หน้าหลัก

ความยั่งยืนสังคม

  • มุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากร เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ในการรักษาพยาบาลและบริการ แก่บุคลากรของบริษัททุกคนอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งสร้างโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
  • ส่งเสริมให้ชุมชนและสังคมมีสุขภาพที่ดี และให้ความรู้ด้านสุขภาพที่ดีแก่ชุมชนและสังคม พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในการสร้างอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม
     

 

เป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืนด้านสังคม

รายงานการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

(Human Rights Due Diligence: HRDD)

ประจำปี 2568

  1. การกำหนดขอบเขต

บริษัทกำหนดขอบเขตกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านให้คลอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท โดยพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิคู่ค้า สิทธิลูกค้า เพื่อให้คลอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนในด้าน สิทธิมนุษยชนในการดำเนินกิจการ ความปลอดภัย สภาพแวดล้อม ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม  ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางในการประเมินผลกระทบทางด้านสิทธิมนุษยชนทั้งภายในบริษัท พันธมิตร คู่ค้า และมีส่วนได้เสียของบริษัท

   2. การระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทดำเนินการทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท และผ่านการดำเนินกิจการของคู่ค้า ผู้รับเหมา หรือบริษัทร่วมค้า ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการร่วมกระทำความผิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงทบทวนแนวโน้มประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มธุรกิจเดียวกัน แล้วนำมาจัดเป็นกลุ่มหัวข้อที่ใกล้เคียงกันเพื่อจัดทำเป็นรายการตรวจสอบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยมอบหมายให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น

การระบุขอบเขตประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน

  • สิทธิด้านแรงงาน : อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน, การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

  •    สิทธิด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม : สุขภาพและความปลอดภัย, การจัดการของเสียและอันตราย, การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์

  • สิทธิของลูกค้า : การรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า, การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า, การรักษาและความปลอดภัยของลูกค้า

  • สิทธิด้านคู่ค้า : การรักษาความลับของคู่ค้า, การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

   3. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทประเมินความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน โดยพิจารณาเกณฑ์ขนาดความรุนแรงของผลกระทบและเกณฑ์โอกาสในการเกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประกอบด้วยพนักงานของบริษัท คู่ค้าและผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี เด็ก ชนกลุ่มน้อย ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ผู้พิการ เพศทางเลือก ผู้สูงอายุ และสตรีตั้งครรภ์ เพื่อจัดลำดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และได้กำหนดระดับความรุนแรงของความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ สูงมาก สูง ปานกลาง และต่ำ โดยแต่ละระดับความเสี่ยงมีการกำหนดระดับความรุนแรงและผลกระทบดังนี้

 

ระดับความเสี่ยง

ผลกระทบ

สูงมาก

  • ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนส่งผลกระทบในวงกว้างหรือส่งผลต่อชุมชนหรือสังคม ที่เกินกว่าขอบเขตของพื้นที่ปฏิบัติการ
  • บริษัทไม่สามารถควบคุมหรือบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อฟื้นฟูให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้สิทธินั้นกลับคืนมาได้
  • ผลกระทบ / เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกที่เป็นอิสระ และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาร่วมกับบริษัท

สูง

  • ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นผลจากการดำเนินงานของบริษัทหรือห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นวงกว้าง
  • บริษัทต้องใช้ระยะเวลานานในการควบคุมหรือบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อฟื้นฟูให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้สิทธินั้นกลับคืน

ปานกลาง

  • ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นผลจากการดำเนินงานของบริษัท ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ปฏิบัติการจำนวนหนึ่ง
  • บริษัทมีความจงใจในการให้ความช่วยเหลือ หรือ ให้การสนับสนุนการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน
  • บริษัทมีความขัดแย้งด้านสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มเปราะบาง

ต่ำ

  • บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนโดยหน่วยงานอื่น
  • บริษัทไม่สามารถตอบสนองต่อข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในหรือภายนอกได้
  • ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนสามารถป้องกันแก้ไขได้โดยกลไกการจัดการข้อร้องเรียนของบริษัท

