อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร สัญญาณเตือนที่หลายคนมองข้าม

อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สังเกตได้ยากในระยะแรก เพราะอาการมะเร็งกระเพาะอาหารที่เกิดขึ้นมักคล้ายกับโรคทั่วไป เช่น กรดไหลย้อนหรือท้องอืด ทำให้หลายคนมักมองข้ามหรือไม่ให้ความสำคัญจนถึงเวลาที่โรคลุกลามไปยังระยะที่รุนแรงแล้ว การรับรู้และสังเกตอาการของมะเร็งกระเพาะอาหารตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Key Takeaways

  • มะเร็งกระเพาะอาหารมักเริ่มจากเซลล์ในกระเพาะอาหารที่กลายพันธุ์และเจริญเติบโตผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดเนื้องอกและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้
  • อาการมะเร็งกระเพาะอาหารมักคล้ายกับโรคกระเพาะ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง เบื่ออาหาร หรือถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำ หากมีอาการเหล่านี้เป็นประจำควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
  • ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ได้แก่ การติดเชื้อ Helicobacter pylori การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่ รวมถึงการเป็นโรคกระเพาะบ่อย ๆ หรือกรดไหลย้อนเรื้อรัง
  • การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารขึ้นอยู่กับระยะของโรคและตำแหน่งของมะเร็ง การผ่าตัด เคมีบำบัด และการใช้รังสีบำบัดเป็นทางเลือกหลักในการรักษา

สารบัญบทความ

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร

อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร มีกี่ระยะ

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

วินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างไร

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

แนวทางการป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร รู้ตัวเร็ว ตรวจพบไว รักษาง่ายกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการมะเร็งกระเพาะอาหาร


โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คือ โรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะอาหาร ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะกลายพันธุ์และไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตได้ตามปกติ ส่งผลให้เซลล์เหล่านี้แบ่งตัวและเติบโตเป็นเนื้องอกเนื้อร้ายหรือมะเร็งในที่สุด การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหารมักเริ่มต้นจากเยื่อบุภายในกระเพาะอาหารและสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ ใกล้เคียงได้


อาการมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร

อาการของมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารมักจะคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะในระยะแรก ๆ จึงอาจทำให้หลายคนไม่สังเกตหรือปล่อยให้โรคลุกลามไปถึงระยะที่รุนแรงมากขึ้น โดยอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งกระเพาะอาหารที่ควรเฝ้าระวัง

  • ปวดท้องหรือจุกที่บริเวณลิ้นปี่ โดยอาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการรับประทานอาหาร
  • อาการปวดท้องที่ไม่หายไป และเมื่อทานยาอาจดีขึ้นแต่กลับเป็นอีก
  • อาเจียน ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรือพบว่าอุจจาระมีสีดำ
  • ความรู้สึกไม่สบายท้องบ่อยครั้ง เช่น ท้องอืด หรือปวดท้องบ่อยครั้ง
  • เมื่อมะเร็งกระเพาะอาหารอยู่ในระยะลุกลาม อาจสามารถคลำเจอก้อนที่ท้องได้
     

อาการที่เกิดขึ้นมักจะไม่หายขาด เป็นซ้ำ ๆ บ่อยครั้ง ยิ่งเป็นบ่อยเท่าไหร่ การทานยาบรรเทาอาการก็ยิ่งไม่ได้ผล และกรณีที่มะเร็งกระเพาะอาหารเริ่มลุกลามไปยังอวัยวะอื่น อาการที่เกิดขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงไปตามอวัยวะที่มะเร็งได้ลุกลามไปถึง เช่น หากมะเร็งลุกลามไปที่ตับ อาจทำให้เกิดอาการตัวเหลือง ดีซ่าน หรือหากมะเร็งลุกลามไปยังช่องท้อง อาจทำให้ท้องบวมขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงมะเร็งกระเพาะอาหารเสมอไป เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่น ๆ เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับถุงน้ำดีอักเสบอาการเป็นอย่างไรได้ที่นี่ : ถุงน้ำดีอักเสบอาการ


อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร มีกี่ระยะ

อาการมะเร็งกระเพาะอาหารสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามระดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้

  • ระยะแรก: มะเร็งกระเพาะอาหาร อาการเริ่มแรกมักไม่เด่นชัด สังเกตได้ยาก คล้ายกับโรคกระเพาะอาหารทั่วไป เช่น กินเสร็จแล้วปวดท้อง ท้องอืด จุกเสียดแน่นท้อง 
  • ระยะที่ 2 : อาการมะเร็งในกระเพาะอาหารเริ่มเด่นชัดจากก้อนมะเร็งที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่น เช่น ท้องอืด ปวดท้องหนักและบ่อยขึ้น อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระสีดำ เป็นต้น
  • ระยะที่ 3 : เป็นระยะที่มะเร็งเริ่มลุกลามไปอวัยวะใกล้เคียง อาการมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะนี้มักเกิดขึ้นต่างกันตามอวัยวะที่มะเร็งลุกลามไป เช่น อาการดีซ่าน เกิดน้ำในช่องท้อง คลำพบก้อน เป็นต้น
  • ระยะสุดท้าย: เป็นระยะที่มะเร็งลุกลามไปไกลขึ้น ทำให้ระบบร่างกายเริ่มล้มเหลว ผู้ป่วยรู้สึกปวดท้องรุนแรง น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว 

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุที่ก่อให้เกิด แต่สามารถกล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมักเกิดจากความเสียหายที่สะสมในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เยื่อบุของกระเพาะอาหารได้รับความเสียหายซ้ำ ๆ จนทำให้เซลล์ในกระเพาะอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือกลายพันธุ์ การกลายพันธุ์ของเซลล์ทำให้เซลล์เหล่านั้นไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตได้ตามปกติ และเริ่มพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด

ในกรณีที่เยื่อบุของกระเพาะอาหารถูกกระตุ้นหรือทำลายซ้ำ ๆ โดยปัจจัยภายนอกหรือภายใน ร่างกายอาจไม่สามารถซ่อมแซมความเสียหายได้อย่างสมบูรณ์ และนำไปสู่การเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาไปสู่โรคมะเร็ง กระบวนการนี้มักใช้เวลานาน จึงทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารบางรายไม่รู้สึกถึงอาการในระยะแรกเริ่ม และไม่สามารถตรวจพบได้จนถึงระยะที่โรคลุกลามไปมากขึ้น


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

การเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่สามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดโรค ดังนี้

  • ประวัติครอบครัวหรือพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ซึ่งสามารถทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารเสียหายได้
  • การบริโภคอาหารที่มีสารเคมีหรือสารพิษ เช่น อาหารเค็ม หรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ
  • การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์
  • การมีภาวะขาดสารอาหาร หรือขาดวิตามิน เช่น วิตามิน A และ C
  • การเกิดโรคกระเพาะอาหารเรื้อรังหรือกรดไหลย้อนที่ไม่ได้รับการรักษา

วินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างไร

การตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารต้องใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำ โดยเริ่มจากการประเมินอาการและประวัติของผู้ป่วย ก่อนที่จะใช้วิธีการทางการแพทย์ที่เหมาะสมในการยืนยันการวินิจฉัย เช่น

  • การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อภายในกระเพาะอาหาร
  • การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ (Biopsy) เพื่อตรวจหามะเร็งในห้องปฏิบัติการ
  • การตรวจเลือดเพื่อหาสัญญาณของการติดเชื้อหรือมะเร็ง
  • การตรวจอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์เพื่อประเมินการลุกลามของมะเร็ง
  • เช็กราคาส่องกล้องลำไส้ใหญ่ พร้อมแนะนำการเตรียมตัวก่อนส่องกล้อง อ่านต่อได้ที่ : ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ราคา

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค สภาพร่างกายของผู้ป่วย และตำแหน่งของมะเร็ง แนวทางการรักษามีหลายวิธี ซึ่งมักใช้การรักษาหลายรูปแบบร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • การผ่าตัดส่องกล้องเป็นวิธีรักษาอาการมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกหรือระยะที่มะเร็งยังไม่ลุกลามด้วยการนำเนื้องอกหรือกระเพาะอาหารบางส่วนออก หรือตัดกระเพาะอาหารออกทั้งหมดขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอกในกระเพาะอาหาร
  • การใช้เคมีบำบัด (Chemotherapy) เพื่อลดขนาดของมะเร็งหรือทำลายเซลล์มะเร็ง มักใช้ร่วมกับการผ่าตัด หรือใช้กับผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระยะลุกลาม
  • การใช้รังสีบำบัด (Radiotherapy) เพื่อลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
  • การรักษาด้วยการใช้ยา เช่น ยาต้านมะเร็งเพื่อบรรเทาอาการหรือเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
  • การดูแลบรรเทาอาการ (Palliative Care) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะสุดท้าย

แนวทางการป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร แต่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ ได้แก่

  • รักษาการติดเชื้อ Helicobacter pylori ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ และปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่หมักดอง อาหารแปรรูป หรืออาหารที่มีรสเค็มจัด
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารปิ้งย่างที่มีสารก่อมะเร็ง
  • รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีและแคโรทีนสูง เช่น ผักและผลไม้สด
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
     

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการของโรคกระเพาะอาหารนานเกินกว่า 4 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง ในกรณีที่ตรวจพบโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรก จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น


อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร รู้ตัวเร็ว ตรวจพบไว รักษาง่ายกว่า

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ในกระเพาะอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายพันธุ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การลุกลามได้ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที การสังเกตอาการมะเร็งกระเพาะอาหารที่ผิดปกติ เช่น อาการปวดท้องหรือแสบร้อนท้องที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงโดยเร็วสามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคนี้ให้หายขาด

โรงพยาบาลวิภาวดี เรามีศูนย์ระบบทางเดินอาหาร ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) และการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ (Biopsy) เพื่อตรวจอาการมะเร็งกระเพาะอาหาร พร้อมทั้งมีการดูแลรักษาผู้ป่วยจากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับรักษาที่มีประสิทธิภาพ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

วิธีสังเกตว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ทำได้อย่างไร

การสังเกตอาการที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง เบื่ออาหาร หรืออุจจาระผิดปกติ จะช่วยให้ตรวจพบโรคเร็วขึ้น

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

หากมีอาการปวดท้องไม่หาย หรือมีอาการถ่ายเป็นเลือด อุจจาระสีดำ ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจส่องกล้องและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ


References


บทความที่เกี่ยวข้อง