ผ่าตัดส่องกล้องมดลูก (Hysteroscopy) คือเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็กที่ใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านช่องคลอดเพื่อดูภายในโพรงมดลูก ช่วยวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ เจ็บน้อย ใช้ระยะพักฟื้นสั้น ไม่ต้องเปิดแผลหน้าท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติ ภาวะมีบุตรยาก หรือสงสัยมีติ่งเนื้อ–พังผืดในมดลูก ให้การรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%2012%20(%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81)%20(2).jpg)
ผ่าตัดส่องกล้องมดลูกคืออะไร?
การผ่าตัดส่องกล้องมดลูก (Hysteroscopy) คือหัตถการทางนรีเวชที่แพทย์ใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านทางช่องคลอดและปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อดูสภาพภายในมดลูกโดยตรง โดยสามารถทำได้ทั้งในเชิง การวินิจฉัย เช่น ตรวจหาสาเหตุของเลือดออกผิดปกติ ภาวะมีบุตรยาก ติ่งเนื้อ เนื้องอกใต้เยื่อบุ หรือพังผืดในโพรงมดลูก และในเชิงการรักษา เช่น ตัดติ่งเนื้อ เลาะพังผืด ตัดเนื้องอกขนาดเล็ก หรือเอาอุปกรณ์คุมกำเนิดที่ค้างออก ข้อดีคือเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก ไม่ต้องผ่าหน้าท้อง ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย และช่วยให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%2012%20(%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81)%20(3).jpg)
ผ่าตัดส่องกล้องมดลูกเหมาะกับใคร?
การผ่าตัดส่องกล้องมดลูกเหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีอาการผิดปกติทางนรีเวชซึ่งสงสัยว่าเกิดจากความผิดปกติภายในโพรงมดลูก หรือผู้ที่ต้องการตรวจหาสาเหตุของปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน การมีบุตรยาก และการแท้งซ้ำ รวมถึงผู้ที่มีความผิดปกติที่สามารถรักษาได้ผ่านการส่องกล้องโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและการรักษาตรงจุดมากขึ้น
ข้อบ่งชี้ในการตรวจ
- ประจำเดือนมาผิดปกติ มามาก นาน หรือมีลิ่มเลือดจำนวนมาก อาจบ่งชี้ถึงติ่งเนื้อหรือเนื้องอกใต้เยื่อบุ
- เลือดออกผิดปกติ โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังหมดประจำเดือน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ
- ภาวะมีบุตรยาก ใช้ประเมินสภาพโพรงมดลูกก่อนทำ IUI หรือ IVF
- แท้งซ้ำ ตรวจหาความผิดปกติทางกายวิภาคที่ตรวจไม่ชัดจากอัลตราซาวด์
- สงสัยความผิดปกติในโพรงมดลูก เช่น สงสัยพังผืด ผนังกั้น หรือโพรงมดลูกผิดรูป
- ผลอัลตราซาวด์ผิดปกติ ใช้ยืนยันและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ข้อบ่งชี้ในการรักษา
- ติ่งเนื้อโพรงมดลูก (Endometrial Polyp) ทำให้เลือดออกผิดปกติและลดโอกาสการตั้งครรภ์ สามารถตัดออกได้ผ่านกล้อง
- เนื้องอกใต้เยื่อบุโพรงมดลูก (Submucous Myoma) เป็นสาเหตุของประจำเดือนมามากและแท้งซ้ำ การตัดออกช่วยให้อาการดีขึ้น
- พังผืดในโพรงมดลูก (Asherman Syndrome) ทำให้ประจำเดือนน้อยลงหรือมีบุตรยาก การเลาะพังผืดช่วยฟื้นฟูโพรงมดลูก
- ผนังกั้นโพรงมดลูก (Uterine Septum) เป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดที่เพิ่มความเสี่ยงแท้ง การตัดผนังกั้นช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จ
- การนำวัตถุแปลกปลอมออก เช่น ห่วงอนามัยที่ค้างหรือเคลื่อนผิดตำแหน่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือเลือดออกผิดปกติ
ผ่าตัดส่องกล้องมดลูกไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ การส่องกล้องอาจกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งหรือกระทบต่อทารกในครรภ์
- ผู้ที่มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรือช่องคลอด การส่องกล้องอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายเข้าสู่โพรงมดลูกและกระแสเลือด
- ผู้ที่มีเลือดออกมากผิดปกติในขณะทำการตรวจ เลือดจำนวนมากจะบดบังการมองเห็นและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
- ผู้ที่คอมดลูกตีบมาก ทำให้สอดกล้องได้ยาก เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือทะลุของมดลูก
- ผู้ที่มีภาวะโรคหัวใจหรือปอดรุนแรง อาจไม่เหมาะกับการดมยาสลบหรือการเปลี่ยนแปลงความดันในร่างกายระหว่างทำหัตถการ
- ผู้ที่แพ้น้ำเกลือหรือก๊าซที่ใช้ขยายโพรงมดลูก อาจเกิดอาการแพ้รุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนจากของเหลวหรือก๊าซดังกล่าว
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือเลือดแข็งตัวผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกมากและหยุดเลือดยากหลังทำหัตถการ
- ผู้ที่มีมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม การส่องกล้องอาจทำให้เกิดการกระจายของเซลล์มะเร็งหรือเลือดออกมาก
- ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน เช่น ไข้สูง ควรรักษาการติดเชื้อให้หายก่อนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อน
- ผู้ที่ไม่สามารถนอนหงายเป็นเวลานาน เช่น มีปัญหาทางกระดูกสันหลัง ปอด หรือระบบไหลเวียน อาจมีความเสี่ยงระหว่างทำการตรวจหรือผ่าตัด
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%2012%20(%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81)%20(4).jpg)
สาเหตุที่ควรพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องมดลูก
การผ่าตัดส่องกล้องมดลูกเป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นภายในโพรงมดลูกได้โดยตรง และสามารถวินิจฉัยพร้อมรักษาในคราวเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีอาการผิดปกติทางนรีเวช ปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ หรือมีความผิดปกติในโพรงมดลูกที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างแม่นยำ
1. ตรวจหาความผิดปกติภายในโพรงมดลูก
การส่องกล้องช่วยให้แพทย์เห็นสภาพเยื่อบุโพรงมดลูก ผนังมดลูก และโครงสร้างภายในได้ชัดเจน ทำให้สามารถระบุสาเหตุของอาการผิดปกติได้ตรงจุด เช่น
- ประจำเดือนผิดปกติ มามาก มานาน หรือมาถี่กว่าปกติจากติ่งเนื้อหรือก้อนเนื้อ
- เลือดออกกะปริดกะปรอยหลังหมดประจำเดือน อาจบ่งชี้ความผิดปกติของเยื่อบุโพรงมดลูก
- ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ อาจเกิดจากพังผืดหรือก้อนที่ขัดขวางการไหลของเลือดประจำเดือน
2. รักษาภาวะมีบุตรยาก
ในผู้ที่มีบุตรยาก การส่องกล้องช่วยค้นหาและแก้ไขความผิดปกติที่รบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ เช่น
- ผนังกั้นมดลูก (Septate uterus) ทำให้พื้นที่ฝังตัวลดลงและเพิ่มความเสี่ยงแท้ง
- พังผืดในโพรงมดลูก (Asherman’s syndrome) ทำให้เยื่อบุไม่สมบูรณ์และขัดขวางการฝังตัว
- ติ่งเนื้อหรือก้อนเนื้องอกที่ขวางโพรงมดลูก รบกวนการเคลื่อนที่ของตัวอ่อนและการฝังตัว
3. ผ่าตัดเอาความผิดปกติออก
การส่องกล้องช่วยให้สามารถตัด เลาะ หรือเอาความผิดปกติออกได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ลดแผลและระยะเวลาพักฟื้น เช่น
- ติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Polyp) เป็นสาเหตุของเลือดออกผิดปกติและภาวะมีบุตรยาก
- เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกที่ยื่นเข้าในโพรงมดลูก (Submucosal Myoma) ทำให้ประจำเดือนมามาก ปวดมาก หรือแท้งซ้ำ
- เอาสิ่งแปลกปลอมออก เช่น ห่วงอนามัยที่ค้างอยู่หรือเคลื่อนผิดตำแหน่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือเลือดออกผิดปกติ
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%2012%20(%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81)%20(5).jpg)
ข้อดีของผ่าตัดส่องกล้องมดลูก
- เห็นภาพโพรงมดลูกชัดเจน แพทย์สามารถมองเห็นภายในโพรงมดลูกโดยตรง ทำให้ประเมินสภาพเยื่อบุ ผนังมดลูก และความผิดปกติต่างๆ ได้อย่างละเอียด
- วินิจฉัยแม่นยำกว่าการอัลตราซาวด์หรือการขูดมดลูก เพราะเป็นการดูด้วยตาโดยตรง ไม่ใช่การประเมินจากภาพเงาหรือการสุ่มเก็บเนื้อเยื่อ
- ลดโอกาสพลาดการตรวจพบโรค โดยเฉพาะติ่งเนื้อขนาดเล็ก พังผืด หรือรอยโรคเล็กๆ ที่อัลตราซาวด์อาจมองไม่เห็น
- เจ็บน้อยและเสี่ยงแทรกซ้อนต่ำ เป็นหัตถการที่แผลเล็ก ไม่รบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างมาก
- ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ลดความเสี่ยงจากแผลผ่าตัดใหญ่ เช่น แผลติดเชื้อหรือพังผืดหลังผ่าตัด
- แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วภายในไม่กี่วัน
- ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เนื่องจากแผลเล็กและระยะเวลาผ่าตัดสั้น
- กลับบ้านได้ในวันเดียว (Day Surgery) ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- สามารถตรวจและรักษาได้ในครั้งเดียว หากพบความผิดปกติ แพทย์สามารถรักษาทันทีโดยไม่ต้องนัดผ่าตัดใหม่
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดส่องกล้องมดลูก
การเตรียมตัวที่เหมาะสมช่วยให้การส่องกล้องมดลูกเป็นไปอย่างราบรื่น แม่นยำ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะตามสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยทั่วไปช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการส่องกล้องมดลูกมักอยู่หลังประจำเดือนหมดประมาณ 3-7 วัน เพราะโพรงมดลูกสะอาด มองเห็นเยื่อบุชัดเจน และยังไม่อยู่ในช่วงไข่ตก
- แจ้งประวัติแพ้ยา ประวัติโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคเลือด เพื่อให้แพทย์วางแผนการใช้ยาสลบและยาระงับปวดอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
- งดน้ำและอาหารก่อนทำตามคำแนะนำแพทย์ หากใช้ยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่ แพทย์จะกำหนดเวลางดอาหารและน้ำเพื่อป้องกันอาเจียนหรือสำลักระหว่างทำหัตถการ
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการตรวจ ประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและทำให้โพรงมดลูกสะอาด
- หากตั้งครรภ์หรือสงสัยตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ทันที การส่องกล้องมดลูกไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารก
- เตรียมคนมารับกลับบ้านหากต้องใช้ยาสลบ เนื่องจากหลังใช้ยาสลบ ผู้ป่วยยังมีอาการง่วงซึมหรือการตอบสนองช้า ควรมีผู้ติดตามเพื่อความปลอดภัย
ขั้นตอนการผ่าตัดส่องกล้องมดลูก
โดยทั่วไปการผ่าตัดส่องกล้องมดลูกใช้เวลา 15-45 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการรักษา ขั้นตอนหลักมีดังนี้
- เตรียมตัวก่อนผ่าตัด แพทย์จะตรวจประวัติ ร่างกาย และให้คำแนะนำเรื่องการงดน้ำอาหารหรือการเตรียมตัวอื่นๆ
- ให้ยาชาหรือยาสลบตามความเหมาะสม อาจใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบแบบสั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและความสะดวกของผู้ป่วย
- ใส่กล้องผ่านปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูก กล้องขนาดเล็กช่วยให้แพทย์มองเห็นภายในโพรงมดลูกอย่างชัดเจน
- ขยายโพรงมดลูกด้วยน้ำเกลือหรือก๊าซ เพื่อให้โพรงมดลูกกว้างและมองเห็นผนังมดลูกและเยื่อบุได้ชัดเจน
- ตรวจดูความผิดปกติ แพทย์ประเมินสภาพเยื่อบุมดลูก พังผืด ติ่งเนื้อ หรือเนื้องอก
- หากต้องรักษา แพทย์จะใช้เครื่องมือผ่านช่องกล้อง เช่น ตัดติ่งเนื้อ เลาะพังผืด หรือตัดเนื้องอกขนาดเล็ก โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
- สิ้นสุดการตรวจและใช้ระยะพักฟื้นสั้นๆ เพื่อสังเกตอาการ และส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%2012%20(%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81)%20(6).jpg)
การดูแลหลังผ่าตัดส่องกล้องมดลูก
หลังการผ่าตัดส่องกล้องมดลูกส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็ว แต่การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน ทำให้ร่างกายกลับสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลังผ่าตัดควรนอนพักและหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในวันแรก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว
- งดออกกำลังกายหนัก 1-2 วัน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือเลือดออกภายในโพรงมดลูก
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้โพรงมดลูกฟื้นตัวอย่างเต็มที่
- หากมีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือเลือดออกมาก ควรรีบกลับมาพบแพทย์ หากมีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง เลือดออกมาก หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที
อาการที่อาจพบหลังผ่าตัดส่องกล้องมดลูก
หลังการผ่าตัดส่องกล้องมดลูก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นตัวเร็วและอาการไม่รุนแรง แต่บางรายอาจมีอาการเล็กน้อยซึ่งเป็นเรื่องปกติและมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน
- ปวดหน่วงท้องน้อยเล็กน้อย เป็นอาการปกติหลังการขยายโพรงมดลูกและการเคลื่อนเครื่องมือ แนะนำให้พักผ่อนและสามารถใช้ยาบรรเทาปวดที่แพทย์สั่งได้
- มีเลือดกะปริบกะปรอย 1-2 วัน อาจมีเลือดออกเล็กน้อยหลังการส่องกล้อง เป็นเรื่องปกติของโพรงมดลูกที่ฟื้นตัว
- รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย ร่างกายอาจยังฟื้นตัวจากการทำหัตถการและยาชา/ยาสลบ ควรพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก
ผ่าตัดส่องกล้องมดลูก ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้ว่าการผ่าตัดส่องกล้องมดลูกจะเป็นหัตถการที่ไม่เป็นอันตรายและมีแผลเล็ก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ แพทย์จะประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำเพื่อป้องกันอย่างเหมาะสม ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยและมักรักษาได้
- เลือดออกมากผิดปกติ อาจเกิดจากการบาดเจ็บของผนังมดลูกหรือการตัดติ่งเนื้อ/เนื้องอก หากมีเลือดออกมากต้องรีบพบแพทย์
- การติดเชื้อ อาจเกิดที่โพรงมดลูกหรืออุ้งเชิงกราน ทำให้มีไข้ ปวดท้อง หรือมีกลิ่นผิดปกติ แนะนำให้สังเกตอาการและมาพบแพทย์ทันที
- โพรงมดลูกทะลุหรือบาดเจ็บอวัยวะข้างเคียง เช่น ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะ เกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- ปัสสาวะหรือการขับถ่ายผิดปกติชั่วคราว อาจเกิดจากการระคายเคืองจากการสอดเครื่องมือ
- ปวดหรือหน่วงท้องน้อยหลังทำหัตถการ เป็นอาการปกติและมักหายเองใน 1-2 วัน
- เลือดออกกะปริบกะปรอยนานกว่าปกติ บางรายอาจมีเลือดออกเล็กน้อย 3-5 วันหลังทำ
ผ่าตัดส่องกล้องมดลูก อันตรายไหม?
การผ่าตัดส่องกล้องมดลูกเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำ เมื่อทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ แผลเล็ก ใช้เวลาผ่าตัดสั้น และส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็ว ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การบาดเจ็บโพรงมดลูก การติดเชื้อ หรือเลือดออกมาก พบได้น้อย แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
หลังผ่าตัดส่อง ห้ามอะไรบ้าง?
หลังการส่องกล้องมดลูก มีข้อควรระวังเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและให้โพรงมดลูกฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ ได้แก่
- ห้ามมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 สัปดาห์
- งดออกกำลังกายหนัก 1-2 วัน
- ห้ามใช้อุปกรณ์สอดใดๆ เข้าช่องคลอด เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรือถ้วยอนามัย จนกว่าร่างกายฟื้นตัว
- ห้ามละเลยอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือเลือดออกมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Nov%2012%20(%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81)%20(7).jpg)
ผ่าตัดส่องกล้อง กี่วันหาย พักฟื้นกี่วัน?
ส่วนใหญ่ฟื้นตัวเร็วและสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1-2 วัน เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแบบ Day Surgery หรือผ่าตัดวันเดียวกลับบ้านได้ แต่ในกรณีที่รักษาความผิดปกติซับซ้อน เช่น ตัดเนื้องอกขนาดใหญ่ อาจต้องพักฟื้น 2-3 วัน และแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักจนกว่าจะหายดีเต็มที่
ผ่าตัดส่องกล้องมดลูก ที่โรงพยาบาลวิภาวดี
การผ่าตัดส่องกล้องมดลูกที่โรงพยาบาลวิภาวดี มอบประสบการณ์การรักษาที่ทันสมัยเหมาะกับแต่ละคน ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านนรีเวชและอุปกรณ์ส่องกล้องเทคโนโลยีสูง ทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติภายในโพรงมดลูกได้อย่างแม่นยำ ทั้งติ่งเนื้อ เนื้องอก หรือพังผืด การผ่าตัดใช้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว พร้อมบริการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจในมาตรฐานการบริการ สะดวกสบาย และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพของผู้หญิงทุกคน
สรุป
การผ่าตัดส่องกล้องมดลูกเป็นหัตถการที่ไม่เป็นอันตรายและฟื้นตัวเร็ว เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาประจำเดือนผิดปกติ มีบุตรยาก หรือสงสัยความผิดปกติภายในโพรงมดลูก ข้อดีคือเห็นโพรงมดลูกชัด เจ็บน้อย แผลเล็ก และสามารถตรวจพร้อมรักษาได้ในครั้งเดียว หลังทำควรพักผ่อน งดออกกำลังกายหนัก และหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์สักระยะ อาการทั่วไปมักมีเลือดกะปริบกะปรอย ปวดหน่วงเล็กน้อย หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเกิดได้น้อย แต่หากมีเลือดออกมาก ปวดท้องรุนแรง หรือไข้สูง ควรรีบพบแพทย์ การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วและลดความเสี่ยงได้มากที่สุด
สนใจตรวจสุขภาพคัดกรองโรค หาความเสี่ยง หรือความผิดปกติ ที่โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการ และอุปกรณ์ส่องกล้องทันสมัย ตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างแม่นยำ เหมาะกับกับแต่ละบุคคล เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ให้คุณมั่นใจทั้งสุขภาพและความสบายใจ
FAQ
หลังการผ่าตัดแนะนำให้งดเพศสัมพันธ์ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้โพรงมดลูกและปากมดลูกฟื้นตัว ลดความเสี่ยงการติดเชื้อและเลือดออกผิดปกติ
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15-45 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของความผิดปกติ หากรักษาติ่งเนื้อหรือพังผืดอาจใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย
ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการผ่าตัดและการรักษาที่ต้องทำ ร่วมกับค่าบริการแพทย์และห้องผ่าตัด แนะนำสอบถามโรงพยาบาลโดยตรงเพื่อข้อมูลที่แม่นยำ
การส่องกล้องช่วยให้เห็นโพรงมดลูกชัดเจน วินิจฉัยแม่นยำกว่า ลดโอกาสพลาดความผิดปกติ และสามารถรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
แผลจากส่องกล้องมดลูกเล็กมากและเจ็บน้อย ส่วนใหญ่จะหายดีใน 1-2 วัน ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้เร็ว
ส่วนใหญ่จะใช้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบแบบสั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและความสะดวกของผู้ป่วย แพทย์จะประเมินความปลอดภัยก่อนทุกครั้ง
สามารถรักษาได้ทั้งติ่งเนื้อโพรงมดลูก (Endometrial Polyp) เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกที่ยื่นเข้ามาในโพรง (Submucosal Myoma) พังผืดในโพรงมดลูก (Asherman’s Syndrome) รวมถึงเอาสิ่งแปลกปลอมออก เช่น ห่วงอนามัยที่ค้างอยู่