รายงานการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
(Human Rights Due Diligence: HRDD)
ประจำปี 2568
บริษัทกำหนดขอบเขตกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านให้คลอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท โดยพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิคู่ค้า สิทธิลูกค้า เพื่อให้คลอบคลุมประเด็นสิทธิมนุษยชนในด้าน สิทธิมนุษยชนในการดำเนินกิจการ ความปลอดภัย สภาพแวดล้อม ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ทั้งนี้ บริษัทมีแนวทางในการประเมินผลกระทบทางด้านสิทธิมนุษยชนทั้งภายในบริษัท พันธมิตร คู่ค้า และมีส่วนได้เสียของบริษัท
2. การระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทดำเนินการทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท และผ่านการดำเนินกิจการของคู่ค้า ผู้รับเหมา หรือบริษัทร่วมค้า ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการร่วมกระทำความผิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงทบทวนแนวโน้มประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มธุรกิจเดียวกัน แล้วนำมาจัดเป็นกลุ่มหัวข้อที่ใกล้เคียงกันเพื่อจัดทำเป็นรายการตรวจสอบประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยมอบหมายให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น
การระบุขอบเขตประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
สิทธิด้านแรงงาน : อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน, การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
สิทธิด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม : สุขภาพและความปลอดภัย, การจัดการของเสียและอันตราย, การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์
สิทธิของลูกค้า : การรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า, การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า, การรักษาและความปลอดภัยของลูกค้า
สิทธิด้านคู่ค้า : การรักษาความลับของคู่ค้า, การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
3. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทประเมินความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน โดยพิจารณาเกณฑ์ขนาดความรุนแรงของผลกระทบและเกณฑ์โอกาสในการเกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประกอบด้วยพนักงานของบริษัท คู่ค้าและผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนโดยรอบพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี เด็ก ชนกลุ่มน้อย ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ผู้พิการ เพศทางเลือก ผู้สูงอายุ และสตรีตั้งครรภ์ เพื่อจัดลำดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และได้กำหนดระดับความรุนแรงของความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ สูงมาก สูง ปานกลาง และต่ำ โดยแต่ละระดับความเสี่ยงมีการกำหนดระดับความรุนแรงและผลกระทบดังนี้
ระดับความเสี่ยง | ผลกระทบ |
|---|---|
สูงมาก |
|
สูง |
|
ปานกลาง |
|
ต่ำ |
|
เกณฑ์การประเมินโอกาส
ระดับโอกาสที่จะเกิดขึ้น | ลักษณะของโอกาสที่จะเกิดขึ้น |
สูงมาก (4) | เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติการหลายครั้งต่อปี |
สูง (3) | เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นครั้งคราว |
ปานกลาง (2) | เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการนานๆ ครั้ง |
น้อย (1) | เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการน้อยมาก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น |
การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชน
บริษัทจัดลำดับประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงข้างต้น โดยปี 2568 บริษัทมีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญจำนวน 11 ประเด็น ซึ่งบริษัทจะดำเนินการหามาตรการแก้ไขและป้องกัน เพื่อลดระดับความเสี่ยง
ผลการประเมินความเสี่ยง
สิทธิด้านแรงงาน | สิทธิด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม | สิทธิของลูกค้า | สิทธิด้านคู่ค้า |
อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน | สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน | การรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า | การรักษาความลับของคู่ค้า |
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม | การจัดการของเสียและอันตราย | การไม่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้า | การปฏิบัติอย่างเป็นธรรม |
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน | การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ | การรักษาและความปลอดภัยของลูกค้า |
|
4. การบูรณาการนโยบายกับการประเมิน
บริษัทได้นำประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยงระดับสูง 5 ประเด็น มาวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นและจัดทำมาตรการลดผลกระทบและกระบวนการแก้ไข เพื่อลดโอกาสการเกิด หรือความรุนแรง และผลกระทบของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ซึ่งอาจส่งต่อผู้มีส่วนได้เสียและกลุ่มบุคคลเปราะบาง
ประเด็นความเสี่ยง | ความเสี่ยง | มาตรการบรรเทาผลกระทบ |
|---|---|---|
อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในที่ทำงาน |
|
|
การเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ |
|
|
การรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า |
|
|
การรักษาและความปลอดภัยของลูกค้า |
|
|
การปฏิบัติกับคู่ค้าอย่างเป็นธรรม |
|
|
5. กำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
เมื่อบริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะดำเนินการหามาตรการในการจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการลดและควบคุมผลกระทบเชิงลบให้อยู่ในระดับต่ำหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และเสริมสร้างผลกระทบเชิงบวก ทั้งนี้ บริษัทจัดให้มีแนวทางในการประสานงานกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า ชุมชนและสังคม เพื่อเข้าจัดการผลกระทบและทำการแก้ไขปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชน
6. การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำประเด็นเหล่านั้นมาทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จากกิจกรรม และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปีผ่านแบบ 56-1 one report หรือเว็บไซต์ของบริษัท
ผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน 2568
ในปี 2568 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงไม่มีมาตรการเยียวยาและการแก้ไขที่จำเป็น
ช่องทางการติดต่อ
บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
51/3 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
อีเมล : vibha_cac@vibhavadi.com
เว็บไซต์ : www.vibhavadi.com
7. การเยียวยา
บริษัทมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในรูปแบบความช่วยเหลือด้านการเงินและด้านอื่นๆ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัท รวมทั้งแสวงหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา เพื่อให้การดำเนินงานทางด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม
ทั้งนี้หากมีกรณีการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนอย่างเป็นธรรม และมีมาตรการในการลงโทษตามระเบียบและข้อบังคับของบริษัท ดังนี้
• การตักเตือนด้วยวาจา
• การตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร
• การพักงาน
• การปลดออก
• การไล่ออก
อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญด้านสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมจากการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรทุกคน เพื่อป้องกันอันตราย ลดและควบคุมความเสี่ยงในทุกระบวนการทำงานและการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิต การบาดเจ็บ ความเจ็บป่วยที่่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพการทำงาน บริษัทได้กำหนดนโยบายด้าน อาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยให้สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงการมีระบบการจัดการตามมาตรฐานสากล กฎระเบียบ และ ข้อกำหนดต่างๆ ที่่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายจากการทำงาน
การบริหารจัดการ
โรงพยาบาลวิภาวดี ให้ความสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย โดยจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน การฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงาน รวมถึงการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้ง ได้จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีการแต่งตั้ง “อสส” ที่ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร “อาชีวอนามัยในโรงพยาบาล โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมและการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาล” ในทุกแผนก เพื่อเป็นตัวแทนดูแลความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้บริษัทได้จัดทำแผนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ทั้งสิ้น โปรแกรม 1 แผน คือ โปรแกรมการจัดการสภาวะฉุกเฉิน โปรแกรมป้องกันและระงับอัคคีภัย โปรแกรมการบริหารจัดการขยะ สารเคมีและวัตถุอันตราย โปรแกรมความปลอดภัย โปรแกรมรักษาความปลอดภัย โปรแกรมการจัดการระบบสาธารณูปโภค และ ซ้อมแผนรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ ปี 2568 เพื่อเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
การดูแลด้านอาชีวอนามัย
- การตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี
- การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์
การดูแลด้านความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน
- การตรวจวัดคุณภาพแสงสว่างภายในอาคารของโรงพยาบาลวิภาวดี
- การตรวจวัดคุณภาพอากาศภายใน และพื้นที่รอบนอกโรงพยาบาลวิภาวดี
- การตรวจสอบอาคารโดยผู้ตรวจสอบอิสระ เพื่อรับรองระบบความปลอดภัย สภาพของอาคาร
- การจัดให้มีการอบรมป้องกันอัคคีภัย การซ้อมแผนการเตรียมรองรับอุบัติภัยหมู่
- การซ้อมแผนรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ประจำปี 2568
การรายงานและการติดตามการดำเนินการดูแลด้านความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ฝ่ายบริหารทั่วไป โดยจะรายงานให้คณะกรรมการบริหารรับทราบในทุกเดือน นอกจากนี้บริษัทมีฝ่ายบริหารทั่วไปที่คอยติดตามการดำเนินงานด้านสภาพแวดล้อมทั่วไปในการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานปี 2568
ตารางแสดงอัตราความถี่ของการบาดเจ็บและจำนวนชั่วโมงการทำงาน
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
| - พนักงาน | ชั่วโมง | 3,796,000 | 3,822,280 |
|
| - ผู้รับเหมา | ชั่วโมง | 72,248 | 95,824 |
|
| จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ | ||||
| - พนักงาน | ครั้ง | 13 | 14 |
|
| - ผู้รับเหมา | ครั้ง | 0 | 0 |
|
| จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time) | ||||
| - พนักงาน | ครั้ง | 0 | 0 |
|
| - ผู้รับเหมา | ครั้ง | 0 | 0 |
|
| อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ : TRIFR (รายการ/การทำงาน 1ล้านชั่วโมง) | ||||
| - พนักงาน | | 3.42 | 3.66 |
|
| - ผู้รับเหมา | | 0 | 0 |
|
| อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน : LTIFR (ราย/การทำงาน 1ล้านชั่วโมง) | ||||
| - พนักงาน |
| 0 | 0 |
|
| - ผู้รับเหมา |
| 0 | 0 |
|
ด้านความปลอดภัย สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน
ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ : อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ผลการตรวจวัดแสงสว่าง : อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ผลการตรวจสอบอาคาร : อยู่ในสภาพปกติ
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทได้รับรางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย (อาคาร 25 ปี) (BSA Building Safety Award 2025) ในระดับ Silver จากกรมโยธาธิการและผังเมือง
การมีส่วนร่วมกับชุมชน
ในปี 2568 บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนในพื้นที่รอบโรงพยาบาลวิภาวดี และการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ โดยบริษัทมีการจัดทำกิจกรรมต่อเนื่อง อาทิ
(1) มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพนอกสถานที่ เพื่อส่งเสริมให้บุคคลทั่วไปได้เข้าถึงการประเมินสุขภาพตนเอง และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม
(2) จัดอบรมให้ความรู้ทางการแพทย์และการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย โดยบริษัทได้มีการเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านการจัดกิจกรรมอบรมตามสถานที่ต่างๆ และในรูปแบบ Online เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น
การดำเนินงาน
