การส่องกล้องกระเพาะอาหาร

วิธีการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

          กล้องที่ใช้ส่องตรวจจะมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กปรับโค้งงอได้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซ.ม ยาว 100 ซ.ม. ที่ปลายกล้องมีเลนส์ขยายภาพ และปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับ เครื่องกำเนิดแสง เพื่อทำการส่งภาพมายังจอรับภาพ ในผู้ที่มีอาการกลืนอาหารลำบาก กลืนติดหรือกลืนแล้วมีอาการเจ็บ มีอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระดำ,อาเจียนมากหลังรับประทานอาหาร,ปวดท้องจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่เป็นๆ หายๆ อยู่บ่อยๆ หรือรับประทานยารักษากระเพาะอาหารอักเสบ แต่อาการไม่ทุเลาหรือมีน้ำหนักลด,ท้องเสียเป็นประจำ เป็นต้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่างหนึ่งอย่างใด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ 
 

ขั้นตอนส่องกล้องกระเพาะอาหาร

1.  ผู้รับการตรวจจะได้รับการพ่นยาชาเฉพาะที่ๆ บริเวณลำคอ
2.  ในบางกรณีผู้รับการตรวจจะได้รับยานอนหลับฉีดทางหลอดเลือดดำเพื่อลดอาการไม่สุขสบายระหว่างการตรวจ
3. ผู้รับการตรวจนอนในท่าตะแคงซ้าย
4.แพทย์จะใส่กล้องส่องเข้าทางปากให้ผู้ป่วยทำตัวผ่อนคลาย ไม่เกร็งซึ่งจะทำให้การส่องกล้องง่ายขึ้น

 

ข้อดี/ประโยชน์ของการส่องกล้อง

1. เพื่อการวินิจฉัยโรคในหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เช่นมีการอักเสบ เป็นแผล มีเนื้องอกหรือมีการตีบตันของอวัยวะเหล่านั้น

2.   เพื่อรักษาโดยการใส่เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางกล้องส่องตรวจ เช่น เครื่องมือขยายหลอด

อาหาร, อุปกรณ์ตัดติ่งเนื้อในกระเพาะอาหาร,อุปกรณ์ฉีดยาหรือรัดหลอดเลือดโป่งพองของหลอดอาหาร และอุปกรณ์สำหรับทำให้เลือดหยุดในกรณีที่มีแผลเลือดออก ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น


ผลข้างเคียง
1. กรณีมีเศษอาหารในกระเพาะอาหาร อาจมีการสำลักเศษอาหารลงไปในปอด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปอดอักเสบได้ และทำให้ผลการตรวจไม่มีประสิทธิภาพ

2. หลังจากตรวจอาจมีอาการเจ็บบริเวณลำคอ

3. อาจมีอาการปวดบริเวณหน้าอก ท้อง หายใจลำบาก

4. สังเกตน้ำลายที่บ้วนออกมาอาจมีเลือดปนเล็กน้อย

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

1. ควรงดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมง ก่อนมาตรวจเป็นการเตรียมกระเพาะอาหารให้ว่าง ไม่มีเศษอาหาร  เพื่อป้องกันการสำลักเศษอาหารลงไปในปอด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปอดอักเสบได้ และเพื่อให้ผลการตรวจมีประสิทธิภาพ

2.  ถ้ามีฟันปลอมชนิดถอดได้ ควรถอดออกก่อน

3. ควรมีญาติมาด้วย

4. ถ้ามีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ
 

การปฎิบัติตนหลังการส่องกล้องตรวจ

1. นอนพักเพื่อสังเกตอาการผิดปกติประมาณ 1-2  ชั่วโมง

2. ห้ามดื่มน้ำหลังได้รับการตรวจจนกว่าคอจะหายชา เมื่อหายให้ทดลองจิบน้ำ ถ้าไม่สำลักจึงดื่มน้ำได้

3. หลังการตรวจอาจมีอาการเจ็บบริเวณลำคอ 

 

 

ด้วยความปรารถนาดี จากศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร

<