ไขข้อข้องใจทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ?

ไขข้อข้องใจทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ?   “เรื่องน่ารู้ที่จะช่วยให้สาว ๆ หายสงสัยว่าทำไมควรป้องกันเชื้อ HPV สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก”   หนูยังหาแฟนไม่ได้เลยแล้วจะรีบฉีดทำไมแต่งงานแล้วค่อยฉีดดีกว่าไหมคะ ?              1.มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ HPV ซึ่งติดต่อได้ง่ายมากจากการมีเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสทางผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ เพศสัมพันธ์แม้เพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้ติดเชื้อ HPV ได้              2.เพราะส่วนใหญ่เพศสัมพันธ์ครั้งแรกเกิดจากความไม่ตั้งใจ เราคงคาดเดาไม่ได้ว่าจะมีเมื่อไรถึงตอนนั้นจะป้องกันก็คงไม่ทันแล้ว               3.การฉีดวัคซีนตั้งแต่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์หรือยังไม่ติดเชื้อ จะทำให้ได้ประโยชน์มากกว่า               ข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุดพบว่า วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกบางชนิดสามารถป้องกันได้มากกว่า 90% ผู้หญิงที่ยังไม่เคยติดเชื้อและการฉีดตั้งแต่อายุยังน้อย จะทำให้มีภูมิคุ้มกันสูงกว่าและอยู่ได้นานกว่าฉีดตอนที่มีอายุมากขึ้น ดังนั้นการฉีดเมื่ออายุน้อยและยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ดิฉันมีแฟนคนเดียวค่ะ เขารับประกันว่าชัวร์มั่นใจไม่นอกใจแน่นอนค่ะ? - จะแน่ใจได้อย่างไร? เพราะผู้ชายอาจติดเชื้อมาก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเรา และแม้เราจะมีแฟนคนเดียวแต่แฟนอาจไม่ได้มีเราเป็นคนแรกหรือคนเดียว เขาอาจติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัวเพราะเชื้อโรคนี้เป็นไวรัสที่ติดต่อง่าย   ต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกก่อนฉีดหรือไม่กลัวฉีดไปแล้วไม่ได้ช่วยอะไรเลย?   - โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องตรวจภายในเพื่อหาเชลล์มะเร็งปากมดลูกก่อนเพราะการฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันการติดเชื้อในอนาคตส่วนการตรวจภายในเป็นการตรวจหาเซลล์ผิดปกติที่เกิดจากการติดเชื้อมาก่อนทำได้ควบคู่กันไปก็จะดีที่สุด    ฉันอายุมากแล้ว จะฉีดไปทำไมให้เด็ก ๆ สาว ๆ เขาฉีดน่าจะดีกว่า ?   - “ฉีดช้า ยังดีกว่าไม่ได้ฉีด” เพราะมะเร็งเกิดได้ทุกวันและทุกช่วงวัย การศึกษาทางการแพทย์พบว่าวัคซีนสามารถป้องกันได้แม้ในผู้หญิงอายุมาก นอกจากนี้วัคซีนยังมีความปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งไว้ล่วงหน้า     วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฉีดที่ตรงไหนกลัวเจ็บจนทนไม่ไหวค่ะ ?   - ฉีดบริเวณต้นแขนข้างใดข้างหนึ่งเหมือนการฉีดวัคซีนทั่ว ๆ ไป ไม่ได้ฉีดบริเวณปากมดลูกหรืออวัยวะอื่นใดเลย วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจำนวน  3  เข็ม  เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่สุดท้ายห่างจากเข็มแรก  6  เดือน ฉีดวัคซีนแล้วจะมีอันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่คะ ? องค์การอนามัยโลก( WHO ) ได้รับรองวัคซีนนี้แล้วว่าปลอดภัยทั่วโลกมีการฉีดไปแล้วกว่า 50 ล้านโด๊ส อาทิ อเมริกา ยุโรป กลุ่มสแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ ดิฉันกำลังจะแต่งงานคิดว่าจะมีลูกเลยฉีดได้หรือไม่คะ ? - ฉีดได้ค่ะ ไม่ต้องคุมกำเนิดหลังฉีดเพราะวัคซีนไม่ได้สังเคราะห์จากเชื้อไวรัสโดยตรงถ้าตั้งครรภ์แล้วยังฉีดไม่ครบ  3 เข็ม ก็แนะนำให้ฉีดเข็มที่เหลือหลังคลอดได้   รักตัวเอง ก่อนจะสายเกินไป ชวนผู้หญิงไทยตรวจคัดกรองเป็นประจำพร้อมทั้งฉีดวัคซีน HPV   ข้อมูลโดย : พญ.สุนีย์  ศักดิ์ศรี สูตินรีแพทย์ประจำ รพ.วิภาวดี  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

มะเร็งปากมดลูก

             มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย และพบมากในช่วงอายุ 35-50 ปี มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ป้องกันได้ แพทย์สามารถตรวจหา “ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก” ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ซึ่งวิธีการที่ใช้ตรวจหาระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก เรียกว่า การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear) โดยการเก็บเอาเซลเยื่อบุบริเวณปากมดลูกไปตรวจหาเซลมะเร็ง ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก 1. การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ต่ำกว่า 20 ปี) และมีคู่นอนหลายคน 2. มีการอักเสบของปากมดลูกเนื่องจากการติดเชื้อ Human Papiloma Virus เริม หูดหงอนไก่ 3. สตรีที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 4. สตรีที่มีภูมิต้านทานต่ำ 5. ขาดสารอาหาร เช่น โฟเลท วิตามินเอ วิตามินซี อาการ ระยะเริ่มต้นจะไม่ปรากฏอาการใด ๆ แต่สามารถตรวจพบมะเร็งปากมดลูกได้จากการตรวจ แปปสเมียร์ (Pap Smear) ระยะลุกลาม จะมีอาการตกขาว มีกลิ่น มีเลือดออกทางช่องคลอดหรือตกขาว ลักษณะคล้ายน้ำคาวปลา ถ้าเป็นมากอาจถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่ายอุจจาระได้ นอกจากนี้มะเร็งอาจกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ปอด ตับ และกระดูก เป็นต้น การรักษา ถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรก ๆ การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี แต่ถ้าเป็นระยะที่มะเร็งลุกลามมากแล้ว จะใช้รังสีรักษา โดยการฉายแสงร่วมกับการใส่แร่ หรือการผสมผสานระหว่างการผ่าตัดรังสีรักษา และการให้ยาเคมีบำบัด การป้องกัน - หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หลายคู่นอน - หลีกเลี่ยงการติดเชื้อโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าไม่แน่ใจควรใช้ถุงยางอนามัย - เมื่อมีอาการตกขาวผิดปกติ หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ควรรีบไปพบแพทย์ - สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ทุกคน ควรได้รับการตรวจ Pap Smear เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้ง            นพ.มนัส  สุรทานต์นนท์  สูติ-นรีแพทย์ รพ.วิภาวดี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม