ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

ให้บริการรักษาโรคทางเดินอาหาร โรคตับ โรคทางเดินน้ำดี โรคตับอ่อน มะเร็งของทางเดินอาหาร ฯลฯ ดูแลโดยแพทย์ผู้ทรงคูณวุฒิ ตลอดจนมีประสบการณ์ด้านการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะ
 

ข้อมูลศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

การบริการ

  • โรคทางเดินอาหาร ซึ่งโรคทางเดินอาหารสามารถรักษาด้วยการผ่าตัด-ส่องกล้อง 
  • โรคตับ
  • โรคทางเดินน้ำดี
  • โรคตับอ่อน
  • โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • มะเร็งของทางเดินอาหาร ซึ่งรักษาด้วยการผ่าตัดและให้ยา 
  • ตรวจลำไส้ใหญ่โดยส่องกล้อง
  • ตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลายโดยการส่องกล้อง
  • ตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหารโดยการส่องกล้อง
  • ตรวจการบีบตัวของทางเดินอาหาร
  • ทางเดินอาหารส่วนต้น (หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร)
  • ทางเดินอาหารส่วนปลาย (ลำไส้ใหญ่)
  • หูรูดของปลายท่อน้ำดี
  • ตรวจท่อน้ำดีและท่อตับอ่อน
  • หัตถการสำหรับถ่ายเทน้ำดี ดูดเนื้อเยื่อและตัดชิ้นเนื้อโดยใช้
  • เครื่องเอกซเรย์
  • เครื่องอัลตราซาวน์
  • เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
  • เครื่องวินิจฉัยด้วยสนามแม่เหล็ก
  • ตรวจลำไส้เล็กโดยส่องกล้อง
  • การนำส่งสิ่งแปลกปลอมออก
  • การตัดติ่งเนื้อกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ส่งตรวจเพื่อการวินิจฉัย
  • หัตถการการฉีดและวัดเพื่อการรักษาเส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร
  • การใส่สายให้อาหารผ่านกล้องส่อตรวจ PEG

ห้องตรวจและเครื่องมือทางการแพทย์ 

  • ศูนย์ให้คำปรึกษาแผนกผู้ป่วยนอก 
  • ศูนย์ตรวจทางเดินอาหารด้วยการส่องกล้อง 
  • ห้องออกตรวจผู้ป่วยนอก 4 ห้อง 
  • เครื่องส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร 2 ห้อง
  • ศูนย์ผ่าตัดถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดี ด้วยการส่องกล้อง 
  • ศูนย์รักษามะเร็งทางเดินอาหาร
 
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิกระบบทางเดินอาหารประกอบด้วยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งทุกท่านล้วนเป็นผู้ทรงคูณวุฒิตลอดจนมีประสบการณ์ด้านการรักษาโรคระบบทางเดินอาหารและตับทั้งในผู้ใหญ่  โดยคณะแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับวุฒิบัติและผ่านการฝึกอบรมจากต่างประเทศพร้อมให้บริการในระดับมืออาชีพ ณ โรงพยาบาลวิภาวดี 
 
การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper Gastrointestinal Endoscopy : Esophagogastroduodenoscopy)
เทคนิคพิเศษที่จะตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น โดยจะใช้กล้องที่มีลักษณะยาว เล็ก และโค้งงอได้ ซึ่งแพทย์จะใส่สายยางเล็กที่มีเลนส์และแสงไฟสว่างที่ปลาย ส่องกล้องเข้าทางปาก โดยภาพจะปรากฏบนจอโทรทัศน์  ให้คุณภาพคมชัด และชัดเจน แม่นยำมากกว่าการเอกซเรย์ และหลังจากส่องตรวจเสร็จสามารถทราบผลการตรวจได้ทันที
การส่องกล้องจะทำให้เห็นเยื่อบุกระเพาะ เพื่อดูการอักเสบ ดูแผลในกระเพาะ ดูเนื้องอก นอกจากนั้นยังสามารถตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา หาเซลล์มะเร็ง , เพาะเชื้อเพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย ร่วมไปถึงการส่องกล้องเพื่อรักษาห้ามเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้นได้
 
เพราะอะไรถึงต้องส่องกล่องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น ?
    แพทย์จะใช้การส่องกล้องเพื่อตรวจสาเหตุของโรคหรืออาการดังต่อไปนี้
 
  • ปวดท้องช่วงบนของท้อง ปวดบริเวณลิ้นปี่ ปวดเป็นๆหายๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ปวดมานานกว่า 1-2 สัปดาห์
  • อาเจียนโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • กลืนอาหารลำบาก, จุกแน่นคอ
  • ท้องอืด มีลมในท้องมาก เรอบ่อย รับประทานอาหารได้น้อย หรืออาจมีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย 
  • เลือดออกทางเดินอาหาร: อาเจียนเป็นเลือด , ถ่ายอุจจาระมีสีดำหรือมีเลือดปน หรือโลหิตจาง ซึ่งอาจจะมีแผลเลือดออกในกระเพาะอาหาร โดยอาจจะไม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วย
ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนมาตรวจ ?
  1. ห้ามรับประทานอาหาร และดื่มน้ำทุกชนิดก่อนมารับการตรวจ อย่างน้อย 6-8 ชม. ก่อนตรวจ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่ากระเพาะอาหารว่างเปล่า ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และป้องกันอันตรายที่เกิดจากการสำลักอาหารและน้ำเข้าไปในหลอดลมขณะที่กลืนกล้องลงสู่ลำคอและระหว่างส่องกล้อง
  2. ในรายที่มีฟันปลอมถอดได้ ต้องถอดออก หรือมีฟันโยกจะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบ เพื่อป้องกันการหลุดและอุดกลั้นทางเดินหายใจ
  3. แนะนำให้คนไข้ไม่ควรสวมเครื่องประดับติดตัวมา
  4. ควรมีญาติมาด้วย หากในรายที่แพทย์พิจารณาให้ฉีดยาคลายกังวลหลังจากตรวจไม่ควรขับรถด้วยตนเอง
  5. ถ้ามีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ ในบางกรณีแพทย์อาจจะพิจารณาให้งดยาละลายลิ่มเลือดก่อนส่องกล้อง อย่างน้อย 3-7 วัน
อะไรจะเกิดขึ้นบ้างกับตัวท่านบ้าง ขณะได้รับการตรวจ ?
  1. เมื่อถึงห้องตรวจผู้ป่วยจะได้รับการพ่นยาชาที่คอ สามารถกลืนลงไปได้เลยโดยไม่เป็นอันตราย ซึ่งจะทำให้ลำคอหมดความรู้สึกเจ็บชั่วคราว ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ผู้ป่วยบางรายอาจจะรู้สึกแสบในลำคอช่วงแรกๆของการพ่นยา หากผู้ป่วยบางรายมีอาการหวาดกลัว กระสับกระส่าย แพทย์อาจจะต้องพิจารณาให้ยาคลายกังวล หรือยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำ
  2. ขณะส่องกล้องจะต้องให้นอนตะแคงซ้าย หลังจากจะใส่ที่กันกัดกล้องให้ผู้ป่วยกัดไว้ในปาก ซึ่งจะมีรูเปิดไว้สำหรับให้กล้องผ่านลงไปได้
  3. หลังจากนั้นแพทย์จะทำการส่องกล้อง โดยจะผ่านจากปากเข้าไปในลำคอ โดยผู้ป่วยจะต้องกลืนกล้อง เพื่อให้สู่หลอดอาหาร หากมีน้ำลายควรปล่อยไหลออกมา ห้ามกลืนเพราะอาจจะเกิดการสำลักได้ ซึ่งขณะส่องกล้องแนะนำให้ผู้ป่วยผ่อนลมหายใจเข้าออก เพื่อบรรเทาอาการแน่นอึดอัดท้อง จะใช้เวลาส่องตรวจประมาณ 10-15 นาที  

การปฏิบัติตัวหลังได้รับการส่องตรวจ ?

  1. ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีเสมหะติดอยู่ในลำคอ หรือรู้สึกหนาๆ ภายในลำคอ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาชา จะคงอยู่ประมาน15-30 นาที หลังจากหมดฤทธิ์ยาชาแล้ว อาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปเป็นปกติเช่นเดิมเอง 
  2. ระหว่างคอชาอยู่ ให้บ้วนน้ำล้างปากได้ เพียงแต่อย่างรีบดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารเพื่อป้องกันการสำลัก
  3. หลังจากคอหายชาแล้วให้เริ่มจิบน้ำก่อน เพื่อทดสอบการกลืนว่าเป็นปกติหรือยัง จึงให้รับประทานอาหารได้ ควรเป็นอาหารอ่อนก่อน เพื่อให้สามารถกลืนได้ง่ายขึ้น ไม่ควรรับประทานอาหารร้อนจัดหรือเย็นจัด
  4. หากผู้ป่วยบางรายที่ได้รับยาฉีดเพื่อนอนหลับให้คลายกังวล อาจจะมีอาการง่วงอยู่จะต้องนอนพักฟื้นต่อสังเกตอาการรอให้ตื่นรู้สึกตัวดีก่อนประมาณ 90 นาที หากเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจึงจะฟังผลตรวจกับแพทย์ และจะให้ย้ายกลับหอผู้ป่วย หรือกลับบ้านได้
  5. สำหรับผู้ป่วยที่กลับบ้านได้ เมื่อกลับบ้านแล้วควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการรับประทานยาและอาหารให้ครบตามที่แพทย์สั่ง เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ควรมารับการตรวจรักษาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

    การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)  เป็นวิธีการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการประเมินปัญหาในลำไส้ใหญ่  โดยใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ผอม ยาว และยืดหยุ่นได้ มีกล้องวีดีโอและดวงไฟขนาดเล็กมาก ติดอยู่ที่ปลายท่อ เมื่อทำการขยับและปรับกล้องส่องลำไส้ใหญ่อย่างเหมาะสมแล้ว แพทย์จะสามารถเคลื่อนไหวกล้องให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้ ภาพที่กล้องบันทึกได้ใน

    ลำไส้ใหญ่จะปรากฏบนจอโทรทัศน์ ให้คุณภาพความชัดที่ดี และสามารถเก็บรายละเอียดภายในลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด ซึ่งจะให้ความถูกต้องแม่นยำมากกว่าการทำเอกซเรย์

 โดยการส่องกล้องตรวจควรทำในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระเช่นท้องผูกหรือท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน อาจจะเป็นสีแดงสดหรือคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
  • เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักและมีเลือดออก
  • มีอาการแน่นท้อง ท้องอืด และปวดท้องร่วมด้วย
  • มีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย
  • ผู้ที่มีอายุ 50ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักโดยการส่องกล้องทุกๆ3-5 ปี

 สิ่งที่ตรวจพบจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

การเตรียมตัวก่อนการรับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  • 3 วันก่อนตรวจ ให้รับประทานอาการอ่อนย่อยง่าย
  • งดรับประทานผัก ผลไม้ อาหารที่มีกากใย
  • รับประทานยาระบายให้ครบตรงตามจำนวน และเวลาที่แพทย์สั่ง
  • คืนวันก่อนตรวจ งดอาหารและน้ำดื่ม จนกว่าจะทำการตรวจ
  • ควรมีญาติมาด้วย (ในบางรายอาจได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำทำให้ไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ) และเมื่อตื่นจากฤทธิ์ยานอนหลับ อาจมีอาการง่วงซึมได้

        ขณะตรวจผู้ป่วยอาจรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระหรืออึดอัดแน่นท้อง เนื่องจากแพทย์ได้เป่าลมให้ลำไส้ขยาย

เพื่อดูพยาธิภาพภายใน อาการเหล่านี้จะบรรเทาได้โดยปฏิบัติ ดังนี้

  • หายใจช้าๆ สูดลมหายใจเข้า-ออก
  • ปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็ง
  • ห้ามดิ้น หรือขยับตัวขณะแพทย์ส่องกล้อง

อาการที่อาจพบได้ภายหลังการตรวจ

  • ท้องอืด แน่นท้อง จะทุเลาลงเมื่อผู้ป่วยผายลม
  • เจ็บ บริเวณท้องน้อย หรือทวารหนัก อาการเหล่านี้ จะค่อยๆทุเลาลงและหายไป

การปฏิบัติตัวหลังส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

  • ให้สังเกตอุจจาระ อาจมีเลือดปนบ้างเล็กน้อย หรือถ้ามีเลือดออกมากผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
  • ห้ามขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

เนื่องจาก ยังมีฤทธิ์ยานอนหลับค้างอยู่ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการง่วงซึม

  • มีอาการผิดปกติ เช่นปวดท้องมาก ท้องแข็ง มีไข้สูง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • ติดตามการรักษาและมาตรวจตามนัด

 

เวลาทำการ  -วันจันทร์-วันศุกร์ 7.00-20.00 น. 
              - วันเสาร์-วันอาทิตย์ 8.00-20.00 น. 
 
สถานที่ตั้ง ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลวิภาวดี อาคาร 4 ชั้น 5 (อาคารติดถนนวิภาวดี) 
 
ค่าใช้จ่าย ถ้าท่านต้องการทราบอัตราค่าบริการโดยประมาณ โปรดสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร 0-2058-1111 , 0-2561-1111 ต่อ 4525
 
เอกสารอ้างอิง
             มหาวิทยาลัยมหิดล. ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร. “การส่องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น”. [ ระบบออนไลน์ ].  (07 กันยายน 2560.)
 
“การส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น”. [ระบบออนไลน์]. (07 กันยายน 2560). 

แพคเกจและโปรโมชั่นศูนย์ระบบทางเดินอาหาร