ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิภาวดี (Orthopedic Center, Vibhavadi Hospital)
Search: Orthopedic site
ระบบคุณภาพ ของโรงพยาบาลวิภาวดี ISO 9001:2000
โรงพยาบาลวิภาวดี เริ่มต้นทำระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO ตั้งแต่ ปี 2541 โดยในตอนนั้นยังเป็น ISO 9002 และได้รับการรับรองจากบริษัท SGS (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งขึ้นชื่อว่า หิน มากในขณะนั้น เพราะเป็นบริษัท รับรองคุณภาพจากต่างประเทศ บริษัทเดียว ที่ได้รับการรับรองจาก NAC (National Accredit C )

ระบบคุณภาพ ของโรงพยาบาลวิภาวดี ISO 9001:2000

โรงพยาบาลวิภาวดี เริ่มต้นทำระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO ตั้งแต่ ปี 2541 โดยในตอนนั้นยังเป็น ISO 9002 และได้รับการรับรองจากบริษัท SGS (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งขึ้นชื่อว่า หิน มากในขณะนั้น เพราะเป็นบริษัท รับรองคุณภาพจากต่างประเทศ บริษัทเดียว ที่ได้รับการรับรองจาก NAC (National Accredit C ) โดยโรงพยาบาลวิภาวดีได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2542 จากสถาบัน ดังต่อไปนี้
   - SGS ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
   - Health mark ประเทศเยอรมัน และ
   - NAC ประเทศไทย
โรงพยาบาลวิภาวดี ผ่านการ Surveillance Visit และ Renewal ระบบ ISO 9002 เป็น ISO 9001:2000 เมื่อปี 2545 ปัจจุบัน นับได้ว่า โรงพยาบาลวิภาวดีทำระบบ ISO มา 8 ปีแล้ว โดยเป็น Version 9002 3 ปี และ Version 9001 อีก 5 ปีจนถึงปัจจุบัน ต่อไป จะเป็นรายละเอียด ของระบบบริหารคุณภาพ ISO โรงพยาบาลวิภาวดี ตั้งแต่เริ่มต้นในแนวคิด จนถึงรายละเอียดข้อมูลจะเป็น ของ ISO 9002 และพัฒนาเป็น ISO 9001

1. วัตถุประสงค์

ระบบคุณภาพโรงพยาบาลวิภาวดี มีวัตถุประสงค์เชิงนโยบาย 4 ประการคือ

   1.1 โรงพยาบาลจะผูกผันตนเอง ต่อการจัดตั้งระบบคุณภาพตามมาตรฐาน
   1.2 โรงพยาบาลถือเป็นหน้าที่ที่จะจัดให้การศึกษาอบรมพนักงานทุกคนให้รับทราบและเข้าใจนโยบายคุณภาพควบคู่ไปกับการอบรมด้านวิชาการและจริยธรรม และพนักงานทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการจัดทำระบบคุณภาพในหน่วยงานของโรงพยาบาล
   1.3 ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับจะต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนและปฏิบัติทุกกระบวนการที่ผลกระทบต่อคุณภาพของการบริการโดยเคร่งครัด
   1.4 การดำเนินการระบบคุณภาพจะต้องมีการติดตาม ทบทวน และปรับปรุงให้ทันสมัย และมีประสิทธิผลเสมอ

2. ขอบเขต

    ระบบคุณภาพของโรงพยาบาลวิภาวดี ตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมถึงกิจกรรมด้านการรักษาพยาบาล กิจกรรมสนับสนุนการรักษาพยาบาล และกิจกรรมด้านการจัดการเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการของโรงพยาบาล ในทุกกระบวนการรักษาพยาบาลที่ให้บริการภายในโรงพยาบาลวิภาวดี และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า โรงพยาบาลวิภาวดีสามารถตอบสนองความพึงพอใจของผู้รับบริการด้านการรักษาพยาบาลตามนโยบายคุณภาพของโรงพยาบาล โดยการป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดตามมาตรฐาน ISO 9001

3. คำจำกัดความ

    3.1 ผลิตภัณฑ์ หมายถึง ผลของกิจกรรมหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการรักษาพยาบาล
    3.2 คุณภาพ หมายถึง คุณลักษณะโดยรวมของสิ่งใด ๆ ก็ตามที่สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้รับบริการที่ได้ตกลง ระบุหรือบ่งบอกไว้ โดยสามารถกล่าวได้ดังนี้ เป็นไปตามความต้องการเป็นไปตามข้อกำหนด เป็นไปตามวัตถุประสงค์
    3.3 นโยบายคุณภาพ หมายถึง แถลงการณ์โดยผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและแนวทางการดำเนินการทางด้านคุณภาพทั้งหมด ซึ่งจะเป็นกรอบสำหรับการกระทำการจัดตั้งวัตถุประสงค์คุณภาพ
    3.4 วัตถุประสงค์คุณภาพ หมายถึง ผลทางคุณภาพโดยรวมอันเกิดจากนโยบายคุณภาพ ซึ่งโรงพยาบาลจัดทำขึ้น และสามารถวัดผลได้
    3.5 แผนคุณภาพ หมายถึง ความต้องการผลการทำงานอย่างละเอียดที่สามารถวัดได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล หรือหน่วยงานของโรงพยาบาล เกิดจากวัตถุประสงค์คุณภาพที่ต้องกำหนดและทำให้ได้ เพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์นั้น ในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้
    3.6 การบริหารคุณภาพ หมายถึง รูปแบบการบริหารงานที่แสดงให้เห็นถึงนโยบายคุณภาพและการนำไปปฏิบัติ
    3.7 ระบบคุณภาพ หมายถึง กิจกรรมในเชิงบริหารใด ๆ ก็ตามที่เป็นการกำหนดนโยบายคุณภาพ วัตถุประสงค์ ความรับผิดชอบ ทรัพยากรสำหรับการให้บริการและการนำไปปฏิบัติ โดยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ การวางแผนคุณภาพ การควบคุมคุณภาพ การประกันคุณภาพ และการปรับปรุงคุณภาพ
    3.8 การวางแผนคุณภาพ หมายถึง การวางแผนงานด้านคุณภาพ หรือกิจกรรมที่ทำเพื่อให้เกิดแผนคุณภาพ
    3.9 การควบคุมคุณภาพ หมายถึง เทคนิคปฏิบัติและกิจกรรมที่ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องตามข้อกำหนดด้านคุณภาพ
    3.10 การประกันคุณภาพ หมายถึง การจัดตั้งระบบคุณภาพอย่างมีแบบแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งความเชื่อมั่นแก่ผู้บริหารและผู้รับบริการว่า โรงพยาบาลสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้รับบริการได้อย่างสม่ำเสมอตามคุณภาพที่ต้องการ
    3.11 การตรวจติดตามระบบคุณภาพภายใน หมายถึง การตรวจสอบที่เป็นระบบและเป็นอิสระเพื่อประเมินว่ากิจกรรมที่เกี่ยวกับคุณภาพและผลที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเพื่อประเมินว่า แผนงานที่จัดเตรียมดังกล่าวได้มีการนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม เพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้
    3.12 โรงพยาบาล หมายถึง โรงพยาบาลวิภาวดี
    3.13 ผู้บังคับบัญชา หมายถึง พนักงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์กรให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน มีหน้าที่ในการ บังคับบัญชาและบริหารงานให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับต่าง ๆ ขององค์การ
    3.14 พนักงาน หมายถึง ลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ที่โรงพยาบาลตกลงรับเข้าทำงานโดยกำหนดค่าจ้างเป็นเงินเดือนประจำรายเดือน และผ่านการทดลองปฏิบัติงาน โดยแสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ มีผลงาน ความประพฤติ และสุขภาพเป็นที่พอใจของโรงพยาบาล และได้รับการบรรจุแล้ว ทั้งนี้ไม่รวมถึงลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดเวลานั้น

 

บทวิเคราะห์ถึงผลประโยชน์อื่นที่ไม่ใช่ผลตอบแทนทางการเงินพิจารณาจากบางข้อกำหนด (เดือนดาเรศ ชิรวานิช 2546)
    เปรียบเทียบระหว่างผลประโยชน์จากการปฏิบัติตามข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 กับประโยชน์ที่โรงพยาบาลได้รับในรูปของผลประโยชน์อื่นที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเงิน โดยการศึกษาถึงประโยชน์จากข้อกำหนดเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบดังนี้ การปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบริหารคุณภาพ ISO 9001 เป็นการจัดวางระบบบริหารเพื่อการประกันคุณภาพ ด้านการผลิต การติดตั้งและ/หรือการบริการของโรงพยาบาลที่สามารถตรวจสอบได้โดยผ่านระบบเอกสาร และจากองค์กรภายนอกที่ให้การรับรองและออกใบรับรองระบบบริหารคุณภาพ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบ โรงพยาบาลจะได้รับประโยชน์ ดังต่อไปนี้ ระบบบริหารคุณภาพ และความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร เป็นจุดเริ่มต้นของคุณภาพ คือ

   1. นโยบายคุณภาพของผู้บริหารจะก่อให้เกิดความมุ่งมั่นและทิศทางคุณภาพของโรงพยาบาล ที่สัมพันธ์กับเป้าหมายและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม
   2. แผนผังโครงสร้างองค์กร (organization) ทำให้ทราบถึงอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ระดับขั้นในการบริหาร ปฏิบัติงาน และประสานงานภายในโรงพยาบาลได้ถูกต้อง และรวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมภายใน และส่งผลถึงคุณภาพของการบริการต่อลูกค้า
   3. มีการบริหารทรัพยาพรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ได้พนักงานเหมาะสมกับลักษณะของงาน พนักงานทราบว่าตำแหน่งของตนมีขอบข่ายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด
   4. การแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายบริหาร มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารโครงการระบบคุณภาพ ทำให้งานบริหารคุณภาพดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมายคุณภาพของโรงพยาบาล
   5. ระบบคุณภาพของบริษัทได้รับการทบทวนตรวจอบแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

 

ระบบคุณภาพ (quality system) เป็นแนวทางของคุณภาพ คือ
   1. คู่มือคุณภาพ ซึ่งจะครอบคลุมข้อกำหนดในการปฏิบัติงานและการดำเนินงานจะเป็นการรักษาไว้ซึ่งระบบคุณภาพ และเป็นเกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ ที่สามารถตรวจสอบได้
   2. มีเอกสารระเบียบปฏิบัติงาน ในการเตรียมขั้นตอนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบคุณภาพ และนโยบายคุณภาพของโรงพยาบาล
   3. เอกสารการดำเนินงานช่วยให้การปฏิบัติง่ายขึ้นเนื่องจากมีขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ต้องลองผิดลองถูก จะทำให้เกิดการประหยัดต้นทุนจากความเสียหายและเสียเวลาการทำงานที่ไม่เพิ่มมูลค่า
   4. แผนคุณภาพ จะทำให้พนักงานทราบถึงคุณภาพที่โรงพยาบาลต้องการและวิธีการที่จะปฏิบัติงานให้เกิดคุณภาพ โดยวิธีการควบคุม กระบวนการปฏิบัติงาน และความชำนาญงานที่อาจจำเป็นเพื่อให้เกิดคุณภาพ และทราบว่าเมื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดและจะก่อให้เกิดคุณภาพอย่างไร
   5. ทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าขั้นตอนการดำเนินงานของกระบวนการบริการ การตรวจสอบและการทดสอบและเอกสารที่ใช้อยู่มีความสอดคล้องกับทุกระบบ และเป็นไปตามนโยบายคุณภาพของบริษัท
   6. แผนงานมีการระบุถึงความต้องการให้ด้านคุณภาพ จะก่อให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของบริษัท เพื่อให้ได้ตามความต้องการ


 
  การควบคุมเอกสารและข้อมูล (document and data control)
มีประโยชน์ทั้งกระบวนการดำเนินงานในบริษัทและอ้างอิงถึงระบบคุณภาพของบริษัทต่อบุคคลภายนอก ได้แก่

   1. เอกสารที่จัดทำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานและข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับระบบ ได้รับการควบคุมตรวจสอบ รับรอง และจัดเก็บอย่างเหมาะสม เรียกใช้ได้ง่าย
   2. เอกสารที่ไม่ถูกต้องหรือเลิกใช้แล้วถูกนำออกจากจุดจ่าย หรือจุดที่ใช้งานทันที ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่นำเอกสารเหล่านี้ไปใช้งานโดยไม่ได้ตั้งใจ และจะทำให้การปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง
   3. มีการจัดเก็บเอกสารที่ต้องเก็บรักษาตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
   4. การเปลี่ยนแปลงเอกสารและข้อมูล (document and data control) ได้รับการตรวจสอบและรับรองอย่างถูกต้องโดยผู้มีอำนาจ การทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถบ่งชี้ความรับผิดชอบได้

 


ด้านทรัพยากร การจัดสรร ทรัพยากร ทรัพยากรบุคคล
การฝึกอบรม (Training) ทำให้มีการสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานและเป็นการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (organization learning) คือ
   1. การจัดทำเอกสารสำหรับการกำหนดความจำเป็นในการฝึกอบรม จะทำให้ทราบถึงสิ่งที่โรงพยาบาลได้ให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับบุคลากรของโรงพยาบาลไปแล้วในส่วนใด และส่วนใดยังไม่ได้ทำความเข้าใจ หรือบุคลากรยังไม่รับทราบ หรือสิ่งที่บุคลากรควรทราบ
   2. การฝึกอบรมจะทำให้บุคลากรรับรู้ถึงแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามข้อกำหนด และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
   3. การฝึกอบรมจะทำให้บุคลากรรับรู้ถึงอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ

ด้านกระบวนการ
การจัดซื้อ (purchasing) ช่วยสร้างคุณภาพในการจัดหาสินค้าและวัตถุดิบ คือ
   1. เอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงานการสั่งซื้อ และปฏิบัติตามเอกสาร ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่จัดซื้อเป็นไปตามข้อกำหนด
   2. มั่นใจได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับเหมาช่วงจะสามารถปฏิบัติตามสัญญาได้และมั่นใจในคุณภาพรวมถึงการประกันคุณภาพได้ ได้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการที่มีคุณภาพ และก่อให้เกิดคุณภาพการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
   3. การจัดทำเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลการจัดซื้อ ที่ระบุถึง ชนิด เกรด ข้อกำหนดเฉพาะ หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น จะทำให้การจัดซื้อเกิดประสิทธิผลตามความต้องการ
   4. สามารถตรวจสอบกลับสินค้าที่สั่งซื้อ ได้ทั้งจากบริษัทที่ตรวจสอบกลับ ณ ที่ตั้งของบริษัทผู้ขาย และการตรวจกลับของลูกค้าในผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากผู้ขาย ซึ่งจะทำให้ทราบผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเกณฑ์การยอมรับและเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่

การพิจารณาข้อตกลง (contract review) เกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างสั่งทำหรือตอบรับด้วยวาจา และมีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างโรงพยาบาลกับลูกค้า ทำให้เกิดประโยชน์ในการทำสัญญาข้อตกลง คือ

   1. เกิดความมั่นใจได้ว่าได้กำหนดสิ่งที่ต้องการไว้อย่างครบถ้วน และเพียงพอ และมั่นใจว่าก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขายทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในข้อตกลงเป็นที่แน่นอนแล้ว
   2. มีหลักเกณฑ์ในการแก้ไขข้อตกลง ที่จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ
   3. สิ่งที่แตกต่างไปจากข้อตกลง หรือคำสั่ง และเอกสารคำสั่ง ข้อเสนอได้รับการแก้ไข
   4. ทำให้มีการพัฒนาขีดความสามารถที่จะทำได้ตามสัญญาหรือข้อตกลงได้จริง
   5. ทำให้ไม่เกิดข้อเสียเปรียบในการทำสัญญา และข้อตกลงต่าง ๆ หรือจะช่วยให้มีการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องโดยไม่ทำสัญญาในสิ่งที่บริษัทไม่สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งจะเกิดค่าใช้จ่ยจากการผิดสัญญา

