RSV เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และ RSV ต่างจากไข้หวัดทั่วไป โดย RSV จะมีไข้สูงนาน ไอถี่ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยจนหน้าอกบุ๋ม หรือมีเสียงวี้ด
เด็กเล็กโดยเฉพาะช่วงวัยแรกเกิดถึง 2 ขวบ มักมีอาการหวัด น้ำมูกไหล หรือไอเป็นเรื่องปกติ จนทำให้พ่อแม่หลายคนเผลอมองข้ามไปว่าอาจเป็นเพียงอาการเล็กน้อยเท่านั้น แต่รู้ไหมว่าอาการธรรมดาเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของเชื้อ RSV ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก และอาจลุกลามลงปอดได้หากดูแลไม่ทัน รู้จัก สังเกต RSV อาการเริ่มแรกในเด็กแรกเกิด – 2 ขวบ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้พ่อแม่พาลูกไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ลูกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
บทความนี้จะพามาทำความเข้าใจว่า อาการแบบไหนควรระวัง อาการไหนดูแลที่บ้านได้ และเมื่อไรควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Dec%202_Article.jpg)
RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่อาการจะรุนแรงในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื้อลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง อาจมีอาการโรคปอดบวมหรือหลอดลมฝอยอักเสบ สำหรับประเทศไทยสามารถพบเชื้อได้ตลอดทั้งปี แต่ระบาดหนักในช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน และในบางรายถ้าเคยเป็นแล้วก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก เพราะเชื้อไวรัส RSV มีหลายสายพันธุ์
การติดต่อของโรคนั้น สามารถติดต่อกันได้โดยการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง เช่น น้ำมูก เสมหะ หรือน้ำลาย ผ่านทางตา จมูก และปาก รวมถึงการสูดดมละอองฝอยจากการไอหรือจามที่ปะปนอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ RSV ยังเป็นไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้ม (RSV-A และ RSV-B) ที่สามารถปนเปื้อนอยู่ตามสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในกลุ่มเด็กและคนใกล้ชิด
RSV จะมีอาการเริ่มแรกคล้ายกับไข้หวัดทั่วไปในเด็ก เช่น มีไข้ ไอ และน้ำมูก แต่ RSV มักรุนแรงกว่า โดยอาการ RSV จะมีไข้สูง 39-40°C นานกว่าปกติ มีน้ำมูกเหนียวข้นและเสมหะจำนวนมาก ต่างจากไข้หวัดทั่วไปที่หายได้เองภายใน 5-7 วัน
นอกจากนี้ อาการ RSV ในบางรายอาจไม่มีไข้ แต่ความแตกต่างที่สังเกตได้ก็คือลักษณะการหายใจ คนที่ติดเชื้อไวรัส RSV จะมีไอถี่ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยจนหน้าอกบุ๋ม หรือมีเสียงวี้ด ร่วมกับอาการซึมและทานอาหารได้น้อยลง ถ้าสังเกตพบว่าลูกเป็น RSV ไม่มีไข้สูง แต่มีอาการ RSV อื่นๆ เหล่านี้ในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2-3 ขวบ ควรรีบพบแพทย์ทันที
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Dec%202_Article2.jpg)
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Dec%202_Article3.jpg)
ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่สามารถรักษา RSV ได้โดยตรง การรักษาจึงเน้นประคับประคองตามอาการให้ร่างกายฟื้นตัว เฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยมีแนวทางการรักษาดังนี้
การรักษาแบบประคับประคองตามอาการเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว เช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอ และยาขยายหลอดลม แต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจำเป็นต้องให้ออกซิเจน ถ้ามีเสมหะมากก็ต้องเคาะปอดและดูดเสมหะออกเพื่อช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น ส่วนอาการหอบเหนื่อยและไอ แพทย์จะให้ใช้ยาต้านการอักเสบลิวโคไตรอีนชนิดรับประทานและไม่มีสเตียรอยด์
ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยวัดไข้ทุก 4-6 ชั่วโมง สังเกตอาการต่างๆ ทั้งการหายใจ น้ำมูก เสมหะ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นในวันที่ 4 ควรพบแพทย์ทันที โดยแพทย์จะประเมินระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการหายใจ การขาดน้ำ ฟังเสียงปอดเพื่อตรวจหาเสียงวี้ดหรือหอบ รวมถึงหาสัญญาณอื่นๆ และเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะ เพื่อตัดสินใจให้ยาขยายหลอดลมหรือออกซิเจน ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ปอดบวม โดยเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
