โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส IBS

โรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคไอบีเอส IBS

        โรคลำไส้แปรปรวน คือ  ความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ในเรื่องการบีบตัว โดยตรงไม่พบพยาธิสภาพที่ลำไส้ใหญ่ จากการส่องกล้องตรวจลำไส้หรือการตรวจเลือด โรคนี้มักจะมีประวัติเป็นมานานอาจเป็ปีและมีอการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นโรคที่สร้างความรำคาญรบกวนกิจวัตรประจำวันให้แก่ผู้ป่วย  ผู้ป่วยมักจะวิตกกังวลว่าทำไมโรคไม่หายแม้ได้ยารักษา หรืออาจเข้าใจว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำให้มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โรคลำไส้แปรปรวนมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในอัรตาส่วนเพศหญิงต่อเพศชาย ประมาณ 2:1

 

อาการ

ผู้ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนมักจะมีอาการดังนี้

  1. อาการปวดท้อง อาจจะปวดตรงกลางหรือปวดบริเวณท้องน้อยโดยทั่วไปจะปวดท้องน้อยด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา ลักษณะอาการปวดมักจะปวดแบบปวดเกร็ง
  2. อาการแน่นท้อง ท้องอืด มักจะไม่สัมพันธ์กับอาหาร
  3. หน้าท้องโตขึ้นเหมือนมีลมในท้อง อาจมีอาการเรอหรือผายลมมากขึ้น
  4. การถ่ายอุจจาระไม่ปกติ บางรายมีอาการท้องผูก บางรายท้องเสีย หรือในบางรายอาจมีอาการท้องผูกสลับท้องเสียก็ได้ ผู้ป่วยบางรายมีความรู้สึกเหมือนถ่ายไม่สุด บางรายปวดเบ่งแต่เมื่อถ่ายอุจจาระแล้วอาการดีขึ้น มักจะอุจจาระเป็นมูก ( Mucous ) อาการต่าง ๆ เหล่านี้มักเป็น ๆ หาย ๆ มีอาการมากน้อยสลับกันได้ โดยมีอาการนานเกิน 3 เดือนในระยะเวลา 1 ปี

 

สาเหตุของโรคลำไส้แปรปรวน(IBS)

         ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แน่นอน แต่จากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ มี 3 อย่าง ที่สำคัญได้แก่

  1. การบีบตัวของลำไส้ใหญ่ผิดปกติ เป็นผลมาจากการหลั่งสารหรือฮอร์โมนที่ผิดปกติบางอย่างในผนังลำไส้ ทำให้เกิดอาการปวดแน่นท้อง ท้องผูก หรือท้องเสียได้
  2. ระบบประสาทที่ผนังลำไส้ไวต่อสิ่งเร้า หรือตัวกระตุ้นมากผิดปกติ ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการได้แก่ อาหารเผ็ด,กาแฟ,แอลกฮอล์ทุกชนิด,ช็อกโกแลต เป็นต้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล เมื่อมีสิ่งเร้ากระตุ้นก็ทำให้ผนังลำไส้บีบตัวผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องผูก หรือท้องเสียได้
  3. เป็นผลหลังมีการติดเชื้อลำไส้ ปัจจัยนี้พบในผู้ป่วย IBS ในเขตร้อน เช่น ประเทศไทย ซึ่งหลังจากทุเลาจากภาวะลำไส้อักเสบแล้ว หนึ่งในสามของผู้ป่วยจะมีอาการของลำไส้แปรปรวนกำเริบ 

 

การรักษา

         ยังไม่มียาชนิดใดที่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้  เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้มักจะมีอาการหลายระบบรวมกัน ยาที่ใช้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้อาการดีขึ้นเท่านั้น  แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้ยาให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยและแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อให้อาการของโรคนี้ดีขึ้นได้

 

การปฏิบัติตัว 

        ที่ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนควรปฏิบัติมีดังต่อไปนี้

  1. ควรรับประทานอาหารช้า ๆ และไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป(รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ)
  2. หลีกเลี่ยงอาหารไขมัน โดยเฉพาะมื้อเย็นและมื้อค่ำ  เนื่องจากไขมันจะเป็นตัวกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  3. ถ้าผู้ป่วยมีอาการท้องผูกร่วมด้วย ควรเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีใยอาหาร ( Fiber ) ให้มากขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอและฝึกนิสัยการขับถ่ายให้เป็นเวลา
  4. หลีกเลี่ยงการดื่มนมโยเกิรต์ ในผู้ป่วยโรค IBS ชนิดท้องเสีย
  5. หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นอาการของโรคให้เป็นมากขึ้นได้แก่ กาแฟ อาหารรสจัด แยม ช็อกโกแลต ผลไม้เปรี้ยว บางชนิด อาหารรสเผ็ด เครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด และน้ำอัดลม เป็นต้น
  6. หากผู้ป่วยมีภาวะเครียดร่วมด้วย ควรหาทางผ่อนคลายหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมออาจจำเป็นต้องพบจิตแพทย์ในบางรายที่มีปัญหาทางจิตใจค่อนข้างมาก

 

โรคลำไส้แปรปรวนจะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่

        โรคนี้ไม่พบว่า เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งแม้จะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ มานาน แต่พึงระมัดระวังในผู้ป่วยสูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงของการขับถ่าย มีอาการท้องผูกมากขึ้นหรือมีอาการท้องเสียเกิดขึ้นจำเป็นต้องได้รับการตรวจโดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิภาวดี