โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม หรือ osteoarthritis เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน (cartilage) เยื่อหุ้มข้อ (joint capsule) กับ น้ำไขข้อ (synovial fluid) ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันการเสียดสีเมื่องอหรือเหยียดหัวเข่า และช่วยหล่อลื่นข้อต่อต่างๆให้เคลื่อนไหวได้ง่าย

หากมีการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่หัวเข่าจะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างกระดูกขาบนและล่างเมื่องอหรือเหยียดหัวเข่ามากขึ้นจนเกิดการอักเสบของข้อได้

อย่างไรก็ดี โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่ “โรคผู้สูงอายุ” ตามที่หลายคนเข้าใจ เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคได้ด้วย

 ไม่ต้องผ่า!  รักษาข้อเสื่อมด้วย PRP ดูรายละเอียดคลิกที่นี่

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมระยะแรก

  • ปวดข้อเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาที่ขยับตัวหรือลงน้ำหนักที่ขา ซึ่งผู้ป่วยอาจรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้พักแต่จะกลับมาปวดอีก
  • มีอาการบวมที่ข้อ
  • ขยับข้อลำบาก มีความฝืดหรือรู้สึกไม่คล่องตัวเหมือนก่อน
  • เวลาขยับขา ข้อมีเสียงดัง

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง

  • ปวดข้อแบบรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้
  • ข้อเข่าบวมและผิดรูปหรือโก่ง
  • อาการปวดในหัวเข่ากระจายไปยังส่วนอื่นของขา

ปัจจัยเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อม

  • อายุ  ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจากการสึกหรอของข้อตามอายุ
  • โรคอ้วน ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวมากเกินไป
  • ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับข้อเข่า แต่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
  • สตรี ฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรี เป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคทางกระดูกมากกว่าบุรุษ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับข้อและกระดูกอ่อน เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และ เก๊าท์

แนวทางการรักษา

โรคข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยสามารถประคับประคองและรักษาตามอาการดังต่อไปนี้ได้

  • ทานยาแก้ปวด หรือยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เมื่อมีอาการปวด
  • ในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน การลดน้ำหนักจะช่วยลดแรงกดดันในข้อหัวเข่าได้
  • ออกกำลังกายหรือทำกายภาพบำบัดเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดและเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
  • เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อลดแรงกระแทกในข้อเข่า เช่น เลี่ยงการนั่งไขว่ห้างหรือขัดสมาธิ
  • การฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดในกลุ่มผู้ป่วยข้อเข้าเสื่อมระยะแรกได้ แต่ไม่ควรฉีดมากกว่า 4 ครั้งต่อปี

ในกรณีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงและผิดรูป ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีผ่าตัดเปลี่ยนหัวเข่า (knee replacement) 

  • ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนข้อบางส่วน (unicompartmental knee replacement)
  • หรือเปลี่ยนทั้งข้อ (total knee replacement) ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค
  • โดยการผ่าตัดจะใช้วัสดุมาตรฐานทางการแพทย์เช่นโลหะ หรือ พลาสติคมาช่วยเสริมส่วนข้อต่อที่สึกหรอได้ ซึ่งข้อเข่าเทียมเหล่านี้จะมีอายุการใช้งานที่ต่างกันไป

การผ่าตัดข้อเข่าสมัยนี้ผู้ป่วยจะ

  • ฟื้นตัวได้เร็วเพราะแผลมีขนาดเล็กและเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบเก่า
  • การผ่าตัดจะใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง
  • และพักฟื้นแค่ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตามแพทย์จะทำการตรวจร่างกายของผู้ป่วยอย่างละเอียดก่อนทำการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยและความแม่นยำในการระงับการปวดระหว่างผ่าตัด

ไม่ต้องผ่า! รักษาข้อเสื่อมด้วย PRP (Platelet-rich-Plasma) 
คือ การนำพลาสมาที่เต็มไปด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น และ Growth Factors ที่มีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลายชนิด 

โดยการเจาะเลือดปริมาณ 10-20 CC นำเลือดไปปั่นด้วยความเร็วที่เหมาะสม ทำให้พลาสมาและเกล็ดเลือด แยกตัวออกจากเม็ดเลือด แล้วนำไปฉีดยังจุดที่มีอาการ เป็นการรักษาแบบซ่อมแซมเนื้อเยื่อแบบธรรมชาติ

  • ไม่ต้องผ่า: ปวดข้อ จะรออะไร ลดปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • การรักษาแบบซ่อมแซมเนื้อเยื่อแบบธรรมชาติ
  • ลดอาการเจ็บปวด 
  • เร่งการฟื้นฟู 
  • ไม่มีผลข้างเคียง (สเตียรอยด์มีผลในระยะยาว)
  • ไม่มีสารตกค้าง
  • ไม่เกิดอาการแพ้

ดูรายละเอียดการรักษาข้อเข่าเสื่อมแบบด้วย PRP คลิกที่นี่

มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม? ติดต่อสอบถาม ปรึกษาแพทย์: 

ได้ทุกวัน 08.30 - 23.00 น.

เพิ่มเพื่อน

โทร: 0-2058-1111 , 0-2561-1111 กด 4142-3