โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง

         ถ้านับสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย มะเร็งดูจะเป็นอันดับสอง เป็นรองก็แต่โรคหัวใจเท่านั้น แม้ว่าวิทยาศาสตร์การแพทย์จะก้าวหน้าไปมาก ทำให้เราสามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งได้รวดเร็วขึ้น หรือแม้กระทั่งการรักษาให้หายขาดด้วยการฉายแสงหรือเคมีบำบัด ก็ยังถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์น้อย เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ชนิดของมะเร็งในคนเรามีแตกต่างกันไปมากกว่า 100 ชนิดเลยทีเดียว ตรงนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ผลการรักษาแตกต่างกันออกไป ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากพบเจอกับโรคมะเร็งแน่นอน ก็ต้องมาพิจารณากันให้เข้าใจว่า แล้วอะไรกันที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งกันแน่

        นักวิทยาศาสตร์ ทราบกันมากว่า 20 ปี แล้วว่า มะเร็งนั้นเป็นโรคที่มีความผิดปกติของสารพันธุกรรม ภายในเซลที่เรียกว่ายีน (Gene) ที่มีสภาวะบางอย่างทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการแบ่งตัวที่ไม่สามารถควบคุมได้ เกิดการเพิ่มปริมาณมากจนเป็นเซลมะเร็ง ยีนที่ควบคุมการเกิดมะเร็งนี้เราเรียกว่า ยีนก่อมะเร็ง (Oncogene) ซึ่งอาจมีการส่งผ่านทางกรรมพันธุ์ หรือเกิดขึ้นภายหลังอันเนื่องมาจากผลกระทบของสารเคมี เช่น อนุมูลอิสระ ดังที่กล่าวข้างต้น ตามหลักการของการเกิดโรคมีปัจจัยใหญ่ๆ อยู่ 30 อย่าง ที่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด คือ

1. Host (ตัวผู้ป่วย)
2. Agent (สารก่อมะเร็ง เชื้อโรค)
3. Environment (สภาพแวดล้อม)

        ตัวผู้ป่วยเองเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะเซลในร่างกายคนเราซึ่งมีถึงเกือบ ห้าหมื่นล้านเซลนี้ ถ้าเซลตัวใดตัวหนึ่ง เกิดแปลกปลอมขึ้นมา ก็จะถูกระบบภูมิคุ้มกันเล่นงาน ถ้าหากระบบนี้ทำงานแย่ก็จะเปิดโอกาสให้มีการเพิ่มจำนวนของเซลมะเร็งเกิดขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า คนที่ประสบกับภาวะเครียดจัด สูญเสียอย่างรุนแรง ไม่ช้าไม่นานก็จะป่วยด้วยโรคมะเร็ง เพราะภูมิต้านทานลดลงนั่นเอง 

       สารก่อมะเร็งและการติดเชื้อ เป็นปัจจัยสำคัญดังที่กล่าวแล้วเรื่องของ มลพิษ ควันบุหรี่ อาหารที่ไหม้เกรียม เป็นต้นกำเนิดของอนุมูลอิสระซึ่งจะเข้าทำลายเซล การติดเชื้อไวรัสบางชนิดอาจก่อให้เกิดมะเร็งของลำคอ หรือปากมดลูก พบว่าหญิงที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วัยรุ่น มีโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นอย่างมาก

       สารกัมมันตรังสี เช่น กรณีการระเบิดของโรงงานปฏิกรณ์ปรมาณู หรือสงครามนิวเคลียร์จะพบอุบัติการณ์มะเร็งของเม็ดโลหิตขาวและมะเร็งผิวหนัง เพิ่มขึ้น

       มะเร็งตับ มีสาเหตุที่ทราบแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับสารที่ชื่อว่า อะฟลาทอคซิน ซึ่งอยู่ในอาหารประเภทถั่วที่ขึ้นรา ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี แบบเรื้อรัง ก็เป็นสาเหตุที่สำคัญเพราะมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งตับเพิ่มขึ้นถึง 200 เท่าเลยทีเดียว คนไข้ประเภทนี้จะไม่มีอาการผิดปกติ เรียกว่าเป็นพาหะ ของไวรัสตับอักเสบบี (HBV Carrier) จำเป็นต้องรับการตรวจค้นหามะเร็งตับ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกด้วยการทำอัลตราซาวน์ทุก 6 เดือน - 1 ปี

       มะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่เกิดกับท่อทางเดินน้ำดี ซึ่งพบบ่อยทางภาคอีสาน มีสาเหตุมาจากการรับประทานปลาดิบร่วมกับสารประเภทไนโตรซามีน ซึ่งได้มาจากการหมักโปรตีนกับสารพวกดินประสิว

      มะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็เป็นอีกชนิดหนึ่งซึ่งพบความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับคนที่ชอบทานเนื้อสัตว์ แต่ไม่ชอบทานอาหารที่มีกากใย คือ พวกพืชผัก และธัญพืชต่างๆ ทำให้มีปัญหาเรื่องท้องผูกเป็นประจำ สารพิษ สารก่อมะเร็ง มีโอกาสเล่นงานเซลลำไส้ได้มากขึ้น

       ดังที่ยกตัวอย่างมา เป็นเพียงส่วนน้อยในจำนวนสาเหตุการเกิดมะเร็งทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่เราก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า สาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งเหล่านั้น คืออะไรแน่

      แต่จะเห็นได้ว่าจำนวนไม่น้อย เกี่ยวข้องกับอาหารที่เรารับประทาน ก็พอจะแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทราบแน่ชัด เช่น สารพิษ ควันบุหรี่ อาหารปรุงแต่งรส เนื้อสัตว์ที่ไหม้เกรียม
2. ทานอาหารธรรมชาติ เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ที่สดสะอาดให้มากๆเข้าไว้ โดยพยายามทานให้ไม่ซ้ำซาก เพื่อจะได้รับสารอาหารหลากหลายชนิด
3. หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างถูกวิธี ให้พอเหมาะพอดี
4. ดื่มน้ำให้มาก ขับถ่ายให้เป็นเวลา พยายามอย่าให้ท้องผูก
5. ทำจิตใจให้เบิกบาน มองโลกในแง่ดี รู้จักแก้ปัญหาชีวิตในทางที่ถูกต้อง
6. การตรวจมะเร็งประจำปี โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่ามะเร็งรักษาหายได้ถ้าเป็นในระยะเริ่มแรก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกอายุรกรรม โทร.0-2561-1111 กด 1