่อเนื้อฟัน ข้อเสียคือความแข็งแรงต่ำกว่าวัสดุอื่น และสึกได้ง่ายเมื่อใช้ในตำแหน่งที่รับแรงมาก

 

4. Inlay / Onlay เซรามิก

Inlay / Onlay เซรามิก เป็นการอุดฟันแบบพิเศษที่ผลิตจากเซรามิกในห้องแลบ แล้วนำมาติดบนฟัน เหมาะกับฟันที่ผุหรือแตกในวงกว้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องครอบฟัน อายุการใช้งานยาวนานประมาณ 10-20 ปี ข้อดีคือแข็งแรงมาก สีสวยเหมือนฟันจริง ไม่เปลี่ยนสี และทนแรงบดเคี้ยวได้ดี ข้อเสียคือราคาสูงกว่าแบบอุดทั่วไป และต้องเข้ารับการรักษามากกว่า 1 ครั้ง

 

การเตรียมตัวก่อนอุดฟัน

 

การเตรียมตัวก่อนอุดฟัน

การเตรียมตัวก่อนอุดฟันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความกังวล และช่วยให้ทันตแพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยควรเตรียมตัวดังนี้

 

  • ทานอาหารก่อนเข้ารับการรักษาได้ (ควรกินเบาๆ ก่อนทำ) ควรกินอาหารเบาๆ เพื่อป้องกันอาการหิวหลังทำฟัน เนื่องจากอาจต้องรอให้ยาชาหมดฤทธิ์ก่อนรับประทานอาหาร
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือยาประจำ เพื่อความปลอดภัยในการรักษา
  • แจ้งหากมีประวัติแพ้ยาชา แพ้ยา หรือแพ้วัสดุอุดฟัน เพื่อให้ทันตแพทย์เลือกวิธีและวัสดุที่เหมาะสม
  • แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากก่อนเข้ารับบริการ ช่วยลดคราบแบคทีเรียและทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • นอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และช่วยควบคุมความดันโลหิตระหว่างทำฟัน
  • เตรียมจิตใจก่อนทำ โดยเฉพาะคนกลัวหมอฟัน สามารถบอกความกังวลกับทันตแพทย์ได้ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างสบายใจ
  • หากเป็นฟันผุลึก ควรเตรียมตัวสำหรับการ X-ray เพื่อประเมินความลึกของฟันผุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
  • ควรบอกทันตแพทย์หากมีอาการปวดฟันหรือเสียวฟันมาก่อน เพื่อช่วยวินิจฉัยและเลือกวิธีอุดฟันได้ตรงจุด
  • หลีกเลี่ยงคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ เพราะอาจทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือเพิ่มความกังวลขณะทำฟัน
  • ไม่จำเป็นต้องหยุดยา หากไม่ใช่ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด หากไม่ใช่ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด แต่ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้ง
  • เตรียมเวลาเผื่อทำฟันประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบและได้ผลลัพธ์ที่ดี

 

ขั้นตอนการอุดฟัน

 

ขั้นตอนการอุดฟัน

1. ตรวจฟันและเอกซเรย์ (ถ้าจำเป็น)

ทันตแพทย์จะตรวจสภาพฟันด้วยตาเปล่าและอุปกรณ์เฉพาะทาง เพื่อประเมินตำแหน่งและความลึกของฟันผุ ในกรณีที่ฟันผุอยู่ลึกหรือมองเห็นไม่ชัด อาจต้องเอกซเรย์เพื่อดูสภาพรากฟันและเนื้อฟันด้านในก่อนวางแผนการรักษา

 

2. ฉีดยาชา (ถ้าจำเป็น)

หากฟันผุมีความลึกหรือผู้ป่วยมีอาการเสียวฟัน ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อลดความเจ็บปวด ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือชาเล็กน้อย แต่จะไม่รู้สึกเจ็บ

 

3. กรอฟันส่วนที่ผุออก

ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือกรอฟันเพื่อนำเนื้อฟันที่ผุหรือเสียหายออกให้หมด เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อแบคทีเรีย และเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับการอุดฟัน

 

4. ใส่วัสดุอุดฟัน

หลังจากทำความสะอาดโพรงฟันแล้ว ทันตแพทย์จะใส่วัสดุอุดฟันที่เลือกไว้ เช่น คอมโพสิตเรซิน หรือวัสดุชนิดอื่น ลงในช่องฟัน และทำให้วัสดุแข็งตัวตามขั้นตอนของวัสดุนั้นๆ

 

5. ปรับแต่งรูปทรง การสบฟัน และขัดผิวให้เรียบ

ขั้นตอนสุดท้าย ทันตแพทย์จะปรับแต่งรูปร่างฟันให้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ ตรวจการสบฟันให้เคี้ยวได้พอดี และขัดผิววัสดุอุดให้เรียบ เพื่อลดการสะสมของคราบและทำให้ใช้งานฟันได้อย่างสบาย

 

11 วิธีดูแลฟันหลังอุดฟัน

การดูแลฟันหลังอุดฟัน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยืดอายุวัสดุอุดฟัน ลดความเสี่ยงฟันผุซ้ำ และทำให้ฟันกลับมาใช้งานได้อย่างปกติ หากดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ฟันแข็งแรงและไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง โดยมีวิธีดูแลดังนี้

 

1. งดเคี้ยวด้านที่อุดฟันจนกว่ายาชาจะหมด 1-2 ชั่วโมง

ในช่วงที่ยังชาจากยาชา อาจเผลอกัดแก้ม ลิ้น หรือเคี้ยวแรงเกินไปโดยไม่รู้ตัว ควรรอให้ความรู้สึกกลับมาปกติก่อนใช้งานฟัน

 

2. หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียวใน 24 ชั่วโมงแรก

อาหารแข็งหรือเหนียวอาจทำให้วัสดุอุดฟันเคลื่อน หลุด หรือเสียรูป โดยเฉพาะวัสดุอุดฟันใหม่ที่ยังต้องการเวลาให้แข็งตัวเต็มที่

 

3. เลี่ยงเครื่องดื่มและอาหารที่ทำให้วัสดุอุดเปลี่ยนสี (กรณีคอมโพสิต)

ชา กาแฟ ไวน์แดง หรืออาหารสีเข้ม อาจทำให้วัสดุอุดฟันสีเหมือนฟันเกิดคราบและเปลี่ยนสีได้ง่ายในช่วงแรก

 

4. แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันตามปกติ

สามารถดูแลช่องปากได้ตามปกติ เพื่อป้องกันคราบพลัคและฟันผุซ้ำ โดยควรแปรงอย่างนุ่มนวลและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี

 

5. หากอุดฟันสูง เคี้ยวแล้วเจ็บ ให้กลับไปพบหมอทันที

การอุดฟันที่สูงเกินไปอาจทำให้สบฟันผิดปกติ เกิดอาการปวดกรามหรือฟัน ควรให้ทันตแพทย์ปรับแก้โดยเร็ว

 

6. อาการเสียวฟันหลังอุดถือเป็นเรื่องปกติ (1-2 สัปดาห์)

อาจมีอาการเสียวฟันเล็กน้อยเมื่อกินของร้อน เย็น หรือหวาน ซึ่งมักจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง หากไม่รุนแรงถือเป็นอาการปกติ

 

7. หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องกลับมาตรวจ

อาการปวดที่รุนแรงหรือไม่ดีขึ้น อาจบ่งบอกว่าฟันผุลึกหรือมีการอักเสบของโพรงประสาทฟัน

 

8. สังเกตเศษอาหารติดง่ายผิดปกติ

หากมีเศษอาหารติดบริเวณเดิมบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณว่าวัสดุอุดไม่แนบสนิท ควรกลับไปให้ทันตแพทย์ตรวจ

 

9. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งด้วยฟันหน้า

การใช้ฟันหน้ากัดของแข็ง เช่น น้ำแข็ง หรือเปลือกแข็ง อาจทำให้วัสดุอุดแตกหรือฟันบิ่นได้

 

10. หากนอนกัดฟันควรใส่เฝือกสบฟัน (Night Guard)

การกัดฟันขณะนอนหลับทำให้ฟันและวัสดุอุดสึกเร็ว การใส่เฝือกสบฟันช่วยป้องกันความเสียหายได้

 

11. ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

การตรวจฟันสม่ำเสมอช่วยให้พบปัญหาฟันผุซ้ำหรือวัสดุอุดเสื่อมสภาพได้ตั้งแต่ระยะแรก และรักษาได้ทันท่วงที

 

 

ข้อดี – ข้อเสียของการอุดฟัน

 

ข้อดี – ข้อเสียของการอุดฟัน

ข้อดีของการอุดฟัน

  • หยุดการลุกลามของฟันผุทันที ช่วยกำจัดเนื้อฟันที่ผุและป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายต่อ
  • ป้องกันการติดเชื้อและปวดฟันในอนาคต ลดความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบของโพรงประสาทฟัน
  • ฟื้นฟูการใช้งานของฟันให้เป็นปกติ ทำให้สามารถเคี้ยวอาหารและใช้งานฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มความสวยงามของรอยยิ้ม โดยเฉพาะกรณีใช้วัสดุอุดสีเหมือนฟันที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ทำได้รวดเร็ว เจ็บน้อย และใช้เวลาน้อย ส่วนใหญ่อุดฟันเสร็จภายในครั้งเดียว
  • ค่าใช้จ่ายไม่สูง เมื่อเทียบกับการรักษาทางทันตกรรมที่ซับซ้อนกว่า
  • เป็นการรักษาขั้นพื้นฐานที่ปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงต่ำและเหมาะกับผู้ป่วยส่วนใหญ่

     

ข้อเสียของการอุดฟัน

  • วัสดุอุดมีอายุการใช้งานจำกัด ต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อเสื่อมสภาพตามเวลา
  • มีโอกาสอุดหลุดหรือแตกได้ โดยเฉพาะเมื่อกัดของแข็งหรือเคี้ยวแรงมาก
  • อาจมีอาการเสียวฟันหลังอุด ซึ่งมักเกิดชั่วคราวและค่อยๆ ดีขึ้น
  • อุดฟันสูงเกินไปอาจทำให้เจ็บเวลาเคี้ยว จำเป็นต้องกลับไปปรับแต่งเพิ่มเติม
  • วัสดุอุดบางชนิดเปลี่ยนสีเมื่อเวลาผ่านไป ส่งผลต่อความสวยงาม
  • อุดฟันไม่เหมาะกับฟันผุที่ลึกมาก ซึ่งอาจต้องรักษารากฟันหรือครอบฟันแทน
  • ฟันอาจสึกกร่อนมากขึ้นหากอุดไม่พอดี ทำให้การสบฟันผิดปกติและเกิดปัญหาตามมา

 

อุดฟันอยู่ได้นานแค่ไหน?

อายุการใช้งานของการอุดฟันขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุอุดฟัน ตำแหน่งของฟัน พฤติกรรมการใช้งาน และการดูแลช่องปาก โดยทั่วไปวัสดุอุดฟันสีเหมือนฟัน (Composite Resin) จะอยู่ได้ประมาณ 5-7 ปี ส่วนอะแมลกัมสีเงินอาจอยู่ได้ 10-15 ปี หรือมากกว่า ขณะที่ Inlay/Onlay เซรามิกสามารถอยู่ได้นานถึง 10-20 ปี หากดูแลฟันอย่างเหมาะสม แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ และตรวจฟันทุก 6 เดือน จะช่วยยืดอายุการอุดฟันได้มากขึ้น

 

อุดฟันเจ็บไหม?

โดยทั่วไป การอุดฟันจะเจ็บน้อย เนื่องจากทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ในกรณีที่ฟันผุลึกหรือผู้ป่วยมีอาการเสียวฟัน ระหว่างทำอาจรู้สึกตึงหรือสั่นจากเครื่องมือเล็กน้อย แต่ไม่รู้สึกปวด หลังอุดฟันอาจมีอาการเสียวฟันหรือเมื่อเคี้ยวในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติและมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์

 

อุดฟัน 1 ซี่ ใช้เวลากี่นาที?

การอุดฟัน 1 ซี่ ใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 20-45 นาที ขึ้นอยู่กับความลึกของฟันผุ ชนิดวัสดุที่ใช้ และตำแหน่งของฟัน หากฟันผุไม่ลึกและไม่ต้องฉีดยาชา อาจใช้เวลาน้อยกว่านี้ แต่หากฟันผุลึกหรือจำเป็นต้องเอกซเรย์และปรับแต่งหลายขั้นตอน อาจใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย

 

อาการที่อาจพบหลังอุดฟันมีอะไรบ้าง?

อาการที่อาจพบหลังอุดฟัน ส่วนใหญ่เป็นอาการปกติและมักหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

 

  • อาการชาในบริเวณฟัน ริมฝีปาก ลิ้น หรือแก้ม จากฤทธิ์ยาชา (มักหายภายใน 1-2 ชั่วโมง)
  • อาการเสียวฟันเมื่อรับประทานอาหารร้อน เย็น หรือหวาน
  • รู้สึกตึงหรือระคายเล็กน้อยบริเวณฟันที่อุด
  • เจ็บหรือไม่สบายฟันเล็กน้อยเวลาเคี้ยวอาหาร
  • รู้สึกว่าฟันอุดสูงหรือสบฟันไม่พอดี
  • เหงือกรอบฟันระคายหรือบวมเล็กน้อยจากการทำหัตถการ
  • เสียวฟันเมื่อแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันในช่วงแรก
  • มีรสชาติแปลกๆ ในปากชั่วคราวหลังทำฟัน

หากมีอาการปวดรุนแรง ปวดตุบๆ ต่อเนื่องหลายวัน อาการไม่ดีขึ้น หรือมีเหงือกบวมและหนอง ควรรีบพบทันตแพทย์ทันที

 

อุดฟันกับรักษารากฟันต่างกันอย่างไร?

การอุดฟันและการรักษารากฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน โดยการอุดฟัน เหมาะกับฟันผุหรือฟันเสียที่ยังไม่ลุกลามถึงโพรงประสาท ทันตแพทย์จะกรอเนื้อฟันที่ผุออกแล้วอุดด้วยวัสดุเพื่อหยุดการลุกลามของฟันผุ

 

ขณะที่ การรักษารากฟัน คือทำในกรณีที่ฟันผุลึกจนเชื้อแบคทีเรียเข้าไปถึงเส้นประสาท ทำให้ปวดฟันรุนแรงหรือติดเชื้อ จำเป็นต้องเอาเนื้อเยื่อประสาทที่ติดเชื้อออก ทำความสะอาดคลองรากฟัน และอุดปิดรากฟัน จากนั้นมักต้องครอบฟันเพื่อเสริมความแข็งแรง

 

อุดฟัน รักษาฟัน ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

 

อุดฟัน รักษาฟัน ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

อุดฟันและรักษาฟันที่โรงพยาบาลวิภาวดี ดูแลสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ ใช้มาตรฐานทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่ทันสมัย เริ่มตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด การเอกซเรย์ดิจิทัลเพื่อประเมินสภาพฟัน ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุอุดฟันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งวัสดุสีเหมือนฟันและวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพ ไม่เป็นอันตราย และสวยงาม โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความสะอาด ความปลอดเชื้อ และความสบายของผู้รับบริการ พร้อมคำแนะนำการดูแลฟันหลังการรักษา ช่วยให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่าฟันจะกลับมาใช้งานได้ดี ลดความเสี่ยงฟันผุซ้ำ และมีรอยยิ้มที่สุขภาพดีในระยะยาว

สรุป

การอุดฟันเป็นการรักษาที่ช่วยหยุดฟันผุและป้องกันปัญหาฟันลุกลามได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หากดูแลฟันอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของฟันและวัสดุอุดฟันได้อีกนาน การเลือกวัสดุอุดฟันและเข้ารับการรักษากับทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ อย่างเสียวฟันหรือปวดฟัน เพราะอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต การตรวจฟันสม่ำเสมอทุก 6 เดือนจะช่วยให้รู้ทันปัญหาและรักษาฟันธรรมชาติไว้กับเราได้นานที่สุด

 

หากคุณกำลังมองหาการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อสุขภาพฟันที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการตรวจฟัน อุดฟัน หรือรักษาฟันโดยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมมาตรฐานการรักษาที่ประทับใจ ทันสมัย และใส่ใจทุกรอยยิ้ม


FAQ

สามารถอุดฟันกรามได้ และเป็นตำแหน่งที่อุดบ่อยที่สุด เนื่องจากฟันกรามใช้บดเคี้ยวอาหาร และเสี่ยงฟันผุได้ง่าย ทันตแพทย์จะเลือกวัสดุที่แข็งแรง เหมาะกับแรงเคี้ยว เพื่อให้ใช้งานได้ทนทานในระยะยาว

ค่าอุดฟันขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ ตำแหน่งฟัน และความลึกของฟันผุ โดยแนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายก่อนทำการรักษา และดูโปรโมชันแพ็กเกจที่มีเสริมได้

เด็กสามารถอุดฟันได้ ทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ การอุดฟันช่วยป้องกันฟันผุลุกลาม ลดอาการปวด และช่วยให้ฟันใช้งานได้ตามปกติจนกว่าจะถึงช่วงฟันแท้ขึ้น

อุดฟันหลุดอาจเกิดจากการกัดของแข็ง เคี้ยวอาหารเหนียว การสบฟันผิดปกติ หรือ วัสดุอุดเสื่อมสภาพ เมื่อใช้งานมานาน ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่ออุดซ่อมแซมใหม่

ไม่จำเป็นทุกกรณี การถ่าย X-ray มักใช้เมื่อฟันผุอยู่ลึก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือสงสัยว่าฟันผุใกล้โพรงประสาท เพื่อให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง อาหารเหนียว และอาหารสีเข้ม ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก โดยเฉพาะกรณีอุดฟันสีเหมือนฟัน เพื่อป้องกันวัสดุอุดหลุดหรือเปลี่ยนสี

สามารถอุดฟันหลายซี่พร้อมกันได้ หากสภาพฟันเหมาะสมและใช้เวลาไม่มาก ทันตแพทย์จะประเมินตามความเหมาะสมและความสบายของผู้ใช้บริการเป็นหลัก

สามารถฟอกสีฟันได้ แต่สีของวัสดุอุดฟันจะไม่เปลี่ยนตามการฟอกสี ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผน อาจต้องเปลี่ยนวัสดุอุดฟันภายหลัง เพื่อความสวยงาม

สามารถจัดฟันได้หลังอุดฟัน โดยการอุดฟันช่วยซ่อมแซมฟันให้แข็งแรงก่อนจัดฟัน และลดความเสี่ยงฟันผุระหว่างการจัดฟัน

อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ ตำแหน่งฟัน และการดูแลช่องปาก โดยทั่วไปอุดฟันสีเหมือนฟันอยู่ได้ ประมาณ 5-7 ปี ส่วนวัสดุที่แข็งแรงกว่าอาจอยู่ได้นาน 10 ปีขึ้นไป หากดูแลฟันอย่างสม่ำเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง