มีอาการปวดหัว? วิธีเช็คปวดทั่วไปหรือไมเกรน แบบไหนอันตราย รีบหาเแพทย์ทันที!

ปวดหัว เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย 

อาการปวดหัว เป็นอาการเตือนของโรคร้ายแรงในสมองหรือเปล่า ในโลกยุคปัจจุบันที่เป็นการใช้เครื่องมือสื่อสาร สามารถติดต่อกันอย่างรวดเร็วเพียงใช้โทรศัพท์มือถือ ที่เรียกว่า สมาร์ทโฟน ก็สามารถหาข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ได้แล้ว ข้อมูลที่ได้รับนั้นมากมายขึ้นกับผู้อ่านจะพินิจพิเคราะห์ว่าเป็นอย่างไร สำหรับอาการปวดหัวที่จะกล่าว ณ ที่นี้ เป็นเพียงบางโรคเท่านั้นที่พบบ่อยส่วนใหญ่เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงและสามารถหายได้

โรคปวดหัวที่พบบ่อย       

กลุ่มอาการออฟฟิศ (office syndrome)

โรคปวดหัวที่พบบ่อยที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้นสาเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ที่เรียกว่า กลุ่มอาการออฟฟิศ (office syndrome) 

สาเหตุ

เกิดขึ้นจากการใช้สายตาทำงานหนัก ใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คุยกัน  ดูหนัง ฟังเพลง ติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมงทำให้เกิดอาการปวดหัว ตั้งแต่น้อยๆ ได้แก่ ปวดตึง ท้ายทอย คอ บ่า ไหล่ ไปจนถึงอาการปวดที่มาก คือชามือ ปวดหลัง ชาขาก็มี

ต้องยอมรับว่า คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ไม่มีใครเลยที่นั่งตัวตรง ส่วนใหญ่จะนั่งตัวเอียง พับขา เป็นเวลาหลายชั่วโมงบางคนกลับมาบ้านยังใช้อุปกรณ์เหล่านี้อีก ทำให้นอนดึก แต่ต้องตื่นเช้า พักผ่อนน้อย กล้ามเนื้อเกิดอาการหดเกร็งเป็นเวลานาน

หลายคนที่มีอาการปวดหัวหลายเดือนทำให้กังวลว่าจะเป็นเนื้องอกในสมอง ไปพบแพทย์ตรวจคอมพิวเตอร์สมองก็ปกติดี แต่อาการปวดหัวไม่ดีขึ้น รับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลก็ไม่หาย

วิธีรักษา

การรักษาอาการปวดหัวไม่ยาก เพียงแต่ใน 1 ชั่วโมงของการทำงานให้พักสายตาสัก 5 นาที หรือลุกจากเก้าอี้ไปยืดเส้น ยืดสาย ก็จะไม่เกิดอาการปวดนี้ ฟังดูเหมือนง่าย แต่โดยความเป็นจริงมักจะละเลยเพราะทำงานติดพันบ้าง งานด่วนต้องรีบทำให้เสร็จบ้าง

ปวดหัวไมเกรน

โรคปวดหัวอีกชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี คือ ปวดหัวไมเกรน ที่เรียกว่าปวดหัวข้างเดียว ลักษณะปวดตุ้บๆ เหมือนชีพจรเต้น

ที่เป็นแบบนี้เพราะหลอดเลือดที่ขมับเกิดอาการขยายตัว หลายคนมีอาการเตือนมาก่อน เช่น เห็นแสงระยิบระยับ เห็นภาพผิดปกตินำมาก่อน หลังจากนั้นจึงเกิดอาการปวดหัวตุ้บๆ คลื่นไส้ อาเจียน บางคนเกิดอาการปวดหัวก่อนมีรอบเดือน

ดังนั้นฮอร์โมนเพศหญิงจึงมีความสัมพันธ์กับการเกิดไมเกรน สิ่งสำคัญที่ทำให้ปวดหัวได้บ่อย คือ ความเครียด อดนอน อากาศร้อน และอาหารบางชนิด

หากเป็นต่างประเทศอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ เนยแข็ง ช็อกโกแลต กล้วยหอม แต่สำหรับคนไทยควรหลีกเลี่ยงกินอาหารจำพวก ปิ้งย่าง หรือผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน เป็นต้น

เมื่อมาพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรนจะได้รับการสั่งยารักษาอาการปวดดังกล่าว ซึ่งควรจะพกติดตัวตลอดเวลาหากมีอาการปวดหัวตุ้บๆ ให้รีบรับประทานยาทันที ไม่ควรรอจนปวดมาก เพราะยาจะไม่ได้ผล คนที่มีอาการปวดหัวไมเกรนเกิน 1 ครั้ง ต่อเดือน แพทย์จะสั่งยาป้องกันไม่ให้ไมเกรนกำเริบซึ่งต้องกินติดต่อกันหลายเดือนเพื่อไม่ให้ปวดหัวอีก แต่สิ่งที่สำคัญต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้อาการปวดหัวไมเกรนนั้นห่างออก

อาการปวดหัวแบบไหนควรพบแพทย์ทันที

  1. ปวดหัวเหมือนจะระเบิด ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อนในชีวิต บ่งบอกว่ามีความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว พบในภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองร่วมกับความดันโลหิตสูง
  2. ปวดหัวรุนแรง ร่วมกับมีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกทันที บ่งบอกว่าเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ ที่เกิดจากเลือดออกในเนื้อสมอง
  3. ปวดหัวรุนแรง ร่วมกับมีไข้ คอแข็ง ก้มคอไม่ได้ อาจจะมีอาการไม่เกิน 1 สัปดาห์ บ่งบอกว่า มีการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมอง
  4. ปวดหัวรุนแรง มีไข้ ร่วมกับมีอาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัว และซึมลง บ่งบอกว่ามีสมองอักเสบ

หากท่านหรือญาติมีอาการปวดหัวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ควรมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อตรวจหาสาเหตุของการปวดหัวและให้การรักษาอย่างทันท่วงที