 

การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบโดยลูกค้า (control of customer supplied product) ได้แก่ ทรัพย์สินที่ผู้ป่วยนำมาฝาก , ยาที่ผู้ป่วยนำมาเอง , รับส่งตรวจต่าง ๆ เช่น เลือด ช่วยให้ดำเนินการรักษาพยาบาลได้ตามความต้องการของลูกค้า คือ
   1. สามารถป้องกันการสูญหายหรือเสียหายได้ ด้วยการควบคุมที่มีการจัดทำระเบียบปฏิบัติงานในการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบโดยลูกค้า มีการตรวจสอบ การจัดเก็บ และการรักษาไว้ของผลิตภัณฑ์
   2. สามารถแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงความเสียหาย สูญหาย หรือไม่เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อการเจรจาตกลงใหม่ได้ การระบุและตรวจสอบกลับได้ของสินค้าที่ทำการผลิต (product identification and tractability) สามารถสอบกลับผลิตภัณฑ์หรือขั้นตอนได้จากากรจัดทำเอกสารขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ สำหรับการระบุผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นหรือกลุ่มของชิ้นงานแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจน และให้มีการบันทึกข้อมูลในการระบุผลิตภัณฑ์จะครอบคลุมตั้งแต่ การรับเข้า การผ่านกระบวนการผลิต จนกลายเป็นสินค้าสำเร็จรูปแล้วส่งสอบให้ลูกค้า เช่น การปิดฉลากหมดอายุที่ขวดยาฉีด เพื่อป้องกันการใช้ยาหมดอายุฉีดให้แก่ผู้ป่วย

การควบคุมกระบวนการ (process control) เป็นขั้นตอนที่จะก่อให้เกิดคุณภาพ คือ

   1. ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการดำเนินการภายใต้สภาวะควบคุม มีการจัดทำแผนกระบวนการให้บริการคือ
         1.1 ได้มีการจัดทำเอกสารวิธีการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการให้การบริการครอบคลุมทุกงานที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ
         1.2 ได้มีเครื่องมือและเวชภัณฑ์ และจัดการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
         1.3 ปฏิบัติงานการจัดหาได้สอดคล้องกับมาตรฐาน เอกสาร
         1.4 มีการติดตามและควบคุมค่าตัวแปร เช่น ระยะเวลารอคอย, คุณลักษณะผลิตภัณฑ์ เช่น อัตราการเกิดผลแทรกซ้อนในการรักษา
         1.5 การรับรองกระบวนการและเครื่องมือ
         1.6 มีเกณฑ์คุณภาพของงาน มาตรฐาน ตัวอย่างชิ้นงาน
         1.7 การบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์

   2. ลดปัญหาและลดเวลาการปฏิบัติงานที่อาจจะต้องมีการรอคอย ถ้าไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เนื่องจากพนักงานได้รับการอบรมในเรื่องของการติดตามและควบคุมกระบวนการแต่ละคนจะสามารถค้นหาและแก้ไขข้อบกพร่องด้วยตัวเองในส่วนที่รับผิดชอบโดยไม่ต้องรอหัวหน้างาน

การตรวจสอบและการทดสอบ (inspection and testing) เป็นกระบวนการที่จะได้คุณภาพทุกขั้นตอน คือ

   1. ได้รับยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
   2. การรักษาพยาบาล จะไม่เกิดความเสียหายหรือด้อยคุณภาพจากสาเหตุของยาและเวชภัณฑ์
   3. ทำให้สามารถเรียกกลับวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วและสามารถทนแทนได้ถูกต้องในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยการระบุอย่างชัดเจนด้วยการทำสัญลักษณ์ หรือติดป้ายในกรณีรีบด่วนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
   4. การตรวจสอบและทดสอบระหว่างกระบวนการรักษาพยาบาล จะช่วยลดต้นทุนของเสีย และบริการด้อยคุณภาพในการรักษาพยาบาลได้
   5. ทำให้มั่นใจได้ว่าบริการจะส่งไปยังลูกค้ามีคุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนดอย่างสมบูรณ์ และเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าต่อไป จากการตรวจสอบและทดสอบในขั้นตอนสุดท้ายและผ่านการอนุมัติ
   6. ทำให้รับทราบผลการตรวจสอบและทดสอบ ทำให้เราทราบถึงผลิตภัณฑ์ว่า “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” ณ จุดที่ทำการตรวจสอบทำให้สามารถค้นหาสาเหตุของความเสียหายในแต่ละกระบวนการที่ก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น และจะไม่เกิดขั้นในครั้งต่อไป
   7. การระบุผู้มีอำนาจความรับผิดชอบในการตรวจสอบเพื่อให้การบริการรักษาพยาบาล จะทำให้สามารถสอบกลับมาตรฐานหรือเกณฑ์การยอมรับได้ ซึ่งจะเกิดความยุติธรรมในการทำงานผู้ที่ทำผิดพลาด จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนที่ตนเองกระทำ

การควบคุมเครื่องตรวจ เครื่องวัดและเครื่องทดสอบ (control of inspection measuring and test equipment) ทำให้กระบวนการตรวจสอบและทดสอบมีประสิทธิภาพ คือ
   1. ทราบค่าความไม่แน่นอนในการวัดของเครื่องอยู่ในช่วงขีดความสามารถของเครื่องตรวจเครื่องวัดและเครื่องทดสอบได้
   2. ทำให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ตรวจวัดและทดลองของโรงพยาบาล เช่น เครื่องชั่งน้ำหนัก, เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้า, หัวใจ, Oxitometer, เครื่อง Audiogram มีความสามารถที่จะตรวจสอบการยอมรับได้ของผลิตภัณฑ์
   3. สร้างความไว้วางใจและความเชื่อถือของลูกค้า จากการจัดทำข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับเครื่องตรวจ เครื่องวัด และเครื่องทดสอบ ให้กับลูกค้าเมื่อลูกค้าต้องการ
   4. ทำให้เกิดความมั่นใจในเกณฑ์คุณภาพที่ผ่านการตรวจสอบ จากการกำหนดวิธีการวัดจะทำให้เกิดความแม่นยำตามที่ต้องการและเลือกที่ใช้เครื่องตรวจที่เหมาะสมที่สามารถให้ความแม่นยำและแน่นอนถูกต้องตามความจำเป็น


ลักษณะการตรวจสอบและการทดสอบ (inspection and test status) ทำให้ทราบถึงระบบคุณภาพของบริษัท ได้แก่
   1. ไม่ทำให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำ เนื่องจากมีระเบียบการปฏิบัติงานในการควบคุมผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยการระบุถึงเอกสาร การประเมิน การแยก และการกำจัด ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการป้องกันการนำเอาผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานไปใช้งาน หรือนำไปติดตั้งโดยพลั้งเผลอ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจะถูกแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการแก้ไขและปรับปรุง
   2. จะสามารถปฏิบัติการในขั้นต่อไปตามสถานะของผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบแล้วจากการบันทึกข้อบกพร่อง คือ
      2.1 การนำไปทำใหม่ (rework) เพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน
      2.2 การยอมรับโดยซ่อมหรือไม่ซ่อม ภายใต้เงื่อนไข (accept by concession) โดยแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ แล้วทำข้อตกลงเกี่ยวกับการยอมรับได้ของลูกค้า โดยระบุเงื่อนไขของการยอมรับ เป็นการดำเนินงานเพ่อให้เกิดความเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ของบริษัทต่อลูกค้า
      2.3 การจัดคุณภาพใหม่ (regade) การลดเกรดสินค้าหรือนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่จะไม่ทำให้เสียหายกับผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
      2.4 การแยกทิ้งหรือทำลาย (reject of scrap) จะไม่เกิดความพลั้งเผลอ ส่งสินค้าไม่ได้มาตรฐานไปให้ลูกค้า

การเคลื่อนย้าย การเก็บ การบรรจุ การดูแลรักษา และการส่งมอบ (handing, storage, preservation an delivery)
ทำให้สามารถรักษาคุณภาพจนถึงมือลูกค้า ได้แก่

   1. สามารถป้องกันความเสียหายและการเสื่อมสภาพจากการเคลื่อนย้าย โดยจากการจัดเตรียมการเคลื่อนย้าย จะทำให้สามารถลดต้นทุนความเสียหายและความเสื่อมสภาพจากการเคลื่อนย้ายได้
   2. การกำหนดห้องหรือพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบจะช่วยป้องกันความเสียหายและความเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการรอนำไปใช้หรือการส่งมอบ
   3. การบรรจุที่ได้รับการควบคุม การทำเครื่องหมาย สินค้า วัสดุและวัตถุดิบจะมั่นใจได้ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดและตามความจำเป็น
   4. การดูแลรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันความสูญหายและความเสียหาย
   5. การกำหนดระเบียบวิธีการส่งมอบจะทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าโรงพยาบาล ได้จัดเตรียมการป้องกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ภายหลังจากการตรวจสอบและทดสอบขั้นสุดท้ายและการส่งมอบปลายทาง

 


การตรวจวัดวิเคราะห์และปรับปรุง การใช้กลวิธีทางสถิติ (statistical techniques) ทำให้มั่นใจในกระบวนการสถิติและค่าทางสถิติที่โรงพยาบาลได้ คือ
   1. มั่นใจได้ว่าไม่ได้กลวิธีทางสถิติที่เหมาะสมในการควบคุมคุณภาพ
   2. เอกสารระเบียบปฏิบัติงานเพื่อนำไปใช้และควบคุมการใช้กลวิธีทางสถิติจะใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้

การปฏิบัติการแก้ไขและการป้องกัน (corrective and preventive action) ทำให้องค์กรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ
   1. สามารถกำจัดสาเหตุของปัญหา และโอกาสที่ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ตรงสเป็คที่จะเกิดขึ้น ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับความเสี่ยงของปัญหาที่จะได้รับ
   2. การรับการร้องเรียนจากลูกค้าที่ได้รับสินค้าไม่ได้มาตรฐานสามารถค้นหาสาเหตุของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น และหาแนวทางแก้ไขจะทำให้กำจัดสาเหตุของข้อบกพร่องได้ มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดข้อบกพร่องซ้ำ
   3. มีการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ ความเสียหายหรือข้อบกพร่องลดลงและหมดไปจากการปฏิบัติการป้องกัน ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ เช่น กระบวนการทำงาน การปฏิบัติงาน ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของการบริการ การยอมรับได้ของผลิตภัณฑ์ ผลการตรวจติดตามบันทึกคุณภาพ รายงานการให้บริการ ข้อร้องเรียนที่ได้รับจากลูกค้า มาทำการวิเคราะห์ และจำกัดโอกาสที่อาจจะเป็นสาเหตุของข้อบกพร่อง ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน

การตรวจติดตามคุณภาพภายใน (internal quality audits) ทำให้มีการแก้ไขกระบวนการทำงานอย่างถูกต้อง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
   1. การตรวจติดตามคุณภาพภายในที่อิสระ จะทำให้การตรวจติดตามคุณภาพเกิดประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพในทุกหน่วยงานของโรงพยาบาล
   2. การกำหนดให้มีการตรวจติดตามคุณภาพภายใน จะทำให้พบข้อบกพร่อง และมีการแก้ไขและปรับปรุงในส่วนที่ไม่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ

สำนักคุณภาพโรงพยาบาลวิภาวดี กพ.2550
ระบบบริหารคุณภาพ-ข้อกำหนด ISO9001 ซึ่งรพ.วิภาวดีใช้อยู่ปัจจุบัน>>

 

others:
  • ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ
  • ระบบคุณภาพ ของโรงพยาบาลวิภาวดี ISO 9001:2000
  • คลินิกสุขภาพนักกอล์ฟรพ.วิภาวดี
  • คลินิกนักกอล์ฟ กับนพ. วีระยุทธ เชาวน์ปรีชา

    นัดแพทย์ ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิภาวดี   โทร. 0-2941-2800 กด 2137,2138 ทุกวัน

    ทีมแพทย์ของเรา