บริษัทจัดให้มีหน่วยงานที่ดูแลความรับผิดชอบประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานเขต เทศบาล ชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ โดยมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุมและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ และบริษัทได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้บุคคลทั่วไปได้เข้าถึงการประเมินสุขภาพตนเอง และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม และจัดอบรมให้ความรู้ทางการแพทย์และการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย ทั้งในรูปแบบจัดอบรมและในรูปแบบออนไลน์ และสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมได้ผ่านเว็บไซต์บริษัท https://www.vibhavadi.com/th/news
• จัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและกู้ชีพขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วไป (CPR) เพื่อลดวิกฤต และการสูญเสีย โดยในปี 2568 มีจำนวน 6 รุ่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมอบรม โดยจัดเป็นปีที่ 26
• จัดอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (AED) โดยได้จัดอบรมให้กับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ อาจารย์และบุคลากรโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 11 ธ.ค. 2568
• กิจกรรมตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลได้ร่วมมือกับแบรนด์รังนกแท้ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีให้กับผู้ที่มาออกกำลังกาย ณ สวนรถไฟ วันที่ 1 ธ.ค. 2568
• กิจกรรม Dengue Zero และการเสวนาในหัวข้อ “วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ" เป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้เรื่องการป้องกันไข้เลือดออก มาลาเรีย และการดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น
• กิจกรรมออกหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ วันที่ 8/12/2568 โรงพยาบาลวิภาวดีร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล จัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ ณ โรงเรียนท่ามะกา อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
• ประชุมร่วมกับผู้แทนองค์กรและชุมชน โรงพยาบาลจัดประชุมขอความเห็นเพื่อจัดทำแผนในการสนับสนุนสุขภาพ การป้องกันโรค และการให้บริการทางคลินิกของชุมชนประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2568
• บทความเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษา สามารถดูได้ที่เว็บไซต์บริษัท https://www.vibhavadi.com/th/blogs
นอกจากนี้ บริษัทยังมีกิจกรรมและช่องทางให้ความรู้อื่นๆ ได้แก่ กิจกรรม Live สด, รายการวิทยุ Happy & Healthy โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของโรงพยาบาลวิภาดี ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และบริษัทยังมีบทความเกี่ยวกับสุขภาพ ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท https://www.vibhavadi.com/th/podcast
การพัฒนาองค์กรและพนักงาน
ความมุ่งมั่น
บริษัทส่งเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทุกคน เพื่อความมั่นคงทั้งในส่วนการทำงาน และครอบครัวของพนักงาน โดยการพัฒนาศักยภาพของแพทย์ พยาบาล และพนักงานทุกคนให้มีความรู้ และศักยภาพในการทำงาน เพื่อดูแลผู้มาใช้บริการให้เหมือนกับบุคคลในครอบครัว พร้อมทั้งจัดให้มีสวัสดิการแก่พนักงานทุกคน
การดำเนินงาน
1. การจัดฝึกอบรมให้พนักงาน
บริษัทได้จัดตั้งฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม สำหรับดูแลการฝึกอบรมให้กับพนักงานซึ่งฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม จะเป็นผู้จัดทำแผนการฝึกอบรม โดยจะสำรวจความต้องการฝึกอบรมจากพนักงาน และหาหลักสูตรจากภายนอก เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ และวิชาชีพของพนักงานในแต่ละหน่วยงาน นอกจากนี้ ได้มีการวัดความพึงพอใจและข้อเสนอแนะในการอบรม เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล และนำมาใช้ในการพัฒนาพนักงาน
โดยในปี 2568 บริษัทได้จัดโปรแกรมหลักสูตรการอบรมดังนี้
- การฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน
- การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาผลงานตามความต้องการอบรม
- การฝึกอบรมเพื่อรองรับความก้าวหน้า
- การฝึกอบรมที่จำเป็นตามมาตรฐาน / ตามนโยบายองค์กร
ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรมได้จัดให้มีการอบรมพนักงาน ทั้งอบรมภายในและภายนอกเพื่อพัฒนาและให้ความรู้กับพนักงาน ซึ่งจำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมปี 2568 จำนวน 4,058 คน เพิ่มขึ้น 1,823 คน เมื่อเทียบกับปี 2567 จำนวน 2,235 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคคลกรอย่างต่อเนื่อง
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
การฝึกอบรมพนักงาน | หน่วย | ปี พ.ศ. | ||
2566 | 2567 | 2568 | ||
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงาน | ชั่วโมง/คน/ปี | 20.70 | 13 | 17.61 |
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยแบ่งตามเพศ | ||||
ชาย | ชั่วโมง/คน | 20.70 | 15.93 | 220 |
หญิง | ชั่วโมง/คน | 20.70 | 13 | 34 |
จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยแบ่งตามระดับ | ||||
ผู้บริหารระดับสูง | ชั่วโมง/คน | 20.70 | 24 | 48 |
แพทย์ และพยาบาล | ชั่วโมง/คน | 20.70 | 24.92 | 48 |
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเฉลี่ย | บาท/คน/ปี | 2,371.75 | 592.73 | 592.02 |
หลักสูตรการฝึกอบรมพนักงาน (ภายนอก)
1. หลักสูตร การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ครั้งที่ 14 หัวข้อ Best practice for VAP
2. สินทรัพย์ถาวรกับการวิเคราะห์และจัดทำรายงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีพร้อมแนวปฏิบัติในการบันทึกบัญชี
3. นวัตกรรมการพัฒนาคุณภาพ การดูแลผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล
4. การใช้เครื่องมือแพทย์ เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศสำหรับพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ
หลักสูตรการฝึกอบรมพนักงาน (ภายใน) ณ ห้องประชุมชั้น9 อาคาร 4
1. หัวข้อ Basic EKG วันที่ 29 พฤษภาคม 2568
2. หัวข้อ Periorbital Surgery วันที่ 23 มิถุนายน 2568
3. หัวข้อ การพัฒนางานบริการด้านการเช็คสิทธิและแนวทางการแจ้งสิทธิของผู้รับบริการ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568
4. หัวข้อ การออกกำลังกายในผู้ป่วย Ortho วันที่ 30 กรกฎาคม 2568
5. หัวข้อ แผนการตรวจสุขภาพ วันที่ 6 สิงหาคม 2568
6. หัวข้อ การใช้ยาอินซูริน วันที่ 5 กันยายน 2568
7. การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ได้แก่ เรื่องกฎระเบียบบริษัท นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นต้น
ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงบางส่วนที่บริษัทได้มีการจัดอบรม และได้จัดให้มีการวัดความรู้หลังการอบรมพนักงาน โดยฝ่ายพัฒนาและฝึกอบรม
การสร้างความผูกพันกับพนักงาน
บริษัทดำเนินการสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยมีรากฐานจากการที่ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาปฏิบัติเป็นแบบอย่าง มีการสื่อสารที่เปิดกว้าง มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดี เสริมพลัง มีความผูกพัน โดยการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างจริงใจ โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เป็นเสมือนครอบครัวเดียวกันเดียวกัน
การดำเนินงาน
ปัจจุบันธุรกิจการแพทย์มีการแข่งขันสูง บุคลากรทางการแพทย์และพนักงาน จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการเจริญเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน การคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ถือเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมให้แก่พนักงาน รวมถึงครอบครัวของพนักงาน เพื่อให้เพียงพอต่อค่าดำรงชีพ เช่น ค่าครองชีพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การให้สิทธิรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายกรณีผู้ป่วยใน และมอบส่วนลดกับครอบครัว เงินช่วยเหลือค่าพิธีศพพนักงานการจัดกิจกรรมสันทนาการ และบุคคลในครอบครัว ฯลฯ อาทิ
สวัสดิการพนักงาน
รายการ | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
ค่าตอบแทนรวมพนักงานทั้งหมด | ล้านบาท | 554.81 | 585.12 | 594.87 |
| จำนวนพนักงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | คน | 708 | 710 | 705 |
| จำนวนพนักงานลาออก | คน | 202 | 233 | 156 |
| อัตราการลาออก | % | 15.65 | 17.79 | 11.41 |
ผลการดำเนินงานปี 2568
บริษัทจัดทำโครงการ “HAPPINOMETER ” โดยเป็นการสำรวจความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน และรับฟังข้อเสนอแนะของพนักงาน เพื่อนำมาพัฒนาหรือสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ได้แก่ ด้านการพัฒนาความรู้, Work Life Balance, สุขภาพ, ครอบครัว และ สวัสดิการต่างๆ เป็นต้น
ผลการประเมินความผูกพันต่อองค์กร = 70.34%
สิทธิมนุษยชน และกฎหมายแรงงาน
บริษัทมุ่งมั่นและสนับสนุนการเคารพด้านสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ บริษัทจึงกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ยึดมั่นในการเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมให้ปฏิบัติต่อพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในบริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน
การดำเนินงาน
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่มีการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน
1. การจ้างงานพนักงาน
เนื่องด้วยธุรกิจของบริษัท คือการให้บริการทางการแพทย์ บุคลากรส่วนใหญ่ คือ แพทย์ และพยาบาล ดังนั้นในการสรรหาบุคลากรเหล่านี้ จึงต้องพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ การศึกษา ให้ตรงตามวิชาชีพ สำหรับพนักงานในตำแหน่งอื่นๆ บริษัทจะพิจารณาจาก ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ เป็นหลักในการพิจารณารับบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ บริหารอัตรากำลังพลให้เกิดความสมดุลกับการให้บริการ โดยกำหนดให้มีอัตราค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ อยู่ในระดับมาตรฐานเทียบเท่าบริษัทโดยทั่วไปหรือตามที่กฎหมายกำหนดไว้
ตารางแสดงจำนวนพนักงานทั้งหมด
รายการ | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
| จำนวนพนักงาน (ทั้งหมด) | คน | 1,287 | 1,309 | 1367 |
| จำนวนพนักงานชาย | คน | 181 | 178 | 189 |
| จำนวนพนักงานหญิง | คน | 1,106 | 1,131 | 1178 |
ตารางแสดงจำนวนการจ้างพนักงานใหม่
รายการ | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
| จำนวนพนักงานใหม่ | คน | 234 | 317 | 246 |
| จำนวนพนักงานรายเดือน | คน | 210 | 295 | 236 |
| จำนวนพนักงานรายวัน | คน | 24 | 22 | 10 |
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทไม่มีการจ้างพนักงานรัฐ
2. การจ้างงานผู้สูงอายุ
เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ บริษัทมีนโยบายจ้างงานหลังเกษียณอายุการทำงานพนักงานที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขพร้อมทำงานอายุงานระหว่าง 55 - 65 ปี ในตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีทักษะ ประสบการณ์สูง โดยให้มีส่วนร่วมในการพัฒนางาน และบริหารจัดการ รวมทั้งเป็นผู้ให้คำปรึกษา ผู้ถ่ายทอดสอนงาน และเป็นวิทยากรให้แก่พนักงานทั้งภายในและบริษัทในเครือ
ตารางแสดงจำนวนผู้บริหารแบ่งตามสัดส่วนอายุ
ผู้บริหาร(1) | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
| อายุต่ำกว่า 30 ปี | คน | - | - | - |
| อายุระหว่าง 30-50 ปี | คน | 1 | 1 | 1 |
| อายุมากกว่า 50-60 ปี | คน | 4 | 4 | 4 |
| อายุมากกว่า 60 ปี | คน | 8 | 9 | 9 |
1ผู้บริหาร นับตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไป
ตารางแสดงจำนวนพนักงานแบ่งตามสัดส่วนอายุ
พนักงาน(2) | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
| อายุต่ำกว่า 30 ปี | คน | 561 | 583 | 586 |
| อายุระหว่าง 30-50 ปี | คน | 557 | 577 | 638 |
| อายุมากกว่า 50-60 ปี | คน | 146 | 125 | 125 |
| อายุมากกว่า 60 ปี | คน | 23 | 21 | 18 |
2พนักงาน นับรวมพนักงานรายวันและรายเดือน
3. การจ้างงานคนพิการ
บริษัทได้ให้ความสำคัญและการจ้างงานผู้พิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 โดยมีการจ้างงานพนักงานประจำตามมาตรา 33 และจ้างงานผู้พิการตามมาตรา 35 นอกจากนี้ มีการให้สัมปทานพื้นที่เพื่อจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนสนับสนุนให้มีการจ้างงานผู้พิการเพิ่มขึ้นและอย่างต่อเนื่อง
ตารางการจ้างงานผู้พิการ
รายการ | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
| การจ้างงานผู้พิการ | คน | 3 | 4 | 6 |
4. การจ้างงานพนักงานต่างชาติ
บริษัทปฏิบัติต่อแรงงานทุกเชื้อชาติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน การจ้างงานพนักงานต่างชาติต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยดูแลพนักงานทุกคนให้มีความปลอดภัยในการทำงาน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อช่วยให้แรงงานมีความมั่นใจในการทำงานและดำเนินชีวิต ทั้งนี้ ในปี 2568 มีการจ้างงานพนักงานต่างชาติ จำนวน 3 คน ดังนี้ จีน 1 คน, พม่า 1 คน และกัมพูชา 1 คน
ผลการดำเนินงานงานปี 2568
ในปี 2568 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนเรื่องการละเมิดมนุษยชน
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved