การผ่าตัดเต้านมคืออะไร รักษามะเร็งป้องกันการลุกลามได้จริงไหม

สุขภาพเต้านมเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงทุกคนไม่ควรละเลย เมื่อตรวจพบความผิดปกติหรือก้อนเนื้อ การผ่าตัดมักเป็นทางเลือกสำคัญในการรักษาเพื่อหยุดยั้งโรคร้ายและคืนคุณภาพชีวิตที่ดี บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของการผ่าตัดเต้านม ตั้งแต่วัตถุประสงค์ วิธีการผ่าตัดหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงการเตรียมตัวและการดูแลตัวเอง เพื่อให้คุณพร้อมรับมืออย่างมั่นใจ


Key Takeaways

  • การผ่าตัดไม่เพียงแต่ใช้รักษาโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและลดความเสี่ยงเชิงป้องกันสำหรับผู้ที่มีประวัติทางพันธุกรรม
  • มีทั้งการผ่าตัดแบบสงวนเต้านมและการผ่าตัดออกทั้งเต้า โดยแพทย์จะพิจารณาจากระยะของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
  • การงดสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ และการแจ้งประวัติยาอย่างละเอียดก่อนผ่าตัด เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
  • การดูแลแผลให้สะอาดตามคำแนะนำร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเบาๆ จะช่วยป้องกันภาวะข้อไหล่ติดและเร่งกระบวนการสมานแผลให้เร็วขึ้น

สารบัญบทความ

การผ่าตัดเต้านม คืออะไร

ทำไมต้องผ่าตัดเต้านม

ใครควรผ่าตัดเต้านม

การผ่าตัดเต้านม ทำได้กี่วิธี

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเต้านม

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเต้านม

การผ่าตัดเต้านม มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนไหม

การผ่าตัดเต้านม แนวทางการรักษา และลดความเสี่ยงมะเร็งลุกลาม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่าตัดเต้านม


การผ่าตัดเต้านม คืออะไร

การผ่าตัดเต้านม (Mastectomy: MRM) คือวิธีรักษาทางศัลยกรรมเพื่อนำเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ เช่น ก้อนมะเร็ง (Breast Cancer) ซีสต์ หรือเนื้องอกออก โดยมีทั้งการผ่าตัดเก็บรักษาเต้านมเฉพาะจุดและการผ่าตัดออกทั้งหมด เพื่อยับยั้งการลุกลามและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 

ก่อนผ่าตัดมะเร็งเต้านม ศัลยแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมตามระยะของโรคและสุขภาพผู้ป่วย โดยมุ่งเน้นการรักษาชีวิตและเพิ่มโอกาสหายขาดจากโรคอย่างมีประสิทธิภาพ


ทำไมต้องผ่าตัดเต้านม

ผ่าตัดมะเร็งเต้านม

ศัลยแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเต้านมเพื่อเป็นแนวทางหลักในการรักษาและป้องกันความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อเต้านม โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อรักษาชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ดังนี้

  • รักษาโรคมะเร็งเต้านม: การผ่าตัดมะเร็งเต้านมเป็นวิธีการสำคัญในการกำจัดเซลล์มะเร็งเต้านมออกไปจากเต้านม เพื่อหยุดยั้งการเจริญเติบโตและป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย
  • ลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง: ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติทางพันธุกรรมในครอบครัว หรือมีการกลายพันธุ์ของยีนที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม การผ่าตัดเชิงป้องกันจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บรรเทาอาการเจ็บปวดและไม่สบายตัว: การผ่าตัดช่วยบรรเทาอาการจากก้อนเนื้อที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด หรือความรู้สึกไม่สบายตัวอันเนื่องมาจากขนาดหรือตำแหน่งของก้อนเนื้อที่ผิดปกติในเต้านม
  • ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ: หลังจากการรักษามะเร็งเต้านม การผ่าตัดเต้านมมีส่วนช่วยลดโอกาสที่เซลล์ผิดปกติจะลุกลามหรือกลับมาเป็นใหม่ในอนาคต ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ใครควรผ่าตัดเต้านม

การพิจารณาผ่าตัดเต้านมจะขึ้นอยู่กับความจำเป็นทางการแพทย์และสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีกลุ่มบุคคลที่ควรเข้ารับการรักษาดังนี้

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม: จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อนำเนื้อร้ายออกและยับยั้งการแพร่กระจายของโรค
  • ผู้ที่มีก้อนเนื้อหรือซีสต์ผิดปกติ: รวมถึงเนื้องอกที่มีความเสี่ยงหรือแนวโน้มที่จะพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งในอนาคต
  • ผู้ที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง: เช่น ภาวะเต้านมอักเสบ (Mastitis) หรือเป็นฝีที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยา
  • กลุ่มเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวหรือมีการตรวจเต้านมพบการกลายพันธุ์ของยีน เช่น BRCA1 หรือ BRCA2 ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค
  • ผู้ที่มีความผิดปกติอื่น ๆ: เช่น มีเลือดออกจากหัวนมเรื้อรัง หรือตรวจพบก้อนที่ไม่สามารถระบุความปลอดภัยได้อย่างชัดเจนจากการวินิจฉัยเบื้องต้น

การผ่าตัดเต้านม ทำได้กี่วิธี

วิธีผ่าตัดเต้านม

ปัจจุบันการผ่าตัดเต้านมมีการพัฒนาเทคนิคที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะของโรคและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย โดยศัลยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่กำจัดรอยโรคได้อย่างหมดจดควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย

1. การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม (Breast Conserving Surgery)

การผ่าตัดแบบสงวนเต้านมมุ่งเน้นการตัดเฉพาะก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อปกติรอบข้างออก โดยพยายามรักษาโครงสร้างเต้านมส่วนใหญ่ไว้ให้มากที่สุด เช่น การผ่าตัดส่องกล้องมะเร็งเต้านม (Endoscopic Breast Surgery) การผ่าตัด Lumpectomy หรือ Quadrantectomy 

มักต้องทำควบคู่กับการฉายรังสีเพื่อกำจัดเซลล์ที่อาจตกค้าง วิธีนี้ช่วยรักษารูปร่างเต้านม ลดผลกระทบด้านจิตใจ และฟื้นตัวได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่ก้อนเนื้อมีขนาดเล็กและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

  • เจาะลึกความต่างของมะเร็งเต้านมแต่ละสเตจ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและเพิ่มโอกาสหายขาด อ่านต่อได้ที่ มะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ
     

2. การผ่าตัดเต้านมออกทั้งเต้า (Mastectomy)

Mastectomy คือการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อเต้านมออกทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงหัวนมหรือผิวหนังตามเทคนิคการรักษา เช่น Simple Mastectomy, Skin-sparing Mastectomy หรือ Nipple-sparing Mastectomy วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่พบมะเร็งหลายจุดในเต้าเดียว ก้อนมีขนาดใหญ่ หรือผู้ป่วยมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูง ข้อดีสำคัญคือการลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำในเต้านมข้างเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ (Axillary Lymph Node Surgery)

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญในการประเมินว่าเซลล์มะเร็งมีการแพร่กระจายออกจากเต้านมแล้วหรือไม่ โดยมีทั้งการตัดเฉพาะต่อมน้ำเหลืองเฝ้าระวัง (Sentinel Lymph Node Biopsy) และการเลาะต่อมน้ำเหลืองออกหลายต่อม (Axillary Lymph Node Dissection) ตามความรุนแรงของโรค การผ่าตัดนี้ช่วยให้แพทย์ระบุระยะของโรคได้อย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาต่อเนื่องและป้องกันการกระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่น

4. การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านม (Breast Reconstruction)

Breast Reconstruction คือการผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูรูปร่างเต้านมให้กลับมาใกล้เคียงปกติหลังการรักษา โดยสามารถทำได้ทันทีหรือทำในภายหลัง วิธีการมีทั้งการใช้ซิลิโคนเสริมเต้านม หรือการย้ายเนื้อเยื่อจากร่างกายส่วนอื่น เช่น หน้าท้องหรือแผ่นหลัง มาสร้างเป็นเต้านมใหม่ การผ่าตัดนี้ช่วยลดผลกระทบทางจิตใจและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูภาพลักษณ์ภายหลังการรักษาโรคมะเร็ง


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเต้านม

เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างปลอดภัยและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้รวดเร็ว ผู้ป่วยควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยปฏิบัติตามแนวทางและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • ตรวจประเมินความพร้อมของร่างกาย: เข้ารับการตรวจสุขภาพและตรวจเลือดตามที่แพทย์สั่ง เพื่อยืนยันความพร้อมของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายก่อนเข้ารับหัตถการ
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา รวมถึงรายการยาและสมุนไพรที่รับประทานอยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือยาคุมกำเนิด
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนผ่าตัด: งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างและหลังผ่าตัด
  • ปฏิบัติตามแผนการใช้ยา: หยุดหรือปรับขนาดยาบางชนิดตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเลือดออกผิดปกติ
  • เตรียมความพร้อมส่วนบุคคล: พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน พร้อมเตรียมของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายเพื่อให้สะดวกต่อการทำแผลในช่วงพักฟื้น
     

แผลมะเร็งเต้านมเป็นแบบไหน? สังเกตลักษณะความผิดปกติของผิวหนังและวิธีการดูแลแผลหลังผ่าตัดอย่างถูกวิธี หาคำตอบได้ในบทความ แผลมะเร็งเต้านม


การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเต้านม

หลังการผ่าตัดเต้านม ผู้ป่วยควรให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวของร่างกายและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลลัพธ์จากการผ่าตัดดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อหรือการเกิดแผลเป็นผิดรูป แนวทางการดูแลตัวเองมีดังนี้

  • การดูแลความสะอาดแผลผ่าตัด: รักษาแผลให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ เปลี่ยนวัสดุปิดแผลตามกำหนด และคอยสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ผิวหนังแดง บวม หรือมีน้ำเหลืองและเลือดซึมผิดปกติ
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษา: รับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและครบถ้วน ทั้งยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ เพื่อควบคุมอาการและป้องกันการติดเชื้อ (Infection)
  • ปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน: พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก เพื่อป้องกันแผลแยกหรือเกิดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อภายใน
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย: เริ่มทำกายภาพบำบัดหรือขยับร่างกายเบา ๆ ตามคำแนะนำเพื่อป้องกันภาวะข้อไหล่ติดแข็ง และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น
  • โภชนาการและการพยุงแผล: เลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินสูงเพื่อช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ พร้อมสวมใส่ชุดชั้นในพยุงเต้านม (Surgical Bra) เพื่อลดการดึงรั้งและลดอาการบวมหลังผ่าตัด
  • สังเกตอาการหลังผ่าตัด: หากมีไข้สูง ปวดรุนแรงที่ไม่ทุเลา หรือมีอาการบวมตึงที่บริเวณรักแร้ ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

การผ่าตัดเต้านม มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนไหม

แม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันจะมีความปลอดภัยสูง แต่การผ่าตัดทุกชนิดยังคงมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนและปัจจัยรอบด้านเกี่ยวกับการผ่าตัดนม จะช่วยให้ผู้ป่วยเตรียมตัวรับมือและประสานงานกับทีมแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความกังวลและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

  • ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่อาจพบได้: เช่น มีเลือดออกผิดปกติ การติดเชื้อที่แผล (Surgical Site Infection) อาการบวมจากน้ำเหลืองคั่ง (Lymphedema) หรือความรู้สึกชาบริเวณเต้านมและรักแร้ ซึ่งต้องสังเกตอาการและแจ้งแพทย์ทันที
  • ข้อจำกัดในการรักษา: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระยะและชนิดของโรค การผ่าตัดอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการรักษา ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับการรักษาต่อเนื่อง เช่น เคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการฉายรังสี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • กระบวนการฟื้นตัว: ร่างกายต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเยียวยา ผู้ป่วยจำเป็นต้องเคร่งครัดเรื่องการทำกายภาพบำบัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของกล้ามเนื้อและการยึดติดของเนื้อเยื่อ
  • ผลกระทบด้านสรีระและจิตใจ: ความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอาจส่งผลต่อความมั่นใจและสภาพจิตใจ การปรึกษาทีมแพทย์เกี่ยวกับนวัตกรรมการเสริมสร้างเต้านมหรือปรึกษาจิตแพทย์จะช่วยให้ผู้ป่วยก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ดีขึ้น
     

การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเข้มงวด ทั้งการงดสูบบุหรี่ การปรับยา และโภชนาการ คือปัจจัยหลักที่จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงให้เหลือน้อยที่สุด


การผ่าตัดเต้านม แนวทางการรักษา และลดความเสี่ยงมะเร็งลุกลาม

การผ่าตัดเต้านมเป็นกระบวนการรักษาที่มีความปลอดภัยและเปี่ยมประสิทธิภาพเมื่อดำเนินการโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ แม้จะมีความกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนหรือรูปร่างที่เปลี่ยนไป แต่ด้วยเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่และการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ผู้ป่วยสามารถหายจากโรคและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ปกติสุขได้อีกครั้ง

ที่แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมดูแลคุณด้วยทีมหมอศัลยกรรมเฉพาะทางด้านเต้านมและนวัตกรรมการผ่าตัดที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องหรือการศัลยกรรมเสริมสร้างเต้านมเพื่อคืนความมั่นใจ เราให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยที่แม่นยำและการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แผนการรักษาของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุดและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่าตัดเต้านม

ผ่าตัดมะเร็งเต้านม นอนโรงพยาบาลกี่วัน?

โดยปกติผู้ป่วยจะพักในโรงพยาบาล 1-3 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทการผ่าตัดและอาการหลังผ่าตัด แพทย์จะประเมินความพร้อมก่อนให้กลับบ้าน

สามารถเสริมเต้านมใหม่หลังการตัดเต้านมได้หรือไม่?

สามารถทำได้ทั้งทันทีหลังผ่าตัดหรือภายหลัง โดยใช้ซิลิโคนหรือย้ายเนื้อเยื่อจากร่างกาย ส่วนแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมตามสุขภาพและความต้องการของผู้ป่วย

หลังผ่าตัดเต้านมสามารถให้นมลูกได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับปริมาณเต้านมที่เหลือและตำแหน่งการผ่าตัด หากผ่าตัดเอาเต้านมออกบางส่วนอาจยังสามารถให้นมได้ แต่หากตัดออกทั้งหมดจะไม่สามารถให้นมได้

แผลเป็นหลังผ่าตัดจะอยู่ตรงไหน และจะหายไปไหม?

แผลผ่าตัดนมมักอยู่บริเวณเต้านมหรือรักแร้ ขนาดและตำแหน่งขึ้นกับวิธีผ่าตัด แผลจะค่อยๆ จางลง แต่รอยแผลบางส่วนอาจคงอยู่ถาวร การดูแลแผลตามคำแนะนำแพทย์ช่วยให้หายดีและลดรอยแผล


References

รีวิวจากคนไข้

“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่

02-561-1111

02-058-1111


ทีมแพทย์การผ่าตัดเต้านมคืออะไร รักษามะเร็งป้องกันการลุกลามได้จริงไหม