วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ

โรคตับอักเสบเอคืออะไร

          เป็นโรคตับที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ ซึ่งมักจะพบในอุจจาระของคนที่เป็นโรคตับอักเสบเอ และมักจะติดต่อโดยการใกล้ชิดกับคนที่เป็น หรือจากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบเออยู่ ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเอ สามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลใกล้ชิดได้ง่าย

 สาเหตุของโรคไวรัสตับอักเสบเอ

          จากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ Hepatitis A virus (HAV) ซึ่งเป็น RNA virus ตระกูล picornaviridae

 อาการของโรคตับอักเสบเอ

          ในผู้ใหญ่อาการเริ่มต้นส่วนมากจะมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ แน่นท้อง ตามด้วยตัวเหลือง ตาเหลือง ภายใน 2-3 วัน ซึ่งแตกต่างกันตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อยและหายไปใน 1-2 สัปดาห์ จนถึงในรายที่มีอาการรุนแรงและใช้เวลารักษานานหลายเดือน ซึ่งพบได้น้อยกว่า

ระยะพักฟื้นส่วนใหญ่มักใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ก็มักจะหายอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีโรคแทรกซ้อนเหลืออยู่ และจะไม่มีอาการกลับเป็นใหม่ ในเด็กการติดเชื้อนี้มักจะไม่ปรากฏอาการ มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากมีอาการเล็กน้อย โดยไม่มีอาการเหลือง แต่สามารถวินิจฉัยได้โดยการทดสอบการทำงานของตับ

 การทำลายเชื้อปนเปื้อนไวรัสตับอักเสบเอ

          มีการกำจัดอุจจาระ ปัสสาวะ และเลือดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ดังต่อไปนี้
-ถูกทำลายโดยความร้อนที่ 85o c นาน 1 นาที
- ฟอร์มาลีน (ร้อยละ 8 นาน1 นาทีที่ 25o c)
- ไอโอดีน (3 mg/ลิตร นาน 5 นาที)
- คลอรีน (free residual chlorine 2-2.5 mg/ลิตรนาน 15 นาที)
-สัตว์น้ำจำพวกมีเปลือกเช่น หอย กุ้ง ปู ที่มาจากทะเลที่ มีการปนเปื้อนเชื้อนี้
ควรทำให้สุกอย่างน้อยที่อุณหภูมิ 90oc นาน 4 นาที หรือใช้อบภายใต้ความดัน นาน 90 นาที

ใครควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ
          ผู้ที่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไปที่กำลังจะเดินทางหรือทำงานในประเทศที่มีโรคตับอักเสบเอแพร่ระบาดมาก ได้แก่ ประเทศในทวีปอเมริกากลาง อเมริกาใต้ เอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) แอฟริกา ยุโรปตะวันออก เป็นต้น
          ผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงต่อการรับและแพร่กระจายของโรค ได้แก่ ผู้ประกอบอาหาร ผู้ที่อยู่ในที่ที่มีคนอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก เช่น สถานรับเลี้ยงเด็ก กองทัพทหาร เป็นต้น
           บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสกับผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ หรือผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการเพื่อวิจัยเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบเอบ
นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไปยังแหล่งระบาด หรือ ที่ที่มีความชุกของโรคสูง เช่น ในประเทศเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) อเมริการกลาง อเมริกาใต้ แถบทะเลคาริบเบียน แอฟริกา และ ยุโรปตะวันออก โดยควรฉีดวัคสมาชิกในครอบครัวที่มีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบเอ
 - วัคซีนอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเดินทาง
 - ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน
- บุคคลที่ใช้ยาเสพติด
 - ผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง
  - ผู้ที่กำลังรักษาโรคเกี่ยวกับความเข้มข้นในการแข็งตัวของเลือด

 เมื่อไรควรจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ
- เด็กที่อายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน
- บุคคลที่มีความเสี่ยง อาจเริ่มฉีดเมื่อต้องการจะได้รับความคุ้มกันต่อการติดเชื้อ
  -สำหรับผู้ที่เดินทาง ควรเริ่มฉีดวัคซีนครบคอร์ส อย่างน้อย 1 เดือนก่อนเดินทาง ซึ่งควรฉีด 2 ครั้ง ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน

 ควรฉีดวัคซีนตับอักเสบเอ กี่ครั้ง และเมื่อไหร่

           ฉีด 2 ครั้ง ฉีดเข็มแรก และเข็มกระตุ้น เมื่อ 6-18 เดือนถัดไป

 ข้อห้ามและข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ

·        -เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อวัคซีน และส่วนประกอบของวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอมาแล้ว

·        -ผู้รับวัคซีนที่มีอาการป่วยอยู่ ให้รอให้หายป่วยก่อน

·        -ถ้าตั้งครรภ์ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

·        ควรใช้อย่างระมัดระวังในผู้ที่มีเกร็ดเลือดต่ำ หรือผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด

 ข้อไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนโรคตับอักเสบเอ

·        -ระบม ปวดบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีน ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซึ่งจะหายภายใน 1-2 วัน

·        -อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง มักเกิดภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง แต่อุบัติการณ์เกิดน้อยมาก

 ควรจะไปพบแพทย์เมื่อไร

·        อาการผิดปกติต่างๆ เช่น มีไข้สูง หรืออาการแพ้อย่างรุนแรง ดังนี้ หายใจไม่สะดวก หายใจมีเสียงดังหวีด ลมพิษ ซีดขาว หรือหัวใจเต้นเร็ว


                               ด้วยความปรารถนาดี  จากศูนย์วัคซีนโรงพยาบาลวิภาวดี

<