ศูนย์ผิวหนัง

ศูนย์ผิวหนัง รพ.วิภาวดี เป็นการรักษาโรคทางผิวหนัง และการดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. บริเวณชั้น G อาคาร Tower B 

ข้อมูลศูนย์ผิวหนัง

ศูนย์ผิวหนัง ให้การรักษา และปรึกษาปัญหาด้านผิวหนัง โดยรักษาโรคทางผิวหนัง อาทิ ผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย บริเวณใบหน้า และทุกส่วนของร่างกายรวมทั้งรักษาโรคดังต่อไปนี้

              - กาก เกลื้อน สะเก็ดเงิน  ด่างขาว

              - สิว หลุมสิว สิวอักเสบ

              - ไฝ ฝ้า ที่มีขนาดผิดปกติ

              - รวมถึงเชื้อราบริเวณผิวหนัง และหนังศีรษะ 

ศูนย์ผิวหนัง มีเทคโนโลยี่ เครื่องมือในการรักษา ดังนี้

             เครื่อง Pristine ใช้เทคโนโลยีการผลัดเซลล์ผิวที่เรียกว่า Diamond – peel Microdermabrasion โดยใช้ Laser – cut Diamond –tip

        ร่วมกับการใช้ระบบดูดแบบสุญญากาศ (Vacuum) ทำให้สามารถผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าและสิ่งอุดตันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและนุ่มนวลกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen) อีลาสติน (Elastin) อีกทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด หลังเข้ารับการรักษาเพียงครั้งแรกสัมผัสได้ถึงผิวที่สดชื่น สะอาด และดูอ่อนเยาว์
 
 ช่วยรักษาเรื่องใดบ้าง
  • Exfoliation ผลัดเซลล์ผิว
  • Fine lines ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
  • Acne scars หลุมสิว
  • Sunspots รอยหมองคล้ำ
  • Uneven skin texture  ผิวไม่เรียบเนียน

การทำงานของเครื่อง ใช้เทคโนโลยีอะไร

        Diamond – peel Microdermabrasion โดยเครื่อง Pristine เป็นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่มีความปลอดภัยไม่มีบาดแผลขัดผิวอย่างนุ่มนวล กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ โดยใช้หัวทิปชนิดพิเศษที่เรียกว่า Laser – cut Diamond –tip มีให้เลือกใช้ถึง 10 แบบ ทำงานประสานกันกับระบบดูดแบบสูญญากาศ (Vacuum) โดยสามารถเลือกหัว Diamond –tip และระดับแรงดูดสูญญากาศให้เหมาะสมกับสภาพผิวของผู้เข้ารับการรักษา

ผู้ที่เหมาะสมต่อการเข้ารับการรักษา

           เครื่อง Pristine สามารถให้การรักษาได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพผิว  งดเว้นในผู้ที่มีอาการผิวแห้ง ลอก หรือมีการอักเสบของผิว

บริเวณที่ทำการรักษาได้

          เครื่อง Pristine มี Diamond Tips หลากหลายขนาดให้เลือกใช้สามารถทำการรักษาได้ครอบคลุม อีกทั้งสามารถทำการรักษาได้ในผู้ที่มีผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย ผิวไม่เรียบเนียน หรือบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น รอบดวงตา เป็นต้น

ต้องเข้ารับการรักษาบ่อยแค่ไหน

           สามารถเห็นผลการรักษาได้ทันทีหลังการรักษาในครั้งแรกแนะนำให้ทำการรักษา 6 – 8 ครั้ง ห่างกันทุก 2 สัปดาห์

ความรู้สึกระหว่างรับการรักษาด้วยเครื่อง Pristine

           ขณะทำการรักษารู้สึกได้ถึงแรงดูดสูญญากาศที่เคลื่อนบนผิวอย่างนุ่มนวล ไม่เจ็บ ระยะเวลาในการทำการรักษาขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำการรักษา หากทำการรักษาทั่วหน้าใช้ระยะเวลาประมาณ 10 – 15 นาที

การรักษาด้วยเครื่อง Pristine มีความปลอดภัยหรือไม่

          เครื่อง Pristine มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่มี Downtime  คุณสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับการรักษาด้วยเครื่องPristine

การดูแลหลังรับการรักษาด้วยเครื่อง Pristine

          หลังทำการรักษาจะเห็นผิวบริเวณที่ทำการรักษามีสีชมพูระเรื่อผิวหน้าอาจแห้งลง 1 – 2 วัน ควรเน้นทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นและครีมกันแดดหลังทำการรักษา

            Phonophoresis

       หลักการ Phono คือการใช้คลื่นที่มีความถี่สูง (ULTRASONIC) เพื่อใช้ในการผลักตัวยาหรือวิตามินต่างๆ สู่ชั้นผิว ช่วยให้ใบหน้าขาวใส ฟื้นฟูสภาพผิวรวมถึงริ้วรอยดำคล้ำรอบดวงตา

ประโยชน์ของการทำ Phono

  1. ทำให้ใบหน้าขาวเนียนสดใส
  2. .รักษา ฝ้า กระ จุดด่างดำต่างหรือแม้กระทั่งรอยสิว
  3. ลดรอยหมองคล้ำถุงใต้ตาและตาดำคล้ำ
  4. รักษาริ้วรอยบนใบหน้า
  5. ลดและสลายไขมัน

จำนวนครั้งที่ใช้ในการรักษา

  • จำนวน 7-10 ครั้ง ทุกสัปดาห์ ในช่วงแรก ของการรักษา
  • หลังจากนั้น ควรทำทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อรักษา และคงความสดใส
  • ใช้เวลาครั้งละประมาณ 30 นาที (รวมการทำความสะอาดใบหน้า)

ขั้นตอนการรักษา 

  1. พบแพทย์เพื่อตรวจสภาพผิว เพื่อสั่งการรักษา โดยใช้ตัวยา หรือวิตามิน ให้เหมาะกับปัญหา ของแต่ละคน
  2. ริ่มจากการล้างทำความสะอาดใบหน้า เจ้าหน้าที่จะทายา วิตามินที่หน้าหรือตัว โดยใช้หัว Phono ที่ออกแบบมาเฉพาะ สำหรับหัว Phono ตา,หัว Phono หน้า,หัว Phono ตัว สำหรับผลักตัวยาให้สู่ผิวหนัง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวเพราะไม่กระตุ้นการเกิดสิวและยังสามารถผลักยารักษาสิวได้ดีกว่าทาอย่างเดียว

            Microdermabrasion ( NON-Invasive rejuvenation) MD. นวัตกรรมเพื่อผิวหน้าสวยใส ผิวกายเรียบเนียน

หลักการทำงาน

           Microdermabrasion หรือ MD. เป็นการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี โดยใช้หลักการ Micro Peeling โดยการใช้ผงคริสตัลเล็กๆ ที่สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสีแกมม่า มากรอผิวเพื่อช่วยให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพลอกออกไป และกระตุ้นให้ Fibroblast เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบขึ้น ช่วยให้สร้างผิวใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เรียบและนุ่ม โดยวิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดแผลถลอกระหว่างการทำ
        เหมาะสำหรับผู้ที่มีรอยแผลเป็น หลุมสิว รูขุมขนกว้าง ใบหน้าหมองคล้ำ สามารถใช้รักษาร่วมกับการรักษาฝ้า ,กระ ได้ด้วย หลังจากการทำ 5 ครั้ง สภาพผิวโดยรวมจะตื้นขึ้น ผิวเรียบขึ้น ใบหน้าขาวใส รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง, ต้นขา, สะโพก
 
การดูแลหลังการกรอผิว
  หลังการกรอผิวสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ ล้างหน้าได้ ไม่มีแผลใดๆ แต่ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไป หรืองดออกแดดจัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ และอาจมีผิวหน้าแดงๆ 2-3 ชั่วโมง หลังทำ และอาจมีผิวลอกเป็นขุยเล็กๆในผู้ที่มีผิวแห้ง
ข้อดี
  • ง่าย ได้ผลดี ไม่ต้องศัลยกรรมกรอหน้า
  • อาการข้างเคียงน้อยมากและไม่มีอาการรุนแรง แต่อาจจะรู้สึกระคายเคืองหรือแสบๆเล็กน้อย บริเวณที่ทำ ข้อบ่งชี้
  • แผลเป็น (Pitted Scar) และ สิวอุดตัน
  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ (Dyschromia)
  • รูขุมขนกว้าง (Enlarge Pore)
  • กระเนื้อตื้นๆ
  • ผิวแตก ท้องลาย (Stretch Mark)
ข้อห้ามใช้ 
  • สิวอักเสบมากบนใบหน้า
  • มีการติดเชื้อบนใบหน้าทุกชนิด รวมทั้งเริม
  • มะเร็งผิวหนัง
  • เพิ่งถูกแสงแดดมามากๆ หรือ แห้งมากๆ

            Iontophoresis สร้างผิวใหม่ขาวใสด้วย Ionto

หลักการทำงาน

     คือ การใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำๆ ผลักตัวยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยในการรักษา ฝ้า กระ รอยดำ หลังภาวะการอักเสบต่างๆ และแผลเป็นบางชนิดให้จางลง โดยแพทย์จะเลือกสารละลายวิตามินที่เหมาะสม ได้แก่

  1. อนุพันธ์ของวิตามินซี ( VC-PMG) ช่วยทำให้ผิวขาวใส ลบรอยจุดด่างดำ ฝ้า กระ
  2. อนุพันธ์วิตามินเอ (Tretinoin)ช่วยรักษารอยแผลเป็นจากหลุมสิว ช่วยให้แผลเป็นดูเรียบเนียน กระชับรูขุมขน ลบริ้วรอย สิวเสี้ยน
  3. JA Gel (Transnexamic Acid) ช่วยรักษาปัญหาที่เกิดจากเม็ดสีเมลานิน เช่น ฝ้า กระ จึงทำให้หน้าใสขึ้น
  4. อโลเวลา เจล ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ลดอาการแพ้ระคายเคือง
  5. Vit E เป็น Antioxidation ที่ยอดเยี่ยม ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว

ประโยชน์ของ Ionto

  1. ทำให้ผิวหน้าขาวใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิวลบเ
  2. ลือนปัญหาริ้วรอยและแผลเป็นต่างๆ ผิวหน้าเนียนนุ่มอ่อนวั
  3. ยและยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้

วิธีการ/ขั้นตอนในการรักษา

  • แพทย์จะตรวจสภาพผิวหน้าเพื่อที่จะเลือกใช้ยาวิตามินที่จะทำอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคลเจ้าหน้
  • าที่จะทายา/วิตามินที่แพทย์สั่ง และนำหัวกลิ้งของ Ionto กลิ้งวนรอบบริเวณใบหน้าเพื่อผลักยาจากเครื่องที่ Set ค่าพลังงานอย่างเหมาะสม ระยะเวลา 20-30 นาที
  • ระหว่างการทำไม่มีบาดแผลหรือความเจ็บปวดใดๆ 

การดูแลหลังการรักษา 

  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆหลังการทำ 24 ชั่วโมงแรก
  • หลังการรักษาแต่งหน้าได้ปกติ และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • หลังการรักษาหน้าอาจจะมีสีชมพูระเรื่อ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าจะไปกระตุ้นระบบการหมุนเวียนของเลือด ทำให้ผิวหน้าเป็นสีชมพูอมแดง เพื่อการรักษาที่ดีที่สุดและได้ผลดีที่สุด ควรทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และควรทำร่วมกับการทำ Microdermabrasion ด้วย
          AHA Treatment การรักษา ผิวพรรณด้วยกรดผลไม้ AHA 
         หรือ Alpha Hydroxy Acids เป็นสารที่สกัดจากกรดผลไม้หลายๆชนิด ที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ เช่น กรดซิตริก จากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ตระกูลส้ม กรดไกลโคสิค จากอ้อย กรดมาลิค ที่สกัดมาจากแอปเปิ้ล กรดแลคติค สกัดมาจากนม กรดทาริค ที่สกัดมาจากองุ่น ซึ่งการทำ AHA Treatment จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกเร็วขึ้น ช่วยปรับสภาพผิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดรอยหมองคล้ำ ลดความหยาบและไม่เรียบ รูขุมขนกว้างให้เล็กลง รวมถึงรักษาสิวอักเสบเพราะช่วยลดฆ่าเชื้อ P. Acne ทำให้ใบหน้าดูขาวใส ลดรอยดำจากสิว ฝ้า กระ ให้จางลง ลดความมันบนใบหน้า จึงเหมาะกับผู้มีสภาพผิวมัน รอยหมองคล้ำ พร้อมปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ
 
บริเวณที่ทำ 
  • ใบหน้า 
  • รอยดำคล้ำใต้วงแขน/ขาหนีบดำ/รอยสิวที่หลัง
  • รักษาสิวบริเวณแผ่นหลังและรอยดำต่างๆ 

การดูแลหลังทำการรักษา AHA

  1. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด 
  2. ทาครีมกันแดดที่มี SPF30 PA+++ ขึ้นไปทุกครั้ง 
  3. ควรทำซ้ำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการเห็นผลที่ชัดเจนและรวดเร็ว 

    บอกลาผิวหย่อนคล้อย เพื่อผิวตึงกระชับด้วยเครื่อง STOP ด้วยคลื่น RF (Radio Frequency) ซึ่งจะสะสมพลังงานความร้อนสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้น เส้นใยคอลลาเจน ให้หดรัดตัวแน่นขึ้น  เพื่อผิวตึงกระชับและบอกลาริ้วรอย ในระระยาว

           การฉีดฟิวเลอร์ ( filler)

  เพื่อเติมเต็มผิวและคงความอ่อนเยาว์ ให้กับใบหน้า  สร้างความมั่นใจให้กับคุณอีกครั้ง  

การฉีดเพื่อลดรอยย่น ริ้วรอย รอยตีนกา  Botox

  • บอกลารอยตีนกา รอยย่น ริ้วรอยต่างๆ  ที่ไม่พึงปรารถนา ให้หมดไป โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คุณ  สวย  มั่นใจ  ปลอดภัย      

ฟื้นฟูผิวใบหน้าอ่อนเยาว์  ยกกระชับใบหน้าและกำจัดขนด้วย Gentle YAG Laser 

  • นวัตกรรมใหม่ในการฟื้นฟู  และเรียกความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าปราศจากริ้วรอย  พร้อมประสิทธิภาพการกำจัดขนถาวร  หมดเรื่องกังวลใจกับปัญหาเหล่านี้  พร้อมให้คุณสวยได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 

เพื่อผิวหน้าอ่อนเยาว์  ยกกระชับและลดริ้วรอย  โดยไม่ใช้วิธีผ่าตัด ด้วย E- Max  Laser  

  • ลบเลือนฝ้า  กระ  จุดด่างดำ 
  • กระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนใต้ผิว  คืนความตึงกระชับ
  • ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย  กระชับรูขุมขน เพื่อผิวที่เรียบเนียนและดูอ่อนวัย

ปรนนิบัติผิวด้วย Laser ที่ปลอดภัยด้วย  Super VPL

    Laser Q-Switehed Nd YAG เพื่อผิวหน้าเรียบสวย  รูขุมขน เรียบเนียน  ลดรอยสัก - ปานดำ รอยคล้ำใต้ตา  รวมถึง ฝ้า กระลึกๆ  ได้อย่างปลอดภัย 

             Power Deep

    เครื่องมือที่ช่วยผลักวิตามิน และยา เพื่อบำรุงแบบลงลึกสู่เซลล์ผิว  นวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส

  • Power Deep ผิวสวยด้วยหลักการเมโสเธอราปี(Mesotherapy)เป็นหลักการแห่งการหลอมรวม เหมือนหลักการฉีดยาที่มีอนุภาคขนาดไมโคร สำหรับการนำพาวิตามิน ตัวยา และกรดอะมิโนเข้าสู่ชั้น Mesoderm หรือชั้นผิวกลาง ๆ เพื่อรักษาหรือนำพาสารเข้าสู่บริเวณต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผิวสามารถดูดซับสารต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าปกติ 3-6 เท่า 

คุณสมบัติ

  1. ปรับปรุงโครงสร้างผิวให้ดีขึ้น เพิ่มความชุมชื่้นทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ซีดเซียว
  2. .ลดริ้วรอย ตีนกา ปรับปรุงโครงสร้างทางกายภาพของผิวที่เริ่มล้ม หรือเสียโครงสร้างความยืดหยุ่น
  3. ลดสิว ลดรอยแผลเป็น และผิวที่บอบบาง
  4. ลดฝ่า กระ จุดด่างดำ สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
  5. .ฟื้นฟูผิวที่ขาดความชุ่มชื่น ผิวหมองคล้ำ
  6. ลดเซลลูไลท์ในแต่ละบริเวณเมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควบคู่กัน

            Pristine by viora 

            เครื่อง Pristine ใช้เทคโนโลยีการผลัดเซลล์ผิวที่เรียกว่า Diamond-peel Microdermabrasion โดยใช้ Laser-cut Diamond-tip ร่วมกับการใช้ระบบดูดแบบสูญญากาศ ( Vacuum) ทำให้สามารถผลัดเซลล์ผิว ชั้นหนังกำพร้าและสิ่งอุดตันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพและนุ่มนวลกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen ) อีลาสติน (Elastin) อีกทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด หลังเข้ารับการรักษาเพียงครั้งแรกสัมผัสได้ถึงผิวที่สดชื่น สะอาด แลดูอ่อนเยาว์

  • ช่วยรักษาเรื่องใดบ้าง ผลัดเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ หลุมสิว รอยหมองคล้ำ ผิวไม่เรียบเนียน 

ผู้ที่เหมาะสมต่อการเข้ารับการรักษา

    เครื่อง Pristine สามารถให้การรักษาได้อย่างปลอดภัยในทุกสภาพผิว งดเว้นในผู้ที่มีอาการผิวแห้ง ลอก หรือมีการอักเสบผิว

บริเวณที่ทำการรักษาได้

  เครื่องPristine มี Diamond Tips หลากหลายขนาดให้เลือกใช้ สามารถทำการรักษาได้ครอบคลุม อีกทั้งสามารถทำการรักษาได้ในผู้ที่มีผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย ผิวไม่เรียบเนียน หรือบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น รอบดวงตา เป็นต้น

ต้องเข้ารับการรักษาบ่อยแค่ไหน

    สามารถเห็นผลการรักษาได้ทันทีหลังการรักษาในครั้งแรกแนะนำให้ทำการรักษา 6-8 ครั้ง ห่างกันทุก 2 สัปดาห์

           การฉายแสงอาทิตย์เทียมอัลตร้าไวโอเลตบี (UVB Phototherapy)

การฉายแสงอาทิตย์เทียมด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี คือ อะไร?

Excimer เป็นส่วนหนึ่งของแสงอาทิตย์อยู่ในรังสียูวีบีที่มีความยาวคลื่น 308 นาโนเมตร ซึ่งให้ประสิทธิภาพในการรักษาโรคผิวหนังได้หลายชนิด ได้แก่

  • โรคด่างขาว (Vitiligo)  

  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) 

  • โรคผิวหนังอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มอาการผื่นแพ้อักเสบเรื้อรัง (Eczema, Atopic Dermatitis, EAC, Pityriasis Alba ในเด็ก), ศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ (Alopecia Areata)

โรคสะเก็ดเงิน เป็นการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนที่เป็น โดยอาการจะเป็นปื้นนูนแดงปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเทาเงิน มักพบบริเวณ ข้อศอก เข่า หนังศรีษะ ซึ่งการรักษาจะเริ่มตั้งแต่ทายา 

หากไม่ดีขึ้นต้องใช้การฉายแสงอาทิตย์เทียมอัลตร้าไวโอเลตบี รวมถึงโรคด่างขาว โรคผิวหนังผื่นแพ้อักเสบเรื้อรัง ก็ใช้วิธีการรักษาด้วยการฉายแสงอาทิตย์เทียมนี้ด้วย

เครื่อง Excimer 308 เหมาะกับผู้ป่วยแบบไหน?

1.เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยในกรณีที่รักษาด้วยยาแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

2.ผู้ป่วยที่มีรอยโรคทุกบริเวณ รวมถึงบริเวณที่เข้าถึงยากและบริเวณเล็กๆ เช่น ไรผม ข้อพับ ริมฝีปาก หนังศีรษะ

3.ผู้ป่วยที่มีรอยโรคไม่เกิน 20% ทั่วทั้งร่างกาย

4. มีความปลอดภัยสูง อาการข้างเคียงน้อย สามารถใช้ในการรักษาได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่          

การรักษาด้วยการฉายแสง มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

    1. ผู้ป่วยตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร

    2. ผู้ป่วย SLE, HIV

    3. ภาวะด่างขาวจากโรค Hyperthyroidism

    4. ผู้ป่วยที่ใส่เครื่อง Pacemaker

    5. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาที่มีความไวต่อแสง

    6. มีประวัติเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

ขั้นตอนการรักษาด้วยเครื่อง Excimer 308

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา

1. ทำความสะอาดผิวหนังในบริเวณที่จะรับการรักษาหรือทำ MED Test (Minimal Erythema Dose)

2. สำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินสามารถทา Salicylic acid ในช่วงกลางคืนก่อนวันที่เข้ารับการรักษาได้

3. แนะนำให้ทำการทดสอบแสง (MED Test) เพื่อหาระดับพลังงานที่เหมาะสมในการรักษา โดยจะทดสอบที่บริเวณท้องแขนหรือหลัง แพทย์จะอ่านผลภายใน 24 ชั่วโมงภายหลังจากการทดสอบ

  **ผู้ป่วยโรคด่างขาวและศีรษะล้านเป็นหย่อมๆ สามารถทำการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องทดสอบ MED Test

4. งดการทาผลิตภัณฑ์ประเภท  Oil ,  ครีมกันแดด  ก่อนเข้ารับการรักษา

ขณะได้รับการรักษา

1.ผู้ป่วยควรเปลี่ยนชุด หรือ เปิดเสื้อผ้าบริเวณที่จะทำการรักษา เพื่อให้บริเวณรอยโรคได้รับแสง

2. ขณะทำการรักษา  ควรอยู่นิ่งๆ ไม่เล่นโทรศัพท์หรือพูดคุยโทรศัพท์

3. ควรสวมใส่แว่นตาเพื่อป้องกันรังสียูวีบี ทั้งผู้ป่วยและแพทย์ผู้ทำการรักษา ในกรณีที่มีรอยโรครอบดวงตา ให้ผู้ป่วยหลับตาตลอดทั้งการรักษา

การดูแลปฏิบัติตัวภายหลังได้รับการรักษา

1.หากเกิดอาการคัน ผู้ป่วยไม่ควรแกะเกาในบริเวณที่ได้รับการรักษา รวมถึงหลีกเลี่ยงการถูกขีดข่วนในบริเวณที่เป็นโรค

2.หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้โรคมีอาการกำเริบหรือมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ความเครียด

3. ควรรักษาสุขอนามัยของร่างกาย อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่อ่อนๆ

4. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ผู้ป่วยต้องมาเข้ารับการรักษานานแค่ไหน?

             ในช่วงแรกผู้ป่วยต้องมาเข้ารับการรักษา 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเว้นระยะห่างในแต่ละครั้ง ไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง เมื่ออาการของรอยโรคตอบสนองต่อการฉายแสงได้ผลดี แพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และสามารถเว้นระยะห่างเป็น 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และหากรอยโรคหายแล้ว สามารถลดการฉายแสงให้เหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้งจนกระทั่งหยุดฉายได้

ผลการรักษา เป็นอย่างไร?

         ผู้ป่วยโรคด่างขาว : ขึ้นอยู่กับบริเวณและความรุนแรงของโรค โดย  จำนวนครั้งในการรักษาที่เห็นผลประมาณ 20-25 ครั้ง

         ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน : จะเห็นผลการรักษาประมาณ 15-20 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของสะเก็ดและความรุนแรงของโรคด้วย

         ผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรัง และอื่นๆ : จะเห็นผลในการรักษาประมาณ 4-8 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคด้วย

การรักษาด้วยการฉายแสง มีผลข้างเคียงหรือไม่?

           อาจพบอาการข้างเคียงภายหลังจากการได้รับการรักษา เช่น คัน แสบ ผิวหนังแห้ง ลอก รวมถึงผิวหนังที่ได้รับการรักษาและผิวหนังรอบบริเวณที่ทำการรักษาอาจมีสีที่คล้ำหรือเข้มขึ้นในช่วงที่ได้รับการรักษา แต่สีผิวที่เข้มขึ้นนั้นจะค่อยๆ จางลงภายหลังหยุดการรักษาด้วยการฉายแสง

   ติดต่อได้ที่แผนกศูนย์ผิวหนัง 0-2058-1111 , 0-2561-1111 กด 1123-24

แพคเกจและโปรโมชั่นศูนย์ผิวหนัง