ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น หลายคนอาจเกิดอาการปวดหลังอยู่บ่อย ๆ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นอาการปกติแล้วคิดว่าไม่น่าเป็นอะไรมากนัก เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณส่วนหนึ่งของอาการโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน Spondylolisthesis คือโรคที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ในระยะยาว มาสังเกตอาการเพิ่มเติม พร้อมวิธีการรักษาและการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง
Key Takeaways
สารบัญบทความ
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน คืออะไร
อาการของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนเป็นอย่างไร
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน มีเป็นกี่ประเภท
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน เกิดจากอะไร
กลุ่มเสี่ยงกระดูกสันหลังเคลื่อน มีใครบ้าง
ขั้นตอนวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน
วิธีรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน ทำได้อย่างไร
ป้องกันไม่ให้เสี่ยงเป็นโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนอย่างไร
Spondylolisthesis คือภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนที่อาจกดทับเส้นประสาทได้

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือ Spondylolisthesis คือภาวะที่แนวกระดูกสันหลังแกนกลางลำตัว ซึ่งมีลักษณะเป็นปล้องข้อกระดูกต่อกับหมอนรองกระดูก เกิดการทรุดตัวลง ข้อต่อเคลื่อนที่เลื่อนไปด้านหน้าหรือด้านหลังมากกว่าปกติ จนมากดทับเส้นประสาท จึงทำให้เกิดอาการปวดหลัง เคลื่อนไหวร่างกายได้ลำบากมากขึ้น
ส่วนมากมักจะพบกระดูกสันหลังเคลื่อนในระดับเอวข้อที่ 4 และ 5 เพราะเป็นส่วนที่รับน้ำหนักส่วนใหญ่ของร่างกาย โรคนี้สามารถพบได้ถึง 6% ของประชากรในประเทศ โดยมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
บทความที่น่าสนใจ ทำความรู้จักโรคกระดูกสันหลังยุบ คืออะไร เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง หาคำตอบได้ที่บทความ กระดูกสันหลังยุบ
กระดูกสันหลังเคลื่อน อาการแตกต่างกันตามความรุนแรงของโรค โดยสามารถพบอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน สามารถแบ่งได้เป็น 6 ประเภท ตามสาเหตุการเกิด ดังนี้

การที่กระดูกสันหลังเคลื่อน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
Spondylolisthesis คือภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนหลายช่วงวัย โดยกลุ่มเสี่ยงหลักจะแบ่งออกตามลักษณะการใช้ชีวิตและปัจจัยทางสรีระร่างกาย ดังนี้
การวินิจฉัยภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนอย่างแม่นยำมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษา โดยแพทย์และนักกายภาพบำบัดจะมีขั้นตอนการตรวจประเมินเบื้องต้นไปจนถึงการใช้เครื่องมือทางรังสีวิทยา ดังนี้
แพทย์จะประเมินความรุนแรงโดยใช้เกณฑ์ Meyerding classification เพื่อวัดเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนตัวของข้อกระดูกสันหลัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

วิธีรักษากระดูกสันหลังเคลื่อนมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ทั้งวิธีผ่าตัดและไม่ต้องผ่าตัด โดยมีวิธีรักษาดังนี้
การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อรักษา Spondylolisthesis คือวิธีแรก ๆ ที่แพทย์แนะนำ โดยผู้ป่วยควรพักการใช้งานหลัง หลีกเลี่ยงกิจกรรมใด ๆ ที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เช่น ยกของหนัก ออกกำลังกายหนัก วิ่งหรือเดินนาน ๆ รวมถึงการนั่งอยู่กับที่นานหลายชั่วโมง
แพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดอาการปวด ถ้าสาเหตุเกิดจากข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ หรือให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ในกรณีที่กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวมากเกินไป นอกจากนี้ หากเกิดจากกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้น แพทย์อาจให้ยาลดอาการปวดปลายประสาท เพื่อลดอาการดังกล่าว
การทำกายภาพบำบัด สามารถช่วยลดอาการปวดหลังและการอักเสบจากกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ โดยเน้นเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง สะโพก และต้นขาด้านหลัง รวมถึงการใช้เครื่องต่าง ๆ เพื่อช่วยจัดแนวกระดูกสันหลัง ลดการอักเสบของเส้นเอ็นข้อต่อ และช่วยฟื้นฟูเส้นประสาทที่โดนกดทับ
การใช้อุปกรณ์ซัพพอร์ตหลัง เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อหลังและแนวกระดูกสันหลัง ในขณะที่เดิน ยืน หรือนั่ง ทำให้ช่วยลดอาการปวดได้ โดยแพทย์อาจให้ใส่เป็นเวลา 2 - 16 สัปดาห์
แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ฉีดเข้าไปบริเวณโพรงไขสันหลัง เพื่อลดอาการปวดของผู้ป่วย
บทความน่ารู้เกี่ยวกับการฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง ว่าคืออะไร เหมาะกับใคร และมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง หาคำตอบได้ที่ ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง ผลข้างเคียง
วิธีอินเตอร์เวนชัน เป็นการรักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนโดยใช้เข็มเข้าไปฉีดยา หรือจี้ไฟฟ้าในบริเวณโดยรอบกระดูกสันหลัง เพื่อลดอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทและการอักเสบของข้อต่อกระดูกสันหลัง
ถ้าหากผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ แล้ว แต่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง โดยแพทย์จะพิจารณาจากระดับความรุนแรงของอาการ เช่น กระดูกสันหลังเคลื่อนที่มาก หรือมีแนวโน้มเคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังมาก รักษาด้วยวิธีอื่นไม่หาย กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท หรือเส้นประสาทถูกกดทับอย่างรุนแรง

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนสามารถป้องกันได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรค ดังนี้
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือ Spondylolisthesis คือภาวะที่ข้อกระดูกสันหลังลื่นไถลออกจากแนวปกติจนอาจส่งผลให้กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท เกิดอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัดและช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
หากคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือสงสัยว่ามีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมให้บริการดูแลครบวงจร เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางและนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งการตรวจ MRI และการรักษาด้วยวิธีอินเตอร์เวนชัน (Intervention) เพื่อระงับปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด รวมถึงโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพกล้ามเนื้อหลังที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและปลอดภัยครับ
หากไม่รีบรักษาอาจสร้างผลกระทบได้ในระยะยาว โดยหากกระดูกสันหลังเคลื่อนที่มากขึ้นจนทับเส้นประสาท จะทำให้มีอาการปวดร้าว ขาชา เท้าชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินด้วยตัวเองไม่ไหว ไปจนถึงไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
ผู้ป่วยกระดูกเคลื่อนที่ได้รับการดูแลจากแพทย์กว่า 90% จะสามารถรู้สึกได้ว่าอาการดีขึ้นภายใน 1 เดือน แต่ในบางรายอาจยังไม่ตอบสนองต่อการรักษา จึงต้องรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมต่อไป
ปวดหลังช่วงเอวอาจเกิดได้จากการใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป นั่งหรือยืนไม่ถูกต้อง อวัยวะของร่างกายเกิดความเสื่อมตามอายุ เกิดจากความเครียดสะสม หรือเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคได้หลายชนิด เช่น โรคกระดูกสันหลังเสื่อม โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน และมะเร็งกระดูกสันหลัง เป็นต้น
References
รีวิวจากคนไข้
“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”
ทีมแพทย์Spondylolisthesis คืออะไร โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนอันตรายไหม
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved