อาการ “เหนื่อยง่าย หน้ามืด เวียนหัว” เป็นสิ่งที่หลายคนเคยประสบ และมักคิดว่าเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือความเครียด แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโลหิตจาง เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดง หรือฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ได้รับออกซิเจนที่ไม่เพียงพอ ผู้ที่มีภาวะนี้ก็จะรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ผิวซีดกว่าปกติ และมักเข้าใจผิดว่ามาจากการขาดธาตุเหล็กเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมาจากอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Apr%20Article%203%20(%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%20%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%87)%20Re-op_1.jpg)
โลหิตจาง (Anemia) คือภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ขาดประสิทธิภาพ สาเหตุเกิดได้จากการขาดสารอาหาร การเสียเลือดเรื้อรัง หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง อาการทั่วไปประกอบด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หายใจลำบาก รวมถึงมีผิวซีดหรือตัวเหลือง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น หัวใจวาย หมดสติ หรือเสียชีวิตได้
ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการและจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนสังเกตได้ชัดเจน หากโลหิตจางเกิดจากโรคอื่น ร่างกายอาจแสดงอาการของโรคนั้นๆ นำก่อน ทำให้ไม่รู้ตัวจนกว่าจะได้รับการตรวจเลือด ภาวะนี้จึงถือเป็นภัยเงียบที่สังเกตได้จากสัญญาณเตือน ดังนี้
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Apr%20Article%203%20(%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%20%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%87)%20Re-op_2.jpg)
เกิดจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือด เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 และกรดโฟเลต หรือมีความผิดปกติจากโรคเรื้อรังที่ส่งผลกระทบโดยตรง เช่น ไตวายเรื้อรัง โรคตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคไขกระดูก นอกจากนี้การตั้งครรภ์ยังเป็นปัจจัยหนึ่ง เนื่องจากร่างกายจะมีปริมาณพลาสมาหรือน้ำเหลืองในเลือดเพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
โลหิตจางเกิดได้จากการเสียเลือดทั้งแบบฉับพลัน เช่น อุบัติเหตุที่มีบาดแผลใหญ่ การผ่าตัด การคลอดบุตร หรือภาวะตกเลือด และการเสียเลือดแบบเรื้อรัง เช่น การมีแผลในกระเพาะอาหาร โรคริดสีดวงทวาร หรือการมีประจำเดือนมากผิดปกติเป็นเวลานาน
ภาวะโลหิตจางอาจเกิดจากร่างกายทำลายเม็ดเลือดแดงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น มักพบในผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรมหรือมีการติดเชื้อ เช่น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) โรคเม็ดเลือดแดงแตกจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIHA) โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell anemia) รวมถึงการติดเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียมที่เป็นสาเหตุของโรคไข้มาลาเรีย
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Apr%20Article%203%20(%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%20%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%87)%20Re-op_3.jpg)
ภาวะโลหิตจางคือการมีเม็ดเลือดแดงหรือฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ ซึ่งมีสาเหตุหลากหลายนอกเหนือจากการขาดธาตุเหล็ก การซื้อธาตุเหล็กมาทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดจึงมีความเสี่ยง เพราะโรคบางชนิดหากได้รับธาตุเหล็กเพิ่มอาจทำให้อาการแย่ลง
สาเหตุอื่นๆ ของโรคโลหิตจาง
การสังเกตตนเองเป็นเพียงการจับสัญญาณเตือน หากพบอาการหลายข้อร่วมกันควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด (CBC) ยืนยัน ไม่ควรซื้อวิตามินทานเอง
ภาวะโลหิตจางระดับรุนแรงที่ขาดการรักษาอย่างถูกต้องอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจนส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด ความเครียดที่เกิดขึ้นกับหัวใจนี้อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจวายจนเสียชีวิตได้
%20Re-op/Vibhavadi%20Hospital%20-%20Apr%20Article%203%20(%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95%20%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%87)%20Re-op_4.jpg)
แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติสุขภาพส่วนตัว ครอบครัว และการตรวจร่างกาย จากนั้นจะตรวจเลือดเพื่อวัดค่าฮีโมโกลบิน ซึ่งค่ามาตรฐานในผู้ชายไม่ควรต่ำกว่า 13 กรัม/เดซิลิตร และผู้หญิงไม่ควรต่ำกว่า 12 กรัม/เดซิลิตร โดยมีวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการดังนี้
หมายเหตุ ผู้ป่วยโรคไตหรือธาลัสซีเมียควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมธาตุเหล็กเพื่อป้องกันภาวะเหล็กเกิน
สารแทนนินและโพลีฟีนอลในชาและกาแฟมีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะเหล็กจากพืช หากดื่มพร้อมมื้ออาหารเป็นประจำอาจทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กและรักษาภาวะโลหิตจางได้ช้าลง
ข้อแนะนำสำหรับกลุ่มเสี่ยงเลือดจางควรกินอะไร
โลหิตจาง เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับใครหลายคน โดยเฉพาะผู้หญิง สังเกตได้จากอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย รู้สึกใจสั่น ตัวซีด นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการโลหิตจางก็เป็นได้ หากสงสัยว่ากำลังเป็นอยู่หรือต้องการตรวจสุขภาพ สามารถรับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ที่นี่พร้อมด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการและเครื่องมือทันสมัย เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างตรงจุดมากขึ้น
โลหิตจางคือภาวะเม็ดเลือดแดงน้อยจนลำเลียงออกซิเจนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดได้จากการขาดสารอาหาร การเสียเลือด หรือโรคเรื้อรังและพันธุกรรม สัญญาณเตือนคือเหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ ใจสั่น และผิวซีด ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การรักษามุ่งเน้นตามสาเหตุ เช่น การเสริมธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือการรักษาโรคต้นกำเนิดควบคู่กับการตรวจเลือดวินิจฉัยโดยแพทย์
การดูแลตนเองทำได้โดยทานอาหารกลุ่มตับ เนื้อสัตว์ และผักใบเขียว รวมถึงเลี่ยงการดื่มชาหรือกาแฟพร้อมมื้ออาหารเพื่อไม่ให้ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก นอกจากนี้ หากใครที่สงสัยว่าเป็นอยู่หรือไม่ สามารถเข้ารับการตรวจหรือขอคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลวิภาวดี แพทย์ผู้ชำนาญการพร้อมให้คำแนะนำ การดูแลตัวเอง พร้อมด้วยเครื่องมือทันสมัย ทำให้การตรวจวินิจฉัยเป็นไปอย่างตรงจุด และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
โลหิตจางเป็นภาวะที่ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว เพราะอวัยวะต่างๆ จะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้เหนื่อยง่าย หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นลมหมดสติ หรืออันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในเด็กอาจส่งผลต่อพัฒนาการ ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีความเสี่ยงรุนแรงกว่าปกติ
โดยทั่วไปโลหิตจางไม่สามารถหายเองได้ เนื่องจากต้องรักษาที่ต้นเหตุ หากเกิดจากการขาดสารอาหาร การปรับพฤติกรรมการกินและทานยาเสริมตามคำแนะนำแพทย์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวสู่สภาวะปกติได้ภายใน 2–6 เดือน แต่หากสาเหตุมาจากโรคทางพันธุกรรมหรือโรคเรื้อรัง มักไม่หายขาดและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะในช่วงมื้ออาหารหลักหรือเวลาทานยาเสริมธาตุเหล็ก ได้แก่
อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม เนย ชีส หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
เครื่องดื่มที่มีสารแทนนินและโพลีฟีนอล เช่น ชา กาแฟ และน้ำอัดลม
อาหารแปรรูปและธัญพืชบางชนิดที่มีสารฟิตินสูง
เน้นเครื่องดื่มที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก โฟเลต และวิตามินซี เพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงและการดูดซึมสารอาหาร เช่น
น้ำผลไม้และผัก น้ำลูกพรุน น้ำบีทรูท น้ำมัลเบอร์รี่ น้ำฟักทอง และน้ำทับทิม
น้ำที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้มหรือน้ำฝรั่ง ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชได้ดียิ่งขึ้น
ข้อควรระวัง ควรเลือกแบบไม่เติมน้ำตาลเพื่อสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลในเลือด
รีวิวจากคนไข้
“ภูมิใจที่ได้ดูแลคุณ”
ทีมแพทย์โลหิตจางคืออะไร? เช็กอาการที่ต้องรู้
นโยบายความเป็นส่วนตัว | นโยบาย คุกกี้
Copyright © Vibhavadi Hospital. All right reserved