 

เกณฑ์การประเมินโอกาส

ระดับโอกาสที่จะเกิดขึ้น

ลักษณะของโอกาสที่จะเกิดขึ้น

สูงมาก (4)

เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติการหลายครั้งต่อปี

สูง (3)

เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นครั้งคราว

ปานกลาง (2)

เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการนานๆ ครั้ง

น้อย (1)

เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการน้อยมาก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น

 

การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชน

บริษัทจัดลำดับประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงข้างต้น โดยปี 2568 บริษัทมีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญจำนวน 11 ประเด็น ซึ่งบริษัทจะดำเนินการหามาตรการแก้ไขและป้องกัน เพื่อลดระดับความเสี่ยง

ผลการประเมินความเสี่ยง

สิทธิด้านแรงงาน

สิทธิด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม

สิทธิของลูกค้า

สิทธิด้านคู่ค้า

อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน

สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน

การรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

การรักษาความลับของคู่ค้า

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

การจัดการของเสียและอันตราย

การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า

การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์

การรักษาและความปลอดภัยของลูกค้า

 

 

   4. การบูรณาการนโยบายกับการประเมิน

บริษัทได้นำประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยงระดับสูง 5 ประเด็น มาวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นและจัดทำมาตรการลดผลกระทบและกระบวนการแก้ไข เพื่อลดโอกาสการเกิด หรือความรุนแรง และผลกระทบของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ซึ่งอาจส่งต่อผู้มีส่วนได้เสียและกลุ่มบุคคลเปราะบาง

 

ประเด็นความเสี่ยง

ความเสี่ยง

มาตรการบรรเทาผลกระทบ

อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน

  • การเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานของพนักงาน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย
  • การเกิดอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ในที่ทำงานชำรุด
  • การเจ็บป่วย เนื่องจากสภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
  • จัดให้มีการฝึกอบรม และสื่อสารให้พนักงาน รับรู้ถึงความเสี่ยงและอันตรายจากการปฏิบัติงาน
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนให้กับพนักงานเป็นประจำทุกปี

การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์

  • ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ เนื่องจากคนในชุมชนขาดสวัสดิภาพในการใช้ชีวิต
  • การบริการออกตรวจสุขภาพตามพื้นที่ชุมชนแออัด
  • การบริจาคอุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์

การรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

  • ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ารั่วไหล
  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการควบคุมดูแลและคุ้มครองข้อมูลให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
  • ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน และดำเนินการแก้ไขทันทีต่อข้อร้องเรียน
  • ดำเนินงานด้าน IT Security

การรักษาและความปลอดภัยของลูกค้า

  • ผู้มาใช้บริการได้รับอุบัติเหตุภายในโรงพยาบาล เนื่องจากพื้นที่ชำรุด หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่พร้อมให้บริการ
  • จัดโครงการฝึกอบรมพนักงานในด้านการให้บริการผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาพื้นที่ อาคาร และอุปกรณ์ให้พร้อมบริการ

การปฏิบัติกับคู่ค้าอย่างเป็นธรรม

  • การละเมิดข้อมูลด้านสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ของคู่ค้า
  • การว่าจ้าง หรือรับบริการที่ไม่โปร่งใส
  • ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้หรือทำไว้กับคู่ค้าหรือบริษัทคู่สัญญาทุกประการ
  • กำหนดกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า และกระบวนการติดตามการดำเนินงานของคู่ค้า

 

   5. กำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

เมื่อบริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะดำเนินการหามาตรการในการจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการลดและควบคุมผลกระทบเชิงลบให้อยู่ในระดับต่ำหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และเสริมสร้างผลกระทบเชิงบวก ทั้งนี้ บริษัทจัดให้มีแนวทางในการประสานงานกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า ชุมชนและสังคม เพื่อเข้าจัดการผลกระทบและทำการแก้ไขปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชน

6. การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำประเด็นเหล่านั้นมาทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จากกิจกรรม และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปีผ่านแบบ 56-1 one report หรือเว็บไซต์ของบริษัท

ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน 2568

ในปี 2568 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงไม่มีมาตรการเยียวยาและการแก้ไขที่จำเป็น

ช่องทางการติดต่อ

บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)

51/3 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

อีเมล : vibha_cac@vibhavadi.com

เว็บไซต์ : www.vibhavadi.com

   7.  การเยียวยา

บริษัทมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในรูปแบบความช่วยเหลือด้านการเงินและด้านอื่นๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัท รวมทั้งแสวงหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา เพื่อให้การดำเนินงานทางด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

ทั้งนี้หากมีกรณีการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นธรรม และมีมาตรการในการลงโทษตามระเบียบและข้อบังคับของบริษัท ดังนี้

การตักเตือนด้วยวาจา

การตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร

การพักงาน

การปลดออก

การไล่ออก

อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัทให้ความสำคัญด้านสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมจากการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรทุกคน เพื่อป้องกันอันตราย ลดและควบคุมความเสี่ยงในทุกระบวนการทำงานและการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิต การบาดเจ็บ ความเจ็บป่วยที่่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพการทำงาน บริษัทได้กำหนดนโยบายด้าน อาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงการมีระบบการจัดการตามมาตรฐานสากล กฎระเบียบ และ ข้อกำหนดต่างๆ ที่่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายจากการทำงาน

การบริหารจัดการ

โรงพยาบาลวิภาวดี ให้ความสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย โดยจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน การฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงาน รวมถึงการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้ง ได้จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีการแต่งตั้ง “อสส” ที่ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร “อาชีวอนามัยในโรงพยาบาล โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมและการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาล” ในทุกแผนก เพื่อเป็นตัวแทนดูแลความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้บริษัทได้จัดทำแผนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ทั้งสิ้น  โปรแกรม 1 แผน  คือ โปรแกรมการจัดการสภาวะฉุกเฉิน โปรแกรมป้องกันและระงับอัคคีภัย โปรแกรมการบริหารจัดการขยะ สารเคมีและวัตถุอันตราย โปรแกรมความปลอดภัย โปรแกรมรักษาความปลอดภัย โปรแกรมการจัดการระบบสาธารณูปโภค และ ซ้อมแผนรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ ปี 2568  เพื่อเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

การดูแลด้านอาชีวอนามัย
-    การตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี
-    การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

การดูแลด้านความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน
-    การตรวจวัดคุณภาพแสงสว่างภายในอาคารของโรงพยาบาลวิภาวดี 
-    การตรวจวัดคุณภาพอากาศภายใน และพื้นที่รอบนอกโรงพยาบาลวิภาวดี
-    การตรวจสอบอาคารโดยผู้ตรวจสอบอิสระ เพื่อรับรองระบบความปลอดภัย สภาพของอาคาร
-    การจัดให้มีการอบรมป้องกันอัคคีภัย การซ้อมแผนการเตรียมรองรับอุบัติภัยหมู่
-    การซ้อมแผนรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ประจำปี 2568
    
การรายงานและการติดตามการดำเนินการดูแลด้านความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ฝ่ายบริหารทั่วไป โดยจะรายงานให้คณะกรรมการบริหารรับทราบในทุกเดือน นอกจากนี้บริษัทมีฝ่ายบริหารทั่วไปที่คอยติดตามการดำเนินงานด้านสภาพแวดล้อมทั่วไปในการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานปี 2568

ตารางแสดงอัตราความถี่ของการบาดเจ็บและจำนวนชั่วโมงการทำงาน

อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ 
และจำนวนชั่วโมงการทำงาน

หน่วย

2566

2567

2568

- พนักงาน

ชั่วโมง

3,796,000

3,822,280

 

- ผู้รับเหมา

ชั่วโมง

72,248

95,824

 

จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ 
- พนักงาน

ครั้ง

13

14

 

- ผู้รับเหมา

ครั้ง

0

0

 

จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน  (Lost Time) 
- พนักงาน

ครั้ง

0

0

 

- ผู้รับเหมา

ครั้ง

0

0

 

อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ : TRIFR (รายการ/การทำงาน  1ล้านชั่วโมง) 
- พนักงาน

 

3.42

3.66

 

- ผู้รับเหมา

 

0

0

 

อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน  : LTIFR (ราย/การทำงาน 1ล้านชั่วโมง)
- พนักงาน

 

0

0

 

- ผู้รับเหมา

 

0

0

 


ด้านความปลอดภัย สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน
ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ : อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ผลการตรวจวัดแสงสว่าง : อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ผลการตรวจสอบอาคาร : อยู่ในสภาพปกติ

      ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทได้รับรางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย (อาคาร 25 ปี) (BSA Building Safety Award 2025) ในระดับ Silver จากกรมโยธาธิการและผังเมือง 

 

การมีส่วนร่วมกับชุมชน

ในปี 2568 บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนในพื้นที่รอบโรงพยาบาลวิภาวดี และการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ โดยบริษัทมีการจัดทำกิจกรรมต่อเนื่อง อาทิ 

(1) มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพนอกสถานที่ เพื่อส่งเสริมให้บุคคลทั่วไปได้เข้าถึงการประเมินสุขภาพตนเอง และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม 

(2) จัดอบรมให้ความรู้ทางการแพทย์และการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย โดยบริษัทได้มีการเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านการจัดกิจกรรมอบรมตามสถานที่ต่างๆ และในรูปแบบ Online  เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น

การดำเนินงาน

บริษัทจัดให้มีหน่วยงานที่ดูแลความรับผิดชอบประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานเขต เทศบาล ชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ โดยมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุมและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ และบริษัทได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้บุคคลทั่วไปได้เข้าถึงการประเมินสุขภาพตนเอง และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม และจัดอบรมให้ความรู้ทางการแพทย์และการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย ทั้งในรูปแบบจัดอบรมและในรูปแบบออนไลน์ และสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมได้ผ่านเว็บไซต์บริษัท https://www.vibhavadi.com/th/news

•    จัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและกู้ชีพขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วไป (CPR)    เพื่อลดวิกฤต และการสูญเสีย  โดยในปี 2568 มีจำนวน 6 รุ่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม โดยจัดเป็นปีที่ 26 
•    จัดอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (AED)    โดยได้จัดอบรมให้กับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ อาจารย์และบุคลากรโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 11 ธ.ค. 2568
•    กิจกรรมตรวจสุขภาพ    โรงพยาบาลได้ร่วมมือกับแบรนด์รังนกแท้ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีให้กับผู้ที่มาออกกำลังกาย ณ สวนรถไฟ วันที่ 1 ธ.ค. 2568
•    กิจกรรม Dengue Zero   และการเสวนาในหัวข้อ “วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ" เป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้เรื่องการป้องกันไข้เลือดออก มาลาเรีย และการดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น 
•    กิจกรรมออกหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่    วันที่ 8/12/2568 โรงพยาบาลวิภาวดีร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล จัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ ณ โรงเรียนท่ามะกา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
•    ประชุมร่วมกับผู้แทนองค์กรและชุมชน    โรงพยาบาลจัดประชุมขอความเห็นเพื่อจัดทำแผนในการสนับสนุนสุขภาพ การป้องกันโรค และการให้บริการทางคลินิกของชุมชนประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2568
•    บทความเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษา  สามารถดูได้ที่เว็บไซต์บริษัท https://www.vibhavadi.com/th/blogs  
 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีกิจกรรมและช่องทางให้ความรู้อื่นๆ ได้แก่ กิจกรรม Live สด, รายการวิทยุ Happy & Healthy โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของโรงพยาบาลวิภาดี ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และบริษัทยังมีบทความเกี่ยวกับสุขภาพ ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท  https://www.vibhavadi.com/th/podcast

การพัฒนาองค์กรและพนักงาน

ความมุ่งมั่น
บริษัทส่งเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทุกคน เพื่อความมั่นคงทั้งในส่วนการทำงาน และครอบครัวของพนักงาน โดยการพัฒนาศักยภาพของแพทย์ พยาบาล และพนักงานทุกคนให้มีความรู้ และศักยภาพในการทำงาน เพื่อดูแลผู้มาใช้บริการให้เหมือนกับบุคคลในครอบครัว พร้อมทั้งจัดให้มีสวัสดิการแก่พนักงานทุกคน

การดำเนินงาน

1. การจัดฝึกอบรมให้พนักงาน

บริษัทได้จัดตั้งฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม สำหรับดูแลการฝึกอบรมให้กับพนักงานซึ่งฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม จะเป็นผู้จัดทำแผนการฝึกอบรม โดยจะสำรวจความต้องการฝึกอบรมจากพนักงาน และหาหลักสูตรจากภายนอก เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ และวิชาชีพของพนักงานในแต่ละหน่วยงาน นอกจากนี้ ได้มีการวัดความพึงพอใจและข้อเสนอแนะในการอบรม เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และนำมาใช้ในการพัฒนาพนักงาน 

โดยในปี 2568 บริษัทได้จัดโปรแกรมหลักสูตรการอบรมดังนี้
-    การฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน
-    การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาผลงานตามความต้องการอบรม
-    การฝึกอบรมเพื่อรองรับความก้าวหน้า
-    การฝึกอบรมที่จำเป็นตามมาตรฐาน / ตามนโยบายองค์กร

ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรมได้จัดให้มีการอบรมพนักงาน ทั้งอบรมภายในและภายนอกเพื่อพัฒนาและให้ความรู้กับพนักงาน ซึ่งจำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมปี 2568 จำนวน 4,058 คน เพิ่มขึ้น 1,823 คน เมื่อเทียบกับปี 2567 จำนวน 2,235 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคคลกรอย่างต่อเนื่อง 

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

การฝึกอบรมพนักงาน

หน่วย

ปี พ.ศ.

2566

2567

2568

จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงาน

ชั่วโมง/คน/ปี

20.70

13

17.61

จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยแบ่งตามเพศ

      ชาย

ชั่วโมง/คน

20.70

15.93

220

      หญิง

ชั่วโมง/คน

20.70

13

34

จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยแบ่งตามระดับ

      ผู้บริหารระดับสูง

ชั่วโมง/คน

20.70

24

48

      แพทย์ และพยาบาล

ชั่วโมง/คน

20.70

24.92

48

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเฉลี่ย

บาท/คน/ปี

2,371.75

592.73

592.02

ตารางแสดงจำนวนชั่วโมงและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของพนักงาน

หลักสูตรการฝึกอบรมพนักงาน (ภายนอก)
1. หลักสูตร การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ครั้งที่ 14 หัวข้อ Best practice for VAP
2. สินทรัพย์ถาวรกับการวิเคราะห์และจัดทำรายงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีพร้อมแนวปฏิบัติในการบันทึกบัญชี
3. นวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพ การดูแลผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล
4. การใช้เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศสำหรับพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ

หลักสูตรการฝึกอบรมพนักงาน (ภายใน) ณ ห้องประชุมชั้น9 อาคาร 4
1. หัวข้อ Basic EKG วันที่ 29 พฤษภาคม 2568
2. หัวข้อ Periorbital Surgery วันที่  23 มิถุนายน 2568
3. หัวข้อ การพัฒนางานบริการด้านการเช็คสิทธิและแนวทางการแจ้งสิทธิของผู้รับบริการ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 
4. หัวข้อ การออกกำลังกายในผู้ป่วย Ortho วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 
5. หัวข้อ แผนการตรวจสุขภาพ วันที่ 6 สิงหาคม 2568
6. หัวข้อ การใช้ยาอินซูริน วันที่ 5 กันยายน 2568
7. การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ได้แก่ เรื่องกฎระเบียบบริษัท นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นต้น

ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงบางส่วนที่บริษัทได้มีการจัดอบรม และได้จัดให้มีการวัดความรู้หลังการอบรมพนักงาน โดยฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม

การสร้างความผูกพันกับพนักงาน

    บริษัทดำเนินการสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยมีรากฐานจากการที่ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาปฏิบัติเป็นแบบอย่าง มีการสื่อสารที่เปิดกว้าง มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดี เสริมพลัง มีความผูกพัน โดยการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างจริงใจ โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เป็นเสมือนครอบครัวเดียวกันเดียวกัน

การดำเนินงาน

ปัจจุบันธุรกิจการแพทย์มีการแข่งขันสูง บุคลากรทางการแพทย์และพนักงาน จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการเจริญเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน การคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ถือเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมให้แก่พนักงาน รวมถึงครอบครัวของพนักงาน เพื่อให้เพียงพอต่อค่าดำรงชีพ เช่น ค่าครองชีพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การให้สิทธิรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายกรณีผู้ป่วยใน และมอบส่วนลดกับครอบครัว เงินช่วยเหลือค่าพิธีศพพนักงานการจัดกิจกรรมสันทนาการ และบุคคลในครอบครัว ฯลฯ อาทิ

  • กิจกรรมวันเด็ก เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568
    เพื่อส่งเสริมพัฒนาและสร้างความสุขให้แก่เด็กและเยาวชน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง โรงพยาบาล ผู้มาใช้บริการ และบุตรหลานของบุคลากร
  • มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรพนักงาน    มูลนิธิวิภาวดี โดยบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรพนักงานที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม โดยปี 2568 โดยมอบทุนทั้งหมด  77  ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  659,000 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน และสร้างโอกาสด้านการศึกษาให้กับเด็กที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต
  • กิจกรรมปีใหม่    บริษัทได้จัดกรรมสวัสดีปีใหม่ มีการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันพนักงาน และมีการจับรางวัลให้กับพนักงาน 
  • โครงการตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี    เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่งผลต่อการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ                                                  

สวัสดิการพนักงาน

รายการ

หน่วย

2566

2567

2568

ค่าตอบแทนรวมพนักงานทั้งหมด                   

ล้านบาท

554.81

585.12

594.87

จำนวนพนักงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

คน

708

710

705

จำนวนพนักงานลาออก

คน

202

233

156

อัตราการลาออก

%

15.65

17.79

11.41

ผลการดำเนินงานปี 2568
บริษัทจัดทำโครงการ “HAPPINOMETER ” โดยเป็นการสำรวจความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน และรับฟังข้อเสนอแนะของพนักงาน เพื่อนำมาพัฒนาหรือสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ได้แก่ ด้านการพัฒนาความรู้, Work Life Balance, สุขภาพ, ครอบครัว และ สวัสดิการต่างๆ  เป็นต้น

ผลการประเมินความผูกพันต่อองค์กร = 70.34%

 

สิทธิมนุษยชน และกฎหมายแรงงาน

บริษัทมุ่งมั่นและสนับสนุนการเคารพด้านสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ บริษัทจึงกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ยึดมั่นในการเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมให้ปฏิบัติต่อพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน

การดำเนินงาน

  • บริษัทดำเนินการกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นๆ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสีย 
  • จัดให้มีช่องทางการร้องเรียน กรณีมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
        - ทางไปรษณีย์
          คณะกรรมการตรวจสอบ
          บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
          51/3 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
        - อีเมล์ : vibha_cac@vibhavadi.com
  • บริษัทมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในรูปแบบความช่วยเหลือด้านการเงินและด้านอื่นๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัท

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่มีการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน
 

1. การจ้างงานพนักงาน
เนื่องด้วยธุรกิจของบริษัท คือการให้บริการทางการแพทย์ บุคลากรส่วนใหญ่ คือ แพทย์ และพยาบาล ดังนั้นในการสรรหาบุคลากรเหล่านี้ จึงต้องพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ การศึกษา ให้ตรงตามวิชาชีพ สำหรับพนักงานในตำแหน่งอื่นๆ บริษัทจะพิจารณาจาก ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ เป็นหลักในการพิจารณารับบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ บริหารอัตรากำลังพลให้เกิดความสมดุลกับการให้บริการ โดยกำหนดให้มีอัตราค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ อยู่ในระดับมาตรฐานเทียบเท่าบริษัทโดยทั่วไปหรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 

ตารางแสดงจำนวนพนักงานทั้งหมด

รายการ

หน่วย

2566

2567

2568

จำนวนพนักงาน (ทั้งหมด)

คน

1,287

1,309

1367

จำนวนพนักงานชาย

คน

181

178

189

จำนวนพนักงานหญิง

คน

1,106

1,131

1178

 

ตารางแสดงจำนวนการจ้างพนักงานใหม่

รายการ

หน่วย

2566

2567

2568

จำนวนพนักงานใหม่

คน

234

317

246

จำนวนพนักงานรายเดือน

คน

210

295

236

จำนวนพนักงานรายวัน

คน

24

22

10

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่มีการจ้างพนักงานรัฐ

2. การจ้างงานผู้สูงอายุ

    เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ บริษัทมีนโยบายจ้างงานหลังเกษียณอายุการทำงานพนักงานที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขพร้อมทำงานอายุงานระหว่าง 55 - 65 ปี ในตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีทักษะ ประสบการณ์สูง โดยให้มีส่วนร่วมในการพัฒนางาน และบริหารจัดการ รวมทั้งเป็นผู้ให้คำปรึกษา ผู้ถ่ายทอดสอนงาน  และเป็นวิทยากรให้แก่พนักงานทั้งภายในและบริษัทในเครือ

ตารางแสดงจำนวนผู้บริหารแบ่งตามสัดส่วนอายุ

ผู้บริหาร(1)

หน่วย

2566

2567

2568

อายุต่ำกว่า 30 ปี

คน

-

-

-

อายุระหว่าง 30-50 ปี

คน

1

1

1

อายุมากกว่า 50-60 ปี

คน

4

4

4

อายุมากกว่า 60 ปี

คน

8

9

9

1ผู้บริหาร นับตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป

ตารางแสดงจำนวนพนักงานแบ่งตามสัดส่วนอายุ

พนักงาน(2)

หน่วย

2566

2567

2568

อายุต่ำกว่า 30 ปี

คน

561

583

586

อายุระหว่าง 30-50 ปี

คน

557

577

638

อายุมากกว่า 50-60 ปี

คน

146

125

125

อายุมากกว่า 60 ปี

คน

23

21

18

2พนักงาน นับรวมพนักงานรายวันและรายเดือน

3. การจ้างงานคนพิการ

บริษัทได้ให้ความสำคัญและการจ้างงานผู้พิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 โดยมีการจ้างงานพนักงานประจำตามมาตรา 33 และจ้างงานผู้พิการตามมาตรา 35 นอกจากนี้ มีการให้สัมปทานพื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนสนับสนุนให้มีการจ้างงานผู้พิการเพิ่มขึ้นและอย่างต่อเนื่อง

ตารางการจ้างงานผู้พิการ

รายการ

หน่วย

2566

2567

2568

การจ้างงานผู้พิการ

คน

3

4

6

 

4. การจ้างงานพนักงานต่างชาติ

บริษัทปฏิบัติต่อแรงงานทุกเชื้อชาติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน การจ้างงานพนักงานต่างชาติต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยดูแลพนักงานทุกคนให้มีความปลอดภัยในการทำงาน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อช่วยให้แรงงานมีความมั่นใจในการทำงานและดำเนินชีวิต ทั้งนี้ ในปี 2568 มีการจ้างงานพนักงานต่างชาติ จำนวน 3 คน ดังนี้ จีน 1 คน, พม่า 1 คน และกัมพูชา 1 คน

ผลการดำเนินงานงานปี 2568

ในปี 2568 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนเรื่องการละเมิดมนุษยชน

แนวทางการบริหารจัดการ ด้านสังคม