ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไร ห้ามรับประทานอะไรบ้าง?

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัว

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในวิธีตรวจที่ช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติภายในลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความถูกต้องของผลตรวจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไรให้เหมาะสมด้วย โดยเฉพาะเรื่องอาหารและการทำความสะอาดลำไส้ หากเตรียมตัวไม่พร้อมก็อาจทำให้แพทย์มองเห็นผนังลำไส้ได้ไม่ชัดและอาจส่งผลต่อการประเมินได้

ในบทความนี้จึงจะมาแนะนำเช็กลิสต์ว่าก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไรให้ถูกวิธี อาหารการกินก่อนส่องกล้องลำไส้มีอะไรที่ควรทาน ไม่ควรรับประทานบ้าง เพื่อให้ผลตรวจออกมามีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ


Key Takeaways

  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นการตรวจที่ช่วยประเมินความผิดปกติของลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้อย่างละเอียด รวมถึงช่วยหารอยโรคที่อาจพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้
  • ก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อมโดยการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ควรรับประทานอาหารเหลว และควรทานยาระบายเพื่อเตรียมลำไส้ให้พร้อมกับการตรวจ
  • ก่อนส่องกล้องลำไส้มักจะมีการให้ยานอนหลับหรือยาคลายความกังวล เพื่อทำให้ไม่รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองระหว่างตรวจ
  • หลังการตรวจสามารถทราบผลเบื้องต้นได้ทันทีจากภาพส่องกล้อง แต่ผลตรวจชิ้นเนื้อต้องรอการวิเคราะห์เพิ่มเติมประมาณ 7 วัน

สารบัญบทความ


ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ คืออะไร?

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คือ การตรวจทางการแพทย์ที่ใช้กล้องขนาดเล็กติดอยู่กับท่อที่มีความยืดหยุ่นสอดเข้าไปผ่านทางทวารหนักเพื่อตรวจดูสภาพภายในลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินความผิดปกติของเยื่อบุลำไส้ เช่น การอักเสบ, แผล, ติ่งเนื้อ หรือรอยโรคที่อาจพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้โดยตรง 

ในบางกรณีเมื่อพบความผิดปกติ แพทย์จะสามารถตัดชิ้นเนื้อหรือติ่งเนื้อเพื่อนำไปตรวจประเมินลักษณะของเนื้อเยื่ออย่างละเอียดเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการได้ทันทีระหว่างส่องกล้อง เพราะฉะนั้นการส่องกล้องลำไส้จึงถือว่าเป็นทั้งการตรวจวินิจฉัยและการป้องกันโรคในคราวเดียวกัน


อาการแบบไหนควรส่องกล้องลำไส้ใหญ่

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจวินิจฉัยและคัดกรองความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ ในกรณีที่พบอาการผิดปกติบางอย่างหรือมีอาการคล้ายมะเร็งลำไส้ แพทย์อาจพิจารณาให้เข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยและวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

  • มีเลือดปนในอุจจาระ หรือมีเลือดออกทางทวารหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะการขับถ่าย เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียสลับกันเป็นระยะเวลานาน
  • มีอาการปวดท้องส่วนล่างเรื้อรัง หรือแน่นท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
  • เคยตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มีความผิดปกติจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่
     

นอกจากผู้ที่มีอาการดังกล่าวแล้ว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติลำไส้อักเสบเรื้อรังก็ควรเข้ารับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจเช็กความผิดปกติเช่นกัน

  • อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ได้ที่นี่: ส่องกล้องลําไส้ใหญ่ ราคาเท่าไร?

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่

ก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การเตรียมตัวให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากหากเตรียมตัวไม่เหมาะสมอาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินผนังลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและอาจจำเป็นต้องส่องกล้องลำไส้ซ้ำ สำหรับผู้ที่สงสัยว่า ส่องกล้องลำไส้ เตรียมตัวอย่างไร ห้ามรับประทานอะไรบ้าง? โรงพยาบาลวิภาวดีแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักใบเขียว, ธัญพืช หรือผลไม้ ก่อนวันตรวจอย่างน้อย 2 วัน
  • งดรับประทานอาหารแข็ง ควรรับประทานเฉพาะอาหารเหลวใส ย่อยง่าย ในช่วงก่อนตรวจอย่างน้อย 1 วัน
  • รับประทานยาระบายหรือยาล้างลำไส้ ก่อนส่องกล้อง เพื่อให้ลำไส้สะอาดเพียงพอสำหรับการตรวจ หากส่องกล้องลำไส้ใหญ่ช่วงเช้า
  • แนะนำให้รับประทานยาระบายช่วงเย็น 1 วันก่อนเข้ารับการตรวจ แต่ถ้าหากส่องกล้องลำไส้ใหญ่ช่วงบ่าย แนะนำให้รับประทานยาระบายช่วงเช้าในวันเดียวกันก่อนเข้ารับการตรวจ
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนส่องกล้องลำไส้
  • แจ้งประวัติการใช้ยาเป็นประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

หลังกินยาระบาย ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวได้ด้วยการกินยาระบาย แต่หลังรับประทานยาระบายเพื่อเตรียมลำไส้ก่อนส่องกล้อง ร่างกายจะขับถ่ายบ่อยขึ้นและสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมในช่วงนี้จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียได้ รวมถึงยังช่วยให้การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการดูแลตัวเองหลังรับประทานยาระบายที่แนะนำ มีดังนี้

  • ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทดแทนของเหลวที่สูญเสียจากการขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจ
  • งดรับประทานอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ
  • สังเกตลักษณะอุจจาระ อุจจาระควรมีลักษณะใสหรือใสปนสีเหลืองอ่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าลำไส้ได้รับการทำความสะอาดเพียงพอแล้ว

ลำไส้แบบไหนที่พร้อมตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

ลำไส้ที่พร้อมสำหรับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ควรเป็นลำไส้ที่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ไม่มีเศษอาหารหรืออุจจาระตกค้างจนบดบังผนังลำไส้ และโดยทั่วไปแล้วอุจจาระควรมีลักษณะใสหรือใสปนสีเหลืองอ่อน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการล้างลำไส้ที่มีประสิทธิภาพและช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นเยื่อบุลำไส้ได้อย่างชัดเจน

การเตรียมลำไส้ให้พร้อมก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จะช่วยให้การประเมินความผิดปกติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ เพราะฉะนั้นก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างถูกต้องจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการพลาดรอยโรคขนาดเล็กและลดความจำเป็นในการตรวจซ้ำได้


ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เจ็บไหม?

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เจ็บไหม? โดยทั่วไปแล้วกระบวนการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่มักจะให้ยานอนหลับหรือยาคลายความกังวลโดยวิสัญญีแพทย์ก่อน ทำให้ระหว่างตรวจผู้เข้ารับบริการจึงไม่รู้สึกเจ็บหรือระคายเคือง แต่หลังส่องกล้องอาจมีความรู้สึกแน่นท้องหรือท้องอืดได้เล็กน้อยจากอากาศที่ใช้ระหว่างการตรวจ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน

นอกจากนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ใช้เวลานานไหม น่ากลัวหรือไม่? ด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบันมีความทันสมัยและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ระหว่างตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และใช้เวลาตรวจเพียงแค่ 30-60 นาที


ดูแลตัวเองหลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ได้อย่างไร?

หลังส่องกล้อง กินอาหารอะไรได้บ้าง

หลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อช่วยลดความไม่สบายตัวและช่วยให้ร่างกายกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น โดยแนวทางการดูแลตัวเองหลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่แนะนำ มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิสูงอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังตรวจ
  • ควรรับประทานอาหารอ่อนหรืออาหารย่อยง่ายก่อน หากไม่มีอาการผิดปกติจึงค่อยกลับไปรับประทานอาหารตามปกติ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อชดเชยของเหลวที่สูญเสียจากการเตรียมลำไส้ก่อนตรวจ
  • หากมีการตัดชิ้นเนื้อหรือตัดติ่งเนื้อ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ในกรณีที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง, มีเลือดออกมาก หรือมีไข้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

หลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ รู้ผลเลยไหม?

หากก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวมาอย่างเหมาะสมและไม่ต้องส่องกล้องซ้ำ หลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แพทย์สามารถแจ้งผลการตรวจเบื้องต้นได้ทันทีจากภาพที่เห็นระหว่างการส่องกล้อง เช่น สภาพเยื่อบุลำไส้, การพบติ่งเนื้อ หรือความผิดปกติที่มองเห็นได้โดยตรง 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการตัดชิ้นเนื้อหรือติ่งเนื้อเพื่อนำไปตรวจเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการ ผลตรวจในส่วนนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการวิเคราะห์ประมาณ 7 วัน โดยแพทย์จะแจ้งผลอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อผลตรวจออกครบถ้วน


ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวพร้อม ผลตรวจมีประสิทธิภาพ!

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เป็นการตรวจที่ช่วยประเมินความผิดปกติของลำไส้ใหญ่และตรวจเช็กรอยโรคที่อาจพัฒนาไปสู่มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้ แต่ทั้งนี้เพื่อผลตรวจที่แม่นยำและลดโอกาสการตรวจซ้ำ ก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การเตรียมตัวให้พร้อมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อให้การตรวจมีประสิทธิภาพและสามารถประเมินความผิดปกติได้ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลในการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่หรือการผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมให้บริการด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหาร ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยให้กระบวนการตรวจและการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในทุกขั้นตอนของการดูแล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไร?

หลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ พักฟื้นนานไหม?

หลังส่องกล้องลำไส้ใหญ่ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานและสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน โดยหลังจากยานอนหลับหมดฤทธิ์ควรพักผ่อนในวันตรวจและหลีกเลี่ยงการขับรถหรือกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิสูงอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ต้องวางยาสลบไหม?

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนมากมักจะใช้ยานอนหลับหรือยาคลายความกังวล ไม่ใช่การวางยาสลบแบบผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และแนวทางของแต่ละสถานพยาบาล

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ต้องตรวจบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับอายุ ผลการตรวจครั้งก่อน และความเสี่ยงส่วนบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจซ้ำให้


References


บทความที่เกี่ยวข้อง