มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงแค่ไหน?

มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน สองภาวะนี้อาจดูเหมือนเป็นโรคที่แตกต่างกัน แต่มีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ กรดไหลย้อนชนิดเรื้อรังนั้นไม่เพียงแต่สร้างความทรมานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเซลล์ผิดปกติในเยื่อบุหลอดอาหาร ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่มะเร็งหลอดอาหารหรือโรคอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกับมะเร็งหลอดอาหาร

อาการต่าง ๆ ที่ร่างกายแสดงออกมาจึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนที่จะช่วยให้เข้ารับการตรวจและรักษาได้อย่างทันท่วงที โรงพยาบาลวิภาวดีจะให้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของมะเร็งกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อนในบทความนี้


Key Takeaways
 

  • มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนมีความสัมพันธ์กัน กรดไหลย้อนเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่ภาวะ Barrett's Esophagus และพัฒนาไปเป็นมะเร็งหลอดอาหารหรือมะเร็งกระเพาะอาหารได้
  • โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการระยะแรกมักคล้ายอาการทั่วไป เช่น ท้องอืด อิ่มเร็ว หรือเรอบ่อย แต่หากมีอาการน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อาเจียนเป็นเลือด หรือกลืนลำบาก ควรรีบพบแพทย์
  • วิธีมาตรฐานในการตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารคือการส่องกล้อง และตัดชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันโรค รวมถึงการใช้ CT Scan เพื่อประเมินระยะลุกลาม
  • แนวทางการรักษาหลักคือการผ่าตัด แต่ก็สามารถใช้วิธีผ่าตัดส่องกล้องร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เช่น เคมีบำบัด เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรคด้วย

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer, Stomach Cancer) คือการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่พัฒนาจากเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมะเร็งชนิด Adenocarcinoma มะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของกระเพาะอาหาร แต่ที่พบบ่อยคือบริเวณส่วนล่างและบริเวณรอยต่อระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นโรคร้ายที่มีความก้าวหน้าอย่างช้า ๆ ในระยะแรก สำหรับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการมักไม่จำเพาะเจาะจง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องมีการตรวจคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ


โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีอาการอย่างไร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการ

มะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal cancer) หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการในระยะแรกมักจะคล้ายคลึงกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรืออาการอาหารไม่ย่อยทั่วไป แต่หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

  • อาการปวดท้องไม่สบายท้องส่วนบน โดยส่วนใหญ่อาจปวดเรื้อรัง มักเป็นอาการปวดแบบจุกแน่น ท้องอืด หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งอาการไม่ดีขึ้นแม้จะทานยาลดกรดทั่วไป
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุและอ่อนเพลีย ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงควบคุมอาหาร
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน อาการอาเจียนเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะหลังจากรับประทานอาหารไม่นาน และอาจมีอาการอาเจียนเป็นเลือด เป็นหนึ่งในอาการมะเร็งหลอดอาหารระยะแรกเช่นกัน
  • ความรู้สึกอิ่มเร็ว แม้รับประทานอาหารในปริมาณน้อย เนื่องจากการขยายตัวของกระเพาะอาหารลดลงจากก้อนมะเร็ง
  • ถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจมีอาการถ่ายเป็นอุจจาระสีดำหรือที่เรียกว่า ถ่ายดำ (Melena) เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดเรื้อรังที่ไม่แสดงออกชัดเจนนัก
  • เรอบ่อย มะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งหลอดอาหาร อาการเริ่มต้นมักจะเป็นการเรอบ่อยกว่าปกติ และหากเรอร่วมกับอาการอื่น ๆ ที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของการย่อยอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากอะไร

มะเร็งกระเพาะอาหาร เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่ผิดปกติของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวอย่างควบคุมไม่ได้ ปัจจัยหลัก ๆ ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุของโรคมีดังนี้

  • การติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) เป็นสาเหตุสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเชื้อ H. pylori ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์และเป็นมะเร็ง
  • การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกระเพาะอาหาร (Chronic Atrophic Gastritis) ภาวะเยื่อบุกระเพาะอาหารฝ่อ และการเปลี่ยนแปลงเซลล์เยื่อบุเป็นชนิดคล้ายลำไส้ (Intestinal Metaplasia) ซึ่งเป็นภาวะก่อนเป็นมะเร็ง

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ความเชื่อมโยงหลัก ๆ ระหว่างมะเร็งกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อนอยู่ที่รอยต่อของกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร (Gastroesophageal Junction) เมื่อเป็นกรดไหลย้อนแบบเรื้อรัง น้ำย่อยที่มีความเป็นกรดจะไหลย้อนกลับขึ้นไปทำลายเยื่อบุหลอดอาหารส่วนล่างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอาการของมะเร็งหลอดอาหารที่ต้องระวัง

การทำลายนี้จะทำให้เซลล์เยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนแปลงไปเป็นชนิดที่ทนกรดมากขึ้น เรียกว่า Barrett's Esophagus ภาวะนี้ถือเป็นภาวะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ชนิด Adenocarcinoma หรือที่เรียกกันว่า CA Esophagus คือมะเร็งหลอดอาหารนั่นเอง

ดังนั้น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหารและกรดไหลย้อน จึงมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แม้ว่ามะเร็งที่เกิดบริเวณนี้จะมีจุดกำเนิดมาจากหลอดอาหาร แต่ก็อยู่บริเวณส่วนบนของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นผลจากกรดไหลย้อนเรื้อรังนั่นเอง


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีอะไรบ้าง

มะเร็งหลอดอาหาร

ปัจจัยที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนไม่ใช่แค่เหตุผลเดียวเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อีกมากมายที่เพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งหลอดอาหาร ได้แก่

  • อายุและเพศ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
  • ปัจจัยทางโภชนาการและพฤติกรรม การบริโภคอาหารที่มีปริมาณเกลือสูง อาหารรมควัน อาหารหมักดอง หรืออาหารแปรรูปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับประทานผักและผลไม้น้อย อาจทำให้เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนที่ถูกกระตุ้นด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยก็เป็นปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน
  • ประวัติครอบครัว การมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร หรือมีความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น กลุ่มอาการ Lynch syndrome, Juvenile Polyposis Syndrome, หรือ Hereditary Diffuse Gastric Cancer ทำให้เสี่ยงกว่าปกติ
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งหลอดอาหาร อาการก็อาจรุนแรงได้มากขึ้นเช่นกัน
  • ติ่งเนื้อในกระเพาะอาหาร (Stomach Polyps) การมีติ่งเนื้อบางชนิดในกระเพาะอาหารอาจเพิ่มความเสี่ยงได้

เป็นกรดไหลย้อน ควรรักษาอย่างไร เพื่อป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร

การจัดการภาวะกรดไหลย้อนอย่างมีประสิทธิภาพคือการลดความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารและอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยสามารถรักษากรดไหลย้อนได้ดังนี้
 

  • การใช้ยาควบคุมกรด แพทย์จะสั่งยาในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) เพื่อลดการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร
  • การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน โดยเฉพาะก่อนนอน 3 ชั่วโมง
  • การควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดแรงดันในช่องท้องที่ส่งผลให้เกิดการไหลย้อนของกรด
  • การยกศีรษะเตียงนอน ยกส่วนศีรษะให้สูงขึ้นประมาณ 6-8 นิ้วขณะนอน เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงป้องกันการไหลย้อนของกรด

แนวทางการวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

หากมีอาการมะเร็งหลอดอาหาร ระยะแรก หรืออาการที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารจริง ๆ การวินิจฉัยโดยหมอศัลยกรรมจะเน้นไปที่การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการส่องกล้อง
 

  • การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Esophagogastroduodenoscopy หรือ EGD) เป็นวิธีการวินิจฉัยหลัก โดยการใช้กล้องสอดผ่านปากลงไปยังหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นว่าผิดปกติหรือไม่
  • การตรวจ CT Scan หรือ MRI ใช้เพื่อถ่ายภาพประเมินการแพร่กระจายของมะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น
  • การทำ PET Scan ใช้เพื่อแสดงตำแหน่งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ในการกำหนดระยะของโรคที่ชัดเจน
  • การตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เป็นขั้นตอนที่ทำพร้อมกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร เพื่อนำตัวอย่างเนื้อเยื่อที่สงสัยไปตรวจเพื่อยืนยันการมีเซลล์มะเร็ง
  • การทำอัลตราซาวนด์ผ่านกล้องส่อง (Endoscopic Ultrasound หรือ EUS) เป็นการตรวจมะเร็งกระเพาะอาหารอีกขั้นหนึ่ง ที่ใช้หัวตรวจอัลตราซาวนด์ติดปลายกล้อง เพื่อประเมินการลุกลามของมะเร็ง
  • การส่องกล้องตรวจช่องท้อง (Laparoscopy) เป็นการผ่าตัดส่องกล้องขนาดเล็กเพื่อดูอวัยวะภายในโดยตรงเมื่อวิธีการสร้างภาพอื่น ๆ ไม่เพียงพอต่อการประเมินการแพร่กระจายของมะเร็ง

รักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้อย่างไรบ้าง

มะเร็งหลอดอาหาร กรดไหลย้อน

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง และสุขภาพของผู้ป่วย โดยต้องปรึกษาแพทย์ให้ชัดเจนกับแผนกศัลยกรรมหรือแพทย์ผู้ชำนาญการ

  • การผ่าตัดมะเร็ง เป็นวิธีการรักษาหลักในระยะเริ่มต้นถึงระยะ 3 โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดกระเพาะอาหารออกบางส่วนหรือทั้งหมด (Partial หรือ Total Gastrectomy)
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) ใช้เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง อาจใช้ก่อนหรือหลังการผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อนมะเร็งและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
  • รังสีรักษา (Radiation Therapy) อาจใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่
  • การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) และภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลาม หรือผู้ที่มีการกลายพันธุ์ของยีนที่จำเพาะ

มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน อย่าปล่อยให้เป็นหนัก อันตรายถึงชีวิต

มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาการมะเร็งหลอดอาหารระยะแรกนั้นมักถูกมองข้าม หากปล่อยให้เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรังไปเรื่อย ๆ อาจนำไปสู่โรคมะเร็งหลอดอาหารได้ การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

โรงพยาบาลวิภาวดีมีแผนกศัลยกรรมทางเดินอาหารที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารโดยเฉพาะ หากใครที่กำลังมองหาหมอโรคกระเพาะใกล้ฉัน สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อรับการตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหาร และวางแผนการรักษาได้ทันที


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน

ปวดท้องแบบไหน เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการปวดท้องที่ควรเฝ้าระวังคือ ปวดแบบจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ ท้องอืด ท้องเฟ้อเรื้อรัง และอาการไม่ดีขึ้นด้วยยาลดกรดทั่วไป หากอาการปวดร่วมกับน้ำหนักลดหรืออาเจียนเป็นเลือด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อ ตรวจคัดกรองให้ชัดเจน


เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร อยู่ได้กี่ปี

อัตราการรอดชีวิตขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่ตรวจพบ หากพบในระยะเริ่มต้น (Stage 1) อัตราการรอดชีวิตมีแนวโน้มจะสูงขึ้นมาก แต่หากเป็นระยะลุกลาม (Stage 4) อัตราการรอดชีวิตจะลดลงอย่างมาก ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงสำคัญอย่างมาก


จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นแผลในกระเพาะ

อาการแผลในกระเพาะอาหารมักปวดท้องแบบแสบ ๆ ร้อน ๆ สัมพันธ์กับมื้ออาหาร แตกต่างจากมะเร็งกระเพาะอาหาร อาการที่มักปวดเรื้อรังและไม่ค่อยตอบสนองต่อยา การวินิจฉัยที่แม่นยำคือการส่องกล้องเพื่อดูสภาพเยื่อบุและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
 

References 

รีวิวจากคนไข้

“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่

02-561-1111

02-058-1111


ทีมแพทย์มะเร็งกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงแค่ไหน?