ถ้ามีอาการปานกลางถึงรุนแรง จำเป็นต้องรักษาในโรงพยาบาล โดยให้ออกซิเจนเสริมหากระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 92% เพื่อช่วยการหายใจและป้องกันภาวะหายใจล้มเหลว ในเด็กที่กินอะไรไม่ค่อยได้หรือขาดน้ำ แพทย์อาจให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ หรืออาจใช้เครื่องช่วยหายใจและยาต้านการอักเสบลิวโคไตรอีน เพื่อลดอาการหอบเรื้อรัง และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Dec%202_Article4.jpg)
RSV โดยทั่วไปอาการจะคล้ายหวัดและหายเองได้ในเด็กโตและผู้ใหญ่สุขภาพดี แต่ในทารกเล็ก เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจมีอาการรุนแรงและเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
สัญญาณอันตรายที่ควรไปพบแพทย์ทันที เช่น หายใจลำบาก ซึม ไม่กินนม ไม่กินอาหาร ปากเขียว หยุดหายใจเป็นช่วงๆ หรือไข้สูงไม่ลด
RSV เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เมื่อเป็นแล้วจะเสี่ยงต่อโรงทางเดินหายใจอื่นๆ ที่รุนแรงได้ การฉีดวัคซีนตั้งแต่วัยเด็ก ก็จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันก่อนป่วย ลดความรุนแรงของโรคได้ระดับหนึ่ง และเด็กเล็กเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเด็กยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและรุนแรงกว่าวัยอื่นๆ ดังนั้นการฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV สำหรับเด็กแรกเกิด 0 – 2 ปี จึงเป็นตัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ แข็งแรง โดยไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างภูมิเอง ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพปอดในระยะยาวได้ เพราะ RSV ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดาสำหรับเด็ก แต่ RSV อาจทำให้เด็กใช้ชีวิตได้ยากขึ้น
RSV ในเด็กสุขภาพแข็งแรงและอาการไม่รุนแรงมักหายเองได้ภายใน 7-10 วัน โดยระบบภูมิคุ้มกันร่างกายกำจัดไวรัสเอง รักษาแบบประคับประคองด้วยยาลดไข้ เช็ดตัว พักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และดูดน้ำมูก แต่ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน คลอดก่อนกำหนด หรือมีโรคประจำตัว เช่น หัวใจ ปอด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ อาการอาจรุนแรงถึงขั้นปอดบวม หายใจล้มเหลว ต้องนอนโรงพยาบาลให้ออกซิเจนและยาขยายหลอดลม
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Dec%202_Article4%20copy.jpg)
การรักษา RSV ที่โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ทันสมัย รักษาได้อย่างทันท่วงทีและตรงจุด โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกุมารเวชและโรคเด็ก จะทำการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อให้อาการทุเลาลง ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาตามอาการ เคาะปอดเพื่อดูดเสมหะออกให้หายใจสะดวกขึ้น ประเมินระดับออกซิเจนในเลือด อัตราการหายใจ และเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะ และเฝ้าดู ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
RSV เป็นหนึ่งในโรคระบบทางเดินหายใจที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านสารคัดหลั่ง และการไอ จามเป็นละอองฝอย พบมากในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน และพบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี RSV มักมีอาการเริ่มแรกคล้ายกับไข้หวัด แต่มีอาการรุนแรงกว่าในเด็กเล็ก ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาได้โดยตรง แพทย์จึงเน้นที่การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ร่วมกับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน สามารถป้องกันได้โดยการรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงที่แออัด และฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกัน
ถ้าพ่อแม่สังเกตลูกน้อย แล้วพบอาการผิดปกติหรือมีแนวโน้มติดเชื้อไวรัส RSV สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี เพราะที่นี่มีเครื่องมือตรวจที่ทันสมัย พร้อมการดูแลอย่างครบวงจร ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมดูแล ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สุขภาพทางเดินหายใจดีขึ้น หายใจได้สะดวก
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved