"มะเร็งกระเพาะอาหาร" ภัยเงียบที่มักแฝงตัวมาในรูปแบบของอาการปวดท้องธรรมดาหรืออาหารไม่ย่อย ทำให้หลายคนชะล่าใจจนโรคลุกลามเข้าสู่ระยะอันตราย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และสัญญาณเตือนของร่างกายที่ควรรีบตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพื่อป้องกันโรค
บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ตั้งแต่การแบ่งระยะของโรคไปจนถึงนวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยและทางเลือกในการรักษา เพื่อให้คุณพร้อมรับมือและดูแลสุขภาพทางเดินอาหารได้อย่างถูกวิธีครับ
Key Takeaways
อาการมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกคล้ายโรคกระเพาะทั่วไป เช่น ท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย หากมีมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการเรื้อรังควรส่องกล้องตรวจทันทีเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการรักษา มะเร็งกระเพาะอาหาร มีปัจจัยเสี่ยงจากทั้งประวัติครอบครัว การติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori และการบริโภคอาหารหมักดองหรืออาหารปิ้งย่าง ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วยการส่องกล้อง (Gastroscopy) ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อ ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติและระบุเซลล์มะเร็งได้อย่างตรงจุดตั้งแต่เริ่มแรก โรคมะเร็งกระเพาะอาหารแบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยระยะที่ 1-2 มีโอกาสหายขาดสูงด้วยการส่องกล้องหรือผ่าตัด ในขณะที่ระยะที่ 4 จะเน้นการประคับประคองและเพิ่มคุณภาพชีวิต ปัจจุบันมีการรักษามะเร็งกระเพาะอาหารที่ก้าวหน้า ทั้งการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ยามะเร็งแบบมุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งช่วยลดผลข้างเคียงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มากกว่าในอดีต สารบัญบทความ
โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร
โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีกี่ระยะ
โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการเป็นอย่างไร
ตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างไร
แนวทางการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
วิธีป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
ตรวจมะเร็งกระเพาะอาหาร พร้อมเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งกระเพาะอาหาร
โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือ CA Stomach คือภาวะที่เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดความผิดปกติและแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร อาการเริ่มแรกมักคล้ายคลึงกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรืออาการอาหารไม่ย่อยทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยหลายรายละเลยจนเชื้อมะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือกระจายสู่ทางเดินอาหารส่วนอื่น รวมถึงอวัยวะสำคัญอย่างตับ ตับอ่อน ปอด และรังไข่
กลุ่มเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือ การส่องกล้องกระเพาะอาหาร ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและเข้ารับการผ่าตัดรักษาได้ทันท่วงที โอกาสที่จะหายขาดจากโรคจะมีสูงมาก การไม่มองข้ามอาการปวดท้องเรื้อรังจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาชีวิตจากโรคร้ายนี้
โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร แม้ในปัจจุบันทางการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ แต่ปัจจัยสำคัญเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเซลล์เยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร ซึ่งส่งผลให้กระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ทำงานผิดปกติและสูญเสียการควบคุม จนกลายสภาพเป็นเซลล์มะเร็งร้ายในที่สุด
เซลล์มะเร็งเหล่านี้สามารถรุกรานโดยเริ่มจากการเกิดขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่งในกระเพาะอาหาร ก่อนจะค่อย ๆ ขยายขนาดและลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงหรือกระจายผ่านระบบทางเดินน้ำเหลืองไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นตับ ตับอ่อน ปอด ลำไส้ หรือแม้กระทั่งรังไข่ การเข้าใจที่มาของความผิดปกตินี้จึงช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารเพื่อคัดกรองเพื่อยับยั้งการลุกลามได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร การเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารมักไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันที่สะสมจนทำให้เซลล์เยื่อบุผนังกระเพาะอาหารเกิดความผิดปกติ โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมีดังนี้
ปัจจัยส่วนบุคคลและพันธุกรรม: ภาวะน้ำหนักเกิน (โดยเฉพาะในเพศชาย) และการมีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเคยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมาก่อนการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori: ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะเพิ่มโอกาสพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็งได้สูงขึ้นโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินอาหาร: ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง แผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคกรดไหลย้อน (GERD) ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบสะสมในหลอดอาหารและกระเพาะอาหารพฤติกรรมการบริโภค: การรับประทานอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป ตากเค็ม หรือของรมควันเป็นประจำ รวมถึงการรับประทานผักและผลไม้น้อยเกินไป ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพผนังกระเพาะอาหารการใช้ชีวิต: การสูบบุหรี่หรือรับควันบุหรี่มือสอง การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมถึงการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องสัมผัสฝุ่นและสารเคมีบางชนิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีกี่ระยะ การแบ่งระยะอาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารจะดูจากตำแหน่งและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง โดยแบ่งออกเป็นระยะแรกถึงระยะที่ 4 ดังนี้
ระยะที่ 1 เซลล์มะเร็งจำกัดอยู่บริเวณเยื่อบุด้านในหรือกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองเพียงเล็กน้อย มักไม่แสดงอาการหรือเกิดแผลในกระเพาะอาหาร รักษาได้ด้วยการส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อมะเร็งที่ผิวกระเพาะอาหารระยะที่ 2 มะเร็งกระเพาะอาหารมีการกระจายจากเยี่อบุผิวด้านในไปยังชั้นกล้ามเนื้อของผนังกระเพาะอาหาร หรือลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองในวงกว้างขึ้นระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อหรือผิวด้านนอกของกระเพาะ และแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองมากขึ้น รักษาด้วยการผ่าตัดกระเพาะอาหารร่วมกับเคมีบำบัดระยะที่ 4 เป็นระยะที่มะเร็งได้ลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นที่ห่างไกลจากบริเวณกระเพาะอาหาร การรักษาในระยะนี้เน้นไปที่การประคับประคองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีปวดแน่นหลังกินของมัน แก้ไขได้ด้วยผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว : ผ่าตัดนิ่ว นิ่วในถุงน้ำดี โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการเป็นอย่างไร มะเร็งกระเพาะอาหาร อาการในระยะแรก (Early Stage) ผู้ป่วยอาจรู้สึกผิดปกติเพียงเล็กน้อย เช่น
รู้สึกอาหารไม่ย่อย หรือไม่สบายท้อง แสบร้อนท้องหลังรับประทานอาหาร มีอาการคล้ายกรดไหลย้อนบ่อยครั้ง รู้สึกแน่นท้องมากเป็นพิเศษแม้รับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย ความอยากอาหารลดลงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร เมื่อโรคเริ่มลุกลาม (Advanced Stage) ร่างกายจะส่งสัญญาณที่รุนแรงและชัดเจนขึ้น ดังนี้
ปวดท้องรุนแรง รู้สึกไม่สบายท้องหรือปวดตื้อบริเวณช่องท้องส่วนบนและส่วนล่างอย่างต่อเนื่อง เลือดออกในทางเดินอาหาร ถ่ายอุจจาระมีสีดำสนิท (คล้ายยางมะตอย) หรือมีเลือดปน รวมถึงการอาเจียนเป็นเลือด น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ ร่างกายอ่อนเพลีย และมีภาวะซีดจากการเสียเลือดเรื้อรัง ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ มีไข้ เสี่ยงถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน ตรวจรักษาทันที : ถุงน้ำดีอักเสบ อาการ ตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างไร การตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยหมอศัลยกรรมและอายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารจะใช้การตรวจหลายวิธีร่วมกันเพื่อประเมินระยะของโรค ดังนี้
การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์คลำหาความผิดปกติหรือก้อนเนื้อในช่องท้อง ตรวจเช็กการบวมของต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า พร้อมตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับและไต เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายโดยรวมการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนต้น (Gastroscopy): วิธีมาตรฐานที่แม่นยำที่สุด แพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กเพื่อดูรอยโรคภายในกระเพาะอาหาร หากพบจุดสงสัยจะทำการตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) ไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันเซลล์มะเร็งได้ตั้งแต่ระยะแรกการส่องกล้องตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (EUS): เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้แพทย์ประเมินความลึกของเชื้อมะเร็งในชั้นผนังกระเพาะอาหาร รวมถึงตรวจสอบการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะข้างเคียงได้อย่างละเอียดการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): ใช้เพื่อประเมินขอบเขตของโรคและการกระจายตัวของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในช่องท้อง ช่วยให้ทีมศัลยแพทย์วางแผนการผ่าตัดหรือการให้เคมีบำบัดได้อย่างแม่นยำการกลืนแป้งสารทึบแสง (Barium Swallow): การดื่มสารทึบแสงเพื่อให้ภาพเอกซเรย์เห็นโครงสร้างภายในหลอดอาหารและกระเพาะอาหารได้ชัดเจนขึ้น ช่วยในการมองหาก้อนเนื้อหรือส่วนที่ตีบตันผิดปกติเตรียมตัวส่องกล้องง่ายๆ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด คู่มือเตรียมพร้อมเพื่อผลตรวจแม่นยำ : ส่องกล้องลําไส้ใหญ่ เตรียมตัว แนวทางการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาตามระยะของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย ดังนี้
การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgery) เป็นวิธีหลักเพื่อกำจัดก้อนเนื้อร้ายและควบคุมไม่ให้ลุกลาม แบ่งตามความเหมาะสมได้แก่การส่องกล้องตัดเยื่อบุผิว: การผ่าตัดส่องกล้อง ตัดเยื่อบุผิวเหมาะสำหรับระยะเริ่มต้นมาก ๆ แพทย์จะใช้กล้องสอดเข้าไปตัดเฉพาะจุดที่มีเซลล์มะเร็งโดยไม่ต้องเปิดหน้าท้องการผ่าตัดกระเพาะอาหาร: อาจตัดออกบางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการลุกลาม โดยหมอศัลยกรรม จะต่อทางเดินอาหารใหม่เพื่อให้ร่างกายยังคงย่อยและดูดซึมสารอาหารได้การเลาะต่อมน้ำเหลือง: เพื่อตรวจสอบและกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายไปตามระบบน้ำเหลืองในช่องท้องการฉายรังสีบำบัด (Radiation Therapy) ใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง ทำได้ทั้งก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant) เพื่อลดขนาดก้อนเนื้อให้ผ่าตัดง่ายขึ้น และหลังผ่าตัด (Adjuvant) เพื่อกำจัดเซลล์ที่อาจหลงเหลืออยู่การใช้เคมีบำบัด (Chemotherapy) การใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็งเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ หรือช่วยบรรเทาอาการในระยะลุกลามที่ผ่าตัดไม่ได้ เพื่อยับยั้งไม่ให้มะเร็งกระจายไปสู่อวัยวะอื่นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) นวัตกรรมการรักษาที่เจาะจงทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งที่มีโปรตีนผิดปกติ (เช่น HER2) โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติรอบข้าง ช่วยลดผลข้างเคียงได้ดีกว่าเคมีบำบัดทั่วไปภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) การใช้ยาช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกลับมาจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยตัวเองปวดท้องเรื้อรัง กินยาไม่หาย ปรึกษาหมอโรคกระเพาะ เดินทางสะดวกใกล้คุณ : หมอโรคกระเพาะ ใกล้ฉัน วิธีป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร การป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงที่สะสมมานาน แม้อาการระยะแรกจะแยกยากจากโรคกระเพาะทั่วไป แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดโรคได้ด้วยแนวทางดังนี้
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน: เน้นรับประทานผักและผลไม้สดให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ของหมักดอง อาหารเค็มจัด หรืออาหารปิ้งย่างรมควันที่มีสารก่อมะเร็งสะสมปรับไลฟ์สไตล์: งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียดอย่างเหมาะสมรักษาโรคทางเดินอาหาร: หากมีอาการโรคกระเพาะหรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เรื้อรัง ควรรักษาให้หายขาดเพื่อลดการอักเสบสะสมของผนังกระเพาะอาหารซึ่งอาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งในอนาคตสังเกตสัญญาณเตือน: อย่าปล่อยผ่านอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือปวดลิ้นปี่บ่อยๆ หากรับประทานยาแล้วอาการไม่ทุเลา ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงตรวจคัดกรอง: สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ตรวจมะเร็งกระเพาะอาหาร พร้อมเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี โรคมะเร็งกระเพาะอาหารอาจฟังดูน่ากลัว แต่หากเราให้ความสำคัญกับการสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายและเข้ารับการตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารเพื่อคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุเกิน 40 ปี หรือมีพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงต่อโรค ก็จะช่วยให้เราพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะที่ยังรักษาให้หายขาดได้ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ควบคู่ไปกับการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้ายนี้ได้อย่างยั่งยืน
แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมดูแลคุณด้วยศูนย์ศัลยกรรมและศูนย์ระบบทางเดินอาหารที่ครบวงจร เราโดดเด่นด้วยนวัตกรรมการส่องกล้องตรวจมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) และการอัลตราซาวนด์ผ่านกล้องส่องตรวจ (EUS) ที่ช่วยระบุความลึกของมะเร็งได้อย่างแม่นยำ ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางของเราเชี่ยวชาญการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็กที่ช่วยให้ฟื้นตัวไว พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์โรคมะเร็งที่ร่วมวางแผนการรักษาด้วยยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุดสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้ายอยู่ได้นานแค่ไหน? สำหรับมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย การรักษาจะเน้นไปที่การประคับประคองเพื่อลดความทุกข์ทรมานและบรรเทาอาการ โดยทั่วไปมักมีระยะเวลาในการใช้ชีวิตต่อประมาณ 6-12 เดือน แต่ในบางรายที่ได้รับการดูแลและรักษาอย่างเหมาะสมอาจอยู่ได้นานกว่านั้น
มะเร็งกระเพาะอาหารกับกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคในระบบทางเดินอาหารมักมีอาการที่คล้ายกันในระยะแรกๆ เช่น ปวดท้อง จุกแน่น ท้องอืด อาหารไม่ค่อยย่อย คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร ทำให้มักถูกมองข้ามคิดว่าเป็นโรคทั่วไป จึงควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
ทำไมแผลในกระเพาะอาหารทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้? แผลในกระเพาะอาหารเกิดจากเยื่อบุกระเพาะถูกกรดและน้ำย่อยทำลาย มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori และการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน หากแผลเกิดจากเชื้อดังกล่าว และกลายเป็นแผลเรื้อรังหรืออักเสบบ่อยๆ จะเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารสูงขึ้นถึง 3-6 เท่า
การตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหาร ทำได้อย่างไร? การตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน เป็นวิธีที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจสอบความผิดปกติก่อนเกิดเป็นมะเร็งได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรเข้ารับการตรวจทุก 3 ปี