เรื่องสั้นวันไตโรค2018 เรื่อง ไร้ไต ไม่ไร้หัวใจ

แพทย์หญิงอุษณา ลุวีระ อายุรแพทย์โรคไต เรื่องสั้นวันไตโรค2018 เรื่อง ไร้ไต ไม่ไร้หัวใจ วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่

 

ฉันชื่อเด็กหญิงสมใจ   ใจดี  อายุ  10 ปี   แม่พาไปหาหมอเพราะมีอาการบวมทั้งตัว  มาสัปดาห์  หมอบอกว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง  ไตทำงานเพียง  10%  เท่านั้น  พ่อและแม่ ร้องไห้ เป็นทุกข์มาก  ฉันไม่เข้าใจ  หมอบอกว่ามีทางรักษาอย่าเสียใจไปเลย   หมอให้ยาขับปัสสาวะมารับประทาน    อาการบวมยุบลง  ฉันไปโรงเรียนได้    ต่อมาก็บวมทั้งตัวอีก  คราวนี้มีหอบด้วย  หน้าตาซีด  เพื่อนๆล้อว่า  ซีดเหมือนไก่ต้ม  แม่พาไปหาหมออีก  หมอบอกว่าต้องส่งไปโรงพยาบาลจังหวัด  เพราะหมอรักษาไม่เป็น  และเขียนจดหมายให้แม่นำไปหาหมอที่โรงพยาบาลจังหวัด  คนมากจัง  รอนานกว่าจะได้พบหมอ      ในที่สุดฉันก็ได้พบหมอ  หมอรับฉันเข้าโรงพยาบาล  เจาะเลือดไปตรวจ   เอ็กซเรย์  ให้อ๊อกซิเจน  และยาขับปัสสาวะ            ฉันยังคงเหนื่อยมาก  หมอจึงเจาะท้องเอาสายนิ่มๆใส่เข้าท้อง  ฉันเจ็บไม่มาก  หมอเอาน้ำยาจากถุงใส่เข้าท้องครึ่งถุง  ทิ้งไว้ ชั่วโมง แล้วถ่ายออก  ใส่น้ำยาที่เหลือจนหมดถุง  ทำซ้ำๆกัน  ฉันเหนื่อยและบวมน้อยลง  หมอให้เลือด2ถุงและฉีดยาให้   อีก  สัปดาห์หมอให้กลับบ้านได้และสอนให้แม่เปลี่ยนน้ำยาที่บ้าน  โดยปล่อยน้ำยาจากถุงเข้าช่องท้องทางสายที่เจาะเข้าช่องท้องครึ่งถุงทิ้งไว้ 4  ชั่วโมง  แล้วปล่อยน้ำยาออกจากช่องท้องลงใส่ถุงอีกใบหนึ่ง   และปล่อยน้ำยาที่เหลือเข้าท้องจนหมดถุง ปลดถุงออก    ฉันสามารถเดิน  วิ่งได้  ไม่เหนื่อย  ไปโรงเรียนได้   เปลี่ยนน้ำยาขนาด2ลิตร วันละ  ถุง     ก่อนไปโรงเรียนแม่จะเปลี่ยนเอาน้ำยาเข้าท้อง  แล้วปลดถุงออก     ตอนเย็นแม่จะปล่อยน้ำยาออก  แล้วใส่น้ำยาใหม่เข้าท้องเปลี่ยนจนครบวันละ ถุง  ฉันสบายดี  กินอาหารได้ดี  นอนหลับได้ ไม่เหนื่อย   หมอแนะนำให้ผ่าตัดปลูกถ่ายไต  โดยให้  พ่อ หรือ  แม่  บริจาคไตให้ฉัน   ฉันจะหายเป็นปกติ   แม่ตกลงใจยกไตให้ฉันหนึ่งข้าง  หมอตรวจเนื้อเยื่อและกลุ่มเลือดพบว่าเข้ากันได้  วันผ่าตัดฉันเจ็บแผลไม่มากแต่แม่เจ็บมากกว่าฉัน  หลังผ่าตัดมีปัสสาวะออกมากทันที   หมอพอใจมาก  ต้องรับประทานยาวันละ ครั้ง  ประมาณ 2  สัปดาห์  ฉันออกจากโรงพยาบาล กลับมาเรียนหนังสือ  ต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  พบแพทย์ทุก  เดีอน  ฉันสบายดี   ตัวโตขึ้น  ฉันเรียนจบปริญญาตรี  ได้ทำงานที่บริษัทใกล้บ้าน   เมื่อฉันอายุได้  25  ปี  หมอบอกว่าไตของฉันทำงานไม่ดี  หมอพยายามให้ยาหลายอย่าง  สุดท้ายฉันมีอาการตัวบวม  หอบเหนื่อย  ซีด   คลื่นไส้   อาเจียน  หมอบอกว่าไตฉันเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายอีกครั้ง   ต้องฟอกเลือด   เนื่องจากฉันทำงานที่บริษัท  มีสิทธิรักษาโดยกองทุนประกันสังคม    ฉันเลือกรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม  ซึ่งกองทุนประกันสังคมออกเงินให้    ครั้งแรกฟอกเลือดที่โรงพยาบาลจังหวัด   ต่อมาย้ายมาฟอกเลือดที่หน่วยไตเทียมข้างที่ทำงานของฉัน    สัปดาห์ละ3  ครั้ง  ๆละชั่วโมง  ต้องถูกเข็มแทงที่แขนเอาเลือดออกมาฟอกทุกครั้ง  ฉันสบายดีแต่เสียเวลามานอนฟอกเลือด  ไม่มีเวลาเที่ยวเตร่  ต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อชดเชยที่เสียเวลาฟอกเลือด   หมอแนะนำให้ฉันปลูกถ่ายไตอีกครั้ง  พ่ออายุมากเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง    ให้ไตไม่ได้  พี่สาวมีลูกอ่อน    น้องชายอายุ 18 ปี  หมอแนะนำให้ไปลงทะเบียนรอไตบริจาคจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะ  สภากาชาดไทย  ฉันรออยู่ ปี   ฉันอายุุ 30  ปี วันหนึ่งหมอเรียกให้ไปรับการปลูกถ่ายไต ซึ่งได้ไตจากผู้บริจาคสมองตาย  กลุ่มเลือดและเนื้อเยื่อเข้ากับฉันได้ดี    การผ่าตัดประสบความสำเร็จไม่มีโรคแทรกซ้อน   ปัสสาวะออกดี  ฉันรับประทานยาหลายชนิดตามแพทย์สั่ง  หลังจากออกจากโรงพยาบาล   ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและรับยาทุก เดือน  ไตทำงานได้ดี   ปีต่อมาฉันแต่งงานกับแฟนฉัน   และอีก 1ปี ต่อมาฉันตั้งครรภ์และคลอดลูกเป็นผู้ชาย  น้ำหนัก 2800 กรัม   แข็งแรงทั้งแม่และลูก  ลูกชายฉันน่ารักมาก  เลี้ยงง่าย  ครอบครัวเรามีความสุขมาก  ฉันขอให้ทุกคนที่เป็นโรคไตเหมือนฉัน  จงมีกำลังใจ อดทนรักษาตัวเองตามหมอสั่ง  รับประทานยา  อาหารที่ถูกต้อง 

<