โรคมะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ มีอาการอย่างไร พร้อมแนวทางรักษา

มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในโรคร้ายอันดับต้น ๆ ที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญ หากเรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค รู้จักสังเกตความผิดปกติ และเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ มะเร็งเต้านมก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลจนเกินไป บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับมะเร็งเต้านมอย่างเจาะลึก ตั้งแต่สาเหตุ สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านมมีอาการอย่างไร การรักษา ไปจนถึงการดูแลตัวเอง เพื่อให้พร้อมรับมือและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


Key Takeaways

  • การตรวจมะเร็งเต้านมพบในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 0-1) ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาดได้สูงกว่าระยะลุกลาม ดังนั้นการหมั่นคลำเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนจึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้
  • ความเสี่ยงไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ความอ้วน การดื่มแอลกอฮอล์ และระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย
  • ปัจจุบันมีการรักษามะเร็งเต้านมที่หลากหลาย ทั้งการผ่าตัด ยาเคมีบำบัด การฉายแสง และยาพุ่งเป้า ซึ่งแพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับชนิดและระยะของโรค

 


สารบัญบทความ

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คืออะไร

มะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งเต้านม

อาการมะเร็งเต้านมเป็นอย่างไร

การวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมโดยแพทย์

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งเต้านม

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

วิธีคลำนม สังเกตมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นมะเร็งเต้านม

การป้องกันมะเร็งเต้านม ทำได้อย่างไร

มะเร็งเต้านม ภัยร้ายใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง


มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คืออะไร

มะเร็งเต้านม คือความผิดปกติของเซลล์ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม ซึ่งมีการแบ่งตัวที่ผิดปกติแบบไม่สามารถควบคุมได้ พบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย (พบได้น้อย) เต้านมนั้นประกอบไปด้วยไขมัน (Fat cells) ต่อมน้ำนม (Lobule) และท่อน้ำนม (Duct) เซลล์ต่าง ๆ เหล่านี้สามารถกลายพันธุ์เกิดเป็นมะเร็งได้ โดยเซลล์ที่พบบ่อยที่สุดและเกิดความผิดปกติจนทำให้เกิดมะเร็งเต้านมคือเซลล์ท่อน้ำนม ชนิดของมะเร็งที่พบน้อยก็คือมะเร็งของต่อมน้ำนม


มะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ

มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ? มะเร็งเต้านมแบ่งออกเป็นหลายระยะ ตั้งแต่ระยะที่ 0 ถึงระยะที่ 4 ซึ่งแต่ละระยะบ่งบอกถึงขนาดของก้อนมะเร็ง การลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง การแพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ 

  • ระยะที่ 0 มะเร็งเต้านมระยะแรกที่เซลล์มะเร็งเริ่มก่อตัว ยังไม่มีการแบ่งตัวหรือลุกลามไปยังจุดอื่น ๆ โอกาสหายสูง
  • ระยะที่ 1 มะเร็งเต้า อาการเตือนของมะเร็งในระยะแรก เซลล์มะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 ซม. เริ่มลุกลามออกมานอกเนื้อเยื่อตรงจุดที่ก่อตัวเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
  • ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาด 2-5 ซม. ยังไม่กระจายสู่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ อาจมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงหากเซลล์มะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 ซม.
  • ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 ซม. เริ่มแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
  • ระยะที่ 4 เป็นระยะแพร่กระจาย มะเร็งกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปอด กระดูก ตับ สมอง เป็นต้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ใช้การรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งเต้านม

แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งเต้านมยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ได้โดยปัจจัยเสี่ยงมีดังนี้

  • ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน: การมีฮอร์โมนชนิดนี้สูงจะกระตุ้นให้เซลล์เนื้อเยื่อมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • เพศและอายุ: เพศหญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าชายอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นเกิน 55 ปี จะพบอัตราการเจ็บป่วยได้มากถึง 2 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด
  • พันธุกรรม: หากมีประวัติคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคนี้มาก่อน จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงเนื่องจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งต่อกันได้
  • ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต: การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ (รวมถึงการได้รับควันบุหรี่มือสอง) เพิ่มโอกาสเกิดความเสี่ยงได้ถึงร้อยละ 20
  • ประวัติสุขภาพสตรี: การเริ่มมีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี, การเป็นหมัน, ไม่มีบุตร หรือไม่ได้ให้นมบุตร ทำให้ร่างกายสัมผัสกับฮอร์โมนนานกว่าปกติจนอาจเกิดการกระตุ้นเซลล์ร้าย
  • ลักษณะทางกายภาพ: ผู้ที่มีภาวะหน้าอกแน่น (Dense Breasts) ซึ่งมีเนื้อเยื่อและต่อมน้ำนมมากกว่าปกติ มีโอกาสเกิดความผิดปกติได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • ภาวะโภชนาการและกิจกรรมทางกาย: โรคอ้วนและการไม่ออกกำลังกาย ส่งผลโดยตรงต่อสมดุลฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ประวัติการเจ็บป่วยเดิม: ผู้ที่เคยเผชิญกับภาวะนี้มาก่อน มีความเสี่ยงที่จะเกิดการกลับมาเป็นซ้ำได้อีกครั้ง

อาการมะเร็งเต้านมเป็นอย่างไร

มะเร็งเต้านม อาการ

อาการเริ่มต้นของมะเร็งเต้านมมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคเริ่มพัฒนาอาจเริ่มมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะสามารถช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที มาดูกันว่ามีมะเร็งเต้านม อาการเป็นอย่างไรบ้างที่สังเกตได้

1. ขนาดเต้านมเปลี่ยนแปลง

อาการของมะเร็งเต้านมที่สังเกตเห็นได้ง่ายคือเต้านมข้างใดข้างหนึ่งมีขนาดผิดปกติ รูปร่างของเต้านมดูไม่สมดุล ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สังเกตได้ว่ามีอาการบวม หรือรู้สึกแน่นผิดปกติ เพราะขนาดเต้านมที่เปลี่ยนแปลงอาจเกิดจากการเจริญเติบโตของก้อนมะเร็งภายในเต้านม ซึ่งส่งผลต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ

2. คลำเจอก้อนเนื้อตรงเต้านมหรือใต้รักแร้

มะเร็งเต้านมเป็นยังไง? การคลำพบก้อนเนื้อแข็งผิดปกติภายในเต้านมหรือบริเวณใต้รักแร้ ซึ่งก้อนเนื้ออาจกดเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้ ก้อนมะเร็งมักมีลักษณะแข็งกว่าก้อนเนื้อธรรมดา มักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ผิวหนังดึงรั้ง หัวนมรั้ง มีน้ำเหลืองหรือของเหลวคล้ายเลือดไหลออก

3. ผิวหนังเต้านมบวม บุ๋ม

อาการมะเร็งเต้านม ผิวหนังเต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้ม หรือหนาตัวคล้ายเปลือกส้ม อาจเป็นอาการของเซลล์มะเร็งที่ลุกลามมาถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์

4. รู้สึกเจ็บเต้านม

สังเกตมะเร็งเต้านม หากรู้สึกว่ามีอาการเจ็บนมทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน หรือเต้านมบวมแดงอักเสบพร้อมกับพบเจอก้อนที่เต้านม ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยต่อไป

5. มีของเหลวไหลจากหัวนม

อาการคนเป็นมะเร็งเต้านม หากพบว่ามีของเหลวสีคล้ายเลือดหรือน้ำเหลืองออกมาจากหัวนมรูเดียว และไม่ได้อยู่ในช่วงให้นมบุตร อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านมระยะแรกที่เกิดในท่อน้ำนม ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโรคโดยละเอียด

6. ผื่นคันเรื้อรังบนเต้านม

อาการโรคมะเร็งเต้านมมักมีผื่นแดง แสบ คัน บริเวณหัวนมหรือเต้านมเรื้อรัง ชนิดแบบที่พบแพทย์ผิวหนังแล้วก็ยังไม่หาย จนผื่นกลายเป็นแผลตกสะเก็ดแข็ง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจอาการของโรคมะเร็งเต้านม เพราะอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ามะเร็งได้ลามมายังผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมหรือเต้านมแ


การวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมโดยแพทย์

กระบวนการวินิจฉัยมักเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการตรวจพบสัญญาณมะเร็งเต้านมจากการคลำเต้านมด้วยตนเอง หรือพบจุดหินปูนที่น่าสงสัยจากการตรวจคัดกรองทางรังสี หน้าที่สำคัญของแพทย์คือการยืนยันว่าก้อนเนื้อที่พบนั้นเป็นมะเร็งจริงหรือไม่ และมีการลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายแล้วหรือยัง แนวทางการวินิจฉัยที่แพทย์นิยมใช้ มีดังนี้

  • Diagnostic Mammography: การใช้รังสีเอกซเรย์ถ่ายภาพเต้านมเพื่อวิเคราะห์รอยโรคอย่างละเอียด
  • Ultrasound: การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงตรวจดูลักษณะของก้อนเนื้อและแยกแยะระหว่างก้อนเนื้อแข็งหรือถุงน้ำ
  • MRI (Magnetic Resonance Imaging): การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างภาพโครงสร้างเต้านมที่มีความละเอียดสูง
  • การเจาะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Biopsy): ถือเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัย แพทย์จะนำชิ้นเนื้อจากบริเวณที่สงสัยไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันชนิดของเซลล์มะเร็ง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: รวมถึงการตรวจเลือดเพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายและดูค่าบ่งชี้มะเร็งในบางกรณี
     

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจประเมินระยะและการแพร่กระจายในกรณีที่พบว่าผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม โดยมีแนวทางการวินิจฉัย ดังนี้

  • การเอกซเรย์ทรวงอก: เพื่อตรวจสอบความผิดปกติภายในช่องอกและปอด
  • Bone Scan: การตรวจสแกนกระดูกเพื่อดูว่ามะเร็งมีการลุกลามไปยังกระดูกส่วนต่าง ๆ หรือไม่
  • CT Scan (Computed Tomography): การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างภาพ 3 มิติ ช่วยให้แพทย์ประเมินการแพร่กระจายไปยังอวัยวะภายในได้อย่างแม่นยำ

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม รักษา

การรักษามะเร็งเต้านมจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งมีแนวทางหลักดังนี้

  • การผ่าตัด (Surgery): การผ่าตัดเต้านมเป็นวิธีหลักสำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มแรก ครอบคลุมทั้งการตัดเต้านมออกทั้งหมดหรือตัดเฉพาะบางส่วน และการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้เพื่อประเมินการลุกลาม
  • ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy): การใช้ยาเพื่อทำลายหรือยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย มักใช้ก่อนหรือหลังผ่าตัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น คลื่นไส้หรือผมร่วง
  • การฉายแสง (Radiation Therapy): การใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่หลังผ่าตัด ใช้เวลาสั้นเพียงไม่กี่นาทีต่อครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 3-6 สัปดาห์
  • ยาต้านฮอร์โมน (Hormone Therapy): ใช้กับมะเร็งชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมน (ER+/PR+) เช่น ยา Tamoxifen หรือ Letrozole เพื่อยับยั้งการเติบโตของเซลล์ โดยต้องใช้ยาต่อเนื่องนาน 5-10 ปี
  • ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด (Targeted Therapy): การรักษาแบบพุ่งเป้าไปที่โปรตีนจำเพาะ (HER2) บนเซลล์มะเร็งโดยตรง ช่วยทำลายมะเร็งได้อย่างแม่นยำและลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ
     

บทความน่ารู้ แผลมะเร็งเต้านมเป็นอย่างไร หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เลยหรือไม่ หาคำตอบได้ที่บทความ : แผลมะเร็งเต้านม


การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการเริ่มต้นมะเร็งเต้านมก็ตรวจคัดกรองได้ เพราะหากตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการรักษาก็จะยิ่งมีสูงขึ้น แพทย์แนะนำให้ผู้หญิงทุกคนหมั่นดูแลและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยมีแนวทางการตรวจเต้านมเบื้องต้นที่ทำได้ดังนี้

  • การคลำเต้านมด้วยตัวเอง: เป็นการตรวจอาการมะเร็งเตานมขั้นตอนแรกที่ช่วยให้เราคุ้นเคยกับลักษณะปกติของเต้านมตนเอง ทำให้ตรวจพบก้อนหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่ได้รวดเร็ว
  • การตรวจด้วยแมมโมแกรม (Mammogram): เป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองเชิงลึก โดยแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เข้ารับการตรวจแมมโมแกรมอย่างสม่ำเสมอทุก 1-2 ปี
  • การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ MRI: ในกรณีที่ผลแมมโมแกรมแสดงความผิดปกติ หรือต้องการความชัดเจนในการวินิจฉัยเพิ่มเติม แพทย์จะพิจารณาใช้การอัลตราซาวด์หรือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อระบุรายละเอียดของรอยโรคให้แม่นยำยิ่งขึ้น

วิธีคลำนม สังเกตมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

การหมั่นสังเกตความผิดปกติด้วยตนเองเป็นประจำ ช่วยให้ตรวจพบรอยโรคได้เร็วขึ้น โดยมี 3 ท่าง่าย ๆ ดังนี้

  • ขณะนอนราบ: หนุนไหล่ข้างที่จะตรวจแล้วยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ ใช้นิ้วชี้ กลาง และนาง คลำวนเป็นก้นหอยให้ทั่วเต้านมไปจนถึงรักแร้ หลีกเลี่ยงการบีบเนื้อนมเพราะอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นก้อนเนื้อได้
  • ยืนหน้ากระจก: สังเกตรูปร่าง ขนาด และความสมมาตรของเต้านม รวมถึงลักษณะหัวนมใน 3 ท่าทาง คือ ท่าปล่อยแขนข้างลำตัว, ท่ายกมือประสานเหนือศีรษะ และท่าเท้าเอวพร้อมโน้มตัวมาข้างหน้า
  • ขณะอาบน้ำ: ใช้สบู่ช่วยให้ผิวลื่นขึ้นเพื่อตรวจหาความผิดปกติได้ง่าย หากเต้านมใหญ่ให้ใช้มือหนึ่งประคองจากด้านล่างแล้วคลำจากบนลงล่าง ส่วนคนเต้านมเล็กให้ยกแขนขึ้นและใช้อีกมือคลำวนเป็นรูปก้นหอยให้ทั่ว

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นมะเร็งเต้านม

การมีวินัยในการดูแลตนเองช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการรักษาและฟื้นฟูได้รวดเร็วขึ้น ควรเลือกรับประทานอาหารปรุงสุกสะอาดครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพสูงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หมั่นออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดินหรือยืดเหยียดเพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียน พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดความเครียดสะสม

ที่สำคัญต้องดูแลความสะอาดของแผลผ่าตัดตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด และคอยสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น ไข้สูง หรือแผลบวมแดง เพื่อปรึกษาแพทย์ทันที


การป้องกันมะเร็งเต้านม ทำได้อย่างไร

แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมดแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้อย่างมาก ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมน และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอย่างบุหรี่และแอลกอฮอล์

รวมถึงจำกัดการใช้ฮอร์โมนทดแทนให้น้อยที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนควบคู่กับการเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อถึงวัยที่เหมาะสม เพื่อดูแลสุขภาพเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ


มะเร็งเต้านม ภัยร้ายใกล้ตัวที่ควรเฝ้าระวัง

มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้การรักษาได้ผลดีเยี่ยมหากตรวจพบเร็ว การใส่ใจสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพียงเล็กน้อย ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการตรวจคัดกรองเชิงรุกตามช่วงวัย คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากความรุนแรงของโรค และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจได้อีกครั้ง

ที่แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมดูแลคุณด้วยศูนย์รักษ์เต้านมที่ครบวงจร เราให้บริการตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยีแมมโมแกรม 3 มิติ (Digital Mammogram 3D) ที่มีความแม่นยำสูง พร้อมทีมหมอศัลยกรรมเฉพาะทางและพยาบาลผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองประจำปี หรือการวางแผนการรักษามะเร็งเต้านมที่เหมาะสมกับเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่อุ่นใจและมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

โอกาสเป็นมะเร็งเต้านมขึ้นอยู่กับอะไร?

ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด แต่ก็มีบางปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้ เช่น อายุ เพศ ฮอร์โมนเอสโตรเจน มีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หมดประจำเดือนช้า หรือกรรมพันธุ์

คลำเจอก้อนตรงเต้านมแต่บีบแล้วไม่เจ็บ เป็นมะเร็งไหม?

การคลำเจอก้อนตรงเต้านมแต่บีบแล้วไม่เจ็บ ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยละเอียด

ควรรอให้อาการผิดปกติหายก่อนไปตรวจเต้านมไหม?

มะเร็งเต้านมมักไม่ปรากฏอาการเมื่อเป็นในระยะแรก ๆ การไปตรวจเมื่อพบอาการผิดปกติอาจช้าเกินไป จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพ และพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายเป็นปกติได้

รู้สึกคันยุบยิบหัวนมบ่อย ๆ เสี่ยงมะเร็งเต้านมไหม?

อาการคันยุบยิบหัวนมเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น คันจากอาการการแพ้ การติดเชื้อ หรือมะเร็ง หากพบว่าอาการคันไม่หายไปเมื่อรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง ทั้งยังมีแผลและสีหัวนมผิดไปจากเดิม ควรพบแพทย์

รักษามะเร็งเต้านมแบบไม่ผ่าตัดได้ไหม?

การผ่าตัดเป็นขั้นตอนการรักษามะเร็งเต้านมที่จำเป็น เพราะเป็นการเอาเซลล์มะเร็งออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้มีการทำเคมีบำบัดหรือฮอร์โมนบำบัดก่อนการผ่าตัด หรือผ่าตัดเลยก็ได้


References

รีวิวจากคนไข้

“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่

02-561-1111

02-058-1111


ทีมแพทย์โรคมะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ มีอาการอย่างไร พร้อมแนวทางรักษา