รู้ทันมะเร็งปอด ภัยเงียบจากบุหรี่ที่รักษาได้ด้วย Low-Dose CT

  • มะเร็งปอดคือภาวะที่เซลล์ในเนื้อเยื่อปอดแบ่งตัวผิดปกติ ควบคุมไม่ได้ จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่ทำลายปอดและสามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่น เช่น ต่อมน้ำเหลือง สมอง กระดูกได้
  • สาเหตุเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง ร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5 การสัมผัสสารก่อมะเร็ง แร่ใยหิน ก๊าซเรดอน สารหนู สารเคมี/โลหะหนักบางชนิด พันธุกรรม และการฉายรังสีบริเวณทรวงอกมาก่อน
  • วิธีสังเกตอาการมะเร็งปอดที่ควรระวัง ได้แก่ ไอเรื้อรังนานเกิน 3–4 สัปดาห์ ไอมีเลือดปน เหนื่อยง่าย หอบ หายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก เสียงแหบ น้ำหนักลดเร็ว เบื่ออาหาร หรือเป็นปอดบวม/หลอดลมอักเสบซ้ำๆ ข้างเดิม 
  • การตรวจ Low-Dose CT Scan เป็นการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดด้วยปริมาณรังสีต่ำ เพื่อค้นหาก้อนหรือจุดผิดปกติขนาดเล็กในปอดตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ ช่วยให้พบมะเร็งปอดระยะแรก เพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาด และลดอัตราการเสียชีวิต

ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องสุขภาพปอดกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะมะเร็งปอดยังคงเป็นโรคร้ายอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะกับกลุ่มที่สูบบุหรี่จัดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ปัจจัยเสี่ยงรอบตัวเราอย่างฝุ่น ควัน ล้วนเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่ทำให้ผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยก็มีโอกาสป่วยได้เหมือนกัน และปัจจุบันก็มีการรักษาด้วย Low-Dose CT Scan ซึ่งเป็นการรักษารูปแบบใหม่ โดยบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักให้มากขึ้น พร้อมเช็กสาเหตุอื่นๆ นอกจากบุหรี่แล้วยังมีอะไรอีกบ้าง

มะเร็งปอดคืออะไร

มะเร็งปอดคือสภาวะที่เซลล์ในปอดเจริญเติบโตผิดปกติและแบ่งตัวเร็วเกินควบคุม จนกลายเป็นก้อนเนื้อที่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียงหรือแพร่กระจายไปทั่วร่างกายผ่านกระแสเลือดและระบบน้ำเหลืองได้ โรคนี้จัดเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและพบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ส่งผลให้ส่วนใหญ่ตรวจพบเมื่ออาการเข้าสู่ระยะลุกลามแล้วนำไปสู่ความยากในการรักษา

 

อาการของมะเร็งปอด เป็นอย่างไร

 

อาการของมะเร็งปอด เป็นอย่างไร

มะเร็งปอดมักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงเริ่มต้น แต่จะเริ่มปรากฏชัดและต่อเนื่องเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลาม หากพบสัญญาณเตือนหลายอย่างดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

  • ปัญหาการไอ ไอเรื้อรังติดต่อกันหลายสัปดาห์ หรือมีอาการไอในรูปแบบที่ผิดไปจากเดิม รวมถึงการไอมีเลือดหรือเสมหะปนเลือด
  • ระบบทางเดินหายใจ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงวี้ด หรือเจ็บหน้าอกขณะไอและหายใจลึกๆ
  • ร่างกายอ่อนแอ น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และเบื่ออาหาร
  • มีอาการปอดอักเสบหรือหลอดลมอักเสบบ่อยครั้ง เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม
  • อาการทางกายภาพอื่นๆ ใบหน้าหรือคอมีอาการบวม ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการอุดตันของหลอดเลือดบริเวณดังกล่าว

มะเร็งปอด มีกี่ระยะ

มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer: SCLC)

เป็นชนิดที่พบน้อยแต่โตเร็วและลุกลามไว แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

  • ระยะจำกัด มะเร็งอยู่เฉพาะในปอดข้างเดียวและต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง รักษาได้ด้วยการฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด
  • ระยะแพร่กระจาย มะเร็งกระจายไปยังปอดอีกข้างหรืออวัยวะที่ห่างไกล เช่น สมองหรือตับ เน้นการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการดูแลประคับประคอง

มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer: NSCLC)

รวมถึงมะเร็งปอดชนิดเซลล์ใหญ่ ซึ่งเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้เร็ว แบ่งตามมาตรฐานสากลเป็น 4 ระยะ

  • ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งอยู่เฉพาะในเนื้อปอด ยังไม่กระจายไปที่อื่น
  • ระยะที่ 2 มะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเริ่มลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้ปอด
  • ระยะที่ 3 มะเร็งลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองในทรวงอกหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น ผนังทรวงอก
  • ระยะที่ 4 มะเร็งแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก ตับ หรือสมอง

เข้าใจปัจจัยเสี่ยง มะเร็งปอดไม่ได้เกิดจากบุหรี่เท่านั้น

ความเชื่อที่ว่า "ไม่สูบบุหรี่เท่ากับไม่เสี่ยง" หรือ "สูบมานานแล้วไม่เป็นไรคือปลอดภัย" เป็นความเข้าใจที่ผิด แม้บุหรี่จะเป็นสาเหตุหลัก แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่กระตุ้นให้เกิดโรคได้ เช่น มลภาวะทางอากาศ สารเคมีตกค้าง และพันธุกรรม ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษต่อเนื่องก็มีความเสี่ยงเท่ากับคนสูบเอง ส่วนผู้ที่สูบแล้วยังไม่พบความผิดปกติ อาจเป็นเพียงเพราะโรคยังไม่แสดงอาการหรือยังตรวจไม่พบเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะปลอดภัยจากมะเร็งปอด

มะเร็งปอดเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้และปัจจัยทางสุขภาพที่ควบคุมยาก ดังนี้

  • พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลัก โดยเฉพาะผู้ที่สูบต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ควันบุหรี่มือสอง การสูดดมควันจากคนรอบข้างเป็นประจำช่วยเพิ่มความเสี่ยงได้แม้ไม่ได้สูบเอง
  • สารพิษและสารเคมี การสัมผัสแร่ใยหิน (Asbestos) ก๊าซเรดอน หรือสารเคมีอันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรม
  • มลภาวะในอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคในปัจจุบัน
  • พันธุกรรม ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวสายตรงเคยเป็นมะเร็งปอด จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
  • ประวัติสุขภาพปอด การเคยป่วยเป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น วัณโรค หรือปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
  • คนที่เคยเข้ารับการฉายรังสีบริเวณทรวงอกเพื่อรักษามะเร็งชนิดอื่นมาก่อน มีโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้มากขึ้นนำไปสู่ความยากในการรักษา

 

บุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่ทั่วไป แบบไหนอันตรายกว่า

 

บุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่ทั่วไป แบบไหนอันตรายกว่า

บุหรี่ไฟฟ้า

  • สารพิษและการก่อมะเร็ง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยนิโคติน สารเคมีระเหยง่าย และโลหะหนัก ซึ่งเมื่อได้รับความร้อนจะสร้างสารที่ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบและกระตุ้นการกลายพันธุ์ของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งได้
  • อันตรายเฉียบพลัน มีความเสี่ยงต่อโรคปอดอักเสบรุนแรง (EVALI) ที่ส่งผลให้หายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้นหลังเริ่มสูบ
  • ผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ปริมาณนิโคตินที่สูงในบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เสพติดง่ายและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง
  • ผลกระทบต่อคนรอบข้าง ไอระเหยไม่ใช่เพียงละอองน้ำ แต่ประกอบด้วยสารพิษและฝุ่นจิ๋วที่ทำให้ผู้ใกล้ชิดเสี่ยงต่อโรคหอบหืดและอาการไอเรื้อรังเช่นเดียวกับบุหรี่มือสอง

บุหรี่ทั่วไป

  • แหล่งรวมสารก่อมะเร็ง ควันบุหรี่มีสารพิษกว่า 7,000 ชนิด โดยมีสารก่อมะเร็งอย่างน้อย 70 ชนิด และมีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่ขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนในเลือด
  • ทำลายระบบทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมถึงทำให้ติดเชื้อในทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าปกติ
  • ทำร้ายทุกระบบในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายเฉียบพลัน ทำให้ความดันโลหิตสูง ตลอดจนส่งผลให้สมรรถภาพทางเพศลดลงและอวัยวะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • ภัยร้ายจากบุหรี่มือสอง ควันบุหรี่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ เพิ่มความเสี่ยงทั้งโรคภูมิแพ้ หอบหืด และมะเร็งปอดแม้ไม่ได้สูบเอง

การตรวจ Low-Dose CT Scan คืออะไร

การตรวจ Low-Dose CT Scan (LDCT) คือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดที่ใช้ปริมาณรังสีต่ำกว่าปกติหลายเท่า แต่ให้ภาพ 3 มิติที่ละเอียดสูง สามารถตรวจพบจุดหรือก้อนเนื้อขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตรได้แม่นยำกว่าการเอกซเรย์ปอดทั่วไป (Chest X-ray) วิธีนี้ใช้เวลาสั้น ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องฉีดสารทึบแสง จึงเป็นมาตรฐานสำคัญในการคัดกรองมะเร็งปอดระยะเริ่มต้น

ข้อดีของการตรวจ Low-Dose CT Scan

  • รังสีต่ำและปลอดภัย ช่วยลดการสะสมของรังสีในร่างกาย โดยใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าการทำ CT Scan ปกติอย่างมาก แต่ยังคงความคมชัดเพื่อการวินิจฉัย
  • ตรวจพบโรคได้เร็ว ค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่มีอาการ ช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายขาดและลดอัตราการเสียชีวิตได้สูงถึง 15–30% เมื่อเทียบกับการเอกซเรย์ธรรมดา
  • ความแม่นยำสูง ให้ภาพ 3 มิติที่แสดงตำแหน่ง ขนาด และรูปร่างของก้อนเนื้อได้ชัดเจน ช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
  • สะดวกและรวดเร็ว ขั้นตอนง่าย ใช้เวลาเพียง 5–10 นาที ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร (สำหรับการตรวจคัดกรองทั่วไป) และสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังตรวจ
  • เหมาะสำหรับกลุ่มเสี่ยง เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูบบุหรี่จัด หรือผู้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสารก่อมะเร็งต่อเนื่อง เพื่อตรวจเชิงรุกโดยไม่ต้องรอให้แสดงอาการ

 

ใครบ้างที่ควรตรวจด้วย Low-Dose CT Scan

 

ใครบ้างที่ควรตรวจด้วย Low-Dose CT Scan

  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด กลุ่มอายุ 50–80 ปี ที่มีประวัติสูบบุหรี่สะสมตั้งแต่ 20 ซอง-ปีขึ้นไป (คำนวณจาก จำนวนซองที่สูบต่อวัน × จำนวนปี) ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่ควรตรวจเป็นประจำ
  • อดีตผู้สูบบุหรี่ แม้จะเลิกแล้วแต่หากเคยสูบหนัก เกิน 20 ซอง/ปี และเพิ่งเลิกมาไม่เกิน 15 ปี ยังคงมีความเสี่ยงสูง แนะนำให้ตรวจคัดกรองปีละครั้ง
  • คนได้รับควันบุหรี่มือสอง ผู้ที่ใกล้ชิดกับคนสูบบุหรี่ในที่พักอาศัยหรือที่ทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรพิจารณาตรวจเนื่องจากได้รับสารพิษสะสมเช่นกัน
  • คนที่อยู่ในพื้นที่มลพิษสูง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับฝุ่น PM 2.5 มลพิษจากจราจร หรืออยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมเป็นประจำ
  • คนที่สัมผัสสารก่อมะเร็งจากการทำงาน เช่น แร่ใยหิน (Asbestos) ก๊าซเรดอน สารหนู หรือสารเคมีในงานอุตสาหกรรมและเหมืองแร่
  • คนที่มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งปอด หากพ่อแม่หรือพี่น้องเคยเป็นโรคนี้ จะมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงกว่าปกติ จึงควรตรวจเพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ
  • คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีปัจจัยเสี่ยง แม้มีเพียงปัจจัยเดียวร่วมกับเกณฑ์อายุ แนะนำให้ตรวจ LDCT ปีละครั้งเพื่อความปลอดภัย
  • คนที่มีอาการผิดปกติเรื้อรัง เช่น ไอติดต่อกันเกิน 1 เดือน ไอเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือเหนื่อยง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ แพทย์อาจสั่งตรวจเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างละเอียด

วิธีสังเกตอาการมะเร็งปอดในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

แม้ระยะแรกจะสังเกตได้ยาก แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

  • ไอเรื้อรัง มีอาการไอนานกว่า 3-4 สัปดาห์ ไม่ว่าจะไอแห้งหรือมีเสมหะ และอาการไม่ดีขึ้นหลังทานยา สำหรับผู้สูบบุหรี่ หากลักษณะการไอเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ไอบ่อยหรือเสียงไอเปลี่ยนไป ควรระวังเป็นพิเศษ
  • ไอเป็นเลือด เป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรนิ่งเฉย แม้จะมีเลือดปนเสมหะเพียงเล็กน้อยก็ต้องรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกิดจากก้อนเนื้อเบียดทับเส้นเลือดในหลอดลมหรือปอด
  • เจ็บหน้าอก มีอาการปวดตื้อลึกๆ หรือปวดแปลบในทรวงอก โดยจะรู้สึกเจ็บมากขึ้นขณะหายใจลึก ไอ หรือหัวเราะ ซึ่งอาจเกิดจากมะเร็งลุกลามไปถึงเยื่อหุ้มปอดหรือผนังทรวงอก
  • เสียงแหบ หากเสียงแหบต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ไม่ได้เป็นหวัดหรือใช้เสียงมาก อาจเกิดจากก้อนมะเร็งกดทับเส้นประสาทที่ควบคุมกล่องเสียง
  • หายใจลำบากหรือมีเสียงหวีด เมื่อก้อนเนื้ออุดกั้นหลอดลมจะทำให้หายใจถี่ เหนื่อยง่ายแม้ทำกิจกรรมเบาๆ หรือมีเสียงวี้ดขณะหายใจเนื่องจากทางเดินหายใจตีบแคบ
  • ติดเชื้อในทางเดินหายใจซ้ำๆ หากเป็นปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบบ่อยครั้งในจุดเดิม อาจมีสาเหตุมาจากก้อนเนื้อขวางการระบายเสมหะ ทำให้เชื้อโรคสะสมและติดเชื้อง่าย
  • อาการทั่วไปที่ไม่จำเพาะเจาะจง เนื่องจากการสู้กับมะเร็งใช้พลังงานสูง ร่างกายจึงอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
    อ่อนเพลียรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
    น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและผิดปกติ
    เบื่ออาหาร ไม่อยากรับประทานอาหารเหมือนเดิม

รักษามะเร็งปอดที่โรงพยาบาลวิภาวดี

มะเร็งปอด เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการในช่วงแรก ทำให้สังเกตได้ยากว่าเรากำลังเป็นอยู่ไหม หากพบอาการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือเจ็บคอทั้งที่เราไม่ได้เป็นหวัดหรือใช้งานเสียงหนักๆ สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี เพราะที่นี่พร้อมให้การรักษาด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้ได้รับการรักษาอย่างตรงจุด และทันท่วงที เพื่อสุขภาพปอดที่ดีอยู่กับเราไปนานๆ

สรุป

มะเร็งปอดเป็นภาวะที่เซลล์แบ่งตัวผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อลุกลาม ซึ่งมักตรวจพบในระยะแพร่กระจายเนื่องจากระยะแรกไม่มีอาการชัดเจน โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักคือการสูบบุหรี่ทุกประเภท ควันบุหรี่มือสอง มลภาวะ PM 2.5 และพันธุกรรม สัญญาณเตือนสำคัญที่ควรเฝ้าระวังคืออาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด หายใจลำบาก หรือน้ำหนักลดผิดปกติ

หากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรือมีประวัติครอบครัว ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยเทคโนโลยี Low-Dose CT Scan ที่มีความละเอียดสูงและรังสีต่ำ เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี เพราะที่นี่พร้อมให้คำปรึกษา คำแนะนำในการดูแลตัวเอง และการเตรียมตัวก่อนตรวจมะเร็งปอด ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

ไอแบบไหนถึงเรียกว่ามะเร็งปอด?

อาการไอที่เข้าข่ายสงสัยคือ ไอเรื้อรังติดต่อกันนานกว่า 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ไม่ว่าจะเป็นไอแห้งหรือไอมีเสมหะ โดยเฉพาะหากลักษณะการไอเปลี่ยนไปจากเดิมหรือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีคือ ไอเป็นเลือด ไอร่วมกับอาการเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก หรือไอจนเสียงเปลี่ยน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติในปอดที่รุนแรงกว่าโรคทั่วไป

มะเร็งปอดระยะแรกอยู่ได้กี่ปี?

หากตรวจพบในระยะที่ 1 และรักษาอย่างถูกต้อง เช่น การผ่าตัด จะมีโอกาสอยู่รอดได้นานและมีโอกาสหายขาดสูง โดยสถิติอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี อยู่ที่ประมาณ 60–80% และหากก้อนเนื้อมีขนาดเล็กมาก (ไม่เกิน 1 ซม.) โอกาสรอดชีวิตอาจสูงถึง 80–90% ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคลด้วย

มีจุดที่ปอด อันตรายไหม?

การพบจุดหรือก้อนในปอดไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่อาจเป็นรอยแผลเป็นเก่าจากการติดเชื้อหรือวัณโรคที่หายแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ควรนิ่งเฉย หากจุดมีขนาดเล็กกว่า 4 มม. มักมีความเสี่ยงต่ำ แต่ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ (8–20 มม. ขึ้นไป) หรือโตเร็วและขอบไม่เรียบ จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงขึ้น ซึ่งแพทย์อาจต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำ CT Scan, PET Scan หรือเจาะชิ้นเนื้อเพื่อความชัดเจน

รีวิวจากคนไข้

“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่

02-058-1111

02-561-1111


ทีมแพทย์รู้ทันมะเร็งปอด ภัยเงียบจากบุหรี่ที่รักษาได้ด้วย Low-Dose CT