- ผื่นแพ้ผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ทำให้มีอาการผิวแห้ง แดง และคันแบบเป็นๆ หายๆ พบได้ทุกวัยโดยเฉพาะบริเวณข้อพับและใบหน้า เกิดจากพันธุกรรม สภาพอากาศ และสารก่อภูมิแพ้
- อาการผื่นแพ้ผิวหนัง มีอาการทั้งผื่นคันแดงตามร่างกาย ผื่นเป็นตุ่มน้ำแข็งๆ ผื่นลมพิษ ผื่นแดงเป็นเส้นใย ผื่นที่มีจุดเลือดออก และอาการผื่นตุ่มใสๆ มีน้ำข้างใน
- เมื่อเป็นผื่นแพ้สามารถรักษาได้ด้วยยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยาทากลุ่ม Calcineurin Inhibitors ยาปฏิชีวนะ ยาแก้แพ้ และวิธีดูแลตัวเอง ได้แก่ ไม่อาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยน ทาโลชันบำรุงผิว เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ห้ามแกะ/เกาผิว
ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) คือภาวะผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่ทำให้มีผื่นคัน แดง และแห้งกร้านสะสม โดยมักเป็นๆ หายๆ พบได้ทุกวัยตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่ มักขึ้นตามข้อพับ ใบหน้า และลำคอ สาเหตุมาจากพันธุกรรมและระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ สิ่งแวดล้อมภายนอกที่กระตุ้นให้เกิดอาการคันบริเวณข้อพับ ใบหน้า วิธีดูแลทำได้ด้วยการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ผิวแห้งจนคัน บทความนี้จึงพาไปทำความรู้จักกับผื่นแพ้ผิวหนังให้มากขึ้น ทั้งวิธีสังเกต อาการ วิธีรักษา และดูแลตัวเองให้ตรงจุด เพื่อสุขภาพผิวที่ดี
%20Re-op/1.jpg)
ผื่นแพ้ผิวหนังคืออะไร
ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันไวต่อสิ่งเร้าเป็นพิเศษ ทำให้มีอาการผิวแห้ง แดง และคันแบบเป็นๆ หายๆ พบได้ทุกวัยโดยเฉพาะบริเวณข้อพับและใบหน้า สาเหตุมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมกับสิ่งแวดล้อม เช่น สารก่อภูมิแพ้ หรือสภาวะทางอารมณ์และความเครียด
ผื่นแพ้ผิวหนังเกิดจากอะไรบ้าง
สาเหตุของผื่นแพ้ผิวหนังยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่คาดว่าเกิดจากสาเหตุดังนี้
- พันธุกรรม ภูมิแพ้หรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ หรือได้รับจากพันธุกรรมของพ่อและแม่
- สภาพอากาศ จากอากาศที่ร้อนหรือเย็นจัด ความชื้นต่ำ เหงื่อ ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง
- สารก่อภูมิแพ้ ทั้งในอากาศ อย่างไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ในอาหาร เช่น นม ไข่ อาหารทะเล และสารเคมีในชีวิตประจำวัน ผงซักฟอก น้ำหอม รวมถึงรังแคสัตว์ เชื้อรา
%20Re-op/2.jpg)
ผื่นแพ้ผิวหนัง มีอาการคันแบบไหนบ้าง
ผื่นคันแดงตามร่างกาย
ผื่นคันแดงกระจายทั่วตัว (Morbilliform) เป็นลักษณะผื่นแดงหรือตุ่มใสที่พบได้บ่อยที่สุด มักมีอาการคันและอาจตามมาด้วยผิวลอกเป็นสะเก็ด สาเหตุเกิดจากการแพ้ยา การติดเชื้อ แมลงกัดต่อย ไปจนถึงการสัมผัสสารระคายเคืองในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องสำอางหรือน้ำยาทำความสะอาด โดยมีตัวกระตุ้นอย่างความเครียดและการพักผ่อนน้อยที่ทำให้อาการแย่ลง
ผื่นเป็นตุ่มน้ำ แข็งๆ
ผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำ (Dyshidrotic Eczema) เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มักเป็นๆ หายๆ โดยมีลักษณะเป็นตุ่มใสขนาดเล็กและแข็งบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือข้างนิ้ว มักมาพร้อมอาการคันรุนแรง สาเหตุอาจมาจากโรคภูมิแพ้ ภาวะระคายเคืองจากการล้างมือบ่อยเกินไป หรือการแพ้สารสัมผัส เช่น น้ำหอมและสารเคมีในสกินแคร์ ทั้งนี้หากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ตุ่มน้ำอาจกลายเป็นหนองและลอกเป็นแผ่นในภายหลัง
ผื่นลมพิษ
ผื่นลมพิษ (Urticaria) มีลักษณะเป็นปื้นนูนแดง ไม่มีขุย มาพร้อมอาการคันและลุกลามได้เร็วตามตัวและแขนขา ผื่นชนิดนี้มีความพิเศษคือมักจะยุบตัวลงอย่างไร้ร่องรอยภายใน 24 ชั่วโมง แต่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อยครั้ง ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือหอบเหนื่อย ควรรีบพบแพทย์ทันทีเนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของอาการแพ้รุนแรงที่อันตรายต่อชีวิต
ผื่นแดงเป็นเส้นใย
ผื่นแดงเป็นเส้นใย (Livedo Reticularis) เป็นอาการผิวหนังที่พบได้ไม่บ่อย มีสาเหตุจากโรคหลอดเลือดอักเสบที่ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ ลักษณะเด่นคือผิวเป็นลายตาข่าย รอยจ้ำเลือด หรือมีตุ่มกดเจ็บใต้ผิวหนัง หากปล่อยไว้รุนแรงอาจทำให้เนื้อเยื่อส่วนปลาย เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า หรือปลายจมูก ขาดเลือดจนเกิดแผลเรื้อรังหรือเนื้อตายได้ เนื่องจากเป็นอาการที่ซับซ้อนและอันตราย การรักษาจึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการอย่างใกล้ชิดเท่านั้น
ผื่นที่มีจุดเลือดออกใต้ผิว
ผื่นจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (Vasculitis) มีสาเหตุจากเส้นเลือดฝอยอักเสบ มักปรากฏที่บริเวณขาในลักษณะตุ่มแดงนูนที่กดแล้วสีไม่จางลง ตุ่มพองเลือดที่อาจแตกเป็นแผล หรือผื่นสีม่วงแดงลายร่างแห ผื่นชนิดนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือสัมพันธ์กับโรคออโตอิมมูน เช่น SLE และการติดเชื้อรุนแรง เช่น วัณโรค หรือไวรัสตับอักเสบ หากพบผื่นลักษณะนี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ และต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที
ผื่นตุ่มใสๆ มีน้ำข้างใน
ผื่นตุ่มน้ำพอง (Vesiculobullous Eruption) คือลักษณะผิวหนังอักเสบที่มีตุ่มใสขนาดเห็นได้ชัดกระจายตามตัว สาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเองที่ทำให้ผิวแยกชั้น พันธุกรรม การติดเชื้อ เช่น เริมหรืออีสุกอีใส ไปจนถึงการระคายเคืองจากสารเคมีหรือการเสียดสีอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณของโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน หรือภาวะเลือดผิดปกติ (Porphyria) หากพบตุ่มน้ำกระจายตัวเป็นวงกว้างหรือเกิดบริเวณเยื่อบุร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอย่างละเอียด
ผื่นแบบไหนควรไปหาหมอ
- คันมากจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน
- เป็นผื่นร่วมกับอาการปวดรุนแรง
- มีอาการนานกว่า 2 สัปดาห์
- คันโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีผื่นตุ่มน้ำใสรอบดวงตา หรืออวัยวะเพศ
- ลุกลามเร็ว ผื่นกระจายตัวเป็นวงกว้างทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว
- อาการร่วมรุนแรง เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย เจ็บปวดบริเวณผื่น หรือต่อมน้ำเหลืองโต
- แพ้รุนแรง (Anaphylaxis) หายใจติดขัด แน่นหน้าอก หน้า/ปากบวม
- ตุ่มน้ำหรือหนอง มีตุ่มพองใสหรือตุ่มหนอง ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
- ขึ้นบริเวณบอบบาง พบผื่นบริเวณรอบดวงตา ในปาก หรืออวัยวะเพศ
- ผื่นจุดเลือดออกสีม่วงแดงที่กดแล้วไม่จาง (Vasculitis)
การตรวจวินิจฉัยผื่นแพ้ผิวหนัง
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย
- ตรวจดูลักษณะผื่นตามตำแหน่งต่างๆ
- แปะสารทดสอบหรือ Skin Patch Test เพื่อหาว่าแพ้สารใดบ้าง
- ตรวจเลือดหาค่า IgE เช็กระดับภูมิแพ้ในร่างกาย
ผื่นแพ้ผิวหนังรักษาอย่างไร
- ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ทาบริเวณผื่นรุนแรง ลดอักเสบคัน ใช้สั้นๆ ตามแพทย์สั่งเพื่อป้องกันผิวบาง
- ยาทากลุ่ม Calcineurin Inhibitors ทา Tacrolimus หรือ Pimecrolimus สำหรับผื่นปานกลาง-น้อย ป้องกันกำเริบ
- ยาปฏิชีวนะ ใช้เมื่อติดเชื้อ เช่น ตุ่มหนอง ทาหรือกินตามแพทย์สั่ง
- ยาแก้แพ้ รับประทานหรือทา ลดคันและแพ้ ช่วยป้องกันการเกา
- ยากดภูมิ ใช้เคสหนัก เช่น Dupilumab ฉีด ลดการอักเสบจากภูมิเกิน
%20Re-op/3.jpg)
ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อเป็นผื่นแพ้ผิวหนัง
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น
- เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยน หรือสบู่เด็กที่ปราศจากน้ำหอม
- ทาโลชันบำรุงผิว หรือมอยส์เชอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเป็นประจำเพื่อลดความแห้งกร้าน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของอาการคัน
- เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย ระบายอากาศได้ดี
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น อากาศที่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป ความเครียด
- เลือกเสื้อผ้าที่ไม่รัดรูป
- ห้ามแกะ/เกาผิว เพราะจะทำให้ผื่นลุกลามและติดเชื้อ ให้ใช้การประคบเย็นหรือทาคาลาไมน์เพื่อบรรเทาแทน
วิธีป้องกันผื่นแพ้ผิวหนัง
- ทามอยส์เชอไรเซอร์สม่ำเสมอ เพื่อสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผิวแห้งตึงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของผื่น
- ปรับพฤติกรรมการอาบน้ำ เลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัดหรืออาบน้ำนานเกินไป และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สารเคมี และทำความสะอาดที่พักอาศัยเพื่อลดการสะสมของไรฝุ่นและเชื้อรา
- หมั่นสังเกตตัวเอง เมื่อมีเหงื่อออกมากควรรีบเช็ดตัวหรืออาบน้ำทันทีเพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรก
ตรวจผิว รักษาผื่นแพ้ผิวหนัง ที่โรงพยาบาลวิภาวดี
หากมีอาการคัน ระคายผิวติดต่อกันหลายสัปดาห์ หรือพบอาการผิดปกติ สามารถตรวจผิว รักษาผื่นแพ้ผิวหนังได้ที่ศูนย์ผิวหนัง โรงพยาบาลวิภาวดี ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การตรวจวินิจฉัยเป็นไปอย่างแม่นยำ และทำการรักษาอาการคันได้อย่างตรงจุด ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการ
สรุป
ผื่นแพ้ผิวหนังเป็นโรคอักเสบเรื้อรังจากพันธุกรรมและภูมิคุ้มกันไวต่อสิ่งเร้า มักมีอาการผิวแห้ง คัน แดง หรือเป็นตุ่มน้ำใสตามข้อพับและใบหน้า ซึ่งมีหลายลักษณะตั้งแต่ผื่นคันทั่วไปจนถึงกลุ่มเสี่ยงอย่างโรคหลอดเลือดอักเสบ การรักษาเน้นใช้ยาแก้แพ้ ยาสเตียรอยด์ หรือยากดภูมิภายใต้การดูแลของแพทย์ ควบคู่กับการป้องกันด้วยการทามอยส์เชอไรเซอร์สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงน้ำร้อน สารเคมี และไรฝุ่น
หากพบอาการรุนแรง เช่น ลุกลามไว หายใจลำบาก มีไข้ หรือเป็นจุดเลือดออกที่กดไม่จาง ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด โดยสามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ที่พร้อมตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือแพทย์ทันสมัย รักษาอย่างตรงจุด เพื่อสุขภาพผิวหนังที่มั่นใจ
FAQ
หากดูแลผิวอย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นได้อย่างตรงจุด ผื่นแพ้ผิวหนังส่วนใหญ่มักจะค่อยๆ ทุเลาลงและหายเป็นปกติได้เองภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์
ภูมิแพ้หรือผิวหนังอักเสบ ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบให้รุนแรงขึ้น ได้แก่ นมวัว ไข่ ถั่วลิสง ข้าวสาลี และอาหารทะเลจำพวกกุ้ง หอย ปู รวมถึงควรเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยว ของหมักดอง อาหารแปรรูป และอาหารที่มีรสจัดจ้าน
ผู้ที่มีอาการผื่นแพ้ควรเน้นรับประทานอาหารกลุ่มต้านการอักเสบ เช่น ปลาทะเลน้ำลึกที่มีโอเมกา 3 สูง (แซลมอน ทูนา) ผักผลไม้หลากสีที่อุดมด้วยวิตามินซีและเควอเซทินอย่างแอปเปิลหรือเบอร์รี รวมถึงสมุนไพรฤทธิ์เย็นอย่างขิง ขมิ้นชัน และตำลึง นอกจากนี้ อาหารที่มีซิงก์ (Zinc) จากถั่วและธัญพืชก็ช่วยได้
โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นภาวะเรื้อรังที่มักมีอาการแบบเป็นๆ หายๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้
สมุนไพรและผลไม้หลายชนิดช่วยสยบอาการผื่นคันได้ดี เช่น ว่านหางจระเข้ เปลือกกล้วยหอมทาบรรเทาอาการคัน นอกจากนี้ การทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างส้ม มะนาว และสตรอว์เบอร์รี ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการเสริมภูมิคุ้มกันและลดการแพ้ได้
อาการผิวแพ้ง่ายมักเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินสำคัญอย่าง วิตามินซี วิตามินดี และกลุ่มวิตามินบี โดยเฉพาะ B3 และ B5
อาการคันที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีคือ อาการคันลามไวร่วมกับหายใจลำบากหรือหน้าบวม รวมถึงอาการคันเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์จนรบกวนการนอน หรือคันร่วมกับมีไข้สูง น้ำหนักลด และพบตุ่มน้ำพองหรือตุ่มหนอง โดยเฉพาะบริเวณปากและอวัยวะเพศ
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มีลักษณะคือผิวแห้ง แดง และคันจัด โดยในระยะเฉียบพลันอาจพบตุ่มน้ำใสที่แตกเป็นแผลน้ำเหลืองไหล ส่วนระยะเรื้อรังผิวจะหนาตัว แข็ง เป็นขุย และร่องผิวชัดขึ้น ซึ่งตำแหน่งที่พบได้บ่อยคือบริเวณข้อพับแขนขา ลำคอ ใบหน้า และมือ