ดูแลผิวสวยใสในช่วง…หน้าร้อน

ดูแลผิวสวยใสในช่วง…หน้าร้อน

นพ.ธัญธรรศ โสเจยยะ 

อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง

 

     สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมมีวิธีดูแลผิวในช่วงหน้าร้อนมาฝากกันครับ ปัญหาที่เจอเป็นประจำทุกปี ก็คงเป็นเรื่อง ผิวดำ คล้ำ เกรียมไหม้ ลอก ฝ้า-กระเข้มขึ้น บางคนก็ถึงขั้น ผิวเหี่ยวแห้งไปเลย อากาศยิ่งร้อนขึ้นทุกวัน หลายท่านก็หนีร้อนไปตากอากาศและที่นิยมมากที่สุดก็คงเป็น ทะเล ผมว่าเรามารู้จักกับแสงแดดกันดีกว่า เพื่อเตรียมตัวรับมือเผชิญกับแสงแดดโดยเฉพาะแดดหน้าร้อน ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูตัวร้ายต่อผิวพรรณแล้วคุณจะผ่านหน้าร้อนนี้ไปได้ โดยยังคงผิวสดใสชุ่มชื้น 

 

     ก่อนอื่นมารู้จักกับแสงแดดก่อนนะครับ แสงแดดเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) ประกอบด้วย คลื่นที่มีความยาวต่างๆ กันไป เรียงลำดับจากยาวไปสั้น คือ รังสีแกมมา , รังสีเอกซ์ , รังสีเหนือม่วง C,B,A (Ultraviolet C,A,B) แสงที่มองเห็น (Visible Lights) ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสดและแดงและรังสี โดยปกติชั้นบรรยากาศสามารถดูดซับและกรองรังสีบางส่วน เหลือแค่ อุลตร้าไวโอเลต A,B Visble Light และ Infrared ที่ลงมาถึงพื้นโลก และในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะอยู่ใกล้ผิวโลก จึงทำให้ปริมาณรังสีพวกนี้ลงมาถึงพื้นโลกมากขึ้นกว่าฤดูอื่นๆ แต่จำไว้นะครับว่า ไม่ว่าฤดูไหน ฝนตกไม่เห็นแดด ก็มีรังสีทั้งนั้น รังสีพวกนี้เป็นเหมือนดาบสองคม คือประโยชน์มากมายคณานับ เช่น ให้ความอบอุ่น แก่สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ฆ่าเชื้อโรค เช่นแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ,ทำให้เรามองเห็น,รักษาโรคได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน ด่างขาว ช่วยสังเคราะห์ ไวตามิน D แต่โทษมหันต์ เช่นกัน โดยเฉพาะต่อสุขภาพผิว โดย (Ultraviclet) และ (Infra-red) จะทำให้ผิวคล้ำ, ดำ, ไหม้เกรียมลอก บางครั้งพองตุ่มน้ำ เกิดกระ เกิดฝ้า ยิ่งกว่านั้น (Ultraviclet) ยังทำลายเนื้อเยื่อเดียวกัน Collafen ,Elastin เป็นโครงสร้าง กักเก็บน้ำให้ผิวหนัง ถ้าถูกทำลาย ผิวก็จะเหี่ยวแห้งขาดความชุ่มชื้น จนกลายเป็นผิวแก่ก่อนวัย ( Photoagihy ) ยิ่งร้ายกว่านั้น ทำให้เกิดเซลล์ผิดปกติ , สารพันธุกรรมเปลี่ยนแปลง เกิดก้อนผิวหนังแปลกๆ ซึ่งอาจจะพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ในอนาคต 

 

     แต่อย่างไรก็ตามร่างกายของคนเราก็แสนจะวิเศษ มีกลไก ป้องกันและแก้ไขพิษภัยของแสงแดดได้แก่ ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า หนาขึ้น, เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanoarte ) จะทำงานมากเพื่อจะผลิตเซลล์เม็ดสี melanm และกระจายออกไปบนชั้นผิวหนัง มีความสามารถ ดูดซับรังสีอุลตราไวโอเลต ไม่ให้ลงมาในชั้นผิวหนังล่างๆ ซึ่งมีอวัยวะสำคัญอยู่ เลยเป็นความโชคดีของคนผิวคล้ำสีเข้มๆ ที่เหมือนมียากันแดดประจำตัว นอกจากนั้น ร่างกายยังมี สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) คอยต้านอนุมูลอิสระ ( Free radicals ) ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากรังสีอุลตาไวโอเลต สุดท้ายยังมีขบวนการซ่อมแซมพันธุกรรม (DNA Repair) เมื่อมีเซลล์ที่ผิดปกติก่อตัวขึ้น กลไกลทั้งหมดนี้อาจจะไม่เพียงพอ ถ้าเราไปสัมผัสรังสีเหล่านี้ปริมาณมากๆ และสะสมเป็นเวลานานๆ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องช่วยเหลือโดยการ

  • เลี่ยงแดดในช่วงที่มีรังสีเยอะ คือ 10.00 น.- 15.00 น.
  • การแต่งกายเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม เช่น กีฬากลางแจ้ง, นักกอล์ฟ นอกจากเสื้อแขนยาว, อาจต้องมีหมวกปีก, ร่ม และแว่นตา จะลดปริมาณรังสีที่มากระทบยังเราได้ แต่บางคนที่ต้องไปทะเลเสื้อผ้าคงจะต้องมีน้อยชิ้น ดังนั้น ยากันแดด ซึ่งมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ 


ปัญหาที่ตามมาก็คือ ท้องตลาดมีไม่น้อยกว่า 100 ผลิตภัณฑ์ จะเลือกอย่างไร จึงจะเหมาะกับเรา ก่อนอื่นมาดู ชนิด ประเภทกันแดดก่อน

  • ชนิดแรกคือสะท้อน (Physical Sunscuee) ได้แก่ ไททาเนียม,สังกะสีออกไซด์ แม้แต่การพอกดินสอพอง ก็สามารถสะท้อนรังสีได้ ยากันแดดประเภทนี้ ทาแล้วจะดูขาว,สะท้อนเป็นวาวๆ
  • และอีกประเภทคือ ดูดซับ+กรองรังสี ( Chemical Sunscene ) จะดูดซับรังสีไม่ให้ลงไปในผิวหนัง 


          ซึ่งปัจจุบันยากันแดดส่วนใหญ่ มักจะผสมกันทั้ง 2 ประเภท ต้องเลือกชนิดที่สามารถป้องกันได้กว้าง คือ ได้ทั้ง (Ultraviclet A/B ) และ(Infra-red ) โดยดูที่ฉลากข้างผลิตภัณฑ์ SPF เป็นค่าประเมินอาการแดงใหม่ จาก UVB เปรียบเทียบก่อนและหลังทา

แต่สำคัญ UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน แน่นอน นิยมใช้ (Profelhon for UVA (PA) โดย PA ให้มี +++ และคนผิวขาว SPF ยิ่งสูงจะดี ถ้าเป็นคนคล้ำง่าย SPF ก็จะต่ำลงมาได้

หลังจากดูค่า SPF และ PA แล้ว ยังต้องดูเรื่องกันน้ำ(Water Prsof หรือ Water Resistaue) ซึ่งจำเป็นถ้าต้องลงว่ายน้ำ และกีฬาที่มีเหงื่อ หรือโดนลมมากๆ

          ปริมาณที่ใช้ก็สำคัญ ไม่น้อยจนเกินไป และต้องทาเป็นประจำทุกวัน และก่อนออกแดดประมาณ 30 นาที ทาซ้ำบ่อยๆ หรือ ทุก 2-3 ชั่วโมง ที่สำคัญคือคนผิวขาวๆ ต้องต้องระวังเป็นพิเศษมากกว่าคนผิวคล้ำ ดำง่าย เพราะ (Melanin) จะกระจายตัวได้ดีกว่า และดูดรังสีได้ดีกว่า และที่กำลังฮอต คนให้ความสนใจ คือ ไวตามิน อาหารเสริม ต่างๆ ซี่งออกมาโฆษณาว่ามีคุณสมบัติเป็น (Anlioxident) หรือเป็นยากันแดดได้ เช่น(Ultamie A,C,E,Co-Anzye Q10) ไม่ว่าทาหรือทาน

          แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ยังไม่สรุปแน่นอน เป็นแค่การศึกษาค้นคว้าจากสถาบันต่างๆ ดังนั้นจึงควรศึกษาและพิจารณา ไว้ด้วยวิจารณญาณของแต่ละคนครับ สุดท้าย ถ้าทุกท่านทำได้ ก็หมายความว่า ท่านได้ช่วยเหลือปกป้องผิวหนังของท่านให้ผ่านพ้นฤดูร้อน หรือพิษภัยของแสงแดด แต่ถ้าปัญหาเกิดกับท่านแล้วก็ไม่ต้องสิ้นหวังนะครับ เรามีทางแก้ไข เข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแพทย์ผิวหนังเพื่อจะได้ช่วยท่านให้ตรงกับปัญหาและตรงจุด มากที่สุดครับ

 

<