ศูนย์จักษุและเลสิค

ศูนย์จักษุและเลสิคโรงพยาบาลวิภาวดี รวบรวบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน พร้อมให้บริการ โดยมีบริการตรวจ รักษา และผ่าตัด 

#รักษาสายตาสั้นยาวเอียง

LASIK เป็นอักษรย่อของ Laser Assisted In Situ Keratomileusis แปลตามตัวว่า การใช้แสงเลเซอร์ไปทำอะไรบางอย่างกับกระจกตา  โดยแสงเลเซอร์จะไปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบแล้วโฟกัสลงจอประสาทตาพอดี  เช่น สายตาสั้นที่มีกระจกตาโค้งนูนเกินไปก็ทำให้แบบลง  สายตายาวที่มีกระจกตาแบบเกินไปก็ทำให้นูนขึ้น สายตาเอียงที่มีกระจกตาเบี้ยวก็ทำให้หายเบี้ยว  ก็จะทำให้มองเห็นชัดขึ้น แสงเลเซอร์ที่เราใช้นี้เรียกว่า Excimer Laser เป็นแสงย่าน Ultraviolet มีความยาวคลื่น 193 nanometer แสงนี้มีความแม่นยำมากอยู่ในย่าน Micron หรือ 10-6   เมตร

ADVANCED LASIKCENTER เลสิก รักษาสายตาสั้น ยาว เอียง ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่https://vibhavadilasik.com/

ICL  (Implantable Collamer Lens) คือ เลนส์เสริมที่ออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติ ทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว ใส่เลนส์เสริม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่https://iclthaivibha.com/

New  vision for new generation….for your eyes only.

ข้อมูลศูนย์จักษุและเลสิค

ศูนย์จักษุ-โรงพยาบาลวิภาวดี รวบรวบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน พร้อมให้บริการ โดยมีบริการตรวจ รักษา และผ่าตัด

  • ห้องตรวจและเครื่องมือทางการแพทย์
  • ห้องตรวจตาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน 5 ห้อง
  • เครื่องวัดสายตาด้วยคอมพิวเตอร์
  • เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียม
  • เครื่องวัดความดันลูกตา
  • เครื่องตรวจวิเคราะห์ขั้วประสาทตา
  • และถ่ายจอประสาทตา
  • เครื่องตรวจวัดลานสายตา

การบริการ

  • การตรวจวัดสายตา
  • การตรวจรักษาตาทุกชนิด
  • การตรวจสายตาในเด็ก
  • การผ่าตัดตาทุกชนิด
  • เลเซอร์จอประสาทตา
  • การผ่าตัดต้อกระจกและเลนส์เทียมด้วยเครื่องสลายต้อกระจก
  • การผ่าตัดรักษาต้อหิน
  • พีอาร์เค
  • การทำตาเทียม
  • การทำตาปลอม

 

อาหารตา คุณค่าจากธรรมชาติ

     ฤดูกาลผันผ่าน แสงแดดและสายลมหนาวเริ่มเข้ามาแทนที่ พร้อมกับความงดงามของธรรมชาติของฤดูกาล เชื่อว่า “ทานตะวัน” เป็นอีกหนึ่งความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์มาให้มนุษย์ได้ชื่นชมเป็นอาหารตา แต่หากชื่นชมกับความงามภายใต้แสงแดดจ้า แล้วคุณกลับเข้ามาในที่ร่มอย่างกะทันหัน จะเกิดอาการตามืดมัวไปช่วงสั้น ๆ แล้วในไม่กี่วินาทีต่อมาสายตาจะค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับความมืด คนธรรมดาจะสามารถมองเห็นภาพได้อย่างรวดเร็ว แต่ในคนที่ปรับสายตาได้ช้าและมองไม่ค่อยเห็น อาจเกิดจากการขาดวิตามินเอ จะทำให้มองไม่ค่อยเห็นในที่มืด อาการอย่างนี้เรียกว่า “อาการตาบอดในที่มือ” เห็นได้ว่า วิตามินเอมีความสำคัญต่อสุขภาพดวงตา

 

     วิตามินเอ ในธรรมชาติพบในผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ เช่น นม เนย เนยแข็ง ตับ น้ำมันตับปลา เป็นต้น และอาหารจากพืชผัก ผลไม้ สีเหลือง หรือสีเขียว วิตามินเอ มีผลต่อการปรับตัวเข้ากับความมืด สายตาจะปรับเข้ากับความมืดได้เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปริมาณของวิตามินเอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะวิตามินเอจะจับสารในร่างกายได้สาร Rhodopsin ซึ่งจำเป็นสำหรับการปรับสายตาในที่มืดหรือเวลากลางคืน Rhodopsin จะถูกใช้ในการนำภาพจากจอตาส่งไปตามเส้นประสาทสู่สมอง เพื่อแปรออกมาเป็นภาพที่ดวงตาเรามองเห็นอีกที ส่วนประกอบที่สำคัญของ Rhodopsin ก็คือวิตามินเอ และโปรตีนออปซิน ถ้าเมื่อใดร่างกายเราขาดวิตามินเอ ก็เท่ากับขาด Rhodopsin อาจมีผลทำให้มองในที่มือไม่ค่อยดี หรืออาจร้ายแรงจนบอดสนิทในที่มืดก็เป็นได้

 

     จะเห็นได้ว่าวิตามินเอมีความสำคัญต่อดวงตา และวิตามินเอก็มีอยู่ทั่วไปในอาหารที่เรารับประทานโดยเฉพาะผักผลไม้สีเหลือง สีเขียว แต่ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่อยากจะแนะนำ นั่นคือ เมล็ดทานตะวัน ที่นอกจากความงามแล้วยังมีคุณค่ามากกว่าที่คิด สามารถนำเมล็ดมารับประทานเป็นของว่างที่ทำให้หลาย ๆ คนติดใจ ยังช่วยถนอมสายตาอีกด้วย จากบทความของนาย เจ.ไอ.โรเดล เขียนในวารสาร “การป้องกันโรค” ว่าการได้รับประทานเมล็ดทานตะวันประมาณหนึ่งเดือนทำให้เขาสามารถเดินท่ามกลางแสงแดดจ้ากลางหิมะ โดยที่สายตาไม่พร่ามัวเป็นระยะทางประมาณ 2 กม. ทำให้หลายคนลองรับประทานดูบ้างก็ได้ผลเหมือนกันและเขียนจดหมายเข้าไปชมหลายร้อยฉบับ แสดงว่ามันมีประโยชน์จริง ๆ 

 

     แต่ในบ้านเรา พืชผัก ผลไม้มีมาก เลือกรับประทานให้ครบ 5 หมู่ คิดว่าจะเพียงพอกับการดูแลสุขภาพตา เพื่อที่จะได้มีดวงตาสดใส ได้ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติ อย่างความงามของไร่ดอกทานตะวันที่ใกล้จะบานสะพรั่งพร้อมอวดความงดงามกับฤดูหนาวที่จะเข้ามาถึงในไม่ช้านี้ถนอมสายตาของคุณไว้ เพื่อเก็บภาพความงามของธรรมชาติให้ยาวนานที่สุดด้วยคุณค่าของธรรมชาติที่ให้เรามา

 

ศูนย์แอดวานซ์เลสิค ( Advanced LASIKCenter )

เป็นศูนย์รักษาสายตาด้วยแสงเลเซอร์ที่ให้บริการด้วย

  • ทีมจักษุแพทย์ทางด้านศัลยกรรมกระจกตาและรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ( Cornea and Refractive Surgery Specialists )ที่มีประสบการณ์สูงด้านกระจกตาและการผ่าตัดเลสิค
  • ระบบเครื่องมือที่ทันสมัย ด้วยเครื่องเลเซอร์ รุ่น Mel 80 G Scan จากประเทศเยอรมัน
  • พร้อมทีมบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความชำนาญ และมีประสบการณ์ มาตรฐาน ISO 9001:2000

เปิดโลกสดใสด้วยสายตาคุณ

  ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญในการรับภาพต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา โดยตามีหน้าที่หลัก คือ การรวมแสงที่ตกกระทบกับวัตถุแล้วสะท้อนสู่นัยน์ตาเราผ่านกระจกตา  เลนส์แก้วตาแล้วหักเหแสงตกลงที่จอประสาทตาพอดีถ้ามีอะไรก็ตามที่ทำให้ แสงหักเหไม่ตกลงที่จอประสาทตาพอดี ก็จะทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนได้ เรียกว่า สายตาผิดปกติ ( Refractive error ) ซึ่งในคนส่วนใหญ่แล้วค่าสายตาที่ผิดปกติมักเกิดจากความโค้งของกระจกตาที่ไม่พอดี ซึ่งส่งผลต่อการหักเหของแสงที่เข้าสู่ตาตามที่กล่าวไปแล้ว

 

ความผิดปกติของสายตา

  1. .สายตาสั้น ( Myopia or Nearsightedness) คือการที่แสงเข้าตาแล้วตกลงก่อนถึงจอประสาทตาทำให้มองไกลไม่ชัด
  2. สายตายาวแต่กำเนิด ( Hyperopia or Farsightedness) คือการที่แสงเข้าตาแล้วตกเลยจอประสาทตาออกไปในคนที่มีสายตาประเภทนี้จะมองเห็นไม่ชัดทั้งในที่ใกล้และที่ไกล
  3. สายตาเอียง ( Astigmatism ) คือการที่แสงเข้าตาแล้วเกิดการโฟกัสในแต่ละระนาบคนละจุดกัน ทำให้มองไม่ชัดทั้งในที่ใกล้และที่ไกล
  4. สายตายาวสูงอายุ ( Presbyopia ) คือการที่เลนส์ตาแข็งขึ้นและกล้ามเนื้อตาที่ช่วยในการมองใกล้อ่อนล้าลงทำให้ไม่สามารถมองที่ใกล้ ๆ ได้

LASIK คือ อะไร  

  LASIK  เป็นอักษรย่อของ Laser Assisted In Situ Keratomileusis ซึ่งแปลตามตัวว่า การใช้แสงเลเซอร์ไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบแล้วสามารถโฟกัสลงที่จอประสาทตาได้พอดี

สายตาสั้น แก้ไขโดยใช้แสงเลเซอร์ไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้แบนลง

สายตายาว แก้ไขโดยใช้แสงเลเซอร์ไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้นูนขึ้น

สายตาเอียง แก้ไขโดยใช้แสงเลเซอร์ไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้เท่ากันในแต่ละแนว

 

แสงเลเซอร์ที่ใช้รักษาสายตา

  เรียกว่า Excimer laser เป็นแสงย่านอุตตร้าไวโอเล็ต (193 nanometre ) แสงนี้เป็นแสงที่เย็นไม่ร้อนมีผลแค่ส่วนผิดกระจกตาเท่านั้นไม่สามารถเข้าไปภายในลูกตาได้  แสงนี้มีความแม่นยำมากอยู่ในย่านMicron หรือ 1/1000 มิลลิเมตรเท่านั้น

 

ศูนย์ Advanced LASIKCenter

  เราได้เลือกใช้เครื่องมือที่มีความทันสมัย และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อให้ท่านได้รับผลการแก้ไขสายตาที่แม่นยำและปลอดภัย ศูนย์ Advanced LASIK เลือกใช้เลเซอร์รุ่น Mel 80 G Scan จากเยอรมัน มีระบบ 5th Generation Wavefront Technology ที่เรียกว่า WASCA ( Wavefront Supported Customizded Ablation) ซึ่งมีความละเอียด (Resolution) สูงมาก สำหรับการตรวจหาค่าสายตา ค่าความบิดเบี้ยวของลูกตาและค่าคำนวณออกมาสำหรับการยิงเลเซอร์แก้ไขสายตาของท่านได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

 

ADVANCED LASIK TECHNOLOGY

  ด้วยความมุ่งมั่นและปณิธานอันแน่วแน่ Advanced LASIKCenter จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบ โดยใช้ระบบ WASCA ADVANCED TECHNOLOGY รวมทั้งความพร้อมในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีอันทันสมัยเฉพาะด้าน รวมถึงการให้บริการที่ครบวงจรทั้งหมดจึงรวมเป็น Advanced LASIKCENTER ซึ่งตอบสนองทุกความต้องการด้วยความปลอดภัยสูงสุดที่คุณมั่นใจได้

 

WASCA ADVANCED TECHNOLOGY 

  วิธีการแก้ไขความผิดปกติของสายตาที่ Advanced LASIK CENTER ใช้ เป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ ที่เรียกว่า WASCA (Wavefront Supported Customized Ablation) เพื่อความบิดเบี้ยวและเบี่ยงเบนของดวงตา ที่เรียกว่า Aberration โดยการฉายคลื่นแสงชนิดหนึ่ง (Dynamic Wavefront) ลงไปในลูกตา กระทบจอประสาทตาแล้วสะท้อนกลับแล้วคำนวณกลับมาเป็นรูปแบบของเลเซอร์ที่จะยิงเข้าไปแก้ไขขณะทำ LASIK ลักษณะของแสงเลเซอร์ที่เราใช้เป็นรูปทรงระฆังคว่ำ (True Gaussian Beam) จึงสามารถแก้ไขระบบการหักเหแสงของลูกตา (Refractive system)ได้เนียนเรียบกว่าแสงเลเซอร์ธรรมดาทั่วไปและได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

  ในการวัดสายตาทั่วไปแล้วจะใช้ค่าเฉลี่ย เช่น ค่าสายตา 400 แต่ความเป็นจริงนั้นแต่ล่ะจุดบนดวงตาอาจมีค่าไม่เท่ากัน เช่น มีค่า 370 อีกจุดหนึ่ง 420 การใช้ ( Wavefront Supported Customized Ablation) หรือ WASCA นั้นสามารถวัดและแก้ไขความผิดปกติในรายละเอียดแต่ละจุดของลูกตาตามความเป็นจริง ทำให้แก้ไขสายตาได้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อท่านโดยเฉพาะ

 

      ในกรณีที่ท่านมี ค่าความบิดเบี้ยว Aberration น้อย การใช้เลเซอร์แบบปกติก็สามารถที่จะแก้ไขสายตาของท่านได้ดี แต่ถ้าท่านมีค่าความบิดเบี้ยว Aberration มาก แพทย์จะแนะนำให้ท่านใช้รูปแบบที่ออกแบบเพื่อท่านโดยเฉพาะ Customized Ablation เพื่อแก้ไขส่วนที่มีความบิดเบี้ยวมากนั้น

 

      ระบบนี้มีวัตถุประสงค์หลักที่จะแก้ไขความคมชัดของสายตาที่อาจลดลงในเวลากลางคืนซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในคนไข้บางคนที่มีม่านตาขยายใหญ่ขึ้นตอนกลางคืนมากเกินไป แต่ปรากฏว่า มีผลพลอยได้ทำให้สายตาตอนกลางวัน (Day Vision) ซึ่งผลการทำ LASIK ปัจจุบันนี้ดีอยู่แล้ว ดียิ่งขึ้นไปอีก        (Supernormal Vision) เนื่องจากสุดยอดเทคโนโลยีนี้จะสร้างรูปแบบเลเซอร์เป็นแบบเฉพาะตัวของท่านคนเดียว (Customized Laser Ablation)

 

True Gaussian Beam Profile MEL 70

  แสงเลเซอร์ที่เราใช้เป็นรูปทรงระฆังคว่ำ (True Gaussian Beam) จึงสามารถ แก้ไขระบบการหักเหแสงของลูกตา (Refractive system) ได้เนียน เรียบกว่าแสงเลเซอร์ธรรมดาทั่วไป และได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ

 

Fast Eye Tracking System

  เพื่อความถูกต้องแม่นยำ ขั้นตอนการทำ LASIK จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฉายแสงเลเซอร์ให้ได้ตรงจุดที่ต้องการแก้ไขแต่ เนื่องจากดวงตาของคนเรานั้นมีประสาทสัมผัสซึ่งไวต่อสิ่งต่างๆ สูงและมีความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งจึงจำเป็นต้องนำระบบ EYE TRACKING ซึ่งเป็นระบบในการติดตามความเคลื่อนไหวของลูกตา ทำให้การฉายแสงเลเซอร์ได้ไม่ผิดพลาดและเกิดความแม่นยำสูงสุด

 

CCA TECHNOLOGY

  เทคโนโลยีใหม่เพื่อความปลอดภัยของดวงตาคุณ กรวย หรือโดมอากาศพลศาสตร์ เป็นเทคโนโลยี ซึ่งมีเฉพาะในเครื่องเลเซอร์รุ่น MEL 80 เท่านั้น ใช้สำหรับขั้นตอนขณะที่ยิงเลเซอร์ โดยเมื่อแสงเลเซอร์วิ่งผ่านอากาศไปยังดวงตาของเรา และกระทบกับผิวกระจกตาเพื่อขัดผิวกระจกตานั้น จะมีเศษละอองบางชนิดกระเด็นฟุ้งขึ้นมาอยู่เหนือกระจกตา เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถดูดเก็บละอองฝุ่นควันและกลิ่น ที่ลอยฟุ้งอยู่เหนือบริเวณที่ยิงเลเซอร์ เพื่อให้ลำแสงเลเซอร์ที่ยิงอย่างต่อเนื่องสามารถวิ่งไปถึง จุดเป้าหมายได้โดยไม่มีการเบี่ยงเบนจากการกระทบกับฝุ่นละอองเหล่านั้น นอกจากนี้การกำจัดละอองรอบๆ ยังทำให้ลดความเสี่ยงของการอักเสบหรือติดเชื้อจากละอองเหล่านั้นได้อีกด้วย

 

AIR SHOWER 

  มาตรฐานความสะอาดที่คุณวางใจได้ นอกเหนือจากกระบวนการฉายแสงเลเซอร์และระบบการแก้ไขภาวะผิดปกติที่ทันสมัยแล้ว ศูนย์ Advanced LASIK ยังเป็นศูนย์เลสิคแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ติดตั้งระบบ AIR SHOWER ซึ่งเป็นระบบสุญญากาศกำจัดฝุ่นละออง ระบบนี้สามารถกรองอนุภาคต่างๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน และสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ ท่านจึงมั่นใจได้ในมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยของเรา

 

ประเภทการรักษา

1.PRK (Photorefractive Keratectomy)

  PRK คือ วิธีการรักษาภาวะสายตาผิดปกติโดยแสงเลเซอร์ วิธีหนึ่งเริ่มมีการใช้ตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 และยังคงใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการใช้แสงเลเซอร์ที่คำนวณได้ไปปรับแต่ความโค้งของกระจกตาโดยตรง โดยไม่มีขั้นตอนการเปิดผิวกระจกตาเหมือนในวิธีเลสิค

 

2. LASIK (Laser Assisted In Situ Keratomileusis)

  LASIK ก็เป็นวิธีการรักษาภาวะสายตาผิดปกติโดยแสงเลเซอร์อีกวิธีหนึ่ง เริ่มมีการใช้ภายหลัง PRK โดยเริ่มราวทศวรรษที่ 90 ทั้ง PRK และ LASIK ใช้แสงเลเซอร์ชนิดเดียวกันแต่มีความแตกต่างกันของTechnique และขั้นตอนการทำ ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ มีข้อดีและข้อจำกัดในตัวเองจึงเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพตาและสายตาของแต่ล่ะบุคคล

 

ขั้นตอนการรักษาโดยวิธี LASIK ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนใหญ่ๆ คือ

  1. แยกชั้นกระจกตาเปิดออก
  2. ใช้แสงเลเซอร์เพื่อปรับแต่งความโค้งกระจกตาให้เหมาะสม แล้วปิดชั้นกระจกตาที่เปิดออก     กลับเข้าที่เดิม โดยการทำ LASIK จะทำโดยใช้ยาชาหยอดตาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดมยาสลบ เพราะระหว่างทำจะมีบางขั้นตอนที่จะต้องอาศัยความร่วมมือของผู้รับบริการบ้างในการจ้องมองตรงแสงในจุดที่กำหนด

      กระจกตาของคนเราซึ่งอยู่ส่วนหน้าสุดของลูกตา ประกอบด้วยเนื้อเยื่อบางๆ ที่อัดแน่นกันอยู่เป็นชั้นๆ ซึ่งจะมีการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Microkeratome เพื่อเปิดชั้นบนของกระจกตาบางๆเท่านั้น กระจกตาส่วนที่ถูกแยกออกมาก็จะถูกเปิดออกโดยยังมีขั้วด้านหนึ่งเหลือติดไว้กับลุกตาตลอดเวลา

 

    จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการใช้แสงเลเซอร์มาปรับความโค้งกระจกตา ซึ่งใช้เวลาเพียง 30-60 วินาที ระหว่างขั้นตอนนี้ผู้รับบริการจะต้องมองนิ่งที่แสงนำเลเซอร์ซึ่งเป็นจุดสีแดงเพื่อให้แสงตกลงกลางดวงตาพอดี บางช่วงอาจมองไม่ตรงหรือมองสีไฟแดงไม่เห็น เครื่องเลเซอร์ที่เราใช้มีระบบตามการกลอกของลูกตา (Eye Tracking) ที่เร็วมาก ถึงแม้มองไม่ต้องบ้าง Eye Tracking ก็สามารถจะติดตามลูกตาได้โดยอัตโนมัติ และขณะที่ยิงแสงเลเซอร์อยู่นั้นจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย

 

     ขั้นสุดท้ายเป็นการล้างตาแล้วปิดชั้นบนของตากลับโดยไม่ต้องเย็บ เพราะกระจกตาจะดูดกลับติดที่เดิมเองด้วยแรงสุญญากาศ เหมือนพลาสติกใสที่ติดกระจกรถ ใช้เวลาในการทำประมาณ 15 นาที ต่อข้าง

 

     เมื่อทำเสร็จแล้วตาจะถูกครอบด้วยฝาครอบตาใสๆ ซึ่งมีรูให้มองลอดผ่านได้ เราจะมองเห็นไม่ค่อยชัดเจนนักในวันแรก แต่เห็นพอที่จะเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น กินข้าวได้ อาบน้ำ แปรงฟันได้ เดินไปมาได้ จากนั้นจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ คุณสามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัด

 

ข้อดีของการทำ LASIK

  1. เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นน้อย ถึงสั้นมาก
  2. ใช้เวลาในการพักฟื้นน้อย
  3. มีอาการเจ็บระคายเคืองน้อย

 

ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธี PRK

  1. ขั้นตอนการตรวจและประเมินสภาพสายตา เช่นเดียวกับวิธีเลสิค.การ
  2. รักษาแพทย์จะใช้แสง Excimer laser ชนิดเดียวกับวิธีเลสิค ไปปรับแต่งความโค้งและรูปร่างของผิวกระจกตาของท่าน ใช้เวลาในการปรับแต่งกระจกตา ข้างละไม่เกิน 1 นาที โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเปิดผิวกระจกตา
  3. เมื่อเสร็จแล้วแพทย์จะล้างตาและใส่คอนแทคเลนส์ไว้ เพื่อลดการระคายเคืองของตา โดยทั่วไปอาการเคืองตาจะเป็นมากใน 3 วันแรกและค่อยๆดีขึ้น
  4. หลังจากการทำผ่าตัดแพทย์จะนัดมาดูแผลเป็นระยะๆ และนัดถอดคอนแทคเลนส์ ประมาณ 3-4 วัน หลังผ่าตัด (โดยที่แพทย์จะต้องตรวจให้แน่ใจว่าแผลได้สมานกลับมาดีดังเดิมแล้ว)

ข้อดีของการทำ PRK

  1. ช่วยลดภาวะตาแห้ง และ เป็นทางเลือกของผู้ที่มีน้ำตาน้อย
  2. เหมาะสำหรับเป็นทางเลือกผู้ที่มีปัญหากระจกตาบางไม่มี
  3. ปัญหาภาวะแทรกซ้อมจากขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตา

 

การดูแลตนเองหลังการรักษา LASIK และ PRK

· หลังทำการผ่าตัดเสร็จแพทย์จะใส่ฝาครอบตาไว้ตลอดคืนห้ามเปิดออกในคืนแรกของการรักษา ห้ามขยี้ตาจนกว่าจะพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้นและท่านจะต้องใส่ฝาครอบตาทุกคืน เป็นเวลา 7 คืน เพื่อป้องกันการเกาและขยี้ตาตอนกลางคืนโดยไม่รู้ตัว ส่วนกลางวันท่านอาจสวมแว่นตาเพื่อป้องกันดวงตาจากแสงแดด ฝุ่นละออง และการถูกกระแทก

  • หลังผ่าตัดวันแรก แพทย์จะตรวจดูความเรียบร้อยของแผลและแนะนำวิธีการดูแล ดวงตาของท่าน
  • วันที่ 3 หรือ 4 ของการรักษาแพทย์จะนัดมาตรวจความเรียบร้อยของแผล เมื่อแผลหายสนิทดีแล้วแพทย์จะถอดคอนแทคเลนส์ออก (ในกรณีทำโดยวิธี PRK)
  • 7 วัน แรกหลังทำ ห้ามล้างหน้าและน้ำเข้าตาโดยเด็ดขาด
  • ต้องใส่ที่ครอบตาไว้ตลอด 7 คืน ถ้าท่านจะว่ายน้ำหรือดำน้ำควรอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ ได้รับการอนุญาตจากแพทย์
  • ·แพทย์จะนัดมาตรวจตามระยะเวลา 1 วัน , 1 สัปดาห์ , 1 เดือน , 3 เดือน , 6 เดือน , 1 ปี

 

อาการที่ท่านอาจมีได้หลังทำ PRK

  • วันแรกหลังทำ PRK ท่านอาจมีอาการแสบตาระคายเคืองตาลืมตาไม่ขึ้น สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหล มองเห็นภาพไม่ชัดเจน ซึ่งระดับอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
  • หลังการทำ 2-3 วัน อาการระคายเคืองตาจะดีขึ้นกว่าในวันแรก แต่การมองเห็นยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากการสมานตัวของ

หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมใดๆ เชิญมารับการตรวจและขอคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์จักษุและเลสิค ชั้น 3 อาคาร 4 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. ติดต่อได้ที่  0-2058-1111 , 0-2561-1111 กด 4312-13

 

แพคเกจและโปรโมชั่นศูนย์จักษุและเลสิค

ทีมแพทย์ศูนย์จักษุและเลสิค