การส่องกล้องกระเพาะอาหาร มีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างไร

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร

อาการปวดท้องเรื้อรัง จุกเสียดลิ้นปี่ หรือการถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายพยายามบอกเราว่าระบบทางเดินอาหารกำลังมีปัญหา การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) จึงเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาช่วยไขข้อสงสัยได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องคาดเดาจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว


Key Takeaways

  • การส่องกล้องกระเพาะอาหารช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติในหลอดอาหารและกระเพาะอาหารได้ชัดเจนกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป ทั้งแผล การอักเสบ หรือเนื้องอกในระยะเริ่มต้น
  • แพทย์ยังสามารถส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อตัดติ่งเนื้อ หรือทำหัตถการหยุดเลือดผ่านกล้องได้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงและไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • การส่องกล้องทางเดินอาหารมีการใช้ยาพ่นชาที่ลำคอหรือยานอนหลับชนิดสั้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บปวด และใช้เวลาในการตรวจเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น
  • หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง กลืนลำบาก หรือถ่ายดำหลังจากส่องกล้องกระเพาะอาหาร ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อส่องกล้องวินิจฉัยก่อนที่โรคจะลุกลามจนรักษายาก

สารบัญบทความ

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร คืออะไร

อาการแบบไหนที่ต้องส่องกล้องกระเพาะอาหาร

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร เจ็บไหม

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ดีอย่างไร

เตรียมตัวก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหาร

ขั้นตอนการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

ดูแลตัวเองหลังส่องกล้องกระเพาะอาหาร

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ราคาเข้าถึงง่าย รับบริการได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่องกล้องกระเพาะอาหาร


การส่องกล้องกระเพาะอาหาร คืออะไร

การผ่าตัดส่องกล้องกระเพาะอาหาร หรือ Gastroscopy คือนวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้โดยตรงผ่านหน้าจอแสดงผล โดยใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งมีความยืดหยุ่นและโค้งงอได้ตามสรีระ ที่ปลายท่อติดตั้งเลนส์ขยายภาพและไฟส่องสว่าง 

การตรวจนี้มีเป้าหมายให้แพทย์ตรวจเช็กการอักเสบ แผล เนื้องอก หรือตรวจหาเซลล์มะเร็งจากอาการมะเร็งกระเพาะอาหารได้อย่างแม่นยำ รวมถึงยังใช้เพื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพิสูจน์หรือทำหัตถการเพื่อหยุดเลือดในระบบทางเดินอาหารได้ในทันที เหมาะสำหรับผู้ที่มีสัญญาณเตือน เช่น ปวดจุกแน่นลิ้นปี่เรื้อรัง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระมีสีดำสนิท กลืนอาหารลำบาก หรือน้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้จะรับประทานยารักษากระเพาะอาหารแล้วแต่อาการไม่ทุเลาลง

  • ปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลดผิดปกติ อย่าปล่อยไว้ ส่องกล้องตรวจเช็กก่อนสาย รักษาได้ทันที : มะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการแบบไหนที่ต้องส่องกล้องกระเพาะอาหาร

การสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรัง หากคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แพทย์มักแนะนำให้เข้ารับการส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อหาสาเหตุ

  • อาการปวดท้องตรงกลาง ปวดท้อง จุกแน่นลิ้นปี่ ปวดท้องบ่อย กินยารักษากระเพาะอาหารแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือปวดเรื้อรังจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • กลืนอาหารลำบาก รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ หรือมีอาการเจ็บขณะกลืน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของหลอดอาหารอักเสบ อาการกระเพาะอักเสบ หรือเนื้องอก
  • คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้งหลังรับประทานอาหาร หรือน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยผิดปกติ
  • อาเจียนออกมาเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระมีสีดำสนิทลักษณะคล้ายยางมะตอย ซึ่งถือเป็นอาการข้อน่ากังวลที่ต้องได้รับการตรวจเช็กโดยด่วน
  • แสบร้อนกลางอกบ่อย สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ตรวจแยกโรคให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของคุณ : มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร เจ็บไหม

การส่องกล้องกระเพาะอาหารไม่เจ็บอย่างที่กังวล เพราะแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหารจะใช้ยาพ่นชาที่ลำคอ หรือให้ยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้นเพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและไม่สบายตัวน้อยที่สุดในขณะตรวจ ทำให้ขั้นตอนทั้งหมดผ่านไปได้ด้วยดีโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด

  • ปวดท้องจุกเสียดแก้ไม่หาย ปรึกษาหมอเฉพาะทางระบบทางเดินอาหารที่วิภาวดี ดูแลใกล้ชิด แม่นยำ : หมอโรคกระเพาะ ใกล้ฉัน

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ดีอย่างไร

EDG Colonoscopy คือ

การส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นมาตรฐานในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางเดินอาหารส่วนบนที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป ช่วยให้แพทย์มองเห็นรอยโรคจริงผ่านจอภาพความละเอียดสูง โดยมีข้อดีดังนี้

  • การวินิจฉัยที่แม่นยำ: ช่วยให้แพทย์ตรวจพบความผิดปกติในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบเรื้อรัง แผลในกระเพาะอาหาร เนื้องอก หรือการตีบตันของอวัยวะ ซึ่งช่วยให้วางแผนการรักษาได้ถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • รักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่: แพทย์ส่งเครื่องมือพิเศษผ่านทางกล้องเพื่อทำการรักษาได้ในคราวเดียว เช่น การตัดติ่งเนื้อ (Polypectomy) การขยายหลอดอาหารที่ตีบตัน หรือการคีบสิ่งแปลกปลอมที่กลืนลงไปออก
  • หยุดเลือดในภาวะฉุกเฉิน: ในกรณีที่มีแผลเลือดออกรุนแรงในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น แพทย์สามารถใช้อุปกรณ์ฉีดยาหรือรัดหลอดเลือดโป่งพองผ่านกล้องเพื่อห้ามเลือดได้ทันที ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายถึงชีวิต
  • แน่นท้อง ปวดใต้ชายโครงขวาเฉียบพลัน สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ด่วน เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้อง : ถุงน้ำดีอักเสบ อาการ

เตรียมตัวก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหาร

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหาร หรือวิสัญญีแพทย์ปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทำหัตถการ โดยมีข้อควรปฏิบัติหลักดังนี้

  1. งดน้ำและอาหาร 6-8 ชั่วโมง: เพื่อระบายอาหารออกจากกระเพาะอาหารให้ว่างที่สุด ช่วยให้แพทย์มองเห็นผิวหนังภายในได้อย่างชัดเจน ป้องกันการสำลักเศษอาหารลงปอดซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงขณะรับยานอนหลับ
  2. ถอดฟันปลอมชนิดถอดได้: เพื่อป้องกันอุบัติเหตุฟันปลอมหลุดลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจระหว่างส่องกล้อง
  3. ต้องมีญาติมาด้วย: เนื่องจากการตรวจมีการใช้ยานอนหลับหรือยาคลายกังวล ซึ่งอาจทำให้มีอาการมึนงงหรือตัดสินใจได้ช้าลงหลังตรวจเสร็จ จึงจำเป็นต้องมีญาติคอยดูแลและรับตัวกลับบ้าน (ห้ามขับรถเองโดยเด็ดขาดภายใน 24 ชั่วโมง)
  4. แจ้งโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยา: โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคปอด หรือการรับประทานยาละลายลิ่มเลือด รวมถึงประวัติการแพ้ยาทุกชนิด เพื่อให้แพทย์วางแผนความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสม
     

บอกลาอาการปวดนิ่ว ด้วยเทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว กลับบ้านเร็ว : ผ่าตัดนิ่ว นิ่วในถุงน้ำดี


ขั้นตอนการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

วิธีส่องกล้องกระเพาะอาหารที่ปลอดภัยและรวดเร็วทำได้ดังนี้

  • พยาบาลจะพ่นยาชาบริเวณลำคอเพื่อลดการระคายเคือง และในหลายกรณีแพทย์จะฉีดยาระงับประสาทเพื่อให้ผู้รับการตรวจรู้สึกผ่อนคลายตลอดกระบวนการ
  • ผู้รับการตรวจจะนอนในท่าตะแคงซ้าย ซึ่งเป็นท่าที่เหมาะสมที่สุดตามสรีระ จากนั้นแพทย์จะใส่ที่กันกัด (Mouthpiece) เพื่อช่วยให้ช่องปากเปิดออกเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ สอดกล้องขนาดเล็กผ่านหลอดอาหารลงไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นโดยไม่รู้สึกเจ็บ
  • ระหว่างการวินิจฉัย แพทย์จะเป่าลมจำนวนเล็กน้อยเข้าไปเพื่อให้กระเพาะอาหารขยายตัว ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของผนังกระเพาะได้ชัดเจนที่สุด โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยดูดน้ำลายที่ออกมาด้วยเครื่องดูดเสมหะเพื่อความสะอาดและสะดวกของผู้ป่วย
  • โดยเฉลี่ยขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาเพียง 10-15 นาที เท่านั้น แต่อาจใช้เวลานานขึ้นหากแพทย์ตรวจพบรอยโรคที่ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ (Biopsy) หรือต้องทำหัตถการเพิ่มเติม เช่น การตัดติ่งเนื้อหรือการห้ามเลือด
  • เมื่อตรวจวินิจฉัยเสร็จสิ้น แพทย์จะนำกล้องออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล หลังจากนั้นผู้ป่วยจะถูกส่งไปยังห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการจนกว่าจะตื่นดี

ดูแลตัวเองหลังส่องกล้องกระเพาะอาหาร

หลังจากขั้นตอนการส่องกล้องกระเพาะอาหารเสร็จสิ้น การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

  • นอนพักเพื่อสังเกตอาการผิดปกติประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • ห้ามดื่มน้ำหลังได้รับการตรวจจนกว่าคอจะหายชา เมื่อหายให้ทดลองจิบน้ำ ถ้าไม่สำลักจึงดื่มน้ำได้
  • หลังการตรวจอาจมีอาการเจ็บบริเวณลำคอ 

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ราคาเข้าถึงง่าย รับบริการได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

การส่องกล้องกระเพาะอาหารไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรารู้เท่าทันโรคก่อนที่จะลุกลาม ไม่ว่าจะเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือมะเร็งทางเดินอาหารในระยะแรกเริ่ม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อตรวจเช็กสุขภาพทางเดินอาหาร จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความสบายใจและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลวิภาวดี เราพร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหารที่มีประสบการณ์สูง ร่วมกับเทคโนโลยีกล้องส่องตรวจความละเอียดสูงที่ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำถึงขีดสุด เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสบายใจของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยมีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดกรณีใช้ยาสลบ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ราคาสมเหตุสมผล พร้อมห้องพักฟื้นที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าการตรวจวินิจฉัยของคุณจะเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และได้รับผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่องกล้องกระเพาะอาหาร

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

แม้การส่องกล้องจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ผู้รับการตรวจควรทราบถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อการสังเกตอาการและดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • กรณีมีเศษอาหารในกระเพาะอาหาร อาจมีการสำลักเศษอาหารลงไปในปอด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดปอดอักเสบได้ และทำให้ผลการตรวจไม่มีประสิทธิภาพ
  • หลังจากตรวจอาจมีอาการเจ็บบริเวณลำคอ
  • อาจมีอาการปวดบริเวณหน้าอก ท้อง หายใจลำบาก
  • สังเกตน้ำลายที่บ้วนออกมาอาจมีเลือดปนเล็กน้อย
     

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ใช้ยาสลบไหม

ส่วนใหญ่มักใช้การฉีดยาระงับประสาท (Sedation) หรือยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้นร่วมกับการพ่นยาชาที่คอ เพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ ช่วยลดความกังวลและอาการขย้อนกล้องได้ดีครับ

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เจ็บไหม

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ไม่เจ็บอย่างที่คิด เนื่องจากแพทย์จะใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบร่วมด้วย คนไข้จะรู้สึกเหมือนนอนหลับไปเฉย ๆ แต่อาจมีอาการแน่นท้องหรือมวนท้องเล็กน้อยจากลมที่เป่าเข้าไปหลังตื่น

EDG Colonoscopy คืออะไร

EGD คือการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน (หลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้เล็กส่วนต้น) ส่วน Colonoscopy คือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ทั้งสองวิธีช่วยวินิจฉัยความผิดปกติและเนื้อร้ายได้อย่างแม่นยำที่สุด

โรคกระเพาะมีอาการอย่างไร

โรคกระเพาะมีอาการปวดแสบหรือจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ มักสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เช่น หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด รวมถึงมีอาการท้องอืด เรอเปรี้ยว หรือคลื่นไส้ หากอาการเรื้อรังหรือกินยาไม่หาย ควรพบแพทย์เพื่อส่องกล้องครับ


References


บทความที่เกี่ยวข้อง