มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย และพบมากในช่วงอายุ 35-50 ปี

 
 มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย และพบมากในช่วงอายุ 35-50 ปี

มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ป้องกันได้ แพทย์สามารถตรวจหา “ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก”  ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ตรวจหาระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกเรียกว่า การตรวจ                 แปปสเมียร์(Pap Smear) โดยการเก็บเอาเซลล์เยื่อบุบริเวณปากดลูกไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง

 

 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

            การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ต่ำกว่า 20 ปี) และมีคู่นอนหลายคน จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Human Papilloma Virus (HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

 

 

อาการ

            ระยะเริ่มต้นจะไม่ปรากฎอาการใดๆ แต่สามารถตรวจพบมะเร็งปากมดลูกได้จากการตรวจ                 แปปสเมียร์(Pap Smear) ระยะลุกลาม จะมีอาการตกขาว กลิ่น มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือตกขาว ลักษณะคล้ายน้ำคาวปลา ถ้าเป็นมากอาจถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่ายอุจจาระได้ นอกจากนี้มะเร็งอาจกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ปอด ตับ และกระดูก เป็นต้น

 

การรักษา

            ถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆ การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี แต่ถ้าเป็นระยะที่มะเร็งลุกลามมากแล้ว จะใช้รังสีรักษา โดยการฉายแสงร่วมกับการใส่แร่ หรือการผสมผสานระหว่างการผ่าตัด รังสีรักษา และการให้ยาเคมีบำบัด

 การป้องกัน

            - หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หลายคู่นอน

            - หลีกเลี่ยงการติดเชื้อโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าไม่แน่ใจควรใช้ถุงยางอนามัย

            - เมื่อมีอาการตกขาวผิดปกติ หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ควรรีบไปพบแพทย์

            - สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ทุกคน ควรได้รับการตรวจ Pap Smear เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูกอย่างน้อย

  ปีละครั้ง

            -  ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

                      ด้วยความปรารถนาดี ศูนย์สูตินรีเวช