โรคปวดหน้า โรคไม่ร้ายแต่ทำลายความสุข

           โรคปวดหน้า โรคไม่ร้ายแต่ทำลายความสุข ช่วงชีวิตของทุกคน ย่อมคาดหวังเพียงว่า ขอให้มีทรัพย์สินเงินทองมาก ๆ เพื่อชีวิตที่สุขสบายไม่ต้องดิ้นรนทำงานประจำ แต่ใครจะคิดว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าทรัพย์สินเงินทอง คือ สุขภาพหรือโรคภัยไข้เจ็บที่มาบันทอนการใช้ชีวิตประจำวัน  ได้สัมภาษณ์คุณอำพล วรรณี ซึ่งทรมานจากอาการปวดหน้ามาเป็นเวลา 7 ปี เป็นอีกท่านหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น

           คุณอำพล วรรณี ปัจจุบันอายุ 56 ปี ประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ มีอาการปวดใบหน้ามายาวนานกว่า7ปี อาการปวด เป็น ๆ หาย ๆ บางเดือนก็ไม่มีอาการเลย สามารถออกกำลังกายไดร์กอล์ฟได้ แต่ก็ไม่สามารถวางแผนชีวิตไปท่องเที่ยวนาน ๆ ได้เพราะไม่รู้ว่าจะปวดเมื่อไร คุณอำพล เป็นคนจังหวัดชลบุรีประกอบอาชีพธุรกิจเป็นของตัวเองด้านอสังหาริมทรัพย์ ในช่วง 7 ปีนี้ได้ไปพบแพทย์ที่ชลบุรีอย่างต่อเนื่อง รับยามารับประทานอยู่ แต่ยาที่ทานทำให้เกิดอาการมึน ๆ เมา ๆ ไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการปวดของใบหน้าเลย เมื่อมีอาการจะ ปวดทรมานมาก แม้กระทั่งแค่โดนลมพัดผ่าน จะรู้สึกแปลบ ๆ เหมือนไฟช็อตที่บริเวณใบหน้าด้านซีกขวา หน้าผาก ตาจะเจ็บมากจนน้ำตาไหล และก็ลืมตาไม่ขึ้นปวดบริเวณเบ้าตา จนกระทั่งริมฝีปาก ทานอะไรไม่ได้ขนาดดื่มน้ำยังไม่ได้เลย ปวดมาก การใช้ชีวิตประจำวันมีปัญหามากจนลูก ๆ ต่างก็ช่วยกันหาทางรักษาโรคดังกล่าว

          จนได้ข้อมูลจาก google คือ นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ศัลยแพทย์ระบบประสาท รพ.วิภาวดี ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทำผ่าตัดคนไข้อาการแบบนี้มาเป็นจำนวนมาก ลูกจึงได้นัดตรวจ นพ.เมธี ให้คุณพ่อทันที นพ.เมธี ได้อธิบายเกี่ยวกับโรค ว่าโรคนี้ คือโรคปวดหน้าเกิดจากเส้นประสาทคู่ที่ 5 โรคนี้ไม่ถึงกับชีวิต แต่จะรู้สึกทรมานด้วยอาการปวดแปลบ ๆ เหมือนไฟช็อตที่บริเวณใบหน้า หน้าผาก ตา ไม่มียารักษาต้องทำการผ่าตัดอย่างเดียว จึงทำให้คุณอำพลตัดสินใจผ่าตัด ทั้งที่คุณหมอได้อธิบายว่าหลังผ่าตัดจะไม่หายขาด100% อาจจะมีบางอาการคงเหลืออยู่และจะค่อยๆ ดีขึ้น

          ก่อนผ่าตัดได้สอบถามคุณอำพลว่า “กลัวหรือไหม” คุณอำพลตอบ ด้วยอาการปวดที่ทรมานและใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้เลยนั้น ทำให้ตัดสินใจอยากผ่าตัดให้เร็วที่สุด จนไม่ได้กลัวและกังวลอะไรเลย ประกอบกับประสบการณ์ที่คุณหมอได้เล่าให้ฟังถึงคนไข้อื่น ๆ ที่ผ่าตัดไปแล้วถึงแม้ไม่หายขาด 100% ก็ตาม และเมื่อผ่าตัดแล้วความรู้สึกหลังการผ่าตัดนั้น คุณอำพลบอกว่าจากอาการปวดของผมตอนผมออกมาจากห้องผ่าตัดวันแรกผมหายขาดเลยครับ ไม่ปวดเลย จากความเจ็บปวดก่อนผ่าตัดตั้งScore ความเจ็บปวดของโรคนี้ ไว้ที่ Score10 นั้น ออกมาจากห้องผ่าตัดอาการปวดเหล่านั้นหายหมด คงเหลือ Score เป็น 0 ไม่พบปัญหาเรื่องปวดเลย พอวันที่ 2 จะมีก็ขณะทานข้าวหรือหันหน้ามองเอียงจะรู้สึกสะกิดแป๊บ ๆ นิดหนึ่ง สุดท้ายนี้ คุณอำพล ได้ฝากข้อคิดให้กับทุกท่านที่กำลังเจอปัญหาโรคนี้ว่าในปัจจุบันหมอเก่งและมีฝีมือด้านการผ่าตัด รวมถึงเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงไม่ควรรอช้า ทนทรมานอยู่ แนะนำให้รับการผ่าตัดดีที่สุด เพราะโรคนี้ไม่สามารถทานยารักษาได้ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหมือนผมแน่นอน

<