หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ "โรคไส้เลื่อน" แต่อาจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแท้จริงแล้วอาการเป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับผู้ชายเท่านั้น แต่พบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ การปล่อยทิ้งไว้นานวันอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุ สังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้น พร้อมแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพคุณและคนที่คุณรัก
Key Takeaways
ไส้เลื่อน (Hernia) คือภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้องส่วนใดส่วนหนึ่งมีการเคลื่อนที่จากตำแหน่งปกติไปยังบริเวณกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยเป็นไส้เลื่อนมีภาวะลำไส้ทะลุผ่านเนื้อเยื่อผนังหน้าท้อง จนทำให้อวัยวะเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติ และปรากฏเป็นก้อนนูนจนสังเกตหรือสัมผัสได้
อาการไส้เลื่อนมักเกิดบริเวณช่องท้องระหว่างหน้าอกและสะโพก ในบางรายอาจสังเกตเห็นก้อนนูนของไส้เลื่อนบริเวณต้นขาด้านบน ขาหนีบ หรือแม้แต่บริเวณกะบังลมได้ ซึ่งถ้าหากเกิดภาวะไส้เลื่อนแล้ว แนะนำว่าควรเข้ารับการรักษาไส้เลื่อนอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในและชีวิตของผู้ป่วย

สำหรับใครที่สงสัยว่าไส้เลื่อนเกิดจากอะไร มีสาเหตุอะไรบ้างนั้น สาเหตุหลัก ๆ แบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือคนเป็นไส้เลื่อนตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการพัฒนาในครรภ์หรือพบได้ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด โดยมีลักษณะรูเนื้อเยื่อช่องท้องส่วนล่างไม่สามารถปิดเองได้ ทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของอวัยวะในช่องท้อง เช่น ลำไส้ สามารถไหลทะลุออกมาและเกิดเป็นภาวะไส้เลื่อนได้ในที่สุด
ส่วนอีกกรณีคือผู้ป่วยมีภาวะเนื้อเยื่อผนังหน้าท้องอ่อนแอหรือหย่อนยานเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ส่งผลให้ไส้เลื่อนไหลหรือทะลุออกมาจากผนังหน้าท้องได้ ไม่ว่าจะเป็น
จะเห็นได้ว่าสาเหตุไส้เลื่อนนั้นเกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ ปัจจัย หากสงสัยว่าตัวเองเสี่ยงเป็นไส้เลื่อนหรือไม่ แนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอาการและสาเหตุการเกิดให้แน่ชัด เพื่อจะได้วางแผนในการรักษาได้อย่างเหมาะสม
โรคไส้เลื่อนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณหน้าท้องเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่บริเวณกะบังลม หน้าท้อง ไปจนถึงขาหนีบ หรือต่ำกว่าขาหนีบได้อีกด้วย โดยสามารถแบ่งชนิดของอาการโรคไส้เลื่อนได้ตามตำแหน่งที่พบได้บ่อย ดังนี้

อาการของไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับชนิดหรือตำแหน่งที่เกิดโรค รวมถึงอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล โดยอาการไส้เลื่อนที่พบได้บ่อยมีดังนี้
แม้ว่าอาการเป็นไส้เลื่อนจะดูไม่รุนแรง แต่ถ้าสังเกตว่าตัวเองมีสัญญาณเหล่านี้อยู่ หรือมีอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น ก้อนนูนมีขนาดใหญ่กว่าเดิม มีอาการปวดหน่วง จุกบริเวณที่เป็นมากขึ้น แนะนำเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อหาแนวทางการรักษาไส้เลื่อนที่เหมาะสมต่อไป เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายขึ้นมาได้
เมื่อเป็นไส้เลื่อน นอกจากจะทำให้เป็นกังวลว่าจะกระทบต่อสุขภาพร่างกายหรือไม่แล้ว หากเป็นแล้วไม่ได้ดูแลรักษาที่เหมาะสม โรคไส้เลื่อนนี้ก็ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น
เมื่อสำรวจแล้วว่าตัวเองมีอาการไส้เลื่อนเป็นยังไง ลำดับถัดไปควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุ ดูลักษณะอาการ และรับการดูแลรักษาไส้เลื่อนที่เหมาะสม โดยการวินิจฉัยไส้เลื่อนจะทำโดยการตรวจร่างกายเป็นหลัก เพื่อสังเกตอาการก้อนนูนว่ามีลักษณะอย่างไร กดแล้วเจ็บหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับไส้เลื่อนบริเวณหน้าท้องเท่านั้น
หากมีอาการไส้เลื่อนบริเวณที่ลึกกว่านั้น เช่น ในเชิงกราน ในกะบังลม แพทย์จะส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

ไส้เลื่อนไม่สามารถหายเองได้ หากเป็นแล้ววิธีรักษาไส้เลื่อนเบื้องต้นคือการผ่าตัดเพื่อทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของอวัยวะนั้นกลับเข้าไปยังตำแหน่งปกติพร้อมเย็บปิดรูรั่วหรือผนังกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ โดยแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่
การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบเปิดหน้าท้อง หรือ Open Herniorrhaphy คือขั้นตอนการรักษาไส้เลื่อนที่แพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณที่มีก้อนนูน และดันส่วนที่ไหลเลื่อนออกมาให้เข้าไปยังตำแหน่งเดิม จากนั้นจะเย็บซ่อมจุดที่เป็นรูรั่วหรืออ่อนแอดังกล่าวด้วยตาข่ายทางการแพทย์ (surgical mesh) แล้วจึงเย็บปิดแผลปากแผล ถือเป็นการสิ้นสุดการรักษา
การผ่าตัดไส้เลื่อนด้วยวิธีส่องกล้อง หรือ Laparoscopic Hernioplasty คือการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบแผลเล็ก ซึ่งแพทย์จะทำการเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณที่ต้องการผ่าตัดแล้วสอดเครื่องมือผ่าตัดและกล้องเข้าไปบริเวณดังกล่าว จากนั้นเริ่มการรักษาด้วยการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่อ่อนแอ โดยการผ่าตัดส่องกล้องถือเป็นขั้นตอนการรักษาที่มีระยะเวลาพักฟื้นไม่นานและลดโอกาสการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้างได้เป็นอย่างดี
ไส้เลื่อน ภาวะที่ร่างกายสังเกตเห็นก้อนนูนบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ เนื่องจากส่วนใดส่วนหนึ่งของอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ เคลื่อนที่จากตำแหน่งเดิมออกมาผ่านเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อที่อ่อนแอ หากเป็นไส้เลื่อนแล้วไม่ควรมองข้าม จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดทันทีเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย
สำหรับใครที่กังวลว่าตัวเองเป็นไส้เลื่อนหรือไม่ หรือต้องการเข้ารับการรักษาไส้เลื่อน ทีแผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลวิภาวดีให้การรักษาไส้เลื่อนด้วยการผ่าตัด โดยมีทีมหมอศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีความชำนาญการสามารถวินิจฉัยอาการของโรคและให้การรักษาได้อย่างตรงจุด พร้อมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
Facebook: Vibhavadi Hospital
Line: @Vibhavadihospital
Email: custserv@vibhavadi.com
Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111
แนะนำว่าควรดูแลตัวไม่ให้มีอาการไอหรือจามเรื้อรัง ปรับท่าหรือวิธีการยกของหนักใหม่ หมั่นออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงช่วงแกนกลางลำตัวหรือกล้ามเนื้อช่องท้องเพิ่มมากขึ้น การทานอาหารกากใยสูงเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
ไส้เลื่อนไม่สามารถหายเองได้ จำเป็นต้องการรับการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการดังกล่าว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายในอนาคต
สาเหตุส่วนใหญ่ของไส้เลื่อนในผู้หญิง เกิดจากการตั้งครรภ์ การผ่าคลอด การมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน ตลอดจนการมีภาวะท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการไส้เลื่อนที่พบได้บ่อยในบริเวณต่ำกว่าขาหนีบ (Femoral Hernias) ซึ่งเป็นชนิดไส้เลื่อนที่อันตรายสูงเพราะสังเกตได้ยาก อยู่ในตำแหน่งที่ลึกกว่าไส้เลื่อนขาหนีบทั่วไป จำเป็นต้องเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์
References
รีวิวจากคนไข้
“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”
ทีมแพทย์ไส้เลื่อน อาการเป็นอย่างไร สาเหตุคืออะไร อันตรายไหม